ผู้ใหญ่บ้านเห็นหยวนเหล่าเอ้อร์ไม่เรื่องมากก็ไปจัดการหาคนมาต่อเติมบ้านให้แต่ว่ายามนี้หิมะยังคงตกทุกวัน จึงยังไม่เหมาะจะเริ่มงานและเมื่อเห็นหยวนเหล่าเอ้อร์ไม่ได้รีบร้อน ผู้ใหญ่บ้านจึงได้แต่ไปคุยตกลงเอาไว้ก่อนฤดูใบไม้ผลิเมื่อใดถึงค่อยเริ่มงาน
เพียงไม่นานก็มาถึงวันที่สิบห้าของปีใหม่ วันนี้จ้าวซื่อตื่นแต่เช้าออกไปวิ่งรถเทียมล่อกับจ้าวจินจู้ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี ส่วนหยวนเหล่าเอ้อร์กับเจินเจินยังคงไปเรียนหนังสือกับกู้อวี้ที่บ้านสกุลกู้รอจนถึงช่วงบ่ายจ้าวซื่อถึงค่อยมารับคนสกุลกู้ รวมถึงสามีกับบุตรสาวเข้าไปในอำเภอคืนนี้จะมีงานเทศกาลโคมไฟนับตั้งแต่เกิดมาใหม่ในชาตินี้เจินเจินยังไม่เคยไปร่วมงานนั้นมาก่อนเลย
กว่าจะเดินทางมาถึงในอำเภอฟ้าก็ถูกย้อมด้วยสีส้มแล้วจ้าวซื่อพาทุกคนไปยังโรงเตี๊ยมก่อนเป็นที่แรกก่อนหน้านี้สกุลกู้กับสกุลหยวนตกลงกันแล้วว่าจะพักอยู่ในอำเภอหนึ่งคืน ค่อยเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้นเพราะกว่าจะดูโคมไฟเสร็จก็คงเป็นเวลาดึกดื่นพอดี
ในอำเภอยามนี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา ใบหน้าล้วนประดับไปด้วยรอยยิ้มหลังจากที่ทั้งสองสกุลเข้าพักในโรงเตี๊ยมก็ออกไปเดินเล่น ตลอดทางเดินทั้งสองข้างทางมีร้านรวงให้เลือกสรรมากมายพวกเขาจึงไม่ได้ไปกินข้าวเย็นที่หอสุราแต่ตัดสินใจว่าจะซื้อของกินตามร้านข้างทางกินเป็นมื้อเย็นแทน
“คนเยอะเหลือเกิน” เจินเจินกล่าวอย่างตื่นเต้น ชาติก่อนแม้นางจะอายุมาก แต่ก็ไม่เคยได้ลงจากเขาเลยสักคราชาตินี้แม้เคยเข้ามาในอำเภออยู่บ้าง ทว่าเพิ่งเคยเห็นผู้คนมากมายเช่นนี้เป็นครั้งแรก
กู้อวี้จับมือเจินเจินเอาไว้แน่นด้วยกลัวว่าจะพลัดหลงกันขณะที่กู้เอ้อร์หลาง ซานหลางและซื่อหลางคอยยืนล้อมเอาไว้อีกชั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหญิงเผลอเดินไปทางอื่นจนหลงทาง
“คนเยอะเพียงนี้เจ้าต้องจับมือท่านพี่ไว้ให้แน่นในบรรดาคนเหล่านี้จะต้องมีพวกตบดอกไม้เป็นแน่ หากเจ้าจับมือท่านพี่ไว้จะได้ไม่ถูกเอาตัวไป”เอ้อร์หลางกระซิบพูดกับเจินเจิน
“อะไรคือพวกตกดอกไม้หรือ”เจินเจินเอ่ยถาม
“ข้ารู้คือพวกลักพาตัว จับเด็กไปขาย” ซานหลางตอบ
“จับไปผ่าเอาหัวใจออกมามีคนชอบกินหัวใจเด็ก” ซื่อหลางพูดเสริม
“ถูกต้องพวกเขาจะจับเด็กที่หน้าตาดี เพราะเด็กที่หน้าตาดีจะขายได้ราคาสูง”เอ้อร์หลางกล่าวเสริมอีกหนึ่งประโยค
สีหน้าเจินเจินเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในทันใดหันไปมองกู้อวี้อย่างเด็ดเดี่ยว “พี่ชาย ท่านวางใจเถิด ข้าจะปกป้องท่านเอง!”
กู้อวี้จับมือเจินเจินไว้แน่นพลางเอ่ยว่า“เช่นนั้นก็ต้องรบกวนเจ้าแล้ว” ขอแค่นางไม่วิ่งไปไหนสุ่มสี่สุ่มห้าส่วนเรื่องที่ว่าผู้ใดจะเป็นคนปกป้องนั้นล้วนไม่สำคัญ
“พี่ชายตรงนั้นกลิ่นหอมเหลือเกิน!” เจินเจินพากู้อวี้วิ่งไปยังบริเวณที่มีกลิ่นหอมโชยมาหยวนเหล่าเอ้อร์รีบวิ่งตามไป ‘บรรพบุรุษตัวน้อยช้าหน่อยไม่ได้หรือ เกิดพลัดหลงกันไปจะทำเช่นไร’
เจินเจินวิ่งมาถึงหน้าแผงร้านค้าแห่งหนึ่งแล้วเอ่ยถามชายชราเจ้าของร้าน “ท่านปู่ นี่คืออะไรหรือ”
ชายชราหยิบปิ่งซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นแป้งย่างกลมๆขึ้นมาชิ้นหนึ่งแล้วแหวกให้ดูไส้ข้างใน ก่อนจะยิ้มตอบว่า “มันเรียกว่าปิ่งมีไส้เนื้อหมูหมักกับไส้ไส้หมู”
“ข้าขออย่างละหนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด เก้า…เก้าชิ้น!”เจินเจินกล่าวพลางลอบกลืนน้ำลาย
“บรรพบุรุษตัวน้อย ไม่จำเป็นต้องซื้อเยอะถึงเพียงนั้นเก็บท้องไว้กินอย่างอื่นบ้างเถิด ยังมีของให้กินอีกมาก” หยวนเหล่าเอ้อร์เอ่ยห้าม
เจินเจินทำหน้าขบคิดอยู่สักครู่ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นสลดลง“แต่ข้าอยากลองชิมทั้งสองไส้”
“ข้าเอาไส้เนื้อหมูหมักเจ้ากินไส้ไส้หมู แล้วข้าค่อยเอาของข้าให้เจ้าลองชิม ดีหรือไม่” กู้อวี้เสนอ
ดวงตาเจินเจินพลันเปล่งประกาย แบ่งกับพี่ชายอย่างนั้นหรือ ก็ดีน่ะสิ!
แลเห็นกู้อวี้จัดการกับบุตรสาวได้แล้ว หยวนเหล่าเอ้อร์ค่อยผ่อนลมหายใจจากนั้นหันไปเอ่ยถามกู้ซิ่วไฉ “พวกท่านอยากกินไส้เนื้อหมูหมักหรือไส้ไส้หมู”
“ข้าเอาไส้ไส้หมูภรรยาข้าเอาไส้เนื้อหมูหมัก” กู้ซิ่วไฉตอบ
หยวนเหล่าเอ้อร์หันมาถามสามพี่น้องกู้ต่อโดยทั้งสามต้องการไส้ไส้หมู
“เถ้าแก่ เอาไส้เนื้อหมูหมักสามชิ้น ไส้ไส้หมูหกชิ้น” หยวนเหล่าเอ้อร์สั่งกับเถ้าแก่
เถ้าแก่ยิ้มตอบ “ได้เลย ทุกท่านรอสักครู่”
ครั้นได้ของกินมา กู้ซิ่วไฉส่งเงินให้แก่เถ้าแก่ ถูกต้องหยวนเหล่าเอ้อร์มีหน้าที่แค่สั่งเท่านั้น
เมื่อกู้อวี้ได้ของกินมาก็ยื่นไปเบื้องหน้าเจินเจินให้นางกินก่อน
เจินเจินกัดเข้าไปคำใหญ่จนแก้มทั้งสองข้างนูนป่องออกมา
“ค่อยๆ กินก็ได้”กู้อวี้หยิบน้ำเต้าใส่น้ำซึ่งผูกไว้ที่ข้างเอวขึ้นมาเปิด แล้วป้อนให้เด็กหญิง
เจินเจินดื่มน้ำขณะที่ยื่นมือซึ่งถือขนมไปตรงหน้ากู้อวี้หากเอ้อร์หลางกลับเอ่ยว่า “ท่านพี่ไม่ชอบไส้หมู เจ้าเอามาให้ข้าก็ได้"
สิ้นประโยคนี้กู้อวี้มองน้องรองของตนเองด้วยสายตาเย็นเยียบเอ้อร์หลางเห็นแล้วรีบหุบปากฉับอย่างรู้ความ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินขนมของตัวเองต่ออย่างแก้เก้อ
เจินเจินไม่เชื่อประโยคนี้ของเอ้อร์หลางไส้หมูออกจะอร่อยจะมีคนไม่ชอบกินได้อย่างไร นางคิดพร้อมกับมองกู้อวี้ด้วยแววตาสงสัย
“เจ้ากินก่อนเถอะ หากไม่หมดค่อยให้ข้า”กู้อวี้เอ่ยคำ
เจินเจินยิ้มกว้างจนดวงตาโค้งดุจจันทร์เสี้ยวนางบอกแล้ว ไส้หมูอร่อยถึงเพียงนี้พี่ชายจะไม่ชอบได้อย่างไรคิดพร้อมกับกัดปิ่งในมือของตนเองหนึ่งคำ
เจินเจินเดินเที่ยวพลางกินปิ่งไส้เนื้อหมูหมักหนึ่งคำตามด้วยไส้ไส้หมูหนึ่งคำทั้งยังมีกู้อวี้คอยป้อนน้ำให้ดื่มเป็นบางครั้ง ช่างรู้สึกมีความสุขเสียเหลือเกิน
เวลาต่อมาทุกคนก็เดินมาถึงแผงร้านขายเต้าฮวยเจินเจินจูงมือกู้อวี้เข้าไปซื้อ และเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ตลอดเวลาที่เดินเที่ยว พวกเขาเดินไปพลางแวะซื้อของกินตามแผงข้างทางไปพลางเมื่อฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำสนิททุกคนก็กินอิ่มพอดี
ครั้นทั้งหมดเดินมาถึงถนนหลักตรงบริเวณทางแยกสี่ทิศ ซึ่งมีประภาคารขนาดใหญ่ตั้งอยู่เมื่อประภาคารถูกจุดไฟสว่างไสว แสงไฟตามข้างทางก็ถูกจุดให้สว่างด้วยเช่นกัน
“สวยเหลือเกิน” เจินเจินอุทานออกมา
บัดนี้คนเริ่มเยอะแล้ว กู้วี้จึงอุ้มเจินเจินขึ้นมาเอ้อร์หลางจูงมือซานหลาง หยวนเหล่าเอ้อร์อุ้มซื่อหลางให้ขี่อยู่บนคอของตนเองที่หน้าร้านแต่ละร้านมีโคมไฟแขวนไว้ให้เลือกสรรมากมายจะซื้อก็ได้หรือจะทายปริศนาก็ได้ ซึ่งหากผู้ใดทายถูกก็จะได้โคมไฟโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อ
“ท่านพี่ ทายปริศนาให้พวกข้าได้หรือไม่”เอ้อร์หลางเขย่าแขนเสื้อพลางจับจ้องมองกู้อวี้อย่างคาดหวังรอคอย
“หากอยากได้ก็ต้องทายเอง” กู้อวี้ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
สามพี่น้องกู้ไหล่ลู่คอตกพวกเขาทายไม่ถูกเป็นแน่ หากทายถูกมีหรือจะขอให้ท่านพี่ช่วย ทั้งที่ทุกปีก่อนหน้านี้พอถึงเทศกาลโคมไฟท่านพี่จะช่วยทายปริศนาให้แท้ๆเหตุใดปีนี้ถึงไม่ทายให้แล้วเล่า ทั้งสามคนจึงต้องหันไปขอร้องบิดาแทน แต่กู้ซิ่วไฉกลับเอ่ยว่า“พวกเจ้าควรลองดูก่อน หากไม่ได้จริงๆ ข้าค่อยช่วย"
“เจ้าชอบอันไหนก็บอกข้า”อีกด้าน กู้อวี้หันไปเอ่ยกับเจินเจิน
“หากข้าชอบหมดทุกอันเล่าจะทำอย่างไร”ดวงตาของเจินเจินไม่ละไปจากโคมไฟเลยแม้แต่น้อย นางรู้สึกว่ามันสวยไปหมดทุกอันจริงๆ
“พวกเราไม่อาจซื้อทั้งหมดได้เช่นนั้นเลือกมาห้าร้านแล้วเลือกร้านละอันดีหรือไม่” กู้อวี้กล่าว
“ดีเจ้าค่ะ!”เมื่ออยู่กับกู้อวี้ เจินเจินไม่เคยไม่เชื่อฟังเลยสักครา
“ชิ ขี้อวด”เวลานี้เองเสียงถากถางก็ดังมาจากเด็กในชุดเสื้อแพรชั้นดีผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลเด็กผู้นี้รูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ ด้านข้างประกบด้วยบ่าวรับใช้สองคนคนหนึ่งจูงมือของเด็กผู้นี้เอาไว้ อีกคนทำหน้าที่คอยปกป้องไม่ให้ผู้ใดเดินมาชน
เจินเจินไม่ได้ให้ความสนใจเด็กคนนั้น ยังคงตั้งใจเลือกโคมไฟต่อ โดยเลือกโคมไฟรูปเสือซึ่งนางคิดว่าสวยที่สุด
กู้อวี้มองปริศนา เพียงแค่ครู่เดียวก็สามารถทายปริศนาได้เถ้าแก่ยิ้มพร้อมกับกล่าวชื่นชมยกใหญ่ว่าปีที่แล้วไม่มีผู้ใดสามารถทายปริศนานี้ได้ถูกเลยสักคนปีนี้จึงได้นำออกมาให้ทายใหม่ คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนทายถูก
เวลานี้เองเด็กอ้วนคนเดิมวางก้อนเงินอวบอ้วนสีเงินให้แก่เถ้าแก่ พลางเอ่ยว่า“ข้าต้องการซื้อโคมไฟรูปเสืออันนี้!”