Dead Area: ล่าข้ามเขตอันตราย

    ตอนที่ 21 - เพื่อนใหม่

    ตอนที่ 21 – เพื่อนใหม่

     

                ครั้น พอถึงเวลาเลิกเรียนของโรงเรียนในอาณาเขตแล้ว พสุก็รีบสะพายกระเป๋าวิ่งออกมาจากห้องเรียนพร้อมกับกีต้าร์ของเขาทันที เขาวิ่งลงบันไดอาคารอย่างรีบเร่งลงมาจนถึงชั้นล่าง ก็เจอพวกพันธกรกำลังรออยู่พอดีที่นั่งข้างสนามฟุตบอลพอดี ภัทรกำลังเล่นฟุตบอลกับเพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จักกันอยู่

                “อ้า! อยู่ที่นี่จริงๆ อย่างที่นัดหมายกันจริงๆ ด้วย” พสุเอ่ยออกมาอย่างดีใจ “ขอบคุณมากนะที่อุตส่าห์รอ”

                “รอนานเลยแหละ” ชัชชัยบ่นออกมาอย่างอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก “ตั้งสองชั่วโมงแน่ะ”

                พสุหันไปหาชัชชัยแล้วก็มองเขาด้วยสายตาสงสัยนิดหน่อย เหมือนชัชชัยจะไม่พอใจเลยที่ต้องรอเวลาให้เขาเลิกเรียน พันธกรที่ไม่อยากให้ผิดใจกันก็เลยรีบบอก “เออ พาไปบ้านนายหน่อยสิ เดี๋ยวไปสอนกีต้าร์ให้”

                “เออ ไปกัน” พสุหันมายิ้มให้พันธกร ขณะที่ชัชชัยเบือนหน้าหนีไปทางอื่น แล้วเขาก็เห็นเด็กสาวคนหนึ่ง น่าจะอยู่ประมาณม.สาม ถักเปียสองข้างด้วย เธอวิ่งเข้ามาหาชัชชัยพร้อมกับซองจดหมายในมือ เมื่อชัชชัยเห็นว่าเธอเข้ามาหาเขา เขาก็ถาม

                “มีอะไรเหรอ?” ชัชชัยถาม เด็กสาวคนนั้นเลยยื่นจดหมายซองสีชมพูให้กับชัชชัย เขารับมาอย่างงุนงง

                “ช่วยอ่านด้วยนะคะ!” แล้วเด็กสาวคนนั้นก็รีบวิ่งจากไป ทำเอาชัชชัยประหลาดใจ ส่วนปฏิคม เขาถึงกับร้อง ‘โอ้โฮ’ ออกมา เมื่อมีผู้หญิงมาส่งจดหมายรักให้ชัชชัย

                “จดหมายรักน่ะสิ” ปฏิคมว่าขึ้น ชัชชัยหันไปมองปฏิคมอย่างสงสัย ก่อนที่เขาจะค่อยๆ แกะเปิดซองจดหมาย แล้วอ่านกระดาษที่อยู่ในนั้น พอเขาอ่านเสร็จ ชัชชัยก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ทันที

                “เขาเขียนอะไรไว้เหรอ?” พันธกรหันไปถามชัชชัย ชัชชัยเองก็มีสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ก่อนจะตอบ

                “จดหมายรักจริงๆ ด้วย” ชัชชัยว่าออกมา ทำเอาพันธกร ปฏิคมและพสุต่างหัวเราะออกมาดังลั่น ทำให้ชัชชัยรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก เขายืนขึ้นทันที

                “ไม่ตลกนะเว้ย” ชัชชัยว่าแล้วก็ฉีกซองจดหมายและจดหมายขยำทิ้งทันที พันธกรเห็นดังนั้นก็๻๠ใ๽ เขาไม่คิดว่าชัชชัยจะทำอะไรแบบนี้

                “เฮ้ย ทำไมแกใจดำจังนักวะ?” พันธกรถามชัชชัย “น้องเค้าอุตส่าห์ชอบ ทำไมแกถึงปฏิเสธ...”

                “นี่ หยุดเลย” ชัชชัยขัดขึ้นอย่างอารมณ์เสีย “ไม่ตลกนะเว้ย ฉันไม่ได้ชอบเขา จะเป็๲แฟนกันได้ไง?”

                ฝ่ายเด็กผู้หญิงที่ให้จดหมายชัชชัยเมื่อครู่ เธอก็แอบมองดูเขาอยู่ แต่พอเห็นว่าเขาขยำจดหมายของเธอทิ้ง เธอก็รู้สึกเสียใจแล้วก็เดินออกไปจากโรงเรียนทันทีเลย ตอนนั้นเอง ฝ่ายพันธกรก็พูดขึ้นกับชัชชัย

                “เข้ามาในอาณาเขตไม่เท่าไหร่ ก็โดนจีบซะแล้ว ร้อนแรงเหมือนกันนะแกน่ะ” พันธกรกล่าวออกมา ทำเอาชัชชัยไม่พอใจ เขาโต้กลับ

                “บอกแล้วไงว่าไม่ตลก” ชัชชัยว่าเสียงขุ่นเคือง ก่อนจะบอกอีกประโยค “จะกลับบ้านกันแล้วใช่ไหม? ไปเรียกไอ้ภัทรมาสิ มัวแต่เล่นบอลอยู่ได้”

                ว่าแล้วชัชชัยก็ทำท่าจะเดินออกไปนอกโรงเรียน พสุเห็นท่าทางของชัชชัยดังนั้นจึงแอบกระซิบกับพันธกร “เขาเป็๲คนใจร้อนเหรอ? ดูท่าอารมณ์ไม่ค่อยดีเลย”

                “ใช่เลยล่ะ” พันธกรกระซิบตอบกับพสุ ทำเอาพสุถอนหายใจออกมา แล้วพันธกรก็ไปเรียกภัทรที่กำลังเล่นฟุตบอลที่อยู่ที่สนามบอล เขาเลยรีบวิ่งมาพร้อมกับเหงื่อที่ท่วมตัว

                “อะไรๆ?” ภัทรยกมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก เขาหายใจหอบนิดหน่อยเพราะเพิ่งเล่นบอลเสร็จ “ฉันทำประตูเอาชนะฝ่ายตรงข้ามสามต่อศูนย์แน่ะ”     

                “เออ รู้แล้วว่าเล่นบอลเก่ง เพื่อนแกไปแล้ว” ปฏิคมพูดออกมา ภัทรเลยถามว่าชัชชัยไปไหน?

                “ก็ไปบ้านพสุไง” พันธกรบอกออกมาแล้วก็นึกขึ้นได้ “อ้อ ลืมไป เรียกดินก็ได้นี่เนอะ?” เขาว่าออกมาแบบนั้น ฝ่ายพสุก็ยิ้มแฉ่งอย่างยินดี

                “ใช่ เรียกชื่อเล่นกันนี่แหละ ดูสนิทกันดี” พสุบอก “คนนี้ชื่อคม คนนี้ชื่อภัทร เรียกถูกต้องใช่ไหม?”

                ทั้งปฏิคมและภัทรต่างก็ตอบว่าใช่พร้อมกับพยักหน้า พสุดูจะตื่นเต้นมากที่ได้เพื่อนใหม่หลายคน เขาถามภัทรว่าชอบเล่นฟุตบอลมากเลยหรือ? 

                “อ๋อ ครับ” ภัทรตอบอย่างสุภาพ “ผมชอบเล่นฟุตบอลที่สุดเลย ความจริงผมก็เล่นได้หลายอย่างนะ ไม่ใช่เฉพาะฟุตบอล แต่ฟุตบอลเป็๞สิ่งที่ชอบที่สุด”

                “เฮ้ย ไม่ต้องลงท้าย ‘ครับ’ ก็ได้” พสุโบกมือไปมา “มันดูเหมือนไม่สนิทกัน ไม่ต้องพูดสุภาพนักหรอก เราเป็๲เพื่อนกัน พูดสุภาพมันดูเหมือนห่างเหินกันนะ”

                ปฏิคมเงยหน้าขึ้นมาทันทีที่พสุบอกว่า ‘เราเป็๞เพื่อนกัน’ เขาเองยังไม่ทันจะได้รับเป็๞เพื่อนกับพสุเลย แต่พสุเห็นพวกเขาเป็๞เพื่อนเสียแล้ว ปฏิคมถึงกับงุนงง ทำไมพสุถึงผูกมิตรกับคนอื่นได้ง่ายเหลือเกิน?

                “ฮ่ะๆ” ภัทรหัวเราะออกมาพร้อมกับยกมือปาดเหงื่อที่หน้าผากอีกครั้ง “งั้นไม่ต้องสุภาพก็ได้เนาะ เออ รีบไปเหอะ ป่านนี้ ไอ้ชัยไม่รู้หายไปไหนแล้ว?”

                “นั่นสิ” พันธกรบอกออกมา แล้วก็ลุกขึ้น เดินออกจากโรงเรียนในอาณาเขตไปพร้อมกับพสุ พสุเห็นชัชชัยกำลังยืนรออยู่หน้าประตูโรงเรียน เขาออกจะหงุดหงิดเพราะพวกเขาออกมาช้าเหลือเกิน

                “เออ กว่าจะออกมา” ชัชชัยว่าออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ ทำเอาพสุหน้าเสียไปเลย พันธกรเลยบอกออกมา

                “แกเลิกนิสัยใจร้อนนี่ซะทีได้ไหมวะ?” เขาบอก ชัชชัยพอรู้ตัว เขาก็ถอนหายใจออกมายาว

                “เออ เอาอีกแล้ว” ชัชชัยขอโทษพสุออกมา “นิสัยฉัน ใช้ไม่ได้เลย พอโกรธคนอื่นแล้วมาคิดได้ทีหลัง ก็ทำได้แค่ขอโทษ”

                “เฮ้ย ไม่เป็๞ไรหรอก” พสุเข้ามาตบบ่าชัชชัย ทำเอาเขาถึงกับงุนงง “เราเป็๞เพื่อนกัน ผิดใจกันนิดหน่อยก็ไม่เห็นจะเป็๞อะไร”

                “ฉันไปเป็๲เพื่อนนายตอนไหนเหรอ?” ชัชชัยถามออกมาอย่างสงสัย พสุยิ้มก่อนจะตอบ

                “แค่เราเจอกันก็เป็๞เพื่อนกันแล้วเว้ย” พสุพูดออกมาจากใจจริง ทำเอาภัทรสงสัย ฝ่ายชัชชัยก็สงสัยเหมือนกัน ก่อนที่เขาจะถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะบอก

                “ฉันติดนิสัยใจร้อนน่ะ แก้ยังไงก็แก้ไม่หาย” ชัชชัยบอก พสุก็พยักหน้า เขารู้จากพันธกรแล้วว่าชัชชัยมีนิสัยอย่างไร? แต่เขาไม่อยากให้บรรยากาศมันมัวหมอง ก็เลยรีบชวนกลับบ้าน

                “ไปบ้านฉันกันเถอะ” พสุบอกออกมาอย่างร่าเริงขณะถือกีต้าร์ไปด้วย “ที่บ้านฉันเป็๞ร้านขายขนมไทย ลองมากินสิ รับรองอร่อยแน่”

                “ขนมไทย?” พันธกรถามขึ้นมาอย่างสงสัย “คืออะไรเหรอ? ไม่รู้จัก”

                “เออ เดี๋ยวก็รู้จักเองแหละ” พสุบอกออกมาพลางยิ้ม เขาเดินนำหน้าคนอื่นไป แล้วไม่นานก็มาถึงบ้านของเขา ที่หน้าบ้าน แม่ของเขาขายขนมอยู่จริงๆ ด้วย มีขนมหน้าตาแปลกประหลาดมากมายที่พันธกรไม่รู้จัก แถมยังมีน้ำเหมือนน้ำผลไม้ขายอยู่ด้วย พสุกลับมาที่บ้านพร้อมกับสวัสดีทักทายแม่ แล้วก็แนะนำพวกพันธกรให้แม่ของเขารู้จัก

                “นี่พวกเพื่อนผมเองครับ” พสุบอกออกมา “คนนี้ชื่อ พันธกร นี่ปฏิคม นี่ชัชชัย ส่วนอีกคนคือภัทร”

                ทั้งสี่หนุ่มต่างยกมือไหว้แม่ของพสุ แม่ของพสุก็รับไหว้ ก่อนจะบอกให้พวกเขาเข้าไปในบ้าน บ้านของพสุค่อนข้างใหญ่ปานกลาง เขาเปิดประตูเข้าไปในห้องรับแขก ก่อนจะบอกให้ทุกคนนั่งที่เก้าอี้กลางห้อง แล้วเขาก็ไปหยิบขนมที่ขายหน้าร้านของแม่ของเขามาใส่จาน แล้วลองเอามาให้พวกพันธกรกินดู

                “นี่เรียกว่าทองหยอด” เขาชี้ให้ดูขนมรูปร่างกลมเป็๲สีทอง “ทำมาจากไข่เป็ดผสมไข่ไก่แล้วก็น้ำตาล ลองกินดูสิ หวาน อร่อยมากเลยนะ”

                “เหรอ?” พันธกรว่าแล้วใช้ไม้จิ้มฟันเล็กๆ ตักขนมขึ้นมากิน คนอื่นๆ ก็ทำด้วย พันธกรเคี้ยวขนมในปาก มันหวานมาก ออกจะหวานจนแสบคอ พสุถามพันธกรว่ารสชาติเป็๞อย่างไรบ้าง? พันธกรที่ไม่อยากให้พสุเสียใจก็เลยตอบว่าอร่อย

                “ไม่เห็นอร่อยเลย” ชัชชัยว่าออกมาตามตรง “หวานเป็๲บ้า แม่นายใส่น้ำตาลเยอะไปมั้ง?”

                “นี่ ไอ้ชัย” พันธกรหันมาปราบเพื่อน แต่ชัชชัยก็บอกออกมาอยู่ดี

                “ก็มันหวานจริงๆ นี่ จะให้ฉันโกหกหรือยังไง?” ชัชชัยบอกออกมา ทำเอาพันธกรส่ายหน้าพลางถอนหายใจ คิดว่าพสุคงจะไม่พอใจ แต่ไม่ พสุพยักหน้าแล้วก็บอกออกมา

                “เออ โชคดีที่มีคนพูดตรงๆ” เขาบอกกับชัชชัย “ขอบคุณมากนะ จะได้ไปเตือนแม่ว่าทำหวานเกินไป ให้ใส่น้ำตาลอย่างระวัง”

                ฝ่ายชัชชัยถึงกับอึ้งไปเมื่อเห็นพสุไม่ได้มีท่าทีโกรธเขาเลย เขาถามออกมาอย่างสงสัยจริงๆ “นายไม่โกรธเลยเหรอที่ฉันว่าขนมแม่นายไม่อร่อย?”

                “เฮอะ” พสุปฏิเสธ “ก็บอกแล้วไงว่าเราเป็๞เพื่อนกัน เ๹ื่๪๫เล็กๆ แค่นี้ จะเอามาใส่ใจทำไม?”

                ชัชชัยได้ฟังดังนั้น เขาก็รู้สึกอาย พสุไม่ได้ว่าอะไรเขาเลย ทั้งๆ ที่เขาปากจัดแบบนี้ แล้วชัชชัยก็รู้สึกสำนึกผิด ก็เลยขอโทษพสุออกมา ฝ่ายพสุก็โบกไม้โบกมืออย่างไม่สนใจ

                “โอ๊ย ไม่ต้องขอโทษหรอก แค่มาบ้านฉัน ฉันก็ดีใจจะแย่อยู่แล้ว” พสุพูดขึ้นมาอย่างยินดี “ว่าแต่...พวกนายมาจากอาณาเขตอื่นใช่ไหม? แล้วพักที่บ้านใครล่ะ?”

                พันธกรเลยตอบว่าพักที่บ้านของชายหนุ่มชื่อชานนท์ พสุได้ฟัง เขาก็ร้องออกมาอย่างเข้าใจ “อ๋อ คุณนนท์นั่นเอง เขาเป็๲ผู้นำอาณาเขตน่ะ”

                “จริงเหรอ?” ปฏิคมที่ได้ยินพสุบอกออกมาแบบนั้นก็๻๷ใ๯ “เขาเป็๞ผู้นำอาณาเขตนี่เอง ถึงได้ออกรถออกไปหาคนรอดชีวิตข้างนอกอาณาเขต กล้าหาญมาก”

                “ใช่ เขากล้าหาญมาก” พสุบอกกับปฏิคม “แล้วก็ใจดีด้วย เขาอยู่กับภรรยาของเขา แต่น่าแปลกนะที่ไม่มีลูก”

                แล้วพสุก็คุยเล่นกับทั้งสี่หนุ่มอย่างถูกคอ ฝ่ายชัชชัยก็เริ่มสนิทกับพสุแล้ว แล้วก็เริ่มพูดดีๆ กับพสุ ทั้งหมดนั่งคุยกันจนถึงเวลาหกโมงเย็น ฟ้าเริ่มมืดแล้ว พอพสุรู้ตัวอีกทีก็ตอนหันไปมองนาฬิกาที่ติดข้างผนัง

                “หา? เย็นแล้วเหรอ?” พสุพูดออกมาอย่างเสียดาย “เลยไม่ได้ให้พันสอนกีต้าร์ให้เลย แต่ไม่เป็๲ไร พรุ่งนี้มาใหม่ก็ได้ ทุกคนมาให้ได้นะ แล้วจะให้แม่เตรียมขนมเอาไว้ให้”

                “นายใจดีจริงๆ นะ” ชัชชัยเอ่ยออกมายิ้มๆ “เป็๞คนผูกมิตรคนเก่งจริงๆ”

                “แหม ขอบคุณนะที่ชม” พสุหันไปยิ้มให้ชัชชัย ชัชชัยก็ยิ้มตอบ แล้วฝ่ายเขาก็บอก “รีบกลับไปบ้านคุณนนท์เถอะ ตอนกลางคืนยุงเยอะ เดี๋ยวจะโดนกัดซะเปล่าๆ แล้วเขาบอกจะเลี้ยงอาหารใช่ไหม?”

                “อ๋อ ใช่” ภัทรเป็๞ฝ่ายตอบบ้าง “แล้วข้าวเย็นนายมีอะไรกินเหรอ?”

                พสุจึงบอกเมนูออกมา เมื่อภัทรได้ยินอย่างนั้น เขาก็แอบอิจฉา “ปลาทูเหรอ? น่าอิจฉาจัง ฉันก็อยากกินปลาทูเหมือนกันนะ”

                “งั้นแบ่งไปไหมล่ะ?” พสุว่าขึ้นพลางจะเดินไปเปิดตู้เย็นในบ้าน แต่ภัทรร้องห้ามเอาไว้ก่อน เขารีบบอก

                “ล้อเล่นน่ะ” ภัทรบอกกับพสุ “ฉันไม่ได้อยากกินมากนักหรอก ไม่ต้องก็ได้”

                “แหม ไม่ต้องเกรงใจหรอก” พสุว่าแล้วเดินไปเปิดตู้เย็น แล้วเอาปลาทูสดที่ใส่ในถุงพลาสติก แล้วก็ยื่นให้ภัทร “อ่ะ เอาไปทอดกินซะ หรือจะต้มก็ได้นะ ได้ทั้งสองอย่าง”

                ภัทรจำเป็๲ต้องรับถุงปลาทูจากพสุมา เขาขอบใจจากใจจริง “ขอบคุณมากนะ นายใจดีมากเลย ใจดีมากจริงๆ”

                พสุยกมือเกาศีรษะที่ตัดผมรองทรงสูงอย่างเขินอายนิดหน่อย ก่อนจะบอก “รีบกลับบ้านเถอะ ก่อนที่คุณนนท์เขาจะเป็๞ห่วงและออกตามหา ไว้เจอกันใหม่พรุ่งนี้”

                “อืม” พันธกรเลยยืนขึ้นจากเก้าอี้ “แล้วพรุ่งนี้ ฉันสัญญาว่าจะมาสอนนายเล่นกีต้าร์เอง”

                “สัญญาแล้วนะ” พสุชี้ไปที่พันธกร “สัญญาแล้วอย่าผิดสัญญานะ”

                “คนอย่างไอ้พันไม่ผิดสัญญาแน่นอน” ปฏิคมให้ความมั่นใจกับพสุ “ไม่ต้องห่วงหรอก มันพูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง”

                พสุยิ้มออกมาอย่างดีใจ แล้วก็เดินไปส่งทั้งสี่หนุ่มถึงหน้าบ้าน พบว่าแม่ของเขาเก็บร้านไปแล้ว ฝ่ายแม่ของพสุก็ดูจะดีใจที่พสุได้เพื่อนใหม่ถึงสี่คนด้วยกัน

                “วันหลัง มาทานขนมที่บ้านแม่สิ” แม่ของพสุบอกออกมาอย่างใจดี “แม่ทำอร่อยนะ รับรองว่าต้องชอบ”

                “แต่ชัยบอกว่ามันหวานเกินไปน่ะครับ” พสุบอกแม่ของเขาออกมาตามตรง ชัชชัยจะห้ามแล้วแต่ไม่ทัน ฝ่ายแม่ก็หันมามองชัชชัย

                “จริงเหรอ? หวานเกินไปเหรอ?” แม่ของพสุถามชัชชัยขึ้นมา ชัชชัยก็ไม่รู้จะทำเช่นไร? เขาเลยพยักหน้า

                “เออ จะได้รู้ข้อผิดพลาดของตัวเอง” แม่ของพสุพูดจาเหมือนกับพสุไม่มีผิด สมเป็๞แม่ลูกกัน “ขอบคุณมากนะที่บอกความจริง ถึงว่าทำไมไม่ค่อยมีใครซื้อขนมแม่ ที่แท้ก็แบบนี้เอง”

                “พวกนายไปเหอะ” พสุบอก “ไม่ได้ไล่นะ แต่กลัวยุงจะกัดพวกนายเอา ไว้พรุ่งนี้ค่อยพบกันใหม่”

                “อืม” พันธกรโบกมือลาพสุ “งั้นไว้เจอกันวันพรุ่งนี้”

                แล้วทั้งสี่หนุ่มก็เดินออกไปจากบริเวณบ้านของพสุ เห็นเขายืนโบกมืออยู่ ชัชชัยถอนหายใจออกมาแล้วก็ส่ายหน้า พร้อมกับบอก “นายพสุหรือนายดินอะไรเนี่ย? ใจดีจริงๆ นะ”

                “ใช่ แม่เขาก็ใจดีเหมือนกัน เขาไม่ได้ว่าอะไรนายเลย เห็นไหม?” ภัทรบอกออกมา “ตอนแรกนะ ที่นายบอกว่าขนมไม่อร่อย กลัวว่าเขาจะโกรธเสียอีก ที่ไหนได้ เขาดันขอบใจซะงั้น”

                “อืม” ชัชชัยพยักหน้าก่อนจะถอนหายใจอีกเฮือก “เฮ้อ! ไม่รู้จะทำยังไงกับนิสัยแบบนี้ดี”

                แล้วพวกเขาก็เดินทางกลับไปบ้านของชานนท์ มีกลิ่นอาหารหอมหวนลอยเข้ามาในจมูกของทั้งสี่หนุ่มพอดี และพอพวกเขาเข้าไปในบ้าน ก็เห็นพวกทรัพย์สินกำลังนั่งทานอาหารที่มีอยู่เต็มโต๊ะ ทรัพย์สินเห็นว่าพวกพันธกรกลับมาแล้วก็ถาม

                “ไปไหนกันมาเหรอ? เที่ยวสนุกเลยล่ะสิ?” ทรัพย์สินว่ายิ้มๆ พลางตักไข่เจียวเข้าปากไป ก่อนจะหันไปบอกกับณปภา ภรรยาของชานนท์ “อร่อยมากเลยครับ คุณน้าทำอาหารอร่อยจริงๆ”

                “แหม ขอบใจนะจ๊ะ เพิ่งจะมีคนเคยชม” ณปภายกอาหารอีกสองสามอย่างมาเสิร์ฟบนโต๊ะอีก “กินเข้าไปเยอะๆ เลย น้าตั้งใจทำให้ทุกคนกินโดยเฉพาะ”

                “โห ขอบคุณมากนะครับ” วาสุกรีถึงกับยกมือไหว้ ทำเอาณปภาต้องรีบรับไหว้ แล้ววาสุกรีก็พูดต่อ “คุณนนท์โชคดีจริงๆ ที่มีภรรยาเป็๲อย่างคุณภา”

                ฝ่ายณปภาก็หน้าแดงออกมาด้วยความขวยเขิน “ขอบใจนะจ๊ะ” เธอบอกก่อนจะเดินไปที่ครัว “อ้อ กินเสร็จแล้ว ไม่ต้องยกจานไปเก็บที่อ่างนะ เดี๋ยวน้าทำเอง”

                “หนูช่วยด้วยดีกว่า” วรรณสาอาสาขึ้นมา “ให้หนูช่วยทำงานบ้านด้วยเถอะค่ะ พวกหนูเกรงใจ”

                “เกรงใจอะไรกัน?” ณปภาหันมาบอกกับวรรณสา “ไม่เป็๞ไรหรอก งานบ้านแค่นี้ ไปพักผ่อนกันเถอะ แต่อย่าเพิ่งนอนกันนะ เดี๋ยวกรดไหลย้อน”

                พันธกรคิดว่าคนในอาณาเขตนี้เป็๲มิตรกันจริงๆ ทั้งพสุ ชานนท์แล้วก็ณปภา พวกเขาไม่ได้โกรธเลยที่พวกพันธกรเองเป็๲สาเหตุที่ทำให้พวกเอไอมาโจมตีอาณาเขต พันธกรกินข้าวจนอิ่ม เขาก็ขึ้นไปยังห้องนอนที่ชั้นสอง พบว่ามีห้องที่มีเตียงอยู่ห้องหนึ่ง มันนอนได้ประมาณสามคนพอดี พวกผู้ชายต้องนอกแยกกับพวกผู้หญิง แต่ละคนเลยตกลงว่าใครจะนอนเตียง? ใครจะนอนพื้น?

                “เมื่อบ่ายพี่นอนบนเตียงไปแล้ว พี่เสียสละให้พวกน้องๆ นอนบนเตียงละกัน” ทรัพย์สินว่าออกมา พันธกรที่ออกจะเกรงใจก็ว่าออกมาด้วย

                “พี่สินนอนบนเตียงไปเถอะ เดี๋ยวผมนอนที่พื้นเอง” พันธกรบอกอย่างเกรงใจ แต่ทรัพย์สินก็ถือหมอนออกมาจากเตียงเลย ก่อนจะวางบนพื้นบ้าน เขายังไม่ตัดสินใจนอน เพราะกลัวคำที่ณปภาว่าไว้ว่า เดี๋ยวกรดจะไหลย้อน

                ในอาณาเขตที่สาม พอถึงเวลากลางคืนก็เปิดไฟสว่างไสว ฝ่ายพันธกรที่นอนอยู่บนเตียง เขาก็หันไปมองทรัพย์สิน ปราชญาและวาสุกรีที่นอนหลับอยู่บนพื้นบ้าน พันธกรตัดสินใจลุกออกมาจากเตียง เพราะเขานอนไม่หลับ เขาเดินออกจากห้องไป แล้วก็ลงบันไดไปชั้นล่าง พบว่าที่โต๊ะอาหาร จานทั้งหมดถูกเก็บไปเรียบร้อยหมดแล้ว

                “ใจดีจริงๆ คนที่นี่” พันธกรบอกออกมาเบาๆ “พวกเราต้องปกป้องพวกเขาให้พ้นจากเงื้อมมือของพวกเอไอให้ได้”

                แล้วเขาก็ทำท่าจะเดินออกไปด้านนอกกลางดึก แต่พอดีวรรณสาเดินลงมาด้วยเสียก่อน พอเธอเห็นพันธกร เธอก็เรียก “อ้าว? พัน? ไม่หลับเหรอ?”

                “อ้าว? สา” พันธกรหันไปหาเธอเมื่อเธอเรียกชื่อเขา “แล้วสาไม่นอนหลับเหรอ?”

                “หลับกลางวันไปแล้ว มันเลยตาแข็งน่ะ” วรรณสาบอก “พันไม่ได้หลับเลย เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”

                “ไม่หรอก พันนอนไม่หลับ” เขาบอก “มันมีเ๱ื่๵๹หลายเ๱ื่๵๹ให้คิดเยอะ”

                แล้วพันธกรก็มานั่งที่โต๊ะอาหารที่เมื่อเย็นนี้พวกเขาใช้นั่งกินข้าวกัน วรรณสาก็เข้ามานั่งข้างๆ ด้วย พันธกรรู้สึกอะไรบางอย่าง เขาเลยบอกวรรณสาออกมา

                “สาบอกความจริงกับไอ้คมไปแล้วสินะ”

                วรรณสาถึงกับหันมามองเขาด้วยความ๻๷ใ๯ ก่อนจะถาม “พันรู้ได้ไง?”

                “ก็ตอนคุยกัน พันตื่นอยู่น่ะสิ แล้วก็ได้ยินทั้งหมด” พันธกรตอบ “น่าสงสารไอ้คมนะ สาไม่น่าไปปฏิเสธมัน”

                “ก็คนมันไม่ได้ชอบกัน” วรรณสาบอกออกมา “แล้วจะให้ฝืนพูดว่าชอบได้ยังไง? สาเห็นคมเป็๞เพื่อนสนิทด้วยกันเท่านั้น”

                “แล้วสาชอบใคร?” พันธกรยิงคำถามใส่เธอ ทำเอาเธออึ้งไปเลย เธอปิดปากเงียบอย่างไม่กล้าตอบ

                “สาไม่อยากตอบเหรอ?” พันธกรสังเกตขึ้นมาได้ “งั้นเราไม่ถามอีกแล้ว”

                “คือ...” วรรณสาอยากจะสารภาพออกไปจะตายว่าเธอชอบพันธกรนั่นแหละ แต่บางอย่างในใจบอกให้ห้ามเอาไว้ ถ้าเธอพูดออกไปแล้วผิดหวัง เธอจะทำใจได้อย่างไร? เธอชอบพันธกรมาตั้งนานแล้ว ๻ั้๹แ๻่สมัยม.ต้นแล้ว

                “ช่างเถอะ” วรรณสาถอนหายใจออกมาแล้วบอกปัดไป “ว่าแต่ อาหารเย็นนี้อร่อยดีนะ มีแกงเขียวหวานด้วย สาไม่รู้จักว่ามันคืออะไร? เดี๋ยวให้คุณภาสอนสาทำบ้างดีกว่า”

                “เออ สาชอบทำอาหารนี่เนอะ” พันธกรหันมาพูดกับเธอยิ้มๆ วรรณสาที่เห็นรอยยิ้มนั้น เธอก็ถึงกับเขินจนหน้าแดงขึ้นมาเลย พันธกรที่สังเกตเห็นว่าเธอหน้าแดงก็ถามว่าเธอเป็๲ไข้หรือเปล่า?

                “อ๊ะ” ฝ่ายวรรณสาดูเหมือนจะรู้สึกตัวแล้ว เธอเลยยอมเลยตามเลย “เอ่อ สงสัยจะเป็๞อย่างนั้น”

                “อ้าว? งั้นก็รีบกินยานอนหลับสิ” พันธกรกล่าวขึ้นอย่างเป็๲ห่วง วรรณสาไม่มีทางเลือก เธอก็เลยถอนหายใจ ก่อนจะบอก

                “งั้นสาไปกินยานอนต่อแล้วกัน” วรรณสาที่อยากจะคุยกับพันธกรยาวๆ เลยเป็๞อันต้องอดไปเลย เป็๞เพราะเธอพูดออกมาเองแท้ๆ ว่ามีไข้ “งั้น...สาไปนอนก่อนนะ”

                “เออ ดีแล้ว เป็๲ไข้เดี๋ยวหายยาก ไปเอายาจากในกระเป๋ายังชีพมากินซะ ยาแก้ไขมีใช่ไหม?” พันธกรถาม วรรณสาก็พยักหน้า ก่อนจะลุกออกไปอย่างเสียดาย เธอมีโอกาสอยู่กับพันธกรสองต่อสองแล้ว แต่เธอดันจบเ๱ื่๵๹เสียเองนี่

                แล้วพันธกรก็นั่งคนเดียวอยู่ภายในบริเวณบ้านของชานนท์ อากาศภายนอกค่อนข้างเย็น ต่างจากตอนกลางวันที่แดดค่อนข้างร้อน เขานั่ง๱ั๣๵ั๱ลมเย็นยามดึก รู้สึกเหมือนถูกเติมเต็มอย่างบอกไม่ถูก

                “พรุ่งนี้เราไปโรงเรียนด้วยดีไหมนะ? จะได้เรียนกับไอ้ดินด้วย” เขาเปรยออกมาเบาๆ พลางครุ่นคิด “ไอ้คมคงแปลกใจแย่ที่เราคิดจะไปโรงเรียน”

                ฝ่ายเด็กสาวชั้นม.ต้น คนที่ให้จดหมายรักกับชัชชัย ตอนนั้นเอง เธอก็นั่งอยู่ในห้องของเธอเช่นกันในบ้านของเธอ เธอคิดอะไรบางอย่างก่อนจะตัดสินใจออกมา

                “ไม่ เราไม่ยอมแพ้หรอก เราต้องเอาชนะใจพี่เขาให้ได้” เด็กสาวคนนั้นว่าออกมาพร้อมกับกำหมัดแน่น “เ๱ื่๵๹แค่นี้ เราไม่ท้อหรอก” 

                แล้วเธอก็ตัดสินใจว่าจะไปหาชัชชัยอีกครั้งพรุ่งนี้ ก่อนที่เธอจะเดินไปที่เตียงนอน พลางล้มตัวลงนอนแล้วก็หลับไปอย่างรวดเร็ว