ยามเรือใกล้ เพลิงไหม้ก็ลุกท่วม ความร้อนผ่าวต้องใบหน้า ดูท่าสายเกินจะช่วยผู้ใด เป็เรือสำเภาสินค้าเฉกเช่นเดียวกันกับเรือคุณชาย จอดเทียมอยู่ห่างพอจะไม่ติดไฟ
"นายท่าน ข้าขออาสาล่วงไปตรวจเรือ" ลูกเรือนามว่า จี้จิน ร่างเล็กสันทัด ใบหน้าเหมือนหนู ข้าเห็นเขามักะโไปมาบนเสากระโดงเรือ หากว่างเว้นจากกิจการงาน
"ฝากเ้าแล้ว" คุณชายต้วนอนุญาต
"ขอรับ" จี้จินกล่าว ร่อนแผ่นไม้หอบหนึ่งเป็ทางจากเรือสู่อีกเรือ คล้ายสะพานบนน้ำ ลูกเรือน้อยโผลงทะเล แตะปลายเท้าลงไม้กระดาน ใช้วิชาตัวเบามุ่งไปยังเรือเคราะห์ร้าย ะโหายไปในกองเพลิง
ร้ายกาจนัก คุณชายต้วนซุ่มซ่อนยอดฝีมือไว้มากน้อยเพียงใดกัน ดูจากทุกคนบนเรือคล้ายมีของดีอยู่กับตัว
"เรือลำนั้นสิ้นแล้ว ใยต้องเสี่ยงชีวิตลูกเรือ" เรือนั้นไหม้ท่วม ห่วงใยเ้าจี้จิน ข้าจึงเรียนถาม
"เพราะจี้จินคือจี้จิน " บุรุษสุขุมแซ่ต้วนกล่าวยิ้มน้อย "ต่อให้เป็นรก เขาก็ไปกลับ เยี่ยงชมสวนดอกไม้" มั่นใจเฉกเช่นเล่าปี่ใช้กวนอู ดูข้าจะกังวลเกินไป
ครู่หนึ่งเสากระโดงเรือไฟล้มลง เพลิงเริงระบำยิ่งไหม้หนักแรงเป็เท่าตัว ไม่กี่อึดใจเรือคงถึงคราวจม
ร่างเงาพุ่งพรวดจากกองไฟ จี้จินข้ามน้ำว่องไวกลับมายังเรือ ในอ้อมแขนมีห่อผ้าเปียกชุบน้ำชุ่มขนาดเท่าผู้อุ้ม
จี้จินเปิดผ้าห่อออกเป็ดารุณีนางหนึ่งสภาพไม่สู้ดี ใบหน้ากึ่งเป็กึ่งตาย อาภรณ์ไหมขาวแปดเปื้อนด้วยคราบดำควันไฟ ทุกส่วนบนร่างประกอบด้วยเพชรนิลจินดา ทั้งตัวมิอาจประเมินค่า เพียงบรรดาปิ่นเกล้าอันมากมายก็ซื้อเรือได้มากหลายแล้ว ในมือกำสิ่งหนึ่งแน่น มันคือตราหยกพระราชทาน
"หรือว่าแม่นางท่านนี้" ข้ากล่าวออก
"นางมีความเกี่ยวข้องกับพระราชสำนัก เพียงมิอาจทราบได้แน่นอนว่านางเป็ผู้ใด" คุณชายต้วนจบประโยคแทนข้า
"ข้าจะ...ดูแลนาง" แม่นางขวัญหล้าพูดภาษาแผ่นดินใหญ่ แม้ไม่ชัดเจนก็ทราบได้ว่ามีการฝึกฝนอยู่พอประมาณสร้างความประหลาดใจนัก
"เช่นนั้นขอฝากนางด้วย" จี้จินที่อุ้มแม่นางน้อยเดินเคียงขวัญหล้าและผู้ติดตามหญิงของนางเข้าโถงเรือ
"ตามหมอหลี่สมทบ" คุณชายต้วนสั่ง กะลาสีขานรับทำงานฉับไว "ออกเรือต่อได้" ลูกเรือ กลับประจำที่ เดินหน้าต่อสู่ที่หมาย
ข้าเหม่อมองเรือที่ไหม้ไฟอับปางลงอย่างเชื่องช้า มีสิ่งมากมายซ่อนอยู่ที่ถูกทำลาย เป็โชคหรือเภทภัยที่เราได้คำตอบที่ยังไม่เปิดเผยมา มีเพียง์ที่รู้
สองวันผ่านพ้น มีข่าวอาการนางดีขึ้นพึ่งได้สติ ข้ากับคุณชายพร้อมท่านอินจึงไปเยือน
ดารุณีนอนในห้องผู้ติดตามของแม่นางขวัญหล้า ในห้องตกแต่งด้วยทิวธงสีสันสดใสเรียงรายเป็ทาง มีกลิ่นดอกไม้แปลกถิ่นชวนดมจากเทียนหอม เสื้อผ้าถูกซักสะอาดพับไว้บนพานข้างเตียง เครื่องประดับวางบนพานฝั่งตรงข้าม แม่นางน้อยนั่งสงบบนเตียง ส่วนขวัญหล้า,ผู้ติดตามและหมอหลี่นั่งที่โต๊ะรับรอง
"ข้ามีนามว่าต้วนเว่ยหรง เรือลำนี้เป็ของข้า หากผิดพลาดประการใดขออภัยต่อแม่นางด้วย" คุณชายต้วนคำนับนอบน้อม
"ท่านช่วยชีวิตข้าไหนเลยจะตำหนิได้" เสียงเสนาะหูยิ่งดั่งปักษาทำเพลง แม่นางน้อยวัยแรกสาวเมื่อเนื้อกายสะอาดแล้วช่างชวนมอง ดวงตากลมโตปลายตก คิ้วโก่งวงเดือน จมูกกระฉับได้ทรง ปากเรียวแหลมปลายเล็ก
"ขอเรียนถามชื่อแม่นาง" เ้าของเรือถาม
"ข้าช่างเสียมารยาทนัก ข้ามีชื่อว่าจูเซียงหลาน" แม่นางตอบประหม่า ไม่อยู่นิ่ง
"แม่นางจู เกิดเหตุใดกับเรือท่าน"
"ขออภัย ข้ามิทราบ"
"โปรดท่านเล่าความเท่าที่รู้เห็น"
"ขออภัย ข้ามิทราบ" ทุกผู้คนต่างตกตะลึง จะไม่รู้เห็นเป็ไปมิได้
"เพราะเหตุใด" ท่านอินกล่าวบ้าง ความรู้สึกคงไม่ผิดแผกไปจากข้า
"เกรงว่าแม่นางจูจะสูญเสียความทรงจำ" หมอหลี่ไขให้กระจ่าง พร้อมแทรกเข้ามา
"เป็เช่นนี้" พึมพำพร้อมเพรียง
"ข้าเล่าเหตุการณ์ทั้งหลายให้นางทราบ นอกเหนือจากนามแล้ว ทุกสิ่งล้วนลืมสิ้น" ท่านหมอกล่าวต่อ เหตุนี้เองนางจึงทราบว่าเราได้ช่วยชีวิต
"ช่างน่าเศร้า" ข้าอุทานออก
"อย่าได้กังวล ขอให้แม่นางจูพักพ่อนเอาแรง ถนอมสุขภาพด้วย" คุณชายคำนับลา
"หากมีสิ่งใดข้าพอช่วยได้ โปรดบอกข้า" แม่นางจูกล่าวตามหลัง
"กลับมาแข็งแรงดั่งเดิมก็ถือว่าช่วยแล้ว ข้าขอลา" หมู่เราพากันออกห้อง เหลือขวัญหล้าและหมอหลี่ก่อนหน้า
เราสามเดินกลับห้องนายเรือ เงียบเชียบยิ่ง ข้าจึงคิดกล่าวสิ่งใดไปบ้าง
"เสียดายนัก เรามิทราบถึงที่มาแม่นาง เช่นนั้นแล้วเราคงจับต้นชนปลายถูก เื่นี้พิศวงยิ่งนัก"
"ถูกของท่าน พิศวงยิ่ง" ประหลาดนัก ใยคุณชายจึงเปล่งรังสีเยือกเย็นเช่นนี้ น้ำเสียงราบเรียบผิดวิสัย
"ใยนางต้องปกปิดบังความจริง"