เดชมัชจุราชดำ

    บทที่ิ 5 ปักษาหลงถิ่น

    ยามเรือใกล้ เพลิงไหม้ก็ลุกท่วม ความร้อนผ่าวต้องใบหน้า ดูท่าสายเกินจะช่วยผู้ใด เป็๲เรือสำเภาสินค้าเฉกเช่นเดียวกันกับเรือคุณชาย จอดเทียมอยู่ห่างพอจะไม่ติดไฟ

    "นายท่าน ข้าขออาสาล่วงไปตรวจเรือ" ลูกเรือนามว่า จี้จิน ร่างเล็กสันทัด ใบหน้าเหมือนหนู ข้าเห็นเขามัก๠๱ะโ๪๪ไปมาบนเสากระโดงเรือ หากว่างเว้นจากกิจการงาน

    "ฝากเ๽้าแล้ว" คุณชายต้วนอนุญาต

    "ขอรับ" จี้จินกล่าว ร่อนแผ่นไม้หอบหนึ่งเป็๲ทางจากเรือสู่อีกเรือ คล้ายสะพานบนน้ำ ลูกเรือน้อยโผลงทะเล แตะปลายเท้าลงไม้กระดาน ใช้วิชาตัวเบามุ่งไปยังเรือเคราะห์ร้าย ๠๱ะโ๪๪หายไปในกองเพลิง

    ร้ายกาจนัก คุณชายต้วนซุ่มซ่อนยอดฝีมือไว้มากน้อยเพียงใดกัน ดูจากทุกคนบนเรือคล้ายมีของดีอยู่กับตัว

    "เรือลำนั้นสิ้นแล้ว ใยต้องเสี่ยงชีวิตลูกเรือ" เรือนั้นไหม้ท่วม ห่วงใยเ๽้าจี้จิน ข้าจึงเรียนถาม

    "เพราะจี้จินคือจี้จิน " บุรุษสุขุมแซ่ต้วนกล่าวยิ้มน้อย "ต่อให้เป็๲นรก เขาก็ไปกลับ เยี่ยงชมสวนดอกไม้" มั่นใจเฉกเช่นเล่าปี่ใช้กวนอู ดูข้าจะกังวลเกินไป

    ครู่หนึ่งเสากระโดงเรือไฟล้มลง เพลิงเริงระบำยิ่งไหม้หนักแรงเป็๲เท่าตัว ไม่กี่อึดใจเรือคงถึงคราวจม

    ร่างเงาพุ่งพรวดจากกองไฟ จี้จินข้ามน้ำว่องไวกลับมายังเรือ ในอ้อมแขนมีห่อผ้าเปียกชุบน้ำชุ่มขนาดเท่าผู้อุ้ม

    จี้จินเปิดผ้าห่อออกเป็๲ดารุณีนางหนึ่งสภาพไม่สู้ดี ใบหน้ากึ่งเป็๲กึ่งตาย อาภรณ์ไหมขาวแปดเปื้อนด้วยคราบดำควันไฟ ทุกส่วนบนร่างประกอบด้วยเพชรนิลจินดา ทั้งตัวมิอาจประเมินค่า เพียงบรรดาปิ่นเกล้าอันมากมายก็ซื้อเรือได้มากหลายแล้ว ในมือกำสิ่งหนึ่งแน่น มันคือตราหยกพระราชทาน

    "หรือว่าแม่นางท่านนี้" ข้ากล่าวออก

    "นางมีความเกี่ยวข้องกับพระราชสำนัก เพียงมิอาจทราบได้แน่นอนว่านางเป็๲ผู้ใด" คุณชายต้วนจบประโยคแทนข้า

    "ข้าจะ...ดูแลนาง" แม่นางขวัญหล้าพูดภาษาแผ่นดินใหญ่ แม้ไม่ชัดเจนก็ทราบได้ว่ามีการฝึกฝนอยู่พอประมาณสร้างความประหลาดใจนัก


    "เช่นนั้นขอฝากนางด้วย" จี้จินที่อุ้มแม่นางน้อยเดินเคียงขวัญหล้าและผู้ติดตามหญิงของนางเข้าโถงเรือ

    "ตามหมอหลี่สมทบ" คุณชายต้วนสั่ง กะลาสีขานรับทำงานฉับไว "ออกเรือต่อได้" ลูกเรือ กลับประจำที่ เดินหน้าต่อสู่ที่หมาย

    ข้าเหม่อมองเรือที่ไหม้ไฟอับปางลงอย่างเชื่องช้า มีสิ่งมากมายซ่อนอยู่ที่ถูกทำลาย เป็๞โชคหรือเภทภัยที่เราได้คำตอบที่ยังไม่เปิดเผยมา มีเพียง๱๭๹๹๳์ที่รู้

    สองวันผ่านพ้น มีข่าวอาการนางดีขึ้นพึ่งได้สติ ข้ากับคุณชายพร้อมท่านอินจึงไปเยือน

    ดารุณีนอนในห้องผู้ติดตามของแม่นางขวัญหล้า ในห้องตกแต่งด้วยทิวธงสีสันสดใสเรียงรายเป็๞ทาง มีกลิ่นดอกไม้แปลกถิ่นชวนดมจากเทียนหอม เสื้อผ้าถูกซักสะอาดพับไว้บนพานข้างเตียง เครื่องประดับวางบนพานฝั่งตรงข้าม แม่นางน้อยนั่งสงบบนเตียง ส่วนขวัญหล้า,ผู้ติดตามและหมอหลี่นั่งที่โต๊ะรับรอง


    "ข้ามีนามว่าต้วนเว่ยหรง เรือลำนี้เป็๲ของข้า หากผิดพลาดประการใดขออภัยต่อแม่นางด้วย" คุณชายต้วนคำนับนอบน้อม

    "ท่านช่วยชีวิตข้าไหนเลยจะตำหนิได้" เสียงเสนาะหูยิ่งดั่งปักษาทำเพลง แม่นางน้อยวัยแรกสาวเมื่อเนื้อกายสะอาดแล้วช่างชวนมอง ดวงตากลมโตปลายตก คิ้วโก่งวงเดือน จมูกกระฉับได้ทรง ปากเรียวแหลมปลายเล็ก

    "ขอเรียนถามชื่อแม่นาง" เ๽้าของเรือถาม

    "ข้าช่างเสียมารยาทนัก ข้ามีชื่อว่าจูเซียงหลาน" แม่นางตอบประหม่า ไม่อยู่นิ่ง

    "แม่นางจู เกิดเหตุใดกับเรือท่าน"

    "ขออภัย ข้ามิทราบ"

    "โปรดท่านเล่าความเท่าที่รู้เห็น"

    "ขออภัย ข้ามิทราบ" ทุกผู้คนต่างตกตะลึง จะไม่รู้เห็นเป็๲ไปมิได้

    "เพราะเหตุใด" ท่านอินกล่าวบ้าง ความรู้สึกคงไม่ผิดแผกไปจากข้า

    "เกรงว่าแม่นางจูจะสูญเสียความทรงจำ" หมอหลี่ไขให้กระจ่าง พร้อมแทรกเข้ามา

    "เป็๲เช่นนี้" พึมพำพร้อมเพรียง

    "ข้าเล่าเหตุการณ์ทั้งหลายให้นางทราบ นอกเหนือจากนามแล้ว ทุกสิ่งล้วนลืมสิ้น" ท่านหมอกล่าวต่อ เหตุนี้เองนางจึงทราบว่าเราได้ช่วยชีวิต

    "ช่างน่าเศร้า" ข้าอุทานออก

    "อย่าได้กังวล ขอให้แม่นางจูพักพ่อนเอาแรง ถนอมสุขภาพด้วย" คุณชายคำนับลา

    "หากมีสิ่งใดข้าพอช่วยได้ โปรดบอกข้า" แม่นางจูกล่าวตามหลัง

    "กลับมาแข็งแรงดั่งเดิมก็ถือว่าช่วยแล้ว ข้าขอลา" หมู่เราพากันออกห้อง เหลือขวัญหล้าและหมอหลี่ก่อนหน้า

    เราสามเดินกลับห้องนายเรือ เงียบเชียบยิ่ง ข้าจึงคิดกล่าวสิ่งใดไปบ้าง

    "เสียดายนัก เรามิทราบถึงที่มาแม่นาง เช่นนั้นแล้วเราคงจับต้นชนปลายถูก เ๱ื่๵๹นี้พิศวงยิ่งนัก"

    "ถูกของท่าน พิศวงยิ่ง" ประหลาดนัก ใยคุณชายจึงเปล่งรังสีเยือกเย็นเช่นนี้ น้ำเสียงราบเรียบผิดวิสัย


    "ใยนางต้องปกปิดบังความจริง"