หลินอันอยากทำแบบนี้ตั้งนานแล้วแต่เพราะชุดเครื่องแบบที่สวมใส่จึงต้องอดทนไว้ และตอนนี้กู้จวิ้นทำผิดกฎหมายเองเขาก็แค่อยากปรามให้อีกฝ่ายสงบเสงี่ยมเจียมตัวบ้างจะนับว่าเป็การใช้อำนาจในเื่ส่วนตัวได้อย่างไร
หลินอันออกแรงเตะไม่ใช่น้อยๆกู้จวิ้นถึงกับล้มไปกองกับพื้น เพราะอันธพาลอีกสี่คนถูกมัดด้วยเชือกเดียวกันเมื่อเขาล้มลงคนอื่นๆ จึงเสียการทรงตัว และล้มทับเขากันหมดทุกคน
เสียงร้องโหยหวนของกู้จวิ้นดังขึ้นไม่หยุด
หลินอันเองก็นึกไม่ถึงว่าเท้าของเขาจะหนักขนาดนั้นเขาถูปลายจมูกแก้เขินเล็กน้อย
“ถ้าฉันบอกว่าไม่ได้ออกแรงเธอจะเชื่อไหม”
“เชื่อ!” สวีหว่านหนิงพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง “ผู้ชายคนนี้ชอบใช้วิธีสกปรกเพื่อบรรลุเป้าหมายหลังไปถึงโรงพักเขาจะต้องใส่ร้ายคุณแน่ๆ ฉันเชื่อคุณ!”
มุมปากของหลินอันยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
คำว่า ‘ฉันเชื่อคุณ’ ทำให้ใจสั่นยิ่งกว่าถ้อยคำแสนหวานเสียอีก
“เธอกับหยวนจือชิงกลับกันไปก่อนเถอะฉันจะพาพวกเขาไปสถานีตำรวจ”
“เมื่อกี้ขอบคุณเธอมากนะ” สวีหว่านหนิงขอบคุณจากใจจริง
แม้เธอจะไม่จำเป็ต้องขอความช่วยเหลือจากหลินอันเพื่อจัดการกับคนกลุ่มนี้แต่เธอจำเป็ต้องขอบคุณความปรารถนาดีของหยวนซิน
หยวนซินไม่ตอบเธอมองสวีหว่านหนิงอย่างพิจารณาอยู่นาน ก่อนเอ่ยว่า “เธอไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วจริงๆไม่เสียแรงที่ฉันเขียนจดหมายนิรนามไปเรียกพี่หลินกลับมาจากกองทัพ”
สวีหว่านหนิงมองหยวนซินอย่างใ
จดหมายนิรนามเป็ของหยวนซินเื่นี้เธอรู้ดี แต่ทำไมหยวนซินถึงยอมรับอย่างเปิดเผยเช่นนี้?
“ฉันรู้ว่ากู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนอยากให้เธอขายลูกสองคนเพื่อเอาเงินไปให้พวกเขานานแล้วแต่ฉันไม่สนิทกับเธอ ถ้าเตือนเธอ เธอก็คงไม่ฟัง ดังนั้นฉันจึงต้องเรียกพี่หลินกลับมาหวังว่าเขาจะช่วยหยุดยั้งโศกนาฎกรรมครั้งนี้ได้ทัน แต่โชคดีที่เธอไม่โง่ถึงเวลาสำคัญยังแยกแยะได้”
สวีหว่านหนิงสงสัยว่าหยวนซินกำลังหลอกด่าเธอแต่เธอไม่มีหลักฐาน
“่นี้เธอไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วเธอที่เป็แบบนี้น่ารักมาก ขอให้รักษามันไว้ตลอดไปล่ะ”พูดจบหยวนซินก็ตบไหล่สวีหว่านหนิง
เดี๋ยวนะท่าทางสนิทสนมกันแบบนี้ สมควรเกิดขึ้นระหว่างเธอกับหยวนซินงั้นหรือ?
สวีหว่านหนิงรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
เธอเงียบไปนานในที่สุดก็หาคำพูดที่เหมาะสมได้ ก่อนจะถามอย่างระมัดระวังว่า “กับหลินอันเหมือนเธอจะใส่ใจเขาเป็พิเศษ”
“เขาเคยช่วยฉัน” หยวนซินยิ้ม “ตอนฉันเพิ่งมาที่หมู่บ้านต้าเจียงได้ไม่นานฉันตกเป็เป้าของพวกอันธพาลในหมู่บ้าน พวกเขาพยายามจะทำมิดีมิร้ายฉันโชคดีที่พี่หลินมาช่วยทันแล้วจับตัวพวกอันธพาลไว้ได้ถ้าไม่ได้เขาตอนนี้ฉันคงกลายเป็ภรรยาของคนอื่น หรือไม่ก็กลายเป็ศพตัวเย็นชืดไปแล้วละ”
สวีหว่านหนิงไม่เคยรู้เลยว่าระหว่างสองคนนี้เคยผ่านเื่ราวแบบนั้นด้วยกันมาก่อน
“เพราะฉะนั้นฉันจึงหาโอกาสตอบแทนบุญคุณพี่หลินมาตลอดฉันเขียนจดหมายให้เขาสองครั้งแม้สุดท้ายแล้วปัญหาจะคลี่คลายโดยที่ฉันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องมากมาย แต่ฉันก็เขียนจดหมายแจ้งข่าวกับเขาจริงแถมยังทำถึงสองครั้ง!”
หยวนซินย้ำคำว่าสองครั้งสวีหว่านหนิงพยักหน้า “ใช่ๆๆ ฉันดูออกว่าเธอดีกับพี่หลินมาก”
“เพราะฉะนั้นฉันชดใช้บุญคุณของเขาเรียบร้อยแล้วต่อไปพวกเธอสองสามีภรรยาห้ามเอาเื่นี้มากดดันฉันล่ะ!”
หา?
มีบางอย่างทะแม่งๆ
“เธอไม่เคยรู้สึกอะไรกับหลินอันเลยเหรอสักนิดก็ไม่มี?” สวีหว่านหนิงถามหยั่งเชิง
“สวีหว่านหนิงเธอบ้าไปแล้วเหรอ!” หยวนซินคำราม “ฉันยังสาวสะพรั่งแถมยังเป็จือชิง อยากหาคู่ครองแบบไหนก็ได้ สมองของฉันคงเพี้ยนไปแล้วถึงได้คิดแย่งสามีคนอื่นฉันไม่ได้ต่ำทรามขนาดนั้น!”
หยวนซินถลึงตาใส่สวีหว่านหนิง“แต่จะว่าไป พี่หลินเองก็เป็ผู้ชายแสนดีหาตัวจับยากถ้าวันหนึ่งเธอไม่อยากอยู่กินกับเขาแล้ว ฉันก็...”
“เลิกคิดได้เลย!” สวีหว่านหนิงตวัดหางตาใส่หยวนซิน “ฟ้ามืดแล้วฉันจะไปส่งเธอที่หน่วยจือชิง”
หลังกลับมาถึงหน่วยจือชิงหยวนซินก็เล่าสิ่งที่กู้จวิ้นและหลี่เชี่ยนเชี่ยนทำให้คนอื่นฟังพร้อมเน้นย้ำว่าพวกเขาถูกหลินอันควบคุมตัวไปยังสถานีตำรวจแล้ว
สองคนนั้นกระทำผิดอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งที่เธอทำจึงถือเป็การตักเตือนคนอื่นไปในตัว
เมื่อสวีหว่านหนิงกลับมาถึงบ้านตระกูลหลินเยาเม่ยวิ่งมากอดต้นขาเธอ
เยาเม่ยเงยศีรษะมองสวีหว่านหนิงดวงตาใสกระจ่างดั่งลูกกวางคู่นั้นคลอไปด้วยหยดน้ำ
“แม่จ๋าแม่ไม่เป็อะไรใช่ไหมจ๊ะ”
สวีหว่านหนิงโน้มตัวลงเพื่ออุ้มเยาเม่ยเธอใช้นิ้วเช็ดหยดน้ำที่ไหลซึมจากดวงตาของเด็กหญิงอย่างเบามือพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“แม่ไม่เป็อะไรไม่ต้องห่วงนะลูก”
“จ้ะ!”เยาเม่ยพยักหน้าหงึกหงัก จากนั้นจึงใช้แขนเล็กสองข้างโอบรอบคอสวีหว่านหนิงพลางซุกศีรษะกับหัวไหล่ของเธอ แล้วเอ่ยด้วยเสียงน่ารักว่า “คุณแม่เก่งที่สุดเลย”
“ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว” แม่หลินลากเท้าขวาที่อ่อนแรงเดินออกมายืนพิงกรอบประตูเธอยกมือทาบอกอย่างโล่งใจ “อันจื่อล่ะ”
“เขาพาคนพวกนั้นไปสถานีตำรวจแล้วค่ะแม่น่าจะกลับมาช้าหน่อย”
ได้ยินดังนั้นแม่หลินก็ไม่ได้ถามอะไรอีกเธอหันหลังเดินเข้าไปในครัว
“แม่ต้มน้ำร้อนเอาไว้ล้างเท้าขจัดความอัปมงคลสักหน่อยนะ”
สวีหว่านหนิงอุ้มเยาเม่ยเข้าไปในบ้านก่อนจะเห็นต้าชุนนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น
เมื่อเห็นสวีหว่านหนิงเดินเข้ามาในที่สุดต้าชุนก็สะกดกลั้นอารมณ์ไม่ไหว เด็กชายะเิเสียงร้องไห้โฮ
ต้าชุนไม่ชอบแสดงออกไม่กล้ายิ้ม ไม่กล้าร้องไห้เสียงดัง แต่ตอนนี้เขากลับแผดเสียงร้องไห้ด้วยความโศกเศร้าทำเอาสวีหว่านหนิงร้อนใจตามไปด้วย
เธอรีบวางตัวเยาเม่ยลงกับพื้นแล้วเดินไปประคองตัวต้าชุนให้ลุกขึ้น
“เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงร้องไห้หนักขนาดนี้ลูก”
“แม่ผมผิดต่อแม่!” ต้าชุนตัวสั่นพลางสะอึกสะอื้นเด็กชายร้องไห้จนขี้มูกโป่งจนเห็นเป็ฟองอากาศ ทั้งตลกและน่ารัก
“มาไหนบอกแม่สิว่าเกิดอะไรขึ้น”
ต้าชุนอธิบายอย่างติดๆขัดๆ
“แม่ผมไม่ควรสงสัยแม่ คุณย่าพูดถูก แม่ดีกับผมและเยาเม่ยขนาดนี้ผมเป็ลูกชายของแม่แท้ๆ ทำไมถึงสงสัยในตัวแม่เสียได้ แม่ครับ แม่อย่าโกรธผมได้ไหมต่อไปไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมจะเชื่อแม่”
“เด็กโง่” สวีหว่านหนิงไม่รู้จะยิ้มหรือร้องไห้ดี เธอขยี้ผมต้าชุนจนยุ่งเหยิง
“แม่ไม่โกรธลูกหรอกเมื่อก่อนแม่เคยทำผิดจริง ถึงได้สร้างาแในใจให้กับลูกและเยาเม่ยลูกจะสงสัยแม่ก็ไม่แปลก แต่ว่าต้าชุน เยาเม่ยก็ด้วย แม่อยากให้พวกลูกสองคนรู้ว่าตอนนี้แม่ไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว แม่จะรักพวกลูกอย่างดีจะไม่เกิดเื่เหมือนเมื่อก่อนอย่างแน่นอน”
คำพูดที่ฟังแล้วดูเรียบง่ายแต่สวีหว่านหนิงกลับพูดออกมาด้วยความตั้งใจจริง
เธอไม่โกรธที่ต้าชุนสงสัยในตัวเธอแม้แต่น้อยการกระทำของร่างเดิมตลอดหลายปีที่ผ่านมาสร้างาแในจิตใจให้กับเด็กน้อยคนนี้จึงไม่แปลกหากเขาจะเคลือบแคลงใจ
แต่ในเมื่อเธอคือคนที่จะต้องเลี้ยงดูเด็กสองคนจนเติบใหญ่คำพูดบางอย่างจึงสมควรคุยกันอย่างเปิดอก