เช้าวันใหม่หลิวอี้ตื่นจากที่นอนเหมือนทุกวัน แต่ว่าวันนี้ภาพที่เขาพบเจอหาใช่ภาพพ่อของเขากำลังเดินโขยกเขยกเช่นทุกวัน เวลานี้พ่อของเขาเดินเหินไปมาเช่นคนปกติ หนำซ้ำยังคล้ายว่าพ่อของเขาแข็งแรงกว่าแต่ก่อน
“ลูกอี้จงรีบไปล้างหน้าบวนปากแล้วมากินข้าวเช้า” หลิวฟงกล่าวเช่นนี้แบบทุกวัน แต่น้ำเสียงของเขานั้นแตกต่างไปอย่างเห็นได้ชัด มันดูมีพลังและน่าเกรงขามจนหลิวอี้รู้สึกถ้าไม่รีบทำตาม เขาอาจถูกพ่อของเขาลงโทษได้
“ท่านพ่อท่านหายดีแล้วหรือ” หลิวอี้อดไม่ได้ที่จะถามระหว่างมื้อเช้าของทั้ง 2 คน แต่หลิวฟงไม่ตอบกลับดุหลิวอี้แทน
“เวลาเคี้ยวข้าวอยู่ เ้าอย่าพูดจะดีกว่า ไว้เรากินเสร็จพ่อมีเื่จะพูดคุยกับเ้าพอดี”
“ขอรับท่านพ่อ” หลังจากทั้งสองคนกินมื้อเช้าเสร็จ หลิวฟงก็พาหลิวอี้เดินไปยังลานหลังบ้าน พวกเขาพูดคุยเื่ขาของหลิวฟงที่หายดีแล้ว เพราะเม็ดลูกอมผลไม้ ทำให้หลิวอี้ดีใจเป็อย่างมาก
“ลูกอี้นับจากวันนี้ไป พ่อจะสอนวิชาต่าง ๆ ให้กับเ้า จงคำนับข้าเป็อาจารย์ แล้วจงรู้ว่าไว้เมื่อเ้าได้คำนับข้าแล้ว เ้าจะเป็ศิษย์แห่งสำนักอักษรปราชญ์บูรพา” ถึงหลิวอี้ไม่เข้าใจนัก แต่เขาก็เลือกคุกเข่าลงแล้วคำนับหลิวฟงเป็อาจารย์
“ลุกขึ้นลูกอี้ เ้าจงตามพ่อมา”
จากนั้น 2 พ่อลูกได้เดินทางไปยังเมืองฮองซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านหลิวไปทางเหนือ 40 ลี้ เมืองฮองแห่งนี้นับว่าเป็เมืองที่ไม่เล็กและไม่ใหญ่ เพราะมันเป็เมืองทางผ่านที่สามารถเดินทางไปแคว้นตี้และเมืองหลวงของแคว้นฮั่วได้ ่เที่ยงของวัน 2 พ่อลูกแซ่หลิวก็มาถึงเมืองฮอง หลิวฟงเข้าโรงจำนำเพื่อถอนไถ่ของบ้างอย่าง พร้อมกับแลกเปลี่ยนเงินตำลึงทองเล็กน้อยให้เป็เงินตำลึงและอีแปะ ก่อนหลิวฟงจะพาหลิวอี้เข้าโรงเตี๊ยมชื่อดังของเมือง
“ลูกอี้วันนี้เป็วันที่ดี ลูกได้กราบพ่อเป็อาจารย์และเ้าถือว่าเป็ศิษย์ของสำนักอักษรปราชญ์บูรพาแล้ว ดังนั้นมื้อนี้เ้าจงกินให้อิ่มเท่าที่เ้า้า”
ไม่นานอาหารมากมายที่ดูน่ากินก็มาเสริฟบนโต๊ะ ถึงแคว้นนี้จะเกิดภัยแล้ง แต่หากมีเงินมากพออาหารการกินก็ไม่ใช่เื่ลำบากแต่อย่างใด เพราะเหล่าการค้าเหล่านี้ต่างกักตุนข้าวของไว้ขายในราคาที่สูงเกินกว่าชาวบ้านทั่วไปจะซื้อหาได้ หลิวอี้กินข้าวอย่างมีความสุข เพราะเขาไม่เคยกินอาหารที่มากมายเท่านี้มาก่อนั้แ่เขาจำความได้ แต่แล้วหลิวอี้ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงแม่ของตนจนร้องไห้ออกมา
“ลูกอี้ เ้าจงอย่าได้ร้องไห้ ลูกผู้ชายจะต้องไม่เสียน้ำตาง่าย ๆ”
“ขอรับท่านพ่อ ข้าแค่คิดถึงท่านแม่ หากพวกเราได้กินข้าวเช่นวันนี้พร้อมหน้ากันคงดีไม่น้อย” หลิวอี้พูดไปพร้อมกับพยายามสงบอารมณ์อดกลั้นน้ำตาของตัวเอง แต่จนแล้วจนรอดเขาเป็เพียงเด็กเล็ก ไหนเลยจะอดกลั้นอารมณ์ความรู้สึกตนเองไปได้
“เด็กหนอเด็ก…”
หลิวฟงถึงจะเศร้าเสียใจเมื่อหวนนึกตามคำพูดของบุตรชาย แต่เขาก็บรรจงตักคีบอาหารใส่ชามของหลิวอี้ หลังจากมื้ออาหารจบลงหลิวฟงจ่ายเงินและจองห้องพักที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ เพราะว่าธุระของเขายังไม่จบ เขาพาหลิวอี้เข้าร้านนั้นออกร้านนี้ เพื่อสำรวจราคาสิ้นค้าต่าง ๆ เพื่อหาร้านที่ราคาถูกที่สุด พร้อมกับสอนสั่งไปในตัว วันถัดมาหลิวฟงไปยังร้านค้าเป้าหมาย เพื่อซื้อข้าวของมากมายพร้อมกับว่าจ้างผู้คนให้ไปส่งของเหล่านี้ที่หมู่บ้านหลิว หนึ่งในนั้นมีไม้เนื้อดีจำนวนหนึ่ง ่บ่ายของวันพวกเขาและข้าวของมากมายก็มาถึงหมู่บ้านหลิว หลิวฟงจัดแจงแจกจ่ายข้าวสารอาหารแห้งให้กลับญาติพี่น้องและคนรู้จักในหมู่บ้าน มันเพียงพอให้ทุกคนมีกินไป่ระยะเวลาหนึ่ง
จากนั้นหลิวอี้ก็เห็นพ่อของเขาขนไม้เนื้อดีเ่าั้เข้าไปในบ้าน ไม่นานพ่อของเขาก็ลงเมือตัดแต่งแกะสลักไม้เนื้อดีนั้นจนกลายเป็ศาลเ้าไม้ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ พอที่จะให้พ่อของเขาแบกใส่หลังได้ หลิวอี้ที่ยังเป็เด็กอาจจะไม่เข้าใจถึงฝีมือแกะสลักของหลิวฟง แต่สิ่งหนึ่งที่หลิวอี้รู้สึกได้คือ พ่อเขานั้นแกะสลักเสร็จภายใน 3 ชั่วยาม เร็วเสียกว่าลุงหลิวบ้านข้าง ๆ ที่ต่อโต๊ะไม้ไว้ใช้เสียอีก
เช้าวันถัดมาหลิวอี้กับหลิวฟงได้เดินขึ้นเขาเพื่อไปยังต้นไม้ใหญ่ที่หลิวอี้ได้พบเจอกับมหาเทพแห่งมหาสมุทร หลิวฟง้าตั้งศาลสักการะเพื่อแสดงความเคารพต่อมหาเทพท่านนั้น พอตั้งศาลเสร็จก็จุดธูปเทียนกราบไหว้อย่างจริงใจ
“ลูกอี้พวกเรายังพอมีเวลา ในเมื่อเข้าป่ามาแล้ว พ่อจะสอนเ้าเกี่ยวกับสมุนไพร”
หลิวฟงเดินจูงมือลูกชายเข้าป่าลึก จากนั้นสอดส่องมองหาพืชพรรณจำนวนหนึ่ง พร้อมกับบอกชื่อของมันและสรรพคุณของตัวยาและวิธีเก็บเกี่ยวพวกมัน จนเวลาผ่านไปเกือบเย็นสองพ่อลูกแซ่หลิวก็ได้สมุนไพรต่าง ๆ มาเต็มตะกร้า ่เดินเข้าหมู่บ้านทั้งสองได้ยินเสียงชาวบ้านพูดคุยกันผิดแปลกไปจากปกติจึงรีบเดินเข้าไปถามความ ทำให้รู้ว่าบ่อน้ำกลางหมู่บ้านที่แห้งไปนานแล้วนั้น บัดนี้กลับเกิดตาน้ำผุดขึ้นมาใหม่ และยังเอ่อล้นออกมาจนต้องเกณฑ์ผู้คนมาช่วยกันขุดลอกทำแอ่งน้ำไว้ใช้กักเก็บ ถึงทุกคนจะช่วยกันแต่ก็ยากที่จะแล้วเสร็จในวันเดียว พวกเขาทั้งหมู่บ้านช่วยกันถึง 10 วัน จึงขุดลอกทำคูคลองสายเล็กแล้วเสร็จ มันเชื่อมต่อจากบ่อน้ำกลางหมู่บ้านตัดผ่านไปยังแม่น้ำอีกสายที่อยู่หลังหมู่บ้านหลิว ตอนนี้พวกเขาไม่ต้องกังวลแหล่งน้ำอีกต่อไป พวกเขาสามารถเพาะปลูกพืชผักกันได้อีกครั้ง
หลังจากคนทั้งหมู่บ้านช่วยกันขุดลอกคลองน้ำสำเร็จตามตามเป้าหมาย หลิวฟงจึงมีเวลามาสอนสั่งบุตรชายของตน เขาสอนการอ่านการเขียนเป็อย่างแรกและสอนเื่สมุนไพรต่าง ๆ สลับไปมากับวิชาการอื่น ๆ ไม่นานหลิวอี้ก็สามารถอ่านออกเขียนได้ มันสร้างความประหลาดใจให้กับหลิวฟงอย่างมาก เพราะการเรียนรู้ของบุตรชายเขานั้นมันเร็วกว่าคนทั่วไปหลายเท่า จนคืนหนึ่งขณะที่หลิวอี้หลับสนิท หลิวฟงจึงเดินไปยืนข้างบุตรชายของตน เขาขับดันพลังปราณออกมาที่ปลายนิ้วจนปรากฏหยดเืสีแดงเข้ม จากนั้นเขาจึงวาดเขียนอักขระลงบนแขนของหลิวอี้ ไม่นานคาบเืก็จางลงและหายไป พร้อมกับการปรากฏของแสงสว่างนวลตาลอยขึ้นมาเหนือร่างของหลิวอี้ มันเป็กรอบแสงสี่เหลี่ยมที่แสดงข้อความต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับหลิวอี้ หลิวฟงมองดูกรอบแสงนี้ด้วยความสนใจ ก่อนจะผุดยิ้มละไมออกมา
“ท่านมหาเทพคงเอ็นดูบุตรของข้าอย่างมาก ถึงกับมอบทักษะระดับพิเศษให้เขาถึง 8 ทักษะ”
หลิวฟงโบกกรอบแสงนั้นทิ้งจนมันจางหายไป เช้าวันรุ่งขึ้นหลิวฟงจึงบอกกับหลิวอี้ว่าตัวเขานั้นได้รับพรวิเศษจากมหาเทพแห่งมหาสมุทรมา ทำให้เขามีทักษะพิเศษถึง 8 ทักษะอันประกอบด้วย
- ออร่าเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ มันจะทำให้รอบตัวหลิวอี้ในรัศมี 20 ลี้ มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งพืชพรรณและแห่งน้ำ ตลอดจนทรัพยากรณ์ต่าง ๆ เพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วยังสามารถเร่งการเจริญเติบโตของพืชพรรณและผลผลิตจากปศุสัตว์ได้เร็วขึ้น
- พรแห่งปัญญา มันทำให้หลิวอี้เรียนรู้วิชาต่าง ๆ ได้ดีกว่าคนทั่วไปถึง 10 เท่า และยังเพิ่มค่าความฉลาดให้หลิวอี้อีกด้วย ซึ่งจุดนี่เองที่ทำให้หลิวฟงสังเกตุเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวบุตรของเขา จึงต้องแอบตรวจสอบค่าสถานะของบุตรชายตัวเองด้วยวิชาลับ
- พรแห่งการฟื้นฟู มันทำให้หลิวอี้รักษาตัวเองทันทีที่ได้รับาเ็ แต่หากเขาาเ็จนเกือบถึงชีวิตพรข้อนี้จะทำให้หลิวอี้เป็ะ่ระยะเวลาหนึ่งถึง 240 ลมหายใจ(12นาที) เพื่อที่จะทำการรักษาตัวเองให้กลับมาปกติ
- พรแห่งความแข็งแกร่ง มันทำให้หลิวอี้แข็งแรงไม่เจ็บป่วยด้วยโรคภัยต่าง ๆ และต้านทานความผิดปกติทุกชนิด
- พรแห่งพิษ หลิวอี้จะไม่ถูกพิษหรือติดพิษทุกชนิด
- พรแห่งการป้องกัน ร่างกายของหลิวอี้จะแข็งแกร่งกว่าเดิม 2 เท่า หากหลิวอี้้ถูกรอบทำร้ายหรือถูกรอบโจมตี พรข้อนี้จะสร้างพลังป้องกันขึ้นมาเองอย่างสมบูรณ์เป็ระยะเวลา 5 ลมหายใจ และป้องกันการโจมตีทุกรูปแบบ
- พรแห่งลมปราณ พลังแก่นปราณของหลิวอี้จะเพิ่มขึ้นอีก 5 เท่า แต่พรข้อนี้จะทำให้หลิวอี้ฝึกฝนปราณได้ช้าลงกว่าคนทั่วไป
- วิชาตัวเบาแสงดาวตก เพียงหลิวอี้รู้จักควบคุมลมปราณก็สามารถใช้ออกด้วยทักษะวิชาตัวเบาได้ทันทีตามแต่ใจ้า
หลิวอี้ได้ฟังพ่อของตนบอกกล่าวถึงความสามารถที่เขาได้รับมา มันทำให้หลิวอี้ดีใจอย่างมาก แต่พ่อของเขาก็เตือนสติทันทีว่า
“พลังของลูกอี้นั้นเปรียบได้ดังเทพเซียน แต่เ้าจงอย่าได้ใช้พลังเหล่านี้เบียดเบียนผู้คน หรือใช้ทำร้ายผู้ใดโดยหวังผลประโยชน์เด็ดขาด ศิษย์สำนักอักษรปราชญ์บูรพาจะต้องประพฤติตนให้อยู่ในศีลธรรมอันดีงาม เ้าจงจำไว้ให้ดี”
“ข้าเข้าใจแล้วท่านพ่อ” หลิวอี้รับคำด้วยความตั้งใจ
“เอาละในเมื่อเ้ามีทักษะยุทธวิชาตัวเบา พ่อจะสอนเ้าบ่มเพาะลมปราณ และการควบคุมพวกมัน”
จากนั้นหลิวฟงจึงสอนสั่งหลิวอี้ถึงหลักวิถีแห่งผู้ฝึกตนการบ่มเพาะพลังปราณ ทำให้หลิวอี้เข้าใจถึงการใช้พลังภายใน จนเขาสามารถใช้ออกด้วยวิชาเทพ์ วิชาตัวเบาแสงดาวตก มันทำให้หลิวอี้เคลื่อนที่ว่องไวราวกับมีสายลมหนุนนำส่งเสริม โดยไม่สิ้นเปลืองพลังลมปราณ
5 ปีผ่านไป…
หลิวอี้ในวัย 12 ปีกำลังะโเคลื่อนไหวราวสายลมผ่านยอดไม้น้อยใหญ่ ทุกกิ่งก้านใบขยับแผวเบาดังสายผมพัดโบก จากยอดเขาหนึ่งไปสู่ยอดเขาหนึ่งราวสายลมพัดผ่าน หากใครพบเห็นคงคิดว่าเขาคือเทพเซียนที่เหาะเหินเดินอากาศ เพราะมันคงไม่มีใครที่ไหนจะสามารถะโจากยอดเขาสู่อีกยอดเขาได้เช่นหลิวอี้ บนแผ่นหลังของเขาแบกตะกร้าสานอย่างดีที่ภายในบรรจุด้วยสมุนไพรหลากหลายชนิด แต่ถึงอย่างนั้นมันถูกห่อด้วยผืนผ้าเนื้อละเอียดที่เป็สมบัติวิเศษของเขาอีกชิ้นหนึ่ง ซึ่งมันจะช่วยถนอมสมุนไพรต่าง ๆ และยังลดน้ำหนักให้เขาได้แบกพวกมันอย่างเบาสบาย
วันนี้เป็วันครบรอบ 5 ปี ที่เขาได้พบเจอกับมหาเทพแห่งมหาสมุทร ในครั้งนั้นเขายังเยาวัยเกินกว่าจะเข้าใจสิ่งต่าง ๆ จึงไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาได้พบเจอนั้นหาใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะได้พบเจอ สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเขาและครอบครัวสมควรเรียกว่าปาฏิหาริย์ ซึ่งถือว่าเป็โชควาสนาโดยแท้จริงของพวกเขา หลิวอี้ทะยานตัวจากยอดไม้ต้นหนึ่งลงสู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ที่มีศาลไม้แกะสลักวิจิตรงดงามยากที่ใครจะได้พบเห็น เขาคุกเข่าคำนับศาลเ้าพร้อมนำเผือกต้มใส่ชามมาถวายที่ศาลแห่งนี้ เพื่อสักการะมหาเทพแห่งมหาสมุทร ถึงเขาไม่แน่ใจว่าการที่เขาพูดคุยผ่านศาลเ้าเช่นนี้ มหาเทพคนนั้นจะรับรู้หรือไม่ แต่เขาก็ยังคงพูดและเล่าเื่ราวต่าง ๆ ตลอด 1 ปีที่เขาได้พบเจอให้ศาลเ้าฟังเหมือนเช่นทุกปี เพราะในใจลึก ๆ ของหลิวอี้แค่หวังจะได้พบเจอพี่ชายใจดีเช่นครั้งนั้นอีกครั้ง เขาเพียง้าพูดคำขอบคุณต่อหน้าพี่ชายผู้นั้น เพราะครั้งก่อนเขาไม่ได้พูดออกไป เขาอยากขอบคุณกับทุกสิ่งและทุกอย่างที่เขาได้รับมา แต่ในระหว่างที่หลิวอี้กำลังนั่งมองศาลเ้าอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงคนเดินใกล้เข้ามา
“อาจารย์ตรงนั้นมีคนอยู่ พวกเราควรไปถามทางจากเขานะ” เด็กหนุ่มที่อายุดูแล้วพอ ๆ กับหลิวอี้ได้วิ่งเข้ามาที่ร่มไม้ใหญ่ พร้อมกับทักทายหลิวอี้ออกไป
“น้องชาย ข้าขอรบกวนเ้าสักเรือง ทางไปยังเมืองฮองต้องไปยังทิศใด”
“พี่ชายคงมาจากต่างถิ่น เมืองฮองนั้นอยู่ไม่ไกล ท่านไปทางทิศนี้จะลงเขา เมื่อพบทางแยกจงเลี้ยวขวา แล้วเดินไปอีกราว 40 ลี้ ท่านจะพบเจอเมืองฮอง”
“ขอบคุณเ้ามาก น้องชาย” เด็กหนุ่มหันไปยืนรออาจารย์ของตนที่กำลังเข้ามา
“อาจารย์ข้าทราบเส้นทางแล้ว พวกเราไปกันเถอะ”
“ช้าก่อนลูกเทียน” อาจารย์ของเด็กหนุ่มกล่าวกับศิษย์ของตน พร้อมกับหันไปพูดคุยกับหลิวอี้
“คุณชายน้อย ท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าศาลหลังนี้คือศาลเ้าอะไร ข้าไม่คิดว่าจะพบเจองานแกะสลักที่วิจิตรงดงามในเขตห่างไกลตัวเมืองเช่นนี้”
“เรียนท่านผู้าุโ ศาลเ้าหลังนี้เป็ศาลเ้าที่บิดาของข้าสร้างขึ้นมา เพื่อสักการะมหาเทพแห่งมหาสมุทรขอรับ” หลิวอี้ตอบกลับไปตามตรง
“ประเสริฐยิ่งนัก ทั้งตัวศาลเ้าทำมาจากไม้เนื้อดีและงานแกะสลักจากช่างยอดฝีมือ ที่ยิ่งน่าใคือ ข้าไม่คิดว่าที่อันห่างไกลเช่นนี้ ยังมีผู้คนเคารพมหาเทพอยู่เช่นกัน แตกต่างจากหมู่บ้านก่อนหน้าที่ผู้คนนับถือเพียงภูติผี” ผู้าุโพูดไปพร้อมกับลูบหนวดเคราของตัวเองอย่างนึกชื่นชม
“ข้าขอถามชื่อแซ่ของคุณชายและบิดาได้หรือไม่” ผู้าุโยังคงถามต่อด้วยความใคร่รู้
“ผู้น้อยแซ่หลิว นามอี้ ส่วนบิดาคือหลิวฟง ขอรับ”
“อืม ถึงชื่อบิดาของคุณชายข้าจะไม่เคยผ่านหูมาก่อน อ่าจริงสิ จะว่าไปแถวนี้อยู่ในเขตของหมู่บ้านหลิวหรือนี่ ข้าไม่ได้ผ่านมาทางนี้นานเกือบ 20 ปี หมู่บ้านของคุณชายยังอยู่ดีหรือไม่”
“เรียนผู้าุโ หมู่บ้านหลิวยังคงตั้งอยู่ที่เดิมขอรับ” หลิวอี้ตอบไปตามตรง แต่ในตอนนั้นเองเด็กหนุ่มอีกคนก็พูดขึ้นมา
“อาจารย์พวกเรารีบไปกันเถอะ ข้าอยากนอนพักบนเตียงแล้ว แถมพวกเรายังต้องเดินไกลอีก 40 ลี้ คงมืดค่ำก่อนกันพอดี” ไม่พูดเปล่าเด็กหนุ่มผู้นี้ เท้าบอนเตะเศษหินเล่น จนมันกระเด็นไปชนตะกร้าสมุนไพรของหลิวอี้ล้มลง
“น้องชายข้าขอโทษ” เด็กหนุ่มจึงรีบเดินไปจับตะกร้าสานตั้งขึ้นมา และพบว่าภายในนั้นเต็มไปด้วยสมุนไพร
“ท่านอาจารย์ น้องชายท่านนี้แบกตะกร้าที่เต็มไปด้วยสมุนไพรหายาก” เด็กหนุ่มร้องออกมาด้วยความใ
“จริงรึ คุณชายน้อยถ้าไม่เป็การรบกวน ข้าขอดูสมุนไพรในตะกร้าของเ้าได้หรือไม่”
“เชิญขอรับ…” หลิวอี้ยกตะกร้าไปยังฐานหินใต้ต้นไม้ก่อนจะนำห่อผ้าออกมาเผยให้เห็นสมุนไพรจำนวนมาก
“นี่มัน! โสมดำ ก้านเล็บั หญ้าลิ้นกิเลน ดอกพยัคฆ์ขาว ใบชาสิบมธุรส รากปราณพิภพ ทุกอย่างหายากอย่างมาก คุณชายน้อยพอจะขายพวกมันให้ข้าได้หรือไม่” ผู้าุโทดลองถามออกไป
“เรียนผู้าุโ สนุมไพรพวกนี้ ท่านพ่อของข้าให้ออกมาตามหาเพื่อนำไปเพาะพันธุ์ และบางส่วนเพื่อให้ข้าใช้ฝึกปรุงยา ข้าจึงมีไม่มากพอที่จะแบ่งขายให้ท่านได้” หลิวอี้นั้นเขาไม่คิดจะขายของเหล่านี้จึงพูดออกไปตามตรง
“น่าเสียดาย แต่ไม่เป็ไร คุณชายหมู่บ้านหลิวมีโรงเตี๊ยมหรือไม่ ข้าจะได้อยู่แถวนี้ต่อ เพื่อออกตามหาสมุนไพรหายาก” ผู้าุโถาม
“ท่านผู้าุโหมู่บ้านหลิวที่ผู้น้อยอยู่นั้นเป็เพียงหมู่บ้านขนาดเล็ก จึงไม่มีโรงเตี๊ยมไว้รับแขก แต่ถ้าพวกท่านไม่รังเกียจ พวกท่านสามารถไปพักอาศัยที่บ้านของบิดาผู้น้อยได้ ขอรับ”
“คุณชายน้อยช่างมีน้ำใจประเสร็ฐนัก จริงสิ พวกเราพูดคุยกันมาเสียนาน ข้ากับลืมแนะนำตัวช่างเสียมารยาทนัก ข้าชื่อหยางจง ส่วนนี่ศิษย์ข้าชื่อ หลี่เทียนชื่อ” แล้วทั้งสามคนก็พูดคุยกันไปพร้อมกับที่หลิวอี้นำทางไปยังหมู่บ้านหลิว
โปรดติดตามตอนต่อไป…