“พวกเ้าออกไปได้แล้ว คืนนี้ข้าจะเข้านอนเร็วหน่อย” เฟยเฟิ่งหันไปสั่งนางกำนัลที่ปรนนิบัตินางอยู่
“มิให้พวกหม่อมฉันอยู่เป็เพื่อนหรือเพคะ”
“มิต้องๆ ออกไปได้แล้ว” เฟยเฟิ่งโบกมือไล่ หากให้พวกนางอยู่เป็เพื่อน แผนการที่วางเอาไว้ก็ล่มกันพอดี
นางกำนัลทั้งหลายที่ได้ยินคำสั่งของผู้เป็นายจึงรีบออกไปเฝ้าที่หน้าประตู เมื่ออยู่ลำพังในห้องเฟยเฟิ่งจึงรีบหยิบอาภรณ์ของรองแม่ทัพซีห่าวที่ขอยืมมาสวมใส่ ด้วยขนาดตัวที่ต่างกันจึงทำให้อาภรณ์ดูใหญ่โคร่งดั่งเด็กน้อยที่แอบเอาอาภรณ์ของบิดามาใส่ มือบางผูกสายรัดเอวให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำใด้เพื่อมิให้อาภรณ์หลุดร่วงยามเดินเหิน และที่นางต้องแต่งตัวเช่นนี้ก็เพราะว่าหลังจากที่นางเดินออกมาจากศาลาริมน้ำที่จวนอ๋องเมื่อตอนกลางวัน…
“บ้าจริง ใครจะอยากลงเอยกับคนปากเสียเช่นนั้น ชิ!!!” มือบางถือไม้ฟาดฟันดอกไม้ใบหญ้าในสวนดอกไม้จวนอ๋องไปมาอยู่อย่างนั้น
“ของสวยงามเขามีไว้ให้เชยชม มิได้มีไว้ให้ทำลายเช่นนี้” ซีห่าวยื่นขนมให้ในจานที่นำมาด้วยให้องค์หญิงเฟยเฟิ่ง
“เื่ของข้า! ว่าแต่ท่านตามข้ามาทำไม” ร่างบางเช็ดมือเข้ากับอาภรณ์แล้วจึงหยิบขนมมากิน
“ก็นำขนมมาให้พระองค์นี่อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม ขอบใจ…อ่อ ท่านจำได้หรือไม่ว่าท่านติดค้างข้าอยู่เื่หนึ่ง” เฟยเฟิ่งยกยิ้มอย่าเ้าเล่ห์
“จะ จำได้พ่ะย่ะค่ะ” ร่างหนาถึงกับชะงักกับท่าทีขององค์หญิง คงมิใช่ว่าจะให้เขาทำสิ่งแปลกประหลาดนะ
“เช่นนั้นคืนนี้ท่านมารับข้าออกจากวังที…หยุด!!! ไม่ต้องถามมาก มารับข้า ก็พอแล้วห้ามบอกผู้ใดเป็อันขาดโดยเฉพาะพี่สามกับพี่เจียวซิน แล้วข้าจะบอกท่านอีกทีว่าจะให้ไปรับที่ใด” ซีห่าวกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก มองใบหน้าที่แย้มยิ้มอย่างเ้าขององค์หญิงแล้วเขารู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาทันใด
เื่ก็เป็เช่นที่เล่ามา เฟยเฟิ่งนัดแนะกับรองแม่ทัพซีห่าวออกไปนอกวังจึงต้องแต่งกายเป็ชายเพื่อหลบหลีกจากองค์รักษ์ของเสด็จพ่อ และอีกเหตุผลหนึ่งนางที่ต้องแต่งกายเป็ชายก็เพราะนางอยากไปเที่ยว…หอนางโลม
ฮึบ!ร่างบางะโลงจากหน้าต่าง สองขาเดินย่องลัดเลาะไปจนถึงกำแพงด้านหลังโรงครัวหลวง เฟยเฟิ่งเคยได้ยินพ่อครัวหลวงกล่าวว่าพวกเขามัก ใช้ช่องทางลับหลังโรงครัวแอบหนีออกจากวัง นางจึงคิดจะใช้เส้นทางนี้หลบหนีออกจากวัง
เมื่อมาถึงที่ช่องทางลับ ร่างบางจึงหันไปสอดส่ายสายตาว่ามีผู้ใดตามมาหรือไม่ เมื่อมั่นใจว่ามิมีผู้ใดแล้วนางจึงรีบใช้มือตะกุยโพรงหญ้าตรงฐานกำแพง เผยให้เห็นช่องทางขนาดเล็กที่เกิดจากการแตกร้าวของกำแพง เฟยเฟิ่งรีบมุดตัวออกไปทันที เมื่อออกมาได้ร่างบางจึงรีบวิ่งไปหาซีห่าวที่มายืนรออยู่แล้ว
“รอข้านานหรือไม่” เฟยเฟิ่งยกมือบัดฝุ่นที่ติดตามอาภรณ์สีดำสนิท
“มินานพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมพึ่งมาถึง แล้วนี่องค์หญิงจะให้กระหม่อมทำสิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าอยากไปเที่ยวหอนางโลม”
“หอนางโลม! อุบ” ซีห่าวร้องะโออกมาด้วยความใ เฟยเฟิ่งจึงรีบยกมือปิดปากร่างหนาทันที
“เบาเสียงหน่อยได้หรือไม่เล่า ประเดี๋ยวพวกทหารก็แห่กันมา”
“พระองค์คิดอย่างไรจึงจะไปที่เช่นนั้น พระองค์เป็หญิง! ทั้งยังเป็ถึง องค์หญิง”
“ข้ารู้ แต่ที่ข้าอยากไปเพราะข้า้าศึกษาเื่เข้าหอต่างหาก ยิ่งเข้าใกล้วัยปักปิ่นเสด็จแม่ยิ่งเคร่งครัดให้ข้าเล่าเรียนเื่นี้ และอีกสองวันข้างหน้าเสด็จแม่จะมาทดสอบความรู้ของข้าด้วยตัวเอง”
“เช่นนั้นพระองค์ควรอ่านตำราอยู่ที่ตำหนักพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้ามิเข้าใจ! พี่เจียวซินบอกว่าข้าเรียนรู้ได้ดีผ่านการมองเห็น ข้าจึงจะไปดูนี่อย่างไร และท่านต้องไปกับข้า!”
“เห้ออออ เช่นนั้นพระองค์ห้ามอยู่ห่างกายของกระหม่อมเป็อันขาด เข้าใจหรือไม่อาเฟิ่งน้องพี่” เฟยเฟิ่งทำท่าฮึดฮัดแต่ก็จำใจตอบรับเพราะเกรงว่าซีห่าวจะเปลี่ยนใจ ซีห่าวดึงแขนองค์หญิงขึ้นขี่ม้าซ้อนหลังเขาแล้วจึงรีบเดินทางไปหอนางโลม เขาเลือกที่จะไปหอนางโลมที่ห่างไกลจากวังหลวงเพราะกลัวว่าจะมีคน จดจำพวกเขาได้ ซีห่าวควบม้าไปก็ถอดถอนหายใจไป มิรู้ว่าเขาคิดอันใดอยู่จึงได้ตกปากรับคำองค์หญิง
หาเื่ใส่ตัวเสียจริง จางซีห่าว!!!
.
.
“ฝ่าา องค์หญิงเฟยเฟิ่งลอบออกจากวังไปพ่ะย่ะค่ะ” องค์รักษ์เงาผู้หนึ่งเอ่ยรายงานต่อนายเหนือหัว
“ออกไปเองงั้นหรือ หรือไปกับผู้ใด”
“ไปกับรองแม่ทัพจางซีห่าวพ่ะย่ะค่ะ”
“จางซีห่าว…มิใช่ว่ามิถูกกันหรอกหรือ อืม…ตามไปห่างๆ ก็พอ” องค์รักษ์เงาก้มคำนับแล้วจึงรีบออกไปทันที
“จะมิเป็ไรหรือเพคะ น้องเกรงว่า…” ฮองเฮาหลี่เผยสีหน้ากังวลขึ้นมา หากว่ามีผู้อื่นพบเห็นคงมิดีต่อเฟิ่งเออร์เป็แน่
“หึๆ จางซีห่าวก็มิเลวมิใช่หรือ รูปร่างหน้าตา วงศ์ตระกูล ตำแหน่งหน้าที่ ทั้งเรือนสกุลจางก็มิได้อยู่ไกลจากวังหลวง เ้าไม่คิดว่านี่เป็เื่ดีหรอกหรือ” ฮ่องเต้เฟยหลงยกยิ้มอย่างเ้าเลห์ มือหนายกจอกชาขึ้นดื่มอย่างสบายอกสบายใจ
.
.
“ถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ ต่อจากนี้เราคงต้องใช้คำสามัญหากมิอยากถูกจับได้” ซีห่าวนำม้าไปผูกไว้แล้วจึงเดินนำองค์หญิงเฟยเฟิ่งไปในย่านตลาด หอนางโลมชิงฟู่เป็ที่รู้จักอย่างแพร่หลายในเมืองหลวง ตั้งอยู่ท้ายตลาด ในตอนกลางวันเปิดเป็เหลาอาหารแต่ทว่าตอนกลางคืนกลับเป็หอนางโลมชื่อดังในย่านนี้
“ได้ แต่ก่อนอื่นข้าอยากกินถังหูลู่ตรงนั้น พี่ซีห่าวพาข้าไปทีได้หรือไม่” มือบางเกาะแขนแกร่ง เงยหน้าขอร้องเสียงอ่อนเสียงหวาน จนซีห่าวถึงกับหายใจสะดุด ตาคมก้มมองใบหน้าหวานในอาภรณ์ของเขา ร่างบางรวบผมตึง เขียนคิ้วให้หนาขึ้นดัง้าให้เหมือนชายมากขึ้น แต่มองอย่างไรก็ดูสวยคมมากกว่าจะหล่อเหลา
“อะ อืม ไปสิ” ซีห่าวเดินนำร่างบางไปที่แผงขายถังหูลู่ ในย่านนี้มีร้านค้ามากมายที่เปิดในยามกลางคืนเพื่อบริการแก่เหล่าผู้คนที่มาเที่ยวชมบุปผางาม ในหอชิงฟู่ ร่างบางหยิบถังหูลู่มาสองไม้ ปากเล็กกัดกินขนมแต่สายตาก็สำรวจ ไปรอบๆ
“หอนางโลมมีเพียงแค่ที่นี่หรือ”
“มีหลายที่ ใกล้วังหลวงก็มีเช่นกัน แต่พี่กลัวจะมีคนมาพบเราเข้าจึงได้มาที่ที่ห่างไกลวังหลวงออกมา” และอีกเหตุผลคือซีห่าว้ามาตรวจสอบหอนางโลมที่องค์ชายห้ามาเยือนด้วยตนเองจึงได้เลือกที่จะพาองค์หญิงเฟยเฟิ่งมาที่นี่
“อ่อ เช่นนี้นี่เอง เข้าไปกันเถิดข้ากินหมดแล้ว” เฟยเฟิ่งทิ้งเศษไม้แล้วจึงจัดอาภรณ์ของตนเพื่อเตรียมเข้าไปเปิดหูเปิดตา
“นายท่าน เชิญเข้ามาทางนี้ก่อนเ้าค่ะ สตรีงาม สุราดี ท่านทั้งสองต้องถูกใจเป็แน่” หญิงสาวหลายคนรีบเข้ามาต้อนรับแขกที่มาใหม่
“ข้า้าที่นั่ง้านั้น จัดการให้ข้าที” ซีห่าวยื่นถุงเงินพลางชี้ไปที่ห้องบนชั้นลอยของร้านที่มีฉากกั้นที่คนอยู่ด้านล่างมิอาจมองเห็นคน้า แต่ทว่าคนที่อยู่บนนั้นกลับมองลงมาเห็นแท่นจัดแสดงต่างๆ ได้อย่างชัดเจน
“ได้เ้าค่ะนายท่าน เ้าพานายท่านทั้งสองขึ้นไปก่อน” หญิงสาววัยกลางคนค่อมตัวให้ทั้งสองเดินผ่านไปก่อน
ซีห่าวและเฟยเฟิ่งถูกนำไปที่ห้องบนชั้นลอยดังที่้า ระหว่างทาง เฟยเฟิ่งก็สอดส่ายสายตาดูโดยรอบ ไม่ว่าจะชายหนุ่มหรือชายชรา ชาวบ้านทั่วไปหรือขุนนางชั้นสูงต่างมาเที่ยวชมสถานที่ให้ความสุขแห่งนี้กันทั้งนั้น ภาพของชายหญิงกอดรัดนัวเนียกันมิทำให้หญิงสาววัยแรกรุ่นอย่างเฟยเฟิ่งเขินอายแม้แต่น้อย ตากลมฉายแววสงสัยใคร่รู้ไปเสียทุกเื่
“มิต้องให้ใครขึ้นมาปรนนิบัติ ข้าขอเพียงอาหารและชาเท่านนั้น”
“เอาสุรามาด้วย” เฟยเฟิ่งหันไปยิ้มแย้มให้สาวงามที่นำพวกเขาขึ้นมา จนแม่นางผู้นั้นบิดเขินกับรอยยิ้มแสนหวานที่ได้รับ
“เ้าค่ะนายท่าน”
ไม่นานอาหารเลิศรสและสุราชั้นดีก็ถูกนำมาวางเรียงรายเต็มโต๊ะ เฟยเฟิ่งหยิบขนมกินไปก็ดูการแสดงไป ทั้งร่ายรำ บรรเลงดนตรี การละคร หญิงสาวของหอชิงฟู่ต่างทำได้ดียิ่งกว่านางรำในวังเสียอีก
“งดงามๆ ข้าว่าจ้างวานพวกนางไปสอนนางรำในวังคงจะดี” เฟยเฟิ่งยื่นหน้าเข้าไปกระซิบกระซาบกับซีห่าวที่นั่งอยู่ตรงข้าม
“หึๆ ที่นี่มีชื่อเสียงด้านการร่ายรำมิน้อย”
“โอ๊ะ! นั่นเรียกจุมพิตหรือไม่ ใช่หรือไม่” เฟยเฟิ่งชี้นิ้วไปยังชายชราที่กำลังนัวเนียแนบชิดกับหญิงสาวของหอชิงฟู่ ทั้งสองจุมพิตกันอย่างดูดดื่มมิได้สนใจสายตาผู้ใดเพราะเื่เช่นนี้ถือเป็กิริยาปกติในหอนางโลม
“ใช่ สิ่งนั้นเรียกจุมพิต สามารถจุมพิตได้หลายที่ หน้าผาก ริมฝีปาก แก้ม หรือที่อื่น ทั้งการจุมพิตยังบอกถึงความรู้สึกที่ชายหญิงมีต่อกันได้”
“เช่นนั้น ชายหญิงคู่นั้นเขารู้สึกอย่างไรอยู่ ท่านรู้หรือไม่”
“คงจะเป็ความใคร่กระมัง”
“แล้วจุมพิตเพราะความรักจะต้องทำเช่นใดงั้นหรือ” ตากลมไร้เดียงสาจดจ้องมองใบหน้าคมของซีห่าวอย่างรอคอยคำตอบ
“คงมิมีขั้นตอนแน่ชัด เพียงปล่อยไปตามที่ใจอยากทำ ปล่อยไปตามที่ใจรู้สึก”
“ท่านสอนข้ามิได้หรือ” คำถามขององค์หญิงเฟยเฟิ่งทำเอาซีห่าวถึงกับเบิกตากว้าง
“มิได้! เื่เช่นนี้เมื่อเ้าตบแต่งไปก็จะได้รับมันเอง” ซีห่าวหมายความว่าหากเฟยเฟิ่งตบแต่งกับคนที่รักแล้วก็จะได้รับจุมพิตที่ให้ความรู้สึกรัก แต่ซีห่าวกับลืมไปเสียสนิทว่า…
“ท่านคิดว่าฐานะของข้าในตอนนี้สามารถเลือกตบแต่งกับคนที่ตนเองรักได้อย่างนั้นหรือ” เฟยเฟิ่งกล่าวไปตามความเป็จริง นางรู้ดีเป็ที่สุดว่านางจะคงต้องแต่งเชื่อมสัมพันธ์ให้กับแคว้นใดแคว้นหนึ่ง เมื่อนึกถึงเื่นี้ใบหน้าสดใสก็ดูหม่นหมองขึ้นมา แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น ไม่นานเฟยเฟิ่งก็กลับมาสดใสดังเดิม
“ช่างเถิด เลิกคิดๆ …จุมพิตบอกความรู้สึกได้ จุมพิตแบบคนรักกันให้ทำตามที่ใจ้า! อืม…ข้าได้ความรู้เพิ่มขึ้นจากเดิมหนึ่งเื่” ซีห่าวจดจ้องร่างบาง มิวางตา สีหน้าหม่นหมองเมื่อครู่ทำให้เขารู้ว่าองค์หญิงกังวลเื่นี้อยู่ไม่น้อย แต่ร่างบางก็ยังกลับมาสดใสได้ดังเดิม ริมฝีปากหนายกยิ้มให้ท่าทางขององค์หญิงเฟยเฟิ่ง
ทั้งดื้อรั้น ทั้งซุกซน แต่เหตุใดจึงน่ามองเช่นนี้ ท่าทางเช่นนี้มันน่าเอ็นดูเกินไปแล้ว
อึก! ซีห่าวชะงักกับความคิดของตนเอง ปากหนาหุบยิ้มลงทันใด เกิดสิ่งใดขึ้นกับตัวเขา! เหตุใดจึงมีความคิดเช่นนี้ได้ ซีห่าวพยายามคิดหาเหตุผลมากมายมาหักล้างความคิดของตน แต่ยิ่งคิดถึงเื่ราวขององค์หญิงเท่าใดเขาก็เห็นแต่ภาพที่น่าเอ็นดูไปเสียหมด จะอาจเอื้อมเกินไปแล้ว จางซีห่าว!!!
“พี่ซีห่าว พี่ซีห่าว! เป็อันใดหรือไม่ เหตุใดจึงตบหน้าตนเองเช่นนั้นเล่า” เฟยเฟิ่งจับมือของซีห่าวไว้มิให้ตบหน้าของตนเอง
“ข้า…ข้ามิเป็อันใด อะแฮ่ม! เ้าจะกลับเลยหรือไม่”
“กลับอันใดกันเล่า ข้ายังศึกษามิทั่วถึง รู้จักจุมพิตแล้วต่อไปก็…ร่วมเตียง!”
เฟยเฟิ่งและซีห่าวถูกย้ายมาอยู่ในห้องรับรองที่แขกผู้มาเยือนมักใช้ในการเสพสุขกับเหล่าสาวงามจากหอชิงฟู่ ด้วยเหตุที่ว่าเฟยเฟิ่งยืนยันว่าจะต้องศึกษาเื่นี้ให้จงได้ ร่างบางเอาหูแนบกับผนังกั้นฟังเสียงจากห้องข้างๆ เสียงครวญครางที่ได้ยินทำให้เฟยเฟิ่งยิ่งอยากรู้อยากเห็น
“พี่ซีห่าว ข้าอยากได้มีด” เฟยเฟิ่งแบมือไปตรงหน้าของซีห่าว
“จะเอามีดไปทำอันใด”
“ก็จะเอาไปเจาะรูผนังกั้นอย่างไรเล่า ข้าลองเคาะๆ ดูแล้วมิได้ใช้วัสดุหนานัก ใช้มีดน่าจะเจาะได้”
“มิได้! จะไปแอบดูผู้อื่นปฏิบัติกิจกามด้วยเหตุใด”
จิ๊!!! ดุเสียจริง นั่นก็มิได้ นี่ก็มิได้!
ร่างบางที่มิได้ดั่งใจก็ทำหน้างอ ลุกขึ้นไปเอาหูไปแนบกับผนังกั้นอีกด้านหนึ่ง หวังว่าห้องนี้คงมิได้มีแค่เสียงครวญครางนะ อย่างน้อยก็บรรยายท่าทางออกมาเสียหน่อยเถิด…?
“เอ๊ะ! ไม่เห็นจะมีเสียงแบบห้องนั้นเลย” ร่างบางทำหน้าฉงน เพราะที่นาง ได้ยินตอนนี้เป็เพียงเสียงของชายสนทนากัน มิมีเสียงหญิงสาวแทรกมาเหมือนกับอีกห้อง ร่างบางจึงหันไปกวักมือเรียกซีห่าวที่กำลังยกจอกสุราเข้าปาก
“มาฟังตรงนี้ เร็วเข้า” ซีห่าวขยับไปเอาหูแนบกับผนังกั้น
“ข้าจัดการกับบุตรสาวของข้าเรียบร้อยแล้ว นายท่านว่าอย่างไรบ้าง”
“นายท่านให้ข้านำสิ่งนี้มาปลอบขวัญท่าน อย่างไรนางก็เป็บุตรสาวของท่าน คงจะทำให้ท่านลำบากใจไม่น้อย”
“เพื่อการใหญ่ของนายท่านแล้ว จะให้ข้ากำจัดผู้ใดก็ย่อมได้ทั้งนั้น แล้วจากนี้เราจะสืบข่าวในจวนท่านอ๋องสะ-”
ทั้งซีห่าวและเฟยเฟิ่งชะงักเมื่อจู่ๆ เสียงพูดคุยของชายทั้งคู่ก็เงียบลงทั้งที่ยังเอ่ยมิจบประโยค แต่มิทันได้สงสัยไปมากกว่านั้นก็มีกระบี่แทงทะลุผนังกั้นออกมา
ฉึบ!!!ตากลมของเฟยเฟิ่งเบิกกว้างขึ้น ปากเล็กไม่ทันได้ส่งเสียงใดออกมาก็ถูกมือหนาของซีห่าวปิดไว้ ร่างสูงรีบดึงรั้งร่างบางขึ้นไปบนเตียงแล้วจึงนำผ้ามาคลุมตัวพวกเขาไว้จนมิด
“มิต้องกลัว เพียงแค่ครางออกมาให้ดังๆ ก็พอ” ร่างหนาเอ่ยกระซิบข้างหูด้วยเสียงที่เบาที่สุด ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะมิ้าให้ถูกจับได้ จากบทสนทนาเมื่อครู่ฟังอย่างไรซีห่าวก็มั่นใจว่าต้องเกี่ยวข้องกับท่านอ๋องสามเป็แน่
“ห๊ะ!…” เฟยเฟิ่งที่ถูกคร่อมทับอยู่ถึงกับอ้าปากค้างใกับคำพูดของซีห่าว ท่างทางล่อแหลมเช่นนี้ ยังจะให้ร้องครางออกมางั้นหรือ บ้าไปแล้ว…
“คะ ครางแบบเ็ปหรือว่าครางแบบ-”
“ครางแบบที่เ้าได้ยินเมื่อครู่ ได้ยินอย่างไรมาก็ครางแบบนั้น”
แอ๊ด~ เสียงแง้มประตูดังขึ้นเพียงเล็กน้อย
“กรี๊ดดดด ข้าเจ็บเ้าค่ะ อ๊ะ โอ้วววว อู้วววว” เฟยเฟิ่งบีบเสียงของตนให้เล็กแหลมและร้องครวญคราง ตามที่นางได้ยินมามิขาดแม้แต่คำเดียว
“วู้ววววว โอ้ว อร๊างงงงง มิไหวแล้วเ้าค่ะ อู้ววว อ๊า~” ซีห่าวอ้าปากค้างกับสิ่งที่ตนเองได้ยิน ในหัวคิดจินตนาการว่าห้องข้างๆ ต้องโลดโผนเพียงใดองค์หญิงถึงได้ส่งเสียงครางได้เร่าร้อน…? ถึงเพียงนี้
ซีห่าวพยายามดึงสติของตนเองให้กลับจดจ่ออยู่กับผู้ที่ลักลอบเข้ามาในห้อง ร่างหนาเอียงหูฟังเสียงฝีเท้า จากที่ได้ยินอยู่ตอนนี้คนผู้นั้นคงจะอยู่นอกห้องมิได้เข้ามาใกล้ไปมากกว่านี้ ไม่นานซีห่าวก็มิได้ยินเสียงฝีเท้าใดๆ อีก
“ข้าว่าพวกมันน่าจะไปแล้ว” ใบหน้าคมหันหน้ากลับมาบอกร่างบาง เป็จังหวะเดียวกับเฟยเฟิ่งที่มองซีห่าวอยู่ก่อนแล้ว สองสายตาสอดประสาน ก้อนเนื้อภายในอกด้านซ้ายของทั้งคู่เต้นแรงดั่งจะหลุดออกมาจากอกให้ได้ มือบางเลื่อนขึ้นมาัับนอกแกร่ง
“ตรงนี้ของท่านก็เต้นแรงเหมือนกันหรือ…นึกว่าข้าจะเป็อยู่ผู้เดียวเสียอีก” ซีห่าวจ้องมองริมฝีปากที่ขยับพูดคุยไม่วางตา
“พระองค์ยังอยากให้กระหม่อมสอนจุมพิตหรือไม่” สูง ต่ำ ดี ชั่ว คือสิ่งใด บัดนี้ซีห่าวลืมสิ้นไปแล้ว รู้เพียงว่าหากมิได้ประทับตราลงบนกลีบปากบางคืนนี้เขาคงมิอาจข่มตาหลับลงได้
“อืม ข้าเองก็อยากให้ท่าน- อื้ออออ” ซีห่าวกดริมฝีปากของตนเองลงบนปากบางอย่างแ่เบา นิ่งค้างอยู่อย่างนั้นเพียงชั่วครู่ลิ้นร้อนก็เริ่มซุกซนไล่เลียไปตามกลีบปากบางจนเฟยเฟิ่งเผลอไผลไปตามความอ่อนโยนที่อีกฝ่านมอบให้ ร่างบางยกมือขึ้นกอดเกี่ยวลำคอหนา ทั้งยังเผยอริมฝีปากออกปล่อยให้ลิ้นร้อนแทรกเข้ามากอดเกี่ยวกับลิ้นเล็ก ท่าทางไม่ประสีประสาของเฟยเฟิ่งทำให้ซีห่าวแทบจะควบคุมตนเองไม่อยู่ ปากหนาดูดดึงลิ้นเล็กจนเกิดเสียงดังขึ้นไปทั่วห้อง
จุมพิตรสหวานครานี้มิรู้ว่าให้ความรู้สึกใดแต่รู้เพียงว่าทั้งคู่ได้ปล่อยให้จุมพิตนี้เป็ไปตามที่ใจอยากให้เป็
“อื้ออออ อืมมมม”
จุ๊บ!ซีห่าวถอนริมฝีปากออกมาอย่างอ้อยอิ่ง นิ้วยาวยกขึ้นปาดน้ำสีใสออกจาก ริมฝีปากบาง
“ให้กระหม่อมช่วยนะพ่ะย่ะค่ะ” ซีห่าวพยุงร่างบางให้ลุกขึ้นจากเตียง ทั้งสองต่างจัดอาภรณ์ของตนเองให้เข้าที่เข้าทาง
เฟยเฟิ่งเหลือบมองซีห่าวอยู่หลายครา สองมือกำกันแน่น มิรู้ว่าจะทำตัวเช่นใด มิรู้ว่าจะต้องพูดสิ่งใด นางมิเคยรู้สึกเช่นนี้กับใคร ยิ่งััลึกซึ้งถึง ขั้นจุมพิตยิ่งมิเคยแม้แต่จะคิด แต่เมื่อครู่นางกลับเอ่ยอนุญาตให้ซีห่าวจุมพิตตนเอง
“จุมพิตนี้ ท่านรู้สึกอย่างไรหรือ” ร่างบางกัดริมฝีปากตนเองแน่น แววตาสั่นไหวราวกับไม่แน่ใจในสิ่งที่ตนเองถาม
“ชมชอบ อาจจะยังมิใช่ความรักแต่ก็คงอีกไม่นาน หากพระองค์เมตตากระหม่อม”
“เช่นนั้นหรือ ขะ ข้าเองก็รู้สึกดีที่เป็ท่าน” เฟยเฟิ่งเอ่ยจบก็ลุกเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ซีห่าวเห็นดังนั้นจึงได้เร่งรีบตามออกไปโดยมิทันได้สังเกตเห็นว่ามีคนผู้หนึ่งที่แอบมองพวกเขาอยู่ในมุมมืด
“หึ รองแม่ทัพซีห่าวกลับมาแล้วหรือนี่”
Knock Knock! เฟิ่งเออร์ของเรานี่ดูเบาไม่ได้เลยจริงๆ พี่ซีห่าวก็ใช่เล่นน๊าาาา ร้ายเกินไปแล้วววว