บทที่13
โยชิลุกขึ้นแล้วหันมาแนะนำกับเซน
“เออ เซน นี่เฮียหง พี่ชายกู ”
“สวัสดีครับ ” เซนรีบยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม
“เฮีย นี่ไอ้เซนรุ่นน้องปี1 พักอยู่ชั้นเดียวกัน ”
เฮียหงรับไหว้แล้วเดินเข้าห้องมาชายวัยประมาณ40เศษที่ยังดูไม่แก่นัก เขาอยู่ในชุดลำลองเสื้อยืดขาวกับกางเกงขาสั้นสีดำในมือถือกล่องแว่นกับถุงหูหิ้วจากร้านสะดวกซื้อ ทำให้เซนเดาได้ว่าเฮียมาถึงก่อนหน้านี้แล้ว
คนน้องส่งสายตาไปยังคนพี่อย่างตั้งคำถามที่โยชิไม่บอกเขาก่อนว่าพี่ชายมา
“วันนี้เฮียมานอนค้างห้องพี่โยเหรอครับ ” ผู้เป็เด็กชวนผู้ใหญ่คุยก่อน
“เอ้อใช่ พอดีวันนี้เฮียมีธุระเข้ากรุงเทพเลยแวะมาหาโย ”
เฮียหงนั่งลงที่โซฟาหยิบเอาติ่มซำออกมากิน
“แล้วเราล่ะไปไหนมา สองคนนี่ดูสนิทสนมกันดีนะ ”
เฮียชี้มือไปมาระหว่างสองคนโยชิหน้าแดงเข้มขึ้นมา เขาร้อนวูบวาบอย่างบอกไม่ถูกเพราะรู้ดีว่าเฮียของเขาพูดถึงอะไร
“ ครับ” คนน้องรับคำแสร้งขำอย่างฝืนๆ
“ เซนเพิ่งกลับจาก...” เซนส่งสายตามาทางโยชิราวกับจะขอความช่วยเหลือ
“ไอ้เซนมันเพิ่งกลับจากกองถ่าย ที่โยทำหนังสั้นก็ได้มันนี่แหละมาช่วยแสดงเป็ตัวเอกช่วยสอนงานแสดงให้ด้วย แต่่นี้มันติดงานถ่ายซีรีส์เลยไม่ค่อยได้เจอกัน ” โยรีบพูดทุกอย่างแทนเซน
“ อ้อเหรอ?งั้นนี่เราก็เป็ดาราน่ะสิ ”
“ ใช่ครับ” เซนหน้าแดงขึ้นมาบ้าง พยักหน้าอย่างเขินๆ
“ หืม..แล้วเล่นหนังเื่อะไรบ้างล่ะ” เฮียดูสนใจอาชีพเซนขึ้นมา
“โดยมากมันเป็หนังนอกกระแส เฮียไม่รู้จักหรอกงานถ่ายแบบงานโฆษณาก็มีนะ ”
โยชิเปิดไอจีของเซนให้เฮียดูผลงานอื่นๆเขากังวลเพราะหนังที่เซนเล่นล้วนเป็หนังชายรักชาย
“ แล้วหนังนอกกระแสมันเป็ไงล่ะมีให้ดูมั้ย ” เฮียถามไปตามซื่อ
“เอาทีเซอร์เื่ล่าสุดที่เซนกำลังเล่นให้เฮียดูก็ได้พี่โย ”
โยชิทำอึกๆอักๆ เซนเลยจัดการค้นหาในยูทูบแล้วส่งให้เฮียดูเอง
“ก็เป็พวกความรักใสๆแบบวัยรุ่นน่ะเฮีย ” โยชิว่า
เฮียนั่งดูจนมีฉากที่เซนกับออดี้คุยเล่นกันภายในห้องพัก ฉากที่เซนวีนแตกและฉากที่กอดกันอย่างอินเลิฟกับออดี้
“เป็หนังเกย์เหรอ ” เฮียว่า
“อืม.มันก็..ไม่เชิง ”
โยชิอ้ำอึ้งหน้าเขาแดงและดูมีความเครียดปรากฏชัด
“จะเรียกว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ แต่ตอนนี้เค้าเรียกซีรีส์วายครับเฮีย เพราะที่ทำออกมากลุ่มตลาดคนที่ดูโดยมากจะเป็ผู้หญิงที่เค้าเรียกสาววายน่ะครับไม่ใช่เกย์แต่ก็ดูได้ด้วย จริงๆก็ดูได้หมดทุกกลุ่มครับ เพราะเนื้อหาหนังจะเน้นขายความบันเทิงความน่ารักกุ๊กกิ๊กแบบวัยรุ่นมากกว่าอาจจะมีแฝงแง่คิดบ้างแต่เื่นี้ไม่เน้นเท่าไหร่ครับ”
เซนเล่าลื่นไหลยิ่งกว่าพรีเซนต์งานหน้าห้องเพราะเป็สิ่งที่ตัวเองมีข้อมูลกับตัวอยู่แล้วถ้ามีกราฟการเจริญเติบโตของตลาดซีรีส์วายมาร่วมพรีเซนต์ด้วยก็จะเล่าได้คล่องขึ้นอีก
กลายเป็โยชิที่คอแห้งผากลุ้นยิ่งกว่านำเสนอวิทยานิพนธ์
“อืม เฮียไม่ค่อยเข้าใจอะนะ แล้วสาววายคืออะไร ” เฮียถามด้วยสีหน้างุนงง
“ คือกลุ่มผู้หญิงที่ชอบดูผลงานแบบที่เซนแสดงอยู่นี่แหละครับเค้าตั้งชื่อเรียกว่าสาววาย มันเป็ชื่อย่อมาจากทางญี่ปุ่นอีกทีครับลงลึกเดี๋ยวเฮียจะงง ”
“เก่งนะนี่ ยังเด็กอยู่เลยทั้งเรียนทั้งทำงาน ”
“ เซนมันเล่นหนังมาั้แ่เด็กแล้วนะ” โยชิเสริม
“อย่างนี้โยชิก็เป็รุ่นน้องเซนสิ ในแง่การทำงาน เพราะเซนทำงานมาก่อนโย ” เฮียหงว่า
“ก็ใช่ ” โยชิตอบรับ เขารู้สึกเบาตัวขึ้น
“แต่ว่าพี่โยเค้าเรียนมา เค้าก็จะเก่งทางเื้ัเื่การผลิตงาน ของเซนมันจะเป็งานเบื้องหน้าครับยังไงพี่โยเค้าก็ยังเก่งกว่าเซนในเื่งานเื้ัอยู่ดี ”
บทสนทนาเริ่มลื่นไหล
เซนคุยกับเฮียและโยชิอีกพักเดียวก็ขอตัวกลับห้องไป
เฮียหงผู้จัดการโรงงานฝ่ายผลิตในนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในจ.ชลบุรีเป็ลูกชายคนโตของบ้าน ชีวิตเขาทำอะไรอย่างมีระเบียบแบบแผนเป็ขั้นเป็ตอนเสมอมา
เรียนจบวิศวะก็ทำงานเก็บเงินมีบ้านมีรถแล้วก็แต่งงาน ไม่มีลูกมีแต่เงินเก็บ ไปเที่ยวต่างประเทศกันปีละสองครั้งเอาเงินไปลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์บ้าง ซื้อกองทุนไว้บ้าง
เข้าทำงานเช้าตรู่ใช้ชีวิตอยู่ในโรงงาน ประชุม คอยคุมระบบดูแลลูกน้อง ถึงเวลาก็กลับบ้านดูหนังดูละครแล้วก็เข้านอน ชีวิตวนลูปแบบนี้แต่เขาก็สบายใจที่มีความมั่นคงในชีวิตดีตามอัตภาพ
เมื่อมาเจอเซนที่มีอาชีพเป็ดาราเขาก็รู้สึกทึ่งมากอยู่เหมือนกันเพราะมันเป็อะไรที่ดูไกลตัวดูลี้ลับในความรู้สึกของเขา อยากจะคุยต่อแต่ด้วยเวลาที่ค่อนข้างดึกเขาเองก็เหนื่อยอ่อนกับการเดินทางเซนก็คงไม่ต่างกัน
และเขาก็ยังมีเื่อยากคุยกับโยชิน้องชายของเขาก่อนออกเดินทางกลับชลบุรีแต่เช้าวันพรุ่งนี้
“ โยกับเซนนี่สนิทกันมากเหรอ ”
“ก็...ประมาณนึง ” โยชินั่งดูเอกสารไปพลาง
“แล้วเมื่อกี้นี้กอดกันทำไมนะ ”
“โธ่เอ้ย..เฮีย ” โยขำขึ้นจมูก
“ไอ้เซนมันก็ชอบเล่นชอบแกล้งแบบนี้แหละ เซนน่ะมันตัวคนเดียวพ่อแม่พี่น้องก็ไม่มีต้องทำงานเลี้ยงตัวเอง ส่งตัวเองเรียน บางทีมันเครียดๆเหงาๆ ก็เข้ามานั่งคุยนั่งเล่นที่ห้องโยนี่แหละไม่มีอะไร ”
“เหรอ...แต่เฮียดูลักษณะมันเหมือน...จะเป็ตุ๊ดรึเปล่าวะ ”
“ไม่ได้เป็ ” โยชิเน้นเสียง
“มันน่ะชอบผู้หญิง แฟนมันสวยจะตาย เคยมาที่หอนี้ด้วย ”
“เหรอ ” เฮียดูจะแปลกใจแต่ก็ก้ำกึ่งจะไม่ค่อยเชื่อ
“แล้วนิสัยมันเป็ไง ไอ้เซนเนี่ย ”
“นิสัยดี๊! ” โยชิเสียงสูง สิ่งที่พูดขัดแย้งกับความรู้สึกตัวเองนิดหน่อย
“ไม่ดีมันจะมาเล่นหนังสั้นให้พวกโยเหรอ มันเช่าห้องให้ใช้ถ่ายหนังกันด้วยนะ ”
“ถามจริงๆเถอะ ผู้ชายกอดกันในห้องแบบนี้ เอ็งไม่ดูว่ามันทุเรศบ้างเหรอวะ ”
โยชิถอนหายใจ
“แรกๆก็รู้สึกนะว่ามันแปลกๆ แต่พอคบไปก็รู้ว่ามันนิสัยแบบนี้เองมันไม่ได้กอดแค่โยหรอกไอ้วินมันก็กอด มันก็เหมือนเด็กขาดความอบอุ่นน่ะเฮีย ”
“เรอะ..เฮียว่าอย่าไปเล่นแบบนี้กันมากนักเลยนะ ”
“ทำไม เฮียกลัวอะไร ”
“เอ็งจะเบี่ยงเบนไปกับมันน่ะสิ แล้วหน้าตามันก็สวยอย่างกับผู้หญิง ”
“ก็มันเป็ดารามันก็ต้องดูแลตัวเองเนาะ ”
“ ก็ใช่สิดาราที่เล่นหนังเกย์ไง หน้าตามันแบบนั้นกอดเข้าไปได้ไงหน้าตาเฉย...รึว่าเอ็งก็ชอบมัน”
“ โอ๊ยเฮียย...โยก็ต้องเล่นหนังสั้นคู่กับมันก็ต้องมีกอดมีใกล้กันแบบนี้แหละ เล่นด้วยกันจนชินแล้วไง มันไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ ”
ผู้เป็น้องออกอาการหงุดหงิดจนหน้ายับยุ่ง
โยชิรู้สึกร้อนรุมและท่วมท้นไปด้วยเหงื่อจากซอกมุมต่างๆของร่างกาย
เงียบกันไปพักนึง
“เออ..ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว เฮียเตือนเพราะเป็ห่วงหรอกนะ ” เฮียหงซุ่มเสียงหย่อนลง
เขาก็ไม่อยากจะให้บรรยากาศพี่น้องต้องกลายเป็แบบนี้นักหรอกนานๆจะได้เจอกันที ก็มามีเื่จุกจิกกวนอารมณ์
เฮียมาถึงหอพักั้แ่่หัวค่ำพากันออกไปเลี้ยงข้าวเลี้ยงปลาอิ่มหนำ ได้พูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบรู้ว่าโยกำลังจะได้ไปฝึกงานที่ZMG บริษัทั์ใหญ่ด้านสื่อบันเทิงของประเทศ เขาก็ดีใจภูมิใจไปกับน้องชาย
เพราะเส้นทางที่โยชิเลือกเขาไม่เคยเห็นภาพเลยว่ามันจะไปทำงานทำการเลี้ยงตัวเองได้จริงๆพอรู้ว่าน้องมันขยับก้าวไปในทางที่ดีพอจะเห็นภาพขึ้นมาบ้างเขาก็พลอยยินดีไปด้วยเปราะนึง
เมื่อครู่เขาแค่ลงไปเอาแว่นที่ลืมทิ้งไว้ในรถแล้วเลยไปซื้ออะไรมากินเล่นบนห้อง กลับขึ้นมาหยุดหน้าห้อง เคาะประตูไปที แล้วได้ยินเสียงคุยกันสนุกสนานทำให้ไม่แน่ใจต้องมองดูเลขห้องอีกรอบจนแน่ใจว่าไม่ผิดห้องก็เลยอยากเปิดให้เห็นไปเลยว่าโยชิทำอะไร คุยกับใครอยู่
ภาพที่เซนก้มลงมากอดโยชิอย่างกับรักใคร่เป็แฟนกันน้องชายของเขาก็ไม่ได้มีทีท่าปฏิเสธหรือจะดิ้นรนหลบหนีสักนิดซึ่งมันผิดปกติมากๆโยชิไม่ชอบเล่นอะไรแบบนี้กับใคร ออกจะโลกส่วนตัวสูงผิดพี่ผิดน้องเสียด้วยซ้ำ
เขาเองไม่อยากคิดว่าน้องชายเขาจะเบี่ยงเบนนักหรอกถ้าฝ่ายเซนจะไม่ได้มีลักษณะหรือรูปโฉมแบบนี้
“เดี๋ยวเฮียจะนอนก่อนละ พรุ่งนี้ต้องออกแต่มืด ”
เฮียหงผู้ไม่เคยตื่นสายเลยั้แ่โยจำความได้
“ครับ เฮียปิดไฟในห้องนอนได้เลยนะ เดี๋ยวโยดูเอกสารอีกหน่อย ”
“เออ..ปีใหม่นี้ก็อยากให้กลับไปบ้านนะ ป๊ากับม้าเค้าคิดถึง ”
“คร้าบ ถ้าไม่ติดงานอะไรก็ว่าจะกลับอยู่นะ ”
เฮียเข้ามายืนดูน้องชายเขาจับไหล่นั้นเบาๆ ก่อนเดินปลีกไป
โยชิลอบถอนใจเบาๆเขาอาจจะเหนื่อยหน่ายในความเคร่งครึของเฮียหงแต่มาคิดดูก่อนหน้าที่จะมาเจอเซนเขาก็ไม่ได้อินกับอะไรแบบนี้เหมือนกัน แล้วคนอย่างเฮียเปิดประตูมาเจอแบบนั้นมันก็ไม่แปลกหรอกที่เฮียจะคิดเตลิดไป
ไอ้เซนเอ๊ยยกูบอกมึงแล้วว่าอย่าเล่นให้มากนัก ความประทับใจแรกเจอของมึงกับเฮียหง พังพินาศ
เขาเองก็มีส่วนผิดที่ดันลืมสนิทว่าเฮียมามัวแต่สนใจคุยเื่ที่เซนไปกองถ่าย
ไม่รู้ว่าเซนจะรู้สึกแย่กับเหตุการณ์นี้มั้ย
ถึงเซนจะพูดอยู่เสมอว่าโนสนโนแคร์ใครจะคิดยังไงก็ปล่อยเค้าไป ดูมันช่างแข็งแกร่ง แต่โยแอบเห็นเซนหน้าแดงและดูประหม่าแม้จะเป็แค่่แรกแต่มันก็ทำให้โยรู้สึกได้
“เซน กูอยากจะถามอะไรมึงหน่อย ”
โยชิเอ่ยขึ้นมาระหว่างนั่งอยู่ในรถเก๋งคันสีขาวที่เซนกำลังขับมุ่งหน้าขึ้นทางด่วนไปยังบ้านของเขา
เพราะวันนี้วิชาทฤษฎีพื้นฐานภาพยนตร์ในตอนบ่ายอาจารย์ยกคลาส เซนเลยชวนโยชิกับวินมาเที่ยวบ้านเขาเพราะเกิดไอเดียว่าถ้าสองคนได้เริ่มฝึกงานที่ZMGเซนจะให้มาพักที่บ้านแล้วเซนก็จะได้ย้ายกลับมาอยู่ด้วย
วันนี้ว่างพอดีเลยให้มาช่วยดูว่าจะต้องซ่อมต้องทำอะไรตรงไหนบ้าง วินติดงานแต่บอกไว้ล่วงหน้าว่าถ้าเซนมาโยชิมา เขาก็มาอยู่ด้วยแน่นอน
“ ฮึ?ถามว่า ” เซนขับขึ้นทางด่วนมาซักพักแล้ว
“วันนั้นที่มึงเจอกับเฮียกูอะ...มึงโอเคมั้ยวะ ”
“ไม่โอเคอะ ”
นั่นไงเขานึกไว้แล้ว
“ไม่โอเคที่มึงทำไมไม่บอกแต่แรกว่าเฮียมา ปล่อยให้เซนทำอะไรออกไปบ้าบอคอแตกอะ ” เซนโวยจนเส้นเืปูด
“ก็กูลื้มมม ” โยหัวเราะหน้าแดงขึ้นเสียงสูง
“โทษทีๆเว้ย ตอนนั้นมันลืมจริงๆเฮียไม่ใช่ชีวิตประจำวันกูนี่หว่า กูลืมสนิทเลยจริงๆก็นี่แหละกูถึงบอกมึงว่าอย่าเล่นๆ ”
“พี่โยชิ อย่ามาแถ ”
“ไม่ กูหมายถึง....ที่เจอเฮียหงเค้าพูดเค้าถามอะไรๆมึงวันนั้นน่ะมึงโอเคมั้ย ”
“แล้วอะไรทำให้พี่โยคิดว่าเซนไม่โอเคล่ะ ” เขาเหลือบมามองคนพี่
“ ก็คำพูดเค้ามันอาจจะตรงเกินจนระคายหูไปบ้าง ”
“เฮียเค้าไม่ใช่คนรุ่นเรานี่ เซนเข้าใจมันเป็ธรรมดาแล้วทำไมเซนต้องไม่โอเคด้วยล่ะ”
“ก็กูแอบเห็นมึงออกอาการ ” เซนหันมาทำหน้างง
“มึงหน้าแดงแล้วก็เลิ่กลั่ก ตอนที่เฮียพูดว่าเราสนิทกันขนาดนี้เลยเหรอกูสังเกตสีหน้าท่าทางมึงอยู่ตลอด ่แรกๆที่เฮียเข้าห้องมาอะ ”
“มันก็คงธรรมดาปะ จู่ๆมีใครก็ไม่รู้โผล่เข้ามา แค่นั้นก็ใแล้ว พอรู้ว่าเป็พี่ชายแล้วเขาก็ดูนิ่งๆขรึมๆเซนก็ไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง ไม่พอใจเรารึเปล่า ก็อาจจะมีบ้างที่เลิ่กลั่ก งงๆนิดนึงแต่ก็ไม่ได้อะไรขนาดนั้น”
“จริงอะ?.....อย่ามาการแสดงกับกูนะ ”
“ อะไร งง? ” เซนหัวเราะๆ
“ก็มึงมันแสดงเก่งจนเป็นิสัยไปแล้วนี่ จนไม่รู้ละว่าจริงๆตัวเองอารมณ์ไหนรู้สึกยังไงแน่ไม่โอเคก็แกล้งทำเป็ว่าโอเค เหมือนมึงสะกดจิตตัวเองอะ ”
เซนหัวเราะคำพูดโยชิ
“เอาจริงๆนะ เซนก็จำไม่ได้แล้วว่ามันอาจจะมี่ที่รู้สึกอะไรกับคำพูดเฮียเค้ารึเปล่าแต่ยังไงเซนจะนึกไว้อยู่เสมอว่าเซนยึดอาชีพนี้ มีจุดขาย มีรายได้มาจากตรงนี้แล้วเราจะมานึกรังเกียจ อับอายสิ่งที่เราทำมันก็ไม่ใช่เซนไม่ได้ทำผิดทำอะไรน่ารังเกียจขนาดนั้นซักหน่อย ”
“มันก็ใช่ ”
“ถ้าเราไม่กล้ายอมรับก็แสดงว่าเรารังเกียจงานของเราด้วยนะแล้วถ้าตัวเรายังนึกรังเกียจแล้วใครจะมาให้คุณค่าในตัวเราในงานของเรา ”
“อืม จริงของมึง...เราต้องรักในสิ่งที่เราเป็เราทำก่อน แต่มึงก็หน้าหวานเกิ๊นน เล่นกอดกูแบบนั้นเฮียเค้าก็เข้าใจผิดว่ามึงน่ะเป็ตุ๊ดรึเปล่า ”
“แล้วพี่โยบอกเฮียเค้าไปว่าไง ”
“บอกว่ามึงเป็ผู้ชาย มึงชอบผู้หญิงมีแฟนแล้วสวยมากด้วย ”
“เข้าใจ บางสถานการณ์ก็ไม่ต้องอธิบายอะไรให้มันมากความดีกว่า ”
“นิ่งเสียตำลึงทอง ”
“ใช่ แต่ถามหน่อยว่าแล้วถ้าเกิดเซนเป็ตุ๊ดจริงๆล่ะ ”
โยชิเลิ่กลั่กมากเขามองเซนอย่างสับสน เขาไม่ได้เชื่อหรอก แต่ก็ไม่รู้ว่าเซนจะพูดแบบนี้ขึ้นมาทำไมวันนี้ทำไมเซนเกิดดุเดือดจริงจังขึ้นมาซะงั้น
หรือนี่คือตัวตนที่แท้จริงของมัน
“พี่โยจะนั่งรถไปดูบ้านกับเซนแบบนี้อยู่มั้ย จะกล้าไปพักอยู่บ้านเดียวกับเซนมั้ย ”
“กูก็คิดว่าเราอาจจะไม่ได้สนิทกันถึงขนาดนี้เพราะมันอาจจะมีความละเอียดอ่อนเื่เพศสภาพอื่นๆที่อ่อนไหวเข้ามาเป็ปัจจัยทำให้เรามีระยะห่างกันั้แ่แรก”
โยชิจะลองเล่นกับประเด็นของเซนดูซักตั้ง
“ อะถ้าเซนเป็แบบนี้เลย ทุกอย่างภายนอกปฏิบัติแบบนี้เลยแบบที่เราเล่นกันสนิทกันไม่ได้ออกสาวอะไรแต่เซนไม่ได้ชอบผู้หญิงล่ะ แต่เซนไม่เคยบอกอะไรใครนะเก็บไว้ในใจเฉยๆ พี่โยจะคิดยังไงถ้ามารู้ตอนหลัง ”
“ กูคงช็อคไปพักนึงมั้งแต่ก็คงสนิทด้วยเหมือนเดิม คิดว่านะ...เพราะสนิทกันไปแล้วกูก็ถือว่ามึงเป็น้องกูไปแล้ว ”
เซนพยักหน้าอย่างมีความหมาย
ทำไมมึงเป็คนเครียดขนาดนี้วะกูเริ่มมึนกับมึงละ
“ทำไม มึงจะบอกว่ามึงเป็รึไง ”
“เปล่า เซนแค่อยากรู้มุมมองความคิดของพี่โย เซนจะบอกว่า ไม่ว่าเซนจะชอบเพศไหนมันไม่ใช่เื่ใหญ่สำหรับเซนแค่วันนี้เซนยังชอบผู้หญิงอยู่ ก็บอกตามตรงว่าชอบผู้หญิง แต่ไม่ใช่ว่าเซนจะต้องยึดติดนะ ”
โยชิรู้สึกหน้าชาๆพิกล “ หมายความว่า มึงมีสิทธิ์จะชอบผู้ชายว่างั้น ”
“หมายความว่าเซนไม่ได้จำกัดตัวเองเื่เพศ ”
“โห....เซอร์ไพรส์เหมือนกันนะ ”
“แล้วถ้าวันนึงมึงเกิดชอบเพศอื่นขึ้นมา มึงก็จะกล้าเปิดเผยกับทุกคนเหรอ ”
“คือ..อาชีพเซนมันเปิดเผยอะไรไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าคนสนิท เพื่อนสนิทเซนก็จะบอกถ้าเรารักคนคนนั้นจริงๆเื่เพศไม่ใช่ประเด็นที่ต้องมาปกปิด ”
โยชินิ่งเงียบสิ่งที่เซนพูดมันกระทบใจเขาอย่างจัง ทัศนคติมุมมองของเซนมันทำให้เขาประหลาดใจ ความจริงมันก็ดูแปลกไปหมดทั้งการแสดงออกคำพูดและแววตา ที่ผ่านมาเขาสนิทกับเซนหรือเขาไม่เคยรู้จักเซนเลยกันแน่
เซนทำให้เขาเหมือนหลุดเข้าไปในโลกอะไรสักอย่างที่เขาไม่ได้นึกว่าจะได้ัั ได้หยั่งถึง มองย้อนกลับไปเห็นตัวเองก่อนหน้า ก็รู้สึกอายที่เคยนึกไม่ชอบบทบาทที่ตัวเองแสดงและวางท่าตั้งแง่กับเซนอยู่ในใจ
เขาไม่รู้ว่าเื่ที่คุยกันอยู่นี้มันก็แค่ถกกันไปเรื่อยหรือเซนพยายามจะสื่อสารบางอย่างกับเขากันแน่ แต่ถึงเขาจะอยากรู้ก็คงไม่ถามอะไรมากไปกว่านี้เขารู้สึกกลัวว่าจะขุดค้นไปจนเจออะไรที่แอบซ่อนอยู่ซึ่งโยคิดว่าไม่อยากจะไปรับรู้มันนัก
“ก็คือมึงชอบที่คุณค่าที่ความเป็ตัวคนคนนั้น มากกว่าจะเอาเื่เพศมาเป็ตัวกำหนดกูสรุปถูกต้องมั้ย ”
“ช่ายย ”
“มึงนี่มันเท่จังวะ ”
เซนส่ายหน้ายิ้มขำกับคำพูดกวนๆของโยชิ
“แล้วมึงก็เอาเซนคนเดิมที่บ้าๆบอๆกลับมาได้ละ คุยกับมึงแล้วเครียดชิบหาย ไม่น่าไปเปิดประเด็นเฮียหงกับมึงเลยยาวเลยกู ”
“เอ๊า! เป็งั้นไป ”
เสียงหัวเราะครึกครื้นดังขึ้นมาภายในรถ
ขับรถไปถึงบ้านตอนบ่ายๆเซนติดต่อช่างให้เข้ามาดูมาคุย ตามที่เรกเก้เคยให้เบอร์ไว้ ในระหว่างรอช่างที่กำลังจะเดินทางมาถึง สองคนก็สำรวจบ้านสองชั้น ขนาดสามห้องนอนสองห้องน้ำ ชั้นบนมีสามห้องนอน 1ห้องน้ำชั้นล่างมี1ห้องเก็บของ 1ห้องน้ำและห้องครัว พื้นบ้านเป็ไม้ปาเก้ขัดเงาทั้งหมด
เมื่อช่างมาก็ได้คุยถึงส่วนที่ต้องทำก่อนคือฝ้าหลังคาโรงจอดรถที่ปลวกกินและหลังคามีน้ำรั่วกับบริเวณครัวที่หลังคากันสาดและรางน้ำเริ่มผุพัง
“เซนอยากตัดต้นไม้หน้าบ้านทิ้งไปเลยครับ จะทำได้รึเปล่า ”
“ได้ๆครับ โค่นทิ้งไปให้หมดเลยนะ ”
“โค่นเลยเหรอ ” โยชิถาม
“ใช่ เซนว่ามันโตเกิน แล้วมันทำให้บ้านดูรก ”
“เหรอ แต่นี่ว่ามีต้นไม้อยู่มันก็ดีนะ เราแค่ตัดกิ่งออกก็พอมั้ยมีต้นไม้มันก็ดูร่มรื่นดีออก ไม่ชอบเหรอ ”
“ อืม..ก็ได้ครับ” เซนเห็นดีตามโยชิ
คุยงานตกลงเื่ต่างๆกับช่างแล้วเซนก็ชวนโยชิมากินข้าวและให้ช่วยเลือกของขวัญให้ออดี้ในห้างหรูแห่งหนึ่ง
เซนลากโยชิเข้าไปดูเครื่องประดับเครื่องแต่งกายในร้านแบรนด์เนมหรูข้าวของแต่ละชิ้นจัดวางไว้อย่างสวยงามดูเลอค่าและไว้ตัวน่าดู
“ทุ่มจังวะ มึงจะซื้อของพวกนี้ให้เหรอ ” โยชิดูราคาแล้วก็พูดขึ้น
“ก็ดูๆไปก่อน เผื่อจะมีไอเดีย ”
“วันเกิดกูไม่ต้องซื้ออะไรพวกนี้นะ กูไม่ชอบไม่มีวันใช้แน่ๆ ”
“ได้ ” เซนหัวเราะ “ แล้วถ้าเป็พี่โยจะอยากได้อะไร ”
“ อะไรก็ได้ที่เป็ของที่ได้ใช้จริงๆไม่ใช่ของฟุ่มเฟือยแล้วกูไม่ได้ใช้แบบเนี้ย ”
“ได้ เดี๋ยวดูกางเกงในให้สองโหล ”
“ชอบเลย ขอสีไม่ซ้ำด้วยนะ ....มึงจะบ้าเหรอ ”
หัวเราะกันคิกคักแล้วเซนก็ชวนโยออกจากร้านแต่เดินมายังไม่ทันถึงทางออกก็เจอกับเม ที่กำลังจะเข้าร้านพอดี
หล่อนอยู่ในชุดนักศึกษาคงสวยสะดุดตาเหมือนเคยเดินควงคู่มากับหนุ่มวัยทำงาน เมื่อเห็นกันทั้งเมและเซนต่างก็ชะงักงันไปทั้งคู่
“เซน มาเดินเล่นเหรอ”
“ใช่ มาหาดูของขวัญให้ออดี้น่ะ ”
“อ๋อ วันเกิดออดี้?....เออ นี่พัทเพื่อนเมเอง ”
พวกผู้ชายก็ทักทายกัน
“เซนใช่มั้ยครับ ” พัทถามขึ้นมาราวกับรำลึกอะไรขึ้นมาได้
“ใช่ครับ เซน..ที่เป็เพื่อนกับเรกเก้ ” เซนพูดอย่างจงใจ
ไม่คิดว่าจะมาเจอเมควงอยู่กับพัทแฟนเก่าเรกเก้ คำว่าเพื่อนในความหมายของเม ไม่รู้ว่าแค่คนคุยหรือมีอะไรมากมายถึงไหนแล้ว
เซนไม่ชอบใจเลยที่หล่อนมาควงอยู่กับคนนี้ถ้าเป็คนอื่นที่เซนไม่รู้จักมาก่อนก็จะไม่ใส่ใจมากนักหรอก ถึงเขาจะหมดสิทธิ์ในตัวเมแล้วแต่แค่ความเป็ห่วงในฐานะเพื่อน
ทำไมเขาจะทำไม่ได้