“ราวกับทุกอย่างคือความฝัน แต่เป็ฝันที่เหมือนจริง และภาพทุกอย่างชัดเจนมาก ผมจำทุกอย่างในความฝันได้ และผมรับรู้ได้ว่าผมคืออาร์กัส เวอร์มิเลี่ยน กลับชาติมาเกิดใหม่”
เด็กหนุ่มวัยสิบสี่ปี ผมดำสนิท ดวงตาสีน้ำเงินเข้มซึ่งร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า กำลังเอามือกุมหน้าผากตัวเอง ภาพทุกอย่างกำลังไหลเข้าสู่หัวของเขา มันบังคับเข้าสู่สมองของเขาอย่างถาวร จนหัวเขาแทบะเิ
“ฝ่าา พระองค์เป็อย่างไรบ้าง” หญิงสาวคนหนึ่งในชุดเมดรับใช้เอ่ยถาม
“ฝ่าา...คำที่ใช้เรียกกษัตริย์น่ะหรือ” อาร์กัสที่เกิดใหม่เอ่ยด้วยความสงสัย ก่อนที่ความทรงจำในชาตินี้ จะตอบคำถามให้กับเขา
เข้าได้รับรู้ว่าตอนนี้เขากลับชาติมาเกิดใหม่ ในยุคสามร้อยปีให้หลัง ดูเหมือนว่าเขาจะเป็เ้าชายของอาณาจักรแห่งนี้ อาณาจักรเล็กๆ ที่มีชื่อเรียกเต็มๆว่า ราชรัฐจิ้งจอกแดง ซึ่งเข้าร่วมเป็ส่วนหนึ่งของเครือจักรภพคิเมร่า ห้าอาณาจักรสุดท้ายที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้ นอกนั้นหากไม่เป็หมู่บ้าน เป็ป้อมปราการ ก็อยู่กระจัดกระจายราวกับคนป่า อยู่บนโลกที่พังทลายแห่งนี้
ถึงแม้ชาตินี้อาร์กัสจะได้เป็ผู้ปกครองประเทศ แต่มันก็ไม่น่ายินดีนัก เพราะตำแหน่งของเขาเป็แค่หุ่นเชิดให้กับขุนนางและพระญาติเท่านั้น เขาไม่มีอำนาจอย่างแท้จริง พ่อ แม่ และพี่ชายคนเดียวของเขาตายไปหมดแล้ว เหลือเพียงญาติจากตระกูลราฟบลัดเท่านั้น และญาติที่เหลืออยู่ ก็ดูเหมือนว่าจะทำทุกวิถีทางที่จะให้เขาสละราชบัลลังค์ เพื่อที่พวกเขาจะได้ปกครองประเทศนี้แทน
“ตัวข้ามีนามว่า เรนเดล ฟ็อกการ์ดสินะ” เมื่อสงสัย ความทรงจำจากร่างนี้ที่หลอมรวมเข้ากับความทรงจำของอาร์กัสก็ตอบกลับเขาทันที และเมื่อมองไปรอบบริเวณ เขาพบว่ามีคนจำนวนมากที่กำลังแต่งชุดดำไว้ทุกข์ให้กับเขา ทุกคนกำลังตกตะลึงที่เขาลุกพรวดขึ้นมาจากโลงศพแก้ว ที่กำลังจะปิดฝาโลงในไม่ช้า
ประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออก พร้อมกับขุนนางระดับผู้ใหญ่ในชุดสีดำเร่งรีบเดินเข้ามาในพิธีงานศพ พวกเขาอยากเห็นเต็มตาว่าเรนเดล กษัตริย์ผู้อ่อนแอยังคงมีพระชนม์ชีพอยู่จริง ไม่ได้ตายตามดั่งที่ใจพวกเขาคาดหวังเอาไว้
ขุนนางสูงวัยทั้งสามคนต่างส่ายหน้า บ้างถอนหายใจแบบไม่ปิดบัง ในความทรงจำของเรนเดลคนเก่า ทราบว่าคนแรกคือเ้ากรมกลาโหม เป็ชายแก่ร่างเตี้ย ค่อนข้างท้วม ส่วนคนที่สองหัวหน้าทหารหลวงของอาณาจักร ยังดูหล่อเหลาแม้ว่าอายุน่าจะเลยสี่สิบไปแล้ว ส่วนชายคนสุดท้ายที่มีสีหน้าเรียบเฉย ท่าทางสง่างามแม้สูงอายุ หนวดถูกดัดจนโค้ง เขาคือมาริค บาชอค ผู้สำเร็จราชการของเขานั่นเอง
“กษัตริย์ยังคงมีพระชนม์ชีพ ช่างเป็เื่น่าอัศจรรย์” ผู้สำเร็จราชการมาริคเอ่ยเสียงเรียบ พลางมองเรนเดลด้วยท่าทีสงสัย
“ผมบอกกี่ครั้งแล้ว ท่านแกรนด์ลอร์ด มาริค ว่ายศของผู้ปกครองประเทศในปัจจุบันของเรา คือเ้าชาย ไม่ใช่กษัตริย์ หลังสนธิสัญญารวมเครือจักรภพ ฐานะของเราก็ลดลงมาหนึ่งระดับแล้วนะ” เ้ากรมกลาโหมเอ่ยเตือนความจำมาริค
“นั่นเพราะการตัดสินใจที่โง่งมของตระกูลราฟบลัดไม่ใช่หรือ ท่านรอนสัน ราฟบลัด เ้ากรมกลาโหมคนปัจจุบัน” มาริคกล่าวย้อนโต้กลับ “หากตอนนั้นข้ามีอำนาจ ประเทศของเราก็คงไม่ถูกลดระดับลงเยี่ยงนี้ ข้าคงต้องหาทางเจรจาเพื่อยกระดับฐานะของอาณาจักรเรากลับมาดั่งเดิม”
“ด้วยการถอนหมั้นลูกสาวท่านกับลูกชายข้า และไปเกี่ยวดองกับตระกูลยางามิแห่งจักรวรรดิัไฟหรือเปล่าล่ะ ถึงจะเลื่อนระดับประเทศของเรา” ชายผู้มีตำแหน่งหัวหน้าทหารหลวง ฟิลิป ราฟบลัด เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
แม้เรนเดลซึ่งมีจิติญญาของอาร์กัสจะยังไม่รู้ว่าพวกเขาเป็ใคร แต่หัวใจของเรนเดลกลับรู้สึกเ็ป เมื่อได้ยินว่าลูกสาวของผู้สำเร็จราชการ มาริค มีคู่หมั้นหมายแล้ว
จู่ๆภาพความทรงจำของหญิงสาวคนหนึ่งก็เข้ามาในหัวเรนเดล หญิงสาวในฝันของเรนเดล เธอช่างน่ารักเหมือนตุ๊กตา ผมสีดำยาวสลวยอันเป็จุดเด่นที่เขาไม่เคยลืม เขาช่วยเธอจากการหกล้มในวัยเด็ก และให้เธอขี่หลังเพื่อไปส่งที่พักของเธอ
ั้แ่นั้นมา พวกเขาทั้งสองก็แอบมาเล่นที่ด้านหลังวังของเรนเดลเป็ประจำ เรนเดลรู้ว่าเธอชอบดอกลิลี่สีขาว เขาจึงเก็บดอกลิลี่มาสวมเป็มงกุฏดอกไม้ให้กับเธอ และเขาสัญญาว่าเธอจะต้องได้เป็เ้าหญิงในอนาคต หญิงสาวคนนั้นตอบตกลง และบอกว่าจะรอวันที่ได้เป็เ้าหญิง
หนึ่งอาทิตย์หลังจากนั้น เรนเดลยืนโบกมือหน้าปราสาท ส่งลารักแรกของเขา ที่ต้องไปเรียนต่อที่อาณาจักรอื่น ทั้งเขาและเธอต่างสัญญากันว่าจะไม่ลืมซึ่งกันและกัน และจะต้องกลับมาพบกันอีก
แม้จะเป็่เวลาที่แสนสั้น แต่นั่นคือรักครั้งแรกของเรนเดล เป็รักที่ไม่มีวันลืม เธอมีนามว่า ไอริน บาชอค เป็ธิดาเพียงคนเดียวของมาริค บาชอค ซึ่งมีตำแหน่งเป็เ้าเมืองปกครองทางทิศใต้ และผู้สำเร็จราชการคนปัจจุบันของเขานั่นเอง
เมื่อสามเดือนก่อนที่เขาจะจบชีวิตลง เรนเดลมีโอกาสพบไอรินอีกครั้งในงานฉลองวันเกิดอายุสิบสี่ของเขา เธอไม่สดใสร่าเริงเหมือนตอนเด็ก เธอกลายเป็หญิงสาวเ็าและขี้รำคาญ แม้จะมีความงดงามยิ่งกว่าแต่ก่อน งดงามมากชนิดที่ว่าผู้ชายทุกคนต้องเหลียวหลังมองเธอเป็สายตาเดียว
ที่สำคัญดูเหมือนว่าไอรินจะจำเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ ไอรินนั้นถูกหมั้นหมายกับบุตรชายของฟิลิป ซึ่งมีชื่อว่า ฟรังซัวร์ ราฟบลัด และฟรังซัวร์คนนี้ มีข่าวลือหนาหูว่าจะมานั่งบัลลังค์เ้าชายแห่งราชรัฐจิ้งจอกแดง หลังจากหมดยุคของเรนเดลแล้ว
เรนเดลรวบรวมความกล้าทั้งหมดเข้าไปหาเธอ เขาหวังว่าเธอจะจำเขาได้ แต่เขากลับเจอสายตาเ็ามองมาที่เขาด้วยสีหน้าเฉยเมย เขากลายเป็คนแปลกหน้าสำหรับเธอไปแล้ว และเขายิ่งเ็ปมากขึ้น เมื่อเห็นไอรินจูบทักทายกับฟรังซัวร์ กอดและเดินจับมือกัน พวกเขามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ความทรงจำสมัยเด็กของเขากลายเป็สิ่งไร้ค่า เมื่อเทียบกับความรักปัจจุบันของทั้งสองคน
เรนเดลรู้สึกเศร้าใจในความไร้ค่าของตัวเอง เขานึกถึงสัญญาที่จะทำให้ไอรินเป็เ้าหญิง ชีวิตนี้น่าจะมีแค่เื่นี้ที่เขาพอจะทำได้ และเขาต้องทำให้สำเร็จ
เรนเดลซึ่งว่ายน้ำไม่เป็ ตัดสินใจะโน้ำฆ่าตัวตาย หากตัวปัญหาซึ่งไม่เป็ที่้าของใครๆอย่างเขาตายไปซะ ทุกคนก็จะมีความสุข ไอรินจะได้ขึ้นเป็เ้าหญิง เคียงคู่กับฟรังซัวร์ ทุกอย่างจะจบลงด้วยดี เพียงแค่ส่วนเกินอย่างเขาหายไป
“ตายเพราะผู้หญิง แกนี่มันไม่เหมาะจะเป็ลูกผู้ชายเลย” เรนเดลในตอนนี้ กล่าวตำหนิตัวเขาคนเก่า เขาหัวเราะเยาะให้กับการกระทำนี้
“ในเมื่อฉันระลึกได้แล้ว ว่าฉันคืออาร์กัส อดีตจอมเวทเจ็ดดารา ฉันก็จะกู้ชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของแกคืนมา...ตำแหน่งกษัตริย์ที่แกอยากจะทิ้ง ขอฉันแล้วกันนะไอ้เด็กน้อย พลังที่แกไม่อาจรักษา ฉันจะใช้มันเพื่อมวลมนุษยชาติ และเพื่อผลประโยชน์ของฉันด้วยเช่นกัน”
เมื่อเรนเดลฟื้นคืนชีพ ทุกอย่างก็กลับสู่สภาพปกติ เขากลับห้องนอนตัวคนเดียวเหมือนทุกๆครา โดยมีนางในรับใช้เพียงคนเดียว เป็เด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเขา ดูท่าเธอจะเป็พนักงานใหม่ เธอดูเก้ๆกังๆ และยืนคอยรับใช้เขาจนขาที่เรียวบางนั้นสั่นไหวไม่หยุด
“ฉันอยากอยู่คนเดียว เธอออกไปข้างนอกเถอะ” เรนเดลกล่าวเมื่อเห็นเธอขาสั่นไหว นางก้มหัวขอบคุณ ก่อนจะรีบออกไปทันที
“เท่านี้ก็ได้อยู่คนเดียวเสียที” เรนเดลกล่าวก่อนจะสำรวจตัวเองจนทั่ว เขาพบว่าร่างของเด็กอายุสิบสี่นี้ผอมบางอ่อนแอ กล้ามเนื้อเหลวเพราะขาดการฝึกฝน สภาพร่างกายไม่เคยผ่านการต่อสู้มาเลยแม้แต่น้อย เหมือนจะใช้ชีวิตอยู่ในกรงไปวันๆ
“ไม่เพียงแต่ต้องฝึกพลังเวท แต่ดูเหมือนว่าต้องฝึกฝนร่างกายด้วยสินะ” เรนเดลกล่าวพลางส่ายหัว แม้เขาจะมีความสามารถจากชาติที่แล้ว แต่การที่ต้องนับหนึ่งใหม่ั้แ่ต้น ก็ไม่ใช่เื่ง่ายขนาดจะทำให้สำเร็จในเดือนเดียว หรือปีเดียว เขาต้องใช้เวลามากกว่านั้น
ไม่ว่ายุคสมัยไหน สิ่งที่ใช้ชี้วัดความแข็งแกร่งของมนุษย์ จะมีเพียงอย่างเดียวเสมอ นั่นคืออำนาจ และอำนาจจะอยู่ในมือของคนที่คู่ควร เรนเดลในชาติที่แล้วเองก็ไม่ใช่คนดีอะไรมากมายนัก ถึงเขาจะทำเพื่อมนุษยชาติในวินาทีสุดท้าย แต่ก่อนหน้านี้เขาก็เคยอยู่ในเส้นทางของจอมเวทมนตร์ดำ ที่ทำทุกอย่างเพื่อความแข็งแกร่งของตัวเอง เขาเคยสังหารชีวิตของจอมเวทคู่อริมากมาย เพื่อทดสอบพลังของตนมาก็ไม่น้อย
“อย่าหาว่าฉันใจร้ายเลยนะ แต่ทันทีที่ฉันสำเร็จวิชามหาเวทสะบั้นมิติ ฉันคงต้องปฏิวัติประเทศนี้ยกใหญ่เลยล่ะ และดูเหมือนว่าจะต้องมีคนล้มตายเป็เบือ จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้” เรนเดลกล่าวก่อนจะทบทวนวิชาของตัวเอง เขาใช้มือวาดวงเวทที่มีลักษณะเฉพาะของวิชามหาเวทสะบั้นมิติ เพื่อเตรียมตัวเรียกมหาเวทนี้ขึ้นมาเพื่อฝึกฝนั้แ่ต้นอีกครั้ง
แต่ทว่าเขาจับสัญญาณของพลังนี้ได้อย่างแ่เบา จนไม่อาจเรียกได้ว่าเขามันอยู่ ทำเอาเรนเดลรู้สึกใจเสีย เขากลัวว่าพลังในชาติที่แล้วจะไม่ตามมาด้วย
“มหาเวทสะบั้นมิติ ถ้าไม่มีแก แล้วฉันจะหาวิชาระดับมหาเวทที่ไหนมาแทนล่ะ...ออกมานะไอ้บ้าเอ้ย”
เวทมนตร์ในโลกนี้ จะแบ่งวิชาออกเป็สี่ระดับ คือระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง และระดับมหาเวท ซึ่งระดับต่ำหรือกลาง จะฝึกกี่วิชาก็ได้ ตามที่ตัวเองจะเรียนรู้ไหว ว่าง่ายๆคือเรียนรู้ได้ไม่จำกัด โดยส่วนใหญ่ เวทระดับต่ำและกลาง มักเป็เวทสนับสนุนและช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆ ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป พบได้ในชีวิตประจำวัน ถึงจะมีเวทโจมตีหรือป้องกันบ้าง ก็ไม่ได้มีพลังทำลายรุนแรงอะไรมากนัก
ส่วนพลังเวทในระดับสูง เป็เวทที่ต้องอาศัยธาตุเอกลักษณ์ในการช่วยฝึกฝนด้วย ธาตุเอกลักษณ์ คือธาตุเวทมนตร์ที่ผู้ฝึกเวทจะถนัดมากกว่าธาตุอื่นๆ และใช้ได้ดีกว่าธาตุอื่นๆนั่นเอง แม้ว่าในความเป็จริง จอมเวทจะฝึกใช้เวทมนตร์ทุกธาตุได้ก็ตาม
และเคล็ดวิชาระดับสูง มักจะถูกจำกัดให้ฝึกฝนกันในเฉพาะนักเรียนจากโรงเรียนเวทชั้นนำ หรือคนในราชวงศ์และพวกขุนนางเท่านั้น ประชาชนธรรมดาๆทั่วไปจึงไม่มีโอกาสได้ัั
และที่ยากยิ่งขึ้นไปอีก คือมหาเวท หรือที่เรียกกันว่าเวทพันธสัญญา เป็เวทที่เชื่อกันว่าผู้คิดค้นไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็ตัวตนที่เหนือธรรมชาติ ต้องทำพันธสัญญากับสิ่งนั้นก่อน มนุษย์จึงจะได้รับอนุญาติให้ใช้งานมหาเวทได้ ซึ่งมหาเวทสะบั้นมิติ อันเป็เวทประจำตัวของเรนเดลในชาติก่อน อยู่ในระดับนี้ เขาจึงเสียดายอย่างยิ่ง หากไม่สามารถฝึกฝนได้อีก
ก๊อกๆๆๆ!!!
เสียงเคาะประตูห้องของเรนเดลดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะเปิดออก ผู้ที่เข้ามาไม่ใช่คนรับใช้ แต่เป็คนที่เรนเดลคาดไม่ถึง ผู้สำเร็จราชการ มาริค บาชอค และธิดาของเขา ไอริน บาชอคนั่นเอง
“หม่อมฉันมาเพราะสงสัย” มาริคเอ่ยถามเสียงเครียด “ที่ฝ่าาสิ้นพระชนม์ก่อนหน้านี้ เป็เพราะอะไร มีใครลอบปลงพระชนม์พระองค์หรือเปล่า”
ไอรินเองก็ทำเหมือนเมื่อครั้งก่อน เธอมองเขาด้วยแววตาที่เ็า เรนเดลไม่สามารถอ่านความคิดอีกฝ่ายได้เลย ว่าเธอรู้สึกยังไงกับเขา สมเพช ผิดหวัง หรือห่วงใย
“มันเป็อุบัติเหตุ” เรนเดลคิดข้อแก้ตัวที่ดูน่าเชื่อถือขึ้นมา “ข้า้าว่ายน้ำ หากว่ายน้ำเป็ ข้าก็จะสามารถเล่นน้ำได้เหมือนที่คนอื่นเขาเล่นกัน ก็เท่านั้นเอง”
มาริคและไอรินมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดูท่าว่าเขาจะไม่เชื่อ แต่เมื่อออกจากปากเรนเดล จึงไม่สามารถคาดคั้นอะไรได้
“เป็การกระทำที่ไม่รู้จักโตจริงๆ นี่ท่านอายุสิบสี่แล้วนะ” ไอรินกล่าวเสียงดุใส่เรนเดล น่าแปลกที่หัวใจของเขาเ็ป ทั้งที่มันเป็แค่คำพูดธรรมดาๆ ดูเหมือนเรนเดลคนก่อนจะรักไอรินมาก
“อย่าได้พูดล่วงเกินฝ่าา” มาริคกล่าวห้ามลูกสาวตน “ยังไงเขาก็เป็กษัตริย์ ถึงแม้จะไม่ได้รับความเคารพหรือยำเกรงใดๆ จากขุนนางเลยก็ตามที”
“กษัตริย์ที่ไร้อำนาจ ย่อมไม่ใช่กษัตริย์” ไอรินกล่าวด้วยน้ำเสียงดูถูก “ในเวลานี้ฟรังซัวร์ยังดูมีรัศมีของผู้นำมากกว่าาาของประเทศนี้เสียอีก...น่าผิดหวังเสียจริงๆ”
“ขอโทษที่ข้ามันไม่เหมือนคู่หมั้นของเ้านะ ไอริน” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงรำคาญ แม้หัวใจของเขาจะะเื เพราะคนรักหมางเมิน แต่ตอนนี้เขาคืออาร์กัส และคนอย่างอาร์กัสไม่ชอบให้ใครมาเปรียบเทียบ เพราะเขาไม่เคยแพ้ใครในชาติก่อน
“ใช่สิ ท่านไม่สามารถเทียบกับว่าที่กษัตริย์องค์ต่อไปอย่างฟรังซัวร์ได้หรอก...ทำไมไม่รีบๆสละราชสมบัติ แล้วออกจากเมืองนี้ไปเสียเลยล่ะ”
“ไอริน เ้ากล่าวเกินไปแล้ว” มาริคกล่าวห้าม “ข้าไม่น่าพาเ้ามาเลยจริงๆ ลืมแล้วหรือไง ว่าเรามาเยี่ยม ไม่ได้มาซ้ำเติม”
“ท่านพ่อคะ” ไอรินตวาดลั่น “ข้าทนไม่ไหวแล้ว หากเราไม่บอกความจริงไปเสีย คนอ่อนแออย่างเรนเดลก็จะไม่มีวันรู้ตัวเลย ว่าขุนนางในราชสำนักรู้สึกยังไงกับเขา การที่ให้เขาได้รับรู้ความจริง และเลือกที่จะจากไปเอง ย่อมดีกว่าการรอว่าเขาจะตายเพราะถูกลอบสังหารเมื่อไหร่”
“ที่ทุกคนไม่ยอมรับข้า เพราะข้ามีสายเืไพร่ในตัวใช่ไหมล่ะ” เรนเดลกล่าวเสียงสั่น เป็อีกครั้งที่ความทรงจำจากคนก่อนหลั่งใหลเข้าสู่หัวของเขา
เรนเดล มีแม่ที่เป็สามัญชนธรรมดาๆ และไม่ได้เป็ลูกหลานขุนนางที่ไหน ในขณะที่ตระกูลราฟบลัด แต่งกับเ้าหญิงในราชวงศ์ ซึ่งมีฐานเสียงของขุนนางสนับสนุน นั่นจึงทำให้ตระกูลราฟบลัดได้รับการสนับสนุนจากขุนนางอย่างมาก ในขณะที่าาองค์ก่อน พ่อของเรนเดล ไม่มีขุนนางในวังหลวงแม้แต่คนเดียวสนับสนุนเขาเลย
แม่ของเรนเดล มีนามว่าริน่า เธอคือจอมเวทหัวกะทิในรุ่น ของโรงเรียนสอนเวทมนตร์มาเกีย โรงเรียนที่ถูกก่อตั้งโดยห้าอาณาจักรร่วมกัน เป็โรงเรียนที่อยู่ในความควบคุมดูแลของเครือจักรภพคิเมร่านั่นเอง
ส่วนพ่อของเรนเดล ที่ชื่อฟอลค่อน เขาเข้าไปเรียนที่นั่นโดยปกปิดฐานะ และได้พบกับแม่ของเรนเดลในที่สุด ทั้งสองตกลงปลงใจที่จะแต่งงานกันหลังเรียนจบ และฟอลค่อนได้ใช้อำนาจของพระาา แต่งตั้งริน่าเป็มเหสี ท่ามกลางการคัดค้านของขุนนาง เนื่องจากตระกูลของพวกตนไม่ได้ประโยชน์
หลายปีต่อมา ทั้งฟอลค่อน รีน่า และพี่ชายคนโตของเรนเดลที่เขาเองก็หลงลืมชื่อไปแล้ว ได้เสียชีวิตพร้อมกันทั้งสามคน พวกเขาตายเพราะอุบัติเหตุปริศนา ขณะที่เรนเดลอายุได้แค่สี่ขวบ
นับั้แ่นั้นเขาก็อยู่ตัวคนเดียว โดยมีคนใช้เป็เพื่อนเล่น เขาถูกขุนนางรอบข้างทอดทิ้งให้ใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ ไม่ได้รับการสอนหนังสือ ฝึกสอนการตอสู้หรือเวทมนตร์ใดๆทั้งสิ้น
จนคนรับใช้พี่เลี้ยงสงสารเรนเดล เธอจึงสอนหนังสือ สอนการอ่านเขียนให้เขา รวมทั้งสอนเวทเบื้องต้นที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเรนเดลทดลองใช้เวทจริงๆ ก็คือตอนที่ซักเสื้อผ้า หรือต้มน้ำ และยกของ นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด ที่คนรับใช้คนนั้นจะสอนเขาได้
แต่ต่อมา คนรับใช้ใจดีคนนั้นก็ถูกทรมาน และถูกปะา โดยอ้างว่าเธอประสงค์ร้ายต่อองค์ชาย และไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เรนเดลไม่อาจช่วยอะไรคนใช้คนนั้นได้เลย เขาจึงปิดกั้นตัวเอง และไม่คุยกับใครอีก เพราะกลัวว่าจะมีใครมาเดือดร้อนเพราะเขา
“ก็รู้ดีนี่คะ เ้าชายลูกครึ่งไพร่สามัญ” ไอรินกล่าวโดยไม่เกรงกลัวในตำแหน่งของเขา “ข้าหวังดีนะคะ เห็นแก่ที่เคยรู้จักกัน จึงต้องเตือนสติท่าน ให้รู้ถึงจุดยืน และฐานะที่แท้จริงของท่าน”
เรนเดลรู้สึกโกรธจนสงบนิ่ง จิตใจที่เริ่มเดือดพล่านของเขาสงบอย่างน่าประหลาด เขากำลังจะเอานิสัยของตัวเขาในชาติก่อนมาใช้ เขามองไปที่ไอรินด้วยท่าทีเ็า ไม่เหลือสายตาแห่งความหลงใหลได้ปลื้มใดๆในตัวผู้หญิงคนนี้อีก
“จงจดจำทุกคำพูดของตัวเอง ที่พูดกับฉันเอาไว้เถอะ ไอริน” เรนเดลกล่าวเสียงเยือกเย็น “ฉันจะจำตัวตนของเธอที่เป็แบบนี้เอาไว้ และสาบานว่าจะไม่มีวันลบภาพนี้ออกไปจากใจของฉันเด็ดขาด”
มาริคได้แต่สงบนิ่ง เขาเองก็ได้แต่ถอนใจ ดูท่าว่าเขาเองก็คุมลูกสาวไม่อยู่แล้ว ไอรินเองก็มีน้ำโห ที่คนขี้ขลาดมาทั้งชีวิตอย่างเรนเดล กล้ามาทำตัวมีศักดิ์ศรีกับเธอ
“และเ้าจะทำอะไรข้าได้ เรนเดล ข้าในตอนนี้คือคู่หมั้นของฟรังซัวร์ ว่าที่กษัตริย์องค์ต่อไป และข้าก็คือว่าที่ราชินี และเขาจะเป็กษัตริย์เร็วกว่าที่เ้าคิด เวลาบนบัลลังค์ของเ้าเหลือไม่มากแล้ว”
“เ้าลืมไปหรือเปล่า ไอริน ว่าข้าไม่ตายง่ายๆหรอกนะ” เรนเดลกล่าวโต้กลับ “บางทีตำแหน่งราชินีที่เ้ารอคอย อาจต้องรอทั้งชีวิตเลยนะ”
“คิดว่าจะรักษาตำแหน่งกษัตริย์ของนายเอาไว้ได้หรือ เรนเดล อีกไม่นานมันก็จะหลุดลอยไปแล้วล่ะนะ คนที่ไร้ซึ่งความสามารถน่ะ ไม่มีทางได้รับการยอมรับให้เป็กษัตริย์หรอก”
เืกำเดาไหลออกมาจากจมูกทั้งสองของเรนเดล ใบหน้าของเขาแดงก่ำ ไอรินหัวเราะในลำคอเบาๆ เธอเข้าใจว่าเรนเดลคงเจ็บใจมากจนแทบจะกระอักเืตาย แต่ความจริงมันไม่ใช่อย่างนั้น
ประการแรก ความทรงจำในอดีตชาติของเรนเดล และความทรงจำในร่างนี้ หลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แล้ว ไม่มีความทรงจำใดตกหล่นขาดหายอีกต่อไป
ประการที่สอง ั้แ่เรนเดลฟื้นขึ้นมา เขาก็เริ่มโคจรพลังเวทในร่าง พร้อมกับดูดกลืนกระแสมานาในอากาศ ด้วยเทคนิคชั้นสูงของจอมเวทเจ็ดดารา จึงทำให้ร่างกายของเขาซึมซับเวทได้เร็วกว่าที่ควรจะเป็ การโคจรพลังเวทในร่างของเขาเป็เทคนิคระดับสูง ร่างกายจึงปรับตัวไม่ทัน
“ท่านผู้สำเร็จราชการมาริค ข้ามีเื่ขอท้าเดิมพันธ์กับไอริน และจะให้ท่านเป็พยาน” เรนเดลกล่าวพลางเช็ดเืกำเดาที่จมูก น้ำเสียงของเขาสงบนิ่งและเยือกเย็น ทำเอาไอรินที่กำลังยิ้มเยาะรู้สึกแปลกใจ
“ว่ามาเลย ฝ่าา” มาริคกล่าวเสียงเรียบ ไอรินเองก็ตั้งใจฟัง “ข้าสงสัยว่าท่านจะเดิมพันธ์กับไอรินเื่อะไร”
“ปีนี้ตัวข้าอายุครบสิบสี่ปีพอดี ถึงวัยที่จะเข้าโรงเรียนเวทมนตร์ เพื่อศึกษาหาความรู้ และที่ข้าทราบในตอนนี้ โรงเรียนเวทมนตร์มาเกียก็กำลังเปิดรับสมัครพอดิบพอดี”
“ข้าชื่นชมที่ท่านสนใจใฝ่เรียน...แต่ท่านที่ไม่เคยฝึกเวท ข้าเกรงว่าจะไม่ผ่านการทดสอบอย่างแน่นอน” มาริคกล่าวโดยไม่คิดเลยแม้แต่น้อย เขาคิดว่าเขารู้จักเรนเดลดี ไม่มีทางที่เรนเดลจะเข้าโรงเรียนเวทมนตร์ได้อย่างแน่นอน
แต่ทว่าเรนเดลกลับไม่สนใจการตัดสินของอีกฝ่าย เขายังคงยืนกรานด้วยข้อเสนอที่หนักแน่น
“ไม่เพียงแค่สอบผ่านเข้าไป แต่ข้าจะติดหนึ่งในสามของนักเรียนหัวกะทิของชั้นปีหลังจบออกมา และข้าจะสอบวัดระดับเลื่อนวิทยฐานะจอมเวทสากลของเครือจักรภพ โดยระดับที่ข้าเล็งเอาไว้ คือลูกแก้วสีแดง”
มาริคทำจมูกย่นทันที เมื่อได้ยินว่าเรนเดลจะสอบเป็ระดับลูกแก้วสีแดง ในเครือจักรภพมีคนระดับนี้ไม่ถึงร้อยคนด้วยซ้ำ
วิทยฐานะสากลที่เรนเดลว่ามา เทียบได้กับการสอบเลื่อนสายของวงการศิลปะการต่อสู้ เพื่อบอกลำดับชั้นความแข็งแกร่งของตน แต่ของจอมเวท จะใช้การมอบลูกแก้วพลังเวท แทนการผูกสายคาดที่เอว
โดยระดับสีน้ำตาล คือระดับต่ำสุด เปรียบเหมือนฝุ่นดิน จะมีอยู่สองระดับ เมื่อสอบจนครบสองระดับแล้ว ก็จะมีสิทธิสอบระดับสีเขียว เปรียบเหมือนต้นไม้ที่งอกเงยจากดิน มีการสอบในระดับนี้อีกสองครั้งเหมือนกับระดับสีน้ำตาล จอมเวทสากลทั่วไปจะอยู่ที่สองระดับนี้ เรียกได้ว่าเป็มาตรฐานของจอมเวทในเครือจักรภพก็ว่าได้
ส่วนในระดับที่สูงกว่านั้น คือระดับสีฟ้า เปรียบเหมือนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ ระดับนี้เป็ระดับขั้นบังคับสำหรับจอมเวทที่จบมาจากโรงเรียนเวทมนตร์ชั้นนำอย่างมาเกีย และโรงเรียนชั้นนำประจำอาณาจักรอีกห้าอาณาจักร
และระดับต่อมา คือระดับสีแดง หมายถึงดวงอาทิตย์ เป็ระดับที่กลุ่มหัวกะทิทั้งสามคนในชั้นปีที่จบจากโรงเรียนเวทมาเกีย หรือโรงเรียนชั้นนำจากทั้งห้าอาณาจักรเท่านั้น ที่จะมีสิทธิสอบ โดยการสอบจะจัดสอบทุกๆสี่ปี และมีโอกาสให้แก้ตัวได้แค่สามครั้งในชีวิตของแต่ละคนเท่านั้น
ส่วนระดับสุดท้าย คือระดับสีดำ หมายถึงจักรวาล แน่นอนว่าไม่มีการเปิดให้สอบในระดับนี้ เพราะเป็ระดับที่ทำไว้ยกย่องจอมเวทเจ็ดดาราในอดีต ผู้ที่ได้รับตำแหน่งลูกแก้วสีดำคนปัจจุบันมีเพียงคนเดียว คือจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิัไฟ ประเทศที่ยิ่งใหญ่และมีอำนาจมากที่สุดในเครือจักรภพ
“หากท่านทำได้ทุกอย่างที่ว่ามา ท่าน้าสิ่งใด” มาริคเอ่ยถามด้วยความสนใจ ถึงแม้จะรู้ว่าเป็ไปไม่ได้ แต่เขาก็อดที่จะชื่นชมเรนเดลซึ่งมีความกล้าในตอนนี้ไม่ได้
“ข้า้าการสนับสนุนของท่าน ให้ข้ามีอำนาจที่แท้จริง เพื่อที่ข้าจะได้ไม่เป็เพียงกษัตริย์แต่ในนาม” เรนเดลกล่าวความประสงค์ของตัวเองออกมา ทำเอาไอรินส่งเสียงจิ๊ะจ๊ะทันที
“ท่านพ่อ ไม่คิดว่าคำพูดของเรนเดลเพ้อเจ้อหรอกหรือ เรนเดลในตอนนี้น่ะ ยังไม่เคยฉายแววว่าจะเป็ผู้ใช้เวทให้เราเห็นเลยสักครั้ง” ไอรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงคาดโทษ พลางหันไปมองเรนเดล แต่ทว่ามาริคกลับส่ายหน้า
“ตกลงตามนั้น แต่มีข้อแม้เพียงเล็กน้อย” มาริคกล่าวยื่นข้อเสนอของเขาบ้าง เรนเดลพยักหน้ารับทันที
“ท่านจะต้องห้ามให้ใครรู้ถึงฐานะที่แท้จริงของท่าน เพื่อกันการช่วยเหลือหรือแทรกแทรงจากอาณาจักรอื่น และหากท่านทำไม่ได้แม้แต่ข้อเดียว ตามที่ท่านว่ามา ข้าขอให้ท่านประกาศสละราชสมบัติอย่างเป็ทางการ อีกทั้งต้องออกจากราชรัฐจิ้งจอกแดงถาวร ห้ามกลับเข้ามาอีก”
“ข้าให้สัตย์สาบาน” เรนเดลกล่าวพลางยิ้มเยาะ “แต่ข้าจะเชื่อคำพูดของท่านได้หรือไม่”
“ข้าต่างหากที่ต้องถาม” มาริคกล่าวเสียงดุ“ ข้ากลัวว่าท่านจะไม่รักษาสัจจะเสียยิ่งกว่า และหนีไปเขตชายแดน เพื่อปลุกระดมขุนนางที่ยังสนับสนุนท่าน ให้ฏต่อตระกูลราฟบลัด...เห็นแบบนี้แต่นอกวังหลวงท่านก็เป็ที่นิยมชมชอบอยู่พอตัวเลยล่ะนะ”
มาริคร่ายวงเวทจากพื้นดิน วงเวทของเขาเป็สีดำ บ่งบอกให้รู้ว่าพลังที่เขาจะใช้ มีรากฐานมาจากเวทมนตร์ธาตุมืด ฉับพลันวงเวทก็กลายเป็สีแดงเืน่ากลัว พร้อมกับมีดสองอันปักบนวงเวทนั้น
“เวทคำสาประดับสูง สัจจะไม่คืนคำ” เรนเดลกล่าวชื่อเวทที่เห็นทันที ทำเอามาริคประหลาดใจ เขามั่นใจว่าเรนเดลไม่น่าจะรู้จักเวทมนตร์อันนี้
“พวกเราจะหยิบมีดคำสาปขึ้นมา แล้วกรีดเืลงบนวงเวท ก่อนจะเปล่งคำสาบาน” มาริคอธิบายวิธีใช้ให้กับเรนเดล ก่อนที่เขาจะเริ่มหยิบมีดขึ้นมาก่อน เรนเดลทำตาม พวกเขากรีดเืลงบนวงเวทพร้อมๆกันทันที ก่อนที่เรนเดลจะเริ่มเปล่งคำสาบานก่อน
“ข้า เรนเดล ฟอกการ์ด ขอสาบานว่าจะติดหนึ่งในสามของรุ่น เมื่อจบการศึกษาจากโรงเรียนเวทมนตร์ และจะสอบจนถึงระดับลูกแก้วสีแดง หากผิดจากที่พูดนี้ ข้าจะสละบัลลังค์ และจะไม่ขอกลับเข้าราชรัฐจิ้งจอกแดงอีก”
“ข้า มาริค บาชอค ขอสาบานว่าถ้าหาก เรนเดล ฟอกการ์ด ทำตามที่เขาพูดไว้ได้อย่างครบถ้วน ข้าจะมอบความจงรักภักดีให้กับเขา และพร้อมที่จะสนับสนุนเขาเต็มที่ จนกว่าชีวิตจะหาไม่”
วงเวทเรืองแสงรับคำสาบานของท้งสอง ก่อนที่มันจะเลื้อยเข้าสู่ร่างของเรนเดลและมาริค เพื่อสลักฝังวงเวทเอาไว้ที่หัวใจของทั้งคู่
“ข้าจะยื่นเื่สมัครสอบที่มาเกียให้ท่านเอง” มาริคกล่าว “แต่ท่านจะได้รับเลือกให้เข้าโรงเรียนเวทมนตร์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็โรงเรียนที่ดีที่สุดได้หรือเปล่า คงต้องมารอลุ้นกัน”
“สงสัยเรนเดลคงจะได้ออกจากวังในไม่เกินหนึ่งอาทิตย์นี้” ไอรินกล่าวเยาะเย้ย “ขนาดฟรังซัวร์ยังไม่ผ่านการทดสอบ แล้วไอ้คนไร้ความสามารถตรงนี้จะผ่านไปได้ยังไงกัน”
“น่าจะเพิ่มอีกสักข้อนะ คำสาปสัจจะเมื่อกี้” เรนเดลกล่าวตอบอย่างรำคาญ “ว่าถ้าข้าสอบเข้าไปได้ ไอรินจะต้องยกเลิกการหมั้นหมายกับฟรังซัวร์คนเก่งของเธอซะ”
“และให้มาหมั้นหมายกับคนไร้ความสามารถอย่างนายน่ะหรือ” ไอรินกล่าวด้วยความรังเกียจ “ฉันไม่ยอมให้ลูกที่เกิดมา มีเชื้อสายของคนไร้ความสามารถหรอกนะ”
“ถ้าเรนเดลสอบเข้าไปได้ พ่ออาจจะพิจารณาเื่ยกเลิกการหมั้น” มาริคตอบทันใจ ทำเอาเรนเดลยิ้มเยาะ ส่วนไอรินหน้าแดงด้วยความโกรธ “เพราะการจะสนับสนุนเรนเดลให้เป็กษัตริย์ ก็ต้องแต่งกับเ้า เพื่อใช้ฐานอำนาจของเราคุ้มครองเรนเดล”
“ข้าจะให้ท่านสนับสนุนข้า ไม่ได้ให้ข้าเป็หุ่นเชิดของตระกูลท่าน” เรนเดลปฏิเสธข้อเสนอมาริคทันควัน “ดังนั้นการแต่งงานกับบุตรสาวท่านไม่จำเป็เลยสักนิด”
ไอรินหน้าแดงด้วยความโกรธทันที ที่อีกฝ่ายชิงพูดจาปฏิเสธก่อน เธอรีบโต้กลับทันควัน
“ฉันต่างหากที่ต้องพูดคำนั้น เรนเดล” ไอรินกล่าวเสียงสั่น ก่อนจะหันไปมองพ่อของเธอ“คุณพ่อคะ เรารีบเดินทางกันวันนี้เลยเถอะค่ะ หนูล่ะอดใจไม่ไหว อยากเห็นเรนเดลสอบใจะขาดแล้วล่ะ”
“ใจเย็นลูกพ่อ การทดสอบรอบต่อไป จะเริ่มในอีกหนึ่งอาทิตย์ ซึ่งคราวนี้พ่ออยากให้ลูกไปเข้ารับการทดสอบด้วย”
“เอ๋ แต่หนูยื่นเื่ขอเรียนที่โรงเรียนเวทมนตร์ในพระราชวังของจักรวรรดิัเพลิงแล้วนะคะ ที่เดียวกับฟรังซัวร์เขา” ไอรินทำน้ำเสียงแปลกใจ ที่พ่อของเธอจะให้เธอสอบเข้าซ้อน ในเมื่อเธอมีที่เรียนแล้ว
“ไม่มั่นใจว่าจะสอบผ่านสินะ” เรนเดลกล่าวเยาะเย้ยทันทีเมื่อได้โอกาส ทำเอาไอรินมองค้อน
“ก็ได้ ฉันจะไปสอบ และจะสอบผ่านให้ดู” ไอรินตอบรับคำท้าของอีกฝ่าย ทำเอาเรนเดลยิ้มให้กับความพยายามนั้น ก่อนจะยื่นมือมาทางไอริน
“ทำอะไรน่ะ” ไอรินกล่าวด้วยความสงสัย
“จับมือสัญญาไง ว่าจะเข้าไปเรียนพร้อมๆกัน” เรนเดลกล่าว “ฉันน่ะ สอบผ่านอยู่แล้ว แต่ที่กลัวว่าจะสอบตกน่ะ คือเธอต่างหาก”
“อย่ามาตีสนิทนะ” ไอรินปัดมือเรนเดลออกไป เธอไม่จับด้วย “ฉันจะสอบเข้าโรงเรียนมาเกียให้นายดูเอง คอยดูจากชายแดนของอาณาจักรเสียเถอะ ไอ้เ้าชายลูกครึ่งไพร่”