บทที่5
หลินเยว่หว่านกับฝักบัวเ้าปัญหา(1)
“ยกคาเคามาให้ข้าหน่อย”
คำพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังบวกกับั์ตาสุกสกาวเป็ประกายของสหายใหม่ตรงหน้าทำให้เนี่ยจินเจียกะพริบตาถี่ปริบๆอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าใดนัก “เ้าว่าอันใดนะ... คาเคา?”
“ใช่แล้ว”หลินเยว่หว่านพยักหน้าหงึก “ข้าอยากทานของหวานมากเลยในตอนนี้เ้าทราบหรือไม่ว่าที่จวนหลินท่านพ่อท่านแม่ของข้าสั่งห้ามให้ข้าทานของหวานเกินวันละหนึ่งครั้งพวกเขาบอกว่าข้าจะอ้วน!”
“...”
“ข้ามิเห็นเข้าใจเลยข้ายังเป็เพียงเด็กน้อยผู้หนึ่ง ยัง้าสารอาหารอีกตั้งมาก อีกอย่างเป็เด็กอ้วนแล้วไม่น่ารักตรงไหนกัน!”
หลินเยว่หว่านใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างดันแก้มก้มขาวเนียนของตนขึ้นมาพลางทำปากจู๋ให้เนี่ยจินเจียดูอีกฝ่ายหัวเราะคิกคักเบาๆ แล้วสั่งให้หญิงรับใช้ไปยกคาเคาจากครัวมาตามที่นางขอ
เท้าความไปเมื่อไม่กี่วันก่อนตอนที่องค์รัชทายาทเสด็จไปหาหลินเยว่หว่านที่จวนนั่นเป็ครั้งแรกในชีวิตนี้ที่นางได้ลิ้มรสคาเคาสืบเนื่องมาจากมารดาของนางเห็นว่าฟันของนางยังมิเหมาะแก่การทานของหวานประเภทนี้แต่พอนางได้รับคาเคาพระราชทาน(?) จากองค์รัชทายาทกลับกลายเป็ว่าดรุณีน้อยจิตสิบเจ็ดหนาวผู้นี้กลับติดงอมแงมจนหลินจินอิ๋งและหลินไฮ่ผิงต้องสั่งห้ามมิให้ผู้ใดยกคาเคาให้คุณหนูน้อยอีกหากพวกเขามิอนุญาต
และส่วนหนึ่งในตอนนี้พวกเขาก็ตระหนักกันได้แล้วว่าแม้บุตรีของพวกตนจะยังอายุน้อยเพียงใด ก็มิควรกินให้อ้วนมากเพราะอาจจะไม่ต้องตาองค์รัชทายาทเอาได้!
(และเชื่อหรือไม่หากหลินเยว่หว่านทราบว่าองค์รัชทายาทมิโปรดเด็กอ้วนนางจะขุนตนให้กลายเป็หมูทันที!)
ผ่านไปไม่นานหญิงรับใช้จวนเนี่ยก็ยกคาเคามาให้คุณหนูน้อยทั้งสองหลินเยว่หว่านโยนคาเคาเข้าปากอย่างอารมณ์ดีประหนึ่งไม่ได้พบเจอกับของหวานมาเป็ภพชาติส่วนเนี่ยจินเจียนั้นไม่นิยมชมชอบของหวานอยู่แล้วจึงยกส่วนของตนให้อีกฝ่ายไปทั้งหมดแล้วเลือกที่จะนั่งดื่มชาดูการกระทำนั้นเงียบๆแทน แม้ในใจนางจะมีเื่มากมายอยากถามคนตรงหน้าทว่าเนี่ยจินเจียกลับเลือกที่จะเงียบและใช้วิธีแบบค่อยเป็ค่อยไปหลังจากนี้นางและหลินเยว่หว่านยังมีเวลาที่จะอยู่ด้วยกันอีกมาก
จวบจนยามเซิน(15.00-16.59) สองพ่อลูกตระกูลหลินก็ขอเดินทางกลับจวนทั้งสองตระกูลตกลงกันว่าจะให้ต่างฝ่ายต่างเรียนที่จวนทุกๆ ห้าวันและอีกสองวันที่เหลือจะเดินทางไปเรียนร่วมกัน วันละหนึ่งจวนสลับกันไปเพื่อที่สหายดรุณีน้อยทั้งสองจะได้ผูกมิตรชิดเชื้อกัน ทว่าก็ได้แยกกันเรียนศาสตร์ที่ตนสนใจด้วย
หลินเยว่หว่านนั่งฮัมเพลงไปในรถม้าอย่างอารมณ์ดีั์ตากลมโตดุจกวางมองออกไปด้านนอกรถม้าผ่านม่านด้วยความอยากรู้อยากเห็นหลินไฮ่ผิงอมยิ้มให้กับการกระทำนั้นของบุตรีตนก่อนที่จำต้องคิ้วกระตุกเมื่อสังเกตได้ว่าที่แก้มของหลินเยว่หว่านเหมือนจะมีคราบอะไรบางอย่างติดอยู่...แลดูคล้ายจะเป็คาเคา
...เ้าลูกคนนี้นี่
“ท่านพ่อเ้าคะจวนเรามีแขกหรือเ้าคะ?”
หลินเยว่หว่านเอียงคอถามผู้เป็บิดาเมื่อเห็นว่าหน้าจวนของตนมีรถม้าไม่คุ้นตาจอดอยู่ในขณะที่นางกำลังเอื้อมมือไปจับกับอีกฝ่ายเพื่อก้าวขาลงสู่รถม้า
“ไม่รู้สิ”หลินไฮ่ผิงตอบ “อาจจะเป็สหายของมารดาเ้า”
“ว๊าย!”
เสียงเล็กของหลินเยว่หว่านเผลอหลุดออกมาเล็กน้อยเมื่อจู่ๆบิดาก็คว้ามือของนางเอาไว้แล้วอุ้มนางขึ้นนั่งบนแขน “น้ำหนักขึ้นหรือเปล่าเนี่ย”หลินไฮ่ผิงหยอกล้อบุตรีของตนหลินเยว่หว่านทำได้เพียงแสดงอาการฟึดฟัดไม่พอใจผ่านสีหน้าแววตาทว่าก็ยอมให้อีกฝ่ายอุ้มเข้าจวนไปแต่โดยดี
“จินอิ๋งเ้ามีแขกหรือ---”
เมื่อเดินเข้าไปยังโถงรับรองของจวนหลินไฮ่ผิงก็เอ่ยทักฮูหยินของตนมาแต่ไกลทว่ากลับจำต้องกลืนน้ำลายลงคอไปทั้งที่ยังพูดไม่ทันจบประโยคหลินเยว่หว่านที่โดนอุ้มอยู่สังเกตได้ถึงความผิดปกติเช่นกันจึงพยายามชะเง้อชะแง้ดูว่าแขกผู้มาเยือนในครานี้ที่นั่งอยู่กับมารดาตนนั้นเป็ใคร
...และหลินเยว่หว่านก็จำต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ตามบิดาด้วยเช่นกันพลางใช้มือทั้งสองข้างกำชายแขนเสื้อผู้เป็บิดาเอาไว้แน่นราวกับลูกลิงตัวน้อยที่กลัวว่าจะพลัดตกลงมาจากต้นไม้ใหญ่
องค์รัชทายาทมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน!
“กะ...กระหม่อมคารวะองค์รัชทายาทพะยะค่ะ!”
หลินไฮ่ผิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักพลางโค้งคำนับอย่างเก้ๆกังๆ ส่วนหนึ่งเป็เพราะหลินเยว่หว่านบุตรีตัวน้อยของเขายังคงอยู่ในอ้อมแขน“เยว่เอ๋อร์ เ้าเองก็ลงไปได้แล้ว” หลินไฮ่ผิงกระซิบ
หลินเยว่หว่านคว่ำปากรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาเสียตรงนี้ตอนนี้ทว่าครั้งที่แล้วนางกับมารดายังคงติดค้างกันอยู่จากการที่ไปเสียมารยาทใส่องค์รัชทายาทเกรงว่าครั้งนี้หากนางยังจะดื้ออีก คงจบที่โดนกักบริเวณ
หลินเยว่หว่านยอมลงจากบิดาของตนโดยง่ายดรุณีน้อยยืนด้วยขาของตนทั้งสองข้างอย่างสั่นๆ พร้อมประสานมือคำนับบุรุษตรงหน้า“เยว่หว่านคารวะองค์รัชทายาทเพคะ”
“องค์รัชทายาททราบข่าวว่าเ้าหายป่วยแล้วจึงนำขนมในวังมาเยี่ยม มานั่งสิ”
หลินจินอิ๋นตบมือลงบนเก้าอี้ให้นางเข้าไปนั่งใกล้ๆด้วยรอยยิ้ม ทว่าแววตากลับไม่ยิ้มด้วย ราวกับกำลังส่งข้อความเป็โดยนัยว่า ‘ห้ามทำอะไรขายหน้าเด็ดขาด!’ ประมาณนี้และแน่นอนว่าหลินเยว่หว่านก็จำต้องแพ้เสียร่ำไปทุกที...
นางค่อยๆเยื้องย่างเข้าไปใกล้ๆ มือทั้งสองจิกกำลงบนชายกระโปรงของตนแน่นพลางเหลือบมองถังจวิ้นเซียนเป็ระยะๆองค์รัชทายาทอยู่ในอาภรณ์สีขาวเรียบง่าย กำลังยกชาขึ้นจิบด้วยกิริยาท่าทีที่สง่าไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดในชีวิตที่แล้วหลินเยว่หว่านถึงได้ตกหลุมรักบุรุษผู้นี้ได้อย่างง่ายดายนัก
...ช่างดูอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอช่างดูเข้มแข็งแต่มิได้หยาบกระด้าง
ในคราแรกที่ทั้งสองเจอกันดวงใจของหลินเยว่หว่านก็ถูกคนผู้นี้่ชิงไปโดยมิทันได้ตั้งตัว
ทว่าครั้งนี้มันต่างออกไป... นางจะมิมีวันตกบ่วงหลุมพรางใดๆ จากเขาผู้นี้อีกต่อไปแล้ว
...แม้ลึกๆในใจนางเองก็พอจะทราบว่า องค์รัชทายาทในวัยเด็กนั้นมิใช่ผู้ที่โเี้ก็ตามแต่ความจริงที่ว่าเขาคือผู้ที่ส่งนางและครอบครัวไปสู่โลกแห่งความตายมาแล้วครั้งหนึ่งนั่นก็มิได้เปลี่ยนแปลง
หลินจินอิ๋งยกบุตรีของตนขึ้นนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกับองค์รัชทายาทหลินไฮ่ผิงเดินมาสมทบนั่งใกล้ๆ วงสนทนาตกลงสู่ความเงียบสงบไร้ผู้ใดเอื้อนเอ่ยขึ้นก่อน จวบจนถังจวิ้นเซียนวางจอกชาลงบนโต๊ะเขาจึงเอ่ยประโยคหนึ่งขึ้น
“ข้ามีเื่จะคุยกับคุณหนูหลินมิทราบว่าพอจะนำทางไปหาที่สงบคุยกันได้หรือไม่”
ไหล่เล็กของหลินเยว่หว่านสะดุ้งเบาๆนางพยายามควบคุมอารมณ์และน้ำเสียงของตนให้เป็ปกติที่สุดพลางกล่าว“ด้านหลังของจวนมีสระเหลียนฮวาอยู่เพคะ ที่นั่นสงบมากยาม่คิมหันต์นี้เหลียนฮวากำลังเบ่งบานสะพรั่งพอดี เหมาะแก่การผ่อนคลายด้วยเพคะ”นางยิ้มสู้ตอบอีกฝ่ายไปทั้งที่ในใจอึดอัดจนแทบจะอาเจียนออกมาอยู่รอมร่อ
“นำทางข้าที”
“ทราบแล้วเพคะ”หลินเยว่หว่านลุกขึ้นอย่างว่าง่ายนางหันไปสบตากับบิดามารดาหนึ่งรอบเป็การบอกโดยนัยว่าไม่มีอะไรต้องเป็ห่วงจากนั้นจึงเดินนำอีกฝ่ายตรงออกไปยังสระเหลียนฮวาหลังจวน
ระหว่างทางเดินไปยังสระเหลียนฮวาเต็มไปด้วยความเงียบอึดอัด และกระอักกระอวน นางมิทราบหรอกว่าถังจวิ้นเซียนจะมีอาการแบบนี้เฉกเช่นนางหรือไม่ทว่าหากถามนางแล้วล่ะก็.. บอกเลยว่าครบ หากมีกระโถนนางก็พร้อมที่จะอาเจียน!
“...รถม้าที่จอดเทียบอยู่หน้าจวนของหม่อมฉันเป็รถม้าของพระองค์หรือเพคะ?”
หลินเยว่หว่านพยายามหาเื่คุยกับผู้ที่เดินตามมาอยู่ด้านหลังเพื่อที่จะได้ลดบรรยากาศมาคุลงบ้างแม้ตอนนี้จะเป็่คิมหันตฤดูที่ร้อนอบอ้าวแต่บุรุษผู้นี้กลับทำให้นางรู้สึกหนาวเหน็บราวกับเป็่เหมันตฤดูเสียได้ “อืม”องค์รัชทายาทตอบนางสั้นๆ
“มิ้าเป็ที่สังเกตสินะเพคะ”หลินเยว่หว่านใช้น้ำเสียงโทนเป็กันเองพลางหัวเราะแห้งๆนี่ก็เป็หนึ่งในแผนการของนางจากนับหลายสิบแผนการเพื่อหลีกเลี่ยงการสมรสซึ่งก็คือการ ‘ผูกมิตรแต่โดยดีแล้วขอเลิกให้จบลงโดยดี!’
และแน่นอนว่าหลินเยว่หว่านมิค่อยอยากจะใช้แผนการนี้เท่าใดนักเพราะมันไม่คุ้มทุนค่าเสี่ยงแต่ในสถานการณ์เช่นนี้การผูกมิตรกับอีกฝ่ายไว้น่ะดีที่สุดแล้ว!
...เพราะคนที่นางอยากล้างแค้นจริงๆมิใช่เขาเสียหน่อยนี่
ถังจวิ้นเซียนมองตามแผ่นหลังเล็กของดรุณีตัวน้อยที่กำลังเดินนำหน้าตนไปยังสระเหลียนฮวาตามที่เ้าตัวว่ากล่าวด้วยท่าทีสงบนิ่งในใจนั้นกำลังคิดอะไรอยู่มิสามารถเดาออกได้ ... แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังคาดเดาความรู้สึกนึกคิดของตนไม่ได้เช่นกัน
อันที่จริงเื่ที่เขาจะคุยกับสตรีตรงหน้านี้นั้นหาใช้เื่สำคัญไม่แต่เขากลับยอมออกจากวังมายังจวนหลินด้วยตนเอง ทั้งใช้รถม้าปกติธรรมดาไม่ให้สะดุดตาทั้งสวมอาภรณ์เรียบง่ายเพื่อไม่ให้คนของสกุลหลินอึดอัด
...เขาทำเช่นนี้ไปเพื่ออันใดก็มิสามารถทราบได้เหมือนกัน
“ถึงแล้วเพคะ”หลินเยว่หว่านหันหน้ามาบอกเขาจากนั้นจึงผินกลับสระเหลียนฮวาของจวนหลินช่างกว้างใหญ่ทุกอาณาเขตเต็มไปด้วยดอกเหลียนฮวาสีชมพูกำลังบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมเย้ายวนหลินเยว่หว่านเดินนำองค์รัชทายาทมาหยุดตรงที่ศาลากลางสระ เขาเดินไปยืนเทียบใกล้ๆนางที่กำลังใช้มือเล็กป้อมเกาะขอบรั้วศาลาเอาไว้ส่วนั์ตากลมโตของนางนั้นก็ทอดมองไปยังเหล่าเหลียนฮวาที่กำลังโบกเล่นลู่ลมอยู่
ริ้วผมสีมะเกลือเงาดุจไหมทอของหลินเยว่หว่านโบกพลิ้วตามแรงลมเอื่อยๆของคิมหันตฤดู หลินเยว่หว่านมัวแต่จ้องมองความงามของทัศนียภาพที่ตนเห็นตรงหน้าจนหลงลืมไปแล้วว่ามีผู้ใดยืนอยู่ข้างๆ
ถังจวิ้นเซียนราวกับตกอยู่ในภวังค์...ความงามของเหลียนฮวาราวกับถูกดรุณีน้อยวัยสี่หนาวตรงหน้ากลืนกิน
เขาค่อยๆเอื้อมมือออกไป ราวกับ้าจะััปลายเส้นผมสีดำขลับนั่นทว่าก็จำต้องชักมือกลับ ทำทีเป็ว่าตนยังมิได้ทำอะไรโชคดีที่หลินเยว่หว่านมัวแต่มองสิ่งอื่นและมิได้สนใจตน
“...อยากทานเม็ดบัวจัง”
หลินเยว่หว่านกะพริบตาปริบมองฝักเม็ดบัวที่อยู่ไม่ไกลเพียงแค่เอื้อมจากนั้นนางจึงค่อยๆ เอื้อมแขนสั้นป้อมของตนออกไป...ร่างกายเด็กนี่มันไม่สะดวกเลยจริงๆ
“เ้าจะทำอันใด”องค์รัชทายาทเอ่ยถามพลางมองการกระทำที่สุดแสนจะอันตรายของนาง หากพลาดเพียงนิดขาสั้นๆทั้งสองของนางจะเสียสมดุลและอาจจะตกลงไปในสระได้เลย
“ฝักบัว...ฮึบ...อันนั้นเพคะ”หลินเยว่หว่านตอบพลางพยายามเอื้อมมืออย่างสุดกำลังสนใจที่สุดมือของนางก็คว้าถึงฝักบัวที่เพ่งเล็งไว้ได้สำเร็จนางออกแรงบิดจนมันขาดออกมา “สำเร็---!!เหวอ!!”
“ระวัง!!”
โครม!!!!
หลินเยว่หว่านเอ๋ย...ชีวิตที่แล้วของเ้าเพราะโดนป้ายสีถึงได้จบชีวิตลงอย่างน่าอนาถก็พอจะเข้าใจได้
...แต่ชีวิตที่สองนี้ดูท่าจะไม่ต้องรอให้โดยป้ายสีชีวิตก็น่าจะสุ่มเสี่ยงตายไม่ยาก
เจอกันครั้งแรก...ตกต้นไม้ใส่
เจอกันครั้งที่สอง...ล้มทับใส่เต็มๆ
ซวยมหากาฬ!!