สวี่มั่วร่อนตัวลงสู่พื้นมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ก่อนจะก้มลงมองอุ้งเล็บของตัวเองแล้วเอ่ยถาม “ระบบแบบนี้ก็พอแล้วใช่ไหม”
[ใช่แล้วขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่สามารถกำจัดไวรัสเรียกค่าไถ่ได้สำเร็จขอให้ตั้งใจต่อไป]
สวี่มั่วหันไปกวาดตามองรอบๆ พลางขมวดคิ้ว“ไวรัสตัวอื่นอยู่ที่ไหนกันล่ะ จะให้หาทีละตัวงั้นเหรอแบบนั้นกว่าจะฆ่าเสร็จไม่เสียเวลาแย่หรือไง”
[ผู้ใช้สามารถใช้มุมมองโลกข้อมูลค้นหาไวรัสและสามารถเคลื่อนย้ายไปยังตำแหน่งต่างๆ ได้ตามจิตนาการ]
“จริงเหรอ” ดวงตาของสวี่มั่วพลันสว่างวาบเมื่อคิดตามก็น่าจะถูกต้อง เพราะในโลกข้อมูลนั้นไม่มีคำว่าระยะทาง แม้อยู่กันคนละซีกโลกก็เชื่อมถึงกันได้ในพริบตา
เขาลองใช้มุมมองโลกข้อมูลอีกครั้ง แล้วมองไปยัง ‘ที่ไกลออกไป’พบว่าทัศนวิสัยของตนสามารถขยายได้อย่างไม่สิ้นสุดราวกับเรดาร์ที่กวาดได้ทั่วทุกทิศ!
“เจอแล้ว!” สวี่มั่วร้องขึ้นไม่นานก็พบไวรัสอีกตัวหนึ่ง
เพียงแค่จิตนาการ ฉากรอบตัวก็เปลี่ยนแปลงรวดเร็วพริบตาเดียวเขาก็ไปโผล่ตรงหน้ามันแล้ว
เบื้องหน้าคือสัตว์ประหลาดข้อมูลที่น่าเกลียดพิลึกแม้รูปร่างต่างจากตัวก่อน แต่ความน่าขยะแขยงไม่ต่างกันเลย
สวี่มั่วตื่นเต้นนัก ขยับแขนขาเตรียมพร้อม ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ทันที
ด้วยประสบการณ์จากครั้งก่อนคราวนี้สวี่มั่วจัดการได้คล่องแคล่วกว่าเดิม เพียงสองกระบวนท่าก็ล้มมันได้แล้ว
หลังจากนั้น เขาก็ใช้วิธีเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่ากำจัดไวรัสได้อีกหลายตัวติดๆ กัน แต่ไม่นานก็พบปัญหาแม้เขาจะฆ่าได้เร็วแทบจะทันทีที่ลงมือ แต่หากทำแบบนี้ไปเรื่อยๆก็ยังเสียเวลาเกินไป เพราะในมุมมองโลกข้อมูล เขาเห็นไวรัสพวกนี้เป็หมื่นเป็แสน!
ต่อให้ฆ่าได้หนึ่งตัวต่อวินาทีก็ยังไม่ทันเวลา!
ไม่ถูกแน่ วิธีทำภารกิจที่ถูกต้องไม่น่าจะเป็แบบนี้...
สวี่มั่วหยุดยืนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แสงสว่างพลันวาบขึ้นในใจเขารีบถามระบบว่า “ระบบ ไหนๆ ตอนนี้ฉันก็อยู่ในรูปแบบข้อมูลแล้วแบบนี้…สามารถก็อปปี้ตัวเองได้ไหม สร้างร่างแยกขึ้นมาหลายๆ ตัวแล้วให้ช่วยกันกำจัดไวรัสไปพร้อมกัน?”
[ทำได้]
คำตอบของระบบทำเอาสวี่มั่วดีใจ รีบถามต่อทันที “ฉันรู้น่าต้องเสียแต้มใช่ไหม คิดค่าใช้จ่ายยังไง”
[1 แต้ม = ร่างแยกสิบตัว]
คำตอบนี้ทำให้สวี่มั่วโล่งอก...
ยังดี ไม่แพง
เขาคิดครู่หนึ่ง ก่อนพูดว่า “งั้นเอามาเลยพันร่าง!”
[ยืนยันคำสั่ง… ทำการก็อปปี้ร่างแยกหนึ่งพันตัว หัก 100แต้ม]
ดวงตาสวี่มั่วส่องประกาย เขาหัวเราะลั่น “ฮ่าๆๆ!ฉันใช้วิชาแยกเงาพันร่าง!!”
สิ้นเสียง พลันปรากฏสายข้อมูลจำนวนมากไหลเวียนรอบตัวและร่างฮัสกี้ที่ถูกจำลองขึ้นนับพันก็รายล้อมรอบตัวเขาไว้
ในชั่วขณะนั้นเองสวี่มั่วรู้สึกราวกับจิตสำนึกของตนถูกแบ่งออกเป็พันกว่าส่วนแต่กลับสามารถควบคุมร่างแยกทั้งหมดได้พร้อมกันโดยไม่ติดขัดเลยสักนิด
“ฮ่าๆ แบบนี้สิถึงจะเจ๋ง! ทุกตัว ลุยเลย!!”
เขาไม่รอช้า ะโก้องพร้อมหัวเราะลั่น
ร่างแยกนับพันร่างรอบกายก็พลันหายวับไปพร้อมกันพุ่งเข้าใส่เหล่าไวรัสสัตว์ประหลาดรอบด้าน กวาดล้างอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ!
ส่วนร่าง ‘ต้นฉบับ’ ยังคงยืนอยู่กับที่เปิดใช้มุมมองโลกข้อมูลเต็มกำลัง กวาดตามองไกลออกไป ก่อนหรี่ตาลง
เขามองไปทางทิศหนึ่งแล้วเอ่ยเบาๆ “ตรงนั้น… ก็คือที่เรียกว่า‘สมรภูมิเหล่าแฮกเกอร์’ สินะ”
เขากลอกตาเล็กน้อย แววซุกซนผุดขึ้นมา จู่ๆ ก็ย่อตัวลงต่ำและที่ใต้เท้าก็ปรากฏระลอกคลื่นดุจผิวน้ำ จากนั้นเขาออกแรงถีบพื้นเต็มแรงร่างก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับะุปืนใหญ่!
ใช่แล้ว! ท่าทางนั้นคือการเลียนแบบฉากขึ้นบินสุดคลาสสิกของ ‘นีโอ’ในภาพยนตร์ 'เดอะ เมทริกซ์'
“ฮ่าๆๆ!! สุดยอดดด!!”
สวี่มั่วทะยานบินฉิวอยู่กลาง ‘ท้องฟ้า’มองเห็นภาพเบื้องล่างถอยห่างไปอย่างรวดเร็ว ช่างสะใจสุดๆ
ถึงแม้จะเป็เพียงเอฟเฟกต์จำลองในโลกข้อมูลแต่กลับสมจริงเสียจนเขาเชื่อว่า หากได้บินจริงๆ ก็คงรู้สึกเช่นนี้แน่…
เขากางแขนขาเหยียดตรงราวกับซูเปอร์แมนลอยคว้างอยู่กลางอากาศครึ่งนาทีเต็ม ก่อนจะมาถึงพื้นที่หนึ่ง
ที่นั่นคือ ‘สมรภูมิ’ จริงๆทว่ามันถูกระบบจำลองขึ้นจากการต่อสู้ของเหล่าแฮกเกอร์ที่ปะทะกันด้วยข้อมูล
และไม่รู้ว่าระบบเอามาตรฐานใดมาใช้จำลองแต่ฉากสมรภูมินั้นกลับเต็มไปด้วยผู้เล่นสารพัดแบบ ทั้งเครื่องบิน รถถัง อสูรั์หุ่นยนต์ ไททัน แม้แต่พ่อมด แถมยังมีผู้ฝึกตนโผล่มาด้วย!
ตัวละครเหล่านี้ตีกันอลหม่าน ปืนใหญ่ ะเิ ดาบ เวทมนตร์กระบวนท่าของผู้ฝึกตน บินว่อนเต็มท้องฟ้า ราวกับงานรวมญาติแฟนตาซีจากสารพัดโลกช่างอลังการเหลือเกิน
ต้องยอมรับเลยว่า… ด้วยการจำลองอย่างสมบูรณ์ของระบบ ต่อให้ยุ่งเหยิงแต่กลับดูยิ่งใหญ่ตระการตายิ่งกว่าหนังบล็อกบัสเตอร์เสียอีก
“อืม… ขอดูหน่อยซิ… ข้อมูลสีแดงนั่นคือพวก‘พันธมิตรแฮกเกอร์ต่างชาติ’ สินะ? แล้วสีเขียวพวกนั้นล่ะพวกเดียวกันหรือ”