“อืม น่าแปลก เทคโนโลยีในการหลอมอาวุธที่ใช้อยู่ที่นี่ต่างจากเทคโนโลยีที่อยู่ในหัวข้าอย่างสิ้นเชิงโดยที่การหลอมที่นี่ดูจะด้อยพัฒนาอยู่มากกว่าสิ่งที่ข้ารู้มากมายนักเป็เช่นเดียวกับการแพทย์ที่เน้นไปที่การควบคุมโดยผู้ฝึกพลังมากกว่าที่จะใช้ความรู้ความเข้าใจเชิงลึกด้านเทคโนโลยี เหตุใดจึงเป็เช่นนี้”
เทียนคงครุ่นคิดอยู่ภายใน ถึงสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ทั้งๆที่คนที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็มนุษย์ ที่ก็ดูมีความรู้ความเข้าใจในด้านต่างๆในระดับหนึ่ง อารยธรรมต่าง ๆรวมถึงเทคโนโลยีควรจะสูงกว่าความรู้ของเขาที่อยู่ในหัวสิ ในเมื่อความรู้ของเขานั้นมันคือความรู้เมื่อ 10,000 ปีที่ผ่านมา เหตุใดอารยธรรมต่าง ๆของมนุษย์ถึงได้ดูถดถอยลงกัน เทียนคง รู้สึกสับสนและปวดหัวเล็กน้อยถึงสิ่งที่เป็อยู่ตรงหน้าเขา
“ช่างเถอะอย่างไรเสียนั่นก็เป็สิ่งหนึ่งที่ข้าคงต้องหาคำตอบ ค่อย ๆค้นหาไปแล้วกันตอนนี้จัดการโรงหลอมนี่ก่อน” เทียนคงปล่อยวางคำถามที่ค้างคาแล้วหันมาจัดการสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแทน
จากความรู้ด้านเทคโนโลยีและเครื่องกลที่ติดตัวเขามาั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ เทียนคง ได้เริ่มเขียนแบบแปลน และวางแผนระบบต่าง ๆเพื่อพัฒนาโรงหลอมนี้ให้มีประสิทธิภาพขึ้นอีก 10 เท่าโดยที่การหลอมที่พัฒนาแล้วนี้ กระบวนการทุกขั้นตอนล้วนสำเร็จสมบูรณ์ ที่จะทำให้สารพิษและฝุ่นควันที่ตกค้างไม่มีเหลือให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
อีก1 วันผ่านพ้นไป
“เอาล่ะเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ต่อไปผู้ป่วยเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจก็จะค่อย ๆลดลงตอนนี้ก็เพียงรอให้เซียนอินกลับมาเพื่อเตรียมการสร้างต่อ”
เมื่อเขียนแบบแปลนเครื่องจักรเสร็จเรียบร้อยแล้วเทียนคง เหลือเวลาอีก 1 วัน ก่อนที่จะถึงวันนัดหมายกับเซียนอินเขาตัดสินใจแยกตัวออกจากโรงหลอมอาวุธนี้ เพื่อทำการศึกษาข้อมูลคลังความรู้ในหัวสมองเขา
ั้แ่เทียนคงสามารถอ่านออกเขียนได้เขาก็ได้ทำการเรียนรู้สิ่งที่อยู่ในหัวเขาตลอดมาทุกครั้งที่มีเวลาเพราะสิ่งนี้เป็สิ่งเดียวที่เขาจะสามารถทำได้ในตอนนี้ในการเริ่มต้นค้นหาตัวเองว่าตัวเขานั้นคือใครกัน
เขาได้พบว่าไม่เพียงแต่ความรู้เท่านั้นที่ติดตัวมา แต่ยังมีทักษะต่าง ๆด้วย ซึ่งเทียนคงแบ่งความรู้และทักษะหลัก ออกเป็หมวดหมวดหมู่ใหญ่ๆ อยู่ 5 หมวดหมู่ และทักษะต่าง ๆ อีก 6 ทักษะ ที่มีปริมาณมากที่สุดก่อนดังนี้
ความรู้หมวดหมู่ที่ 1 การแพทย์
ความรู้หมวดหมู่ที่ 2 วิศวกรรม
ความรู้หมวดหมู่ที่ 3 ชีววิทยาและเคมีวิทยา
ความรู้หมวดหมู่ที่ 4 ยุทธวิธีการรบ
ความรู้หมวดหมู่ที่ 5 พลังงานมืด
ทักษะที่ 1 การรักษา
ทักษะที่2 การช่าง
ทักษะที่3 การรบ
ทักษะที่4 การใช้พลังงานมืด
ทักษะที่5 การทำอาหารและยา
ทักษะที่ 6 ศิลปะและดนตรี
ในหมวดหมู่และทักษะต่างๆ นี้เป็เพียงแค่ภาพรวมคร่าว ๆที่เทียนคง ได้ลองสำรวจดูจากสิ่งที่อยู่ในหัวเขาแต่จริง ๆแล้วยังมีหมวดหมู่ย่อยอยู่อีกมากมาย เช่น ความรู้ด้านชีววิศวกรรม อวกาศการเล่นแร่แปรธาตุ ซึ่งเป็หมวดหมู่ย่อยที่เกิดจากการใช้ความรู้ของหมวดหมู่หลักอย่างน้อย2 อย่างผนวกเข้าด้วยกัน และทักษะอื่น ๆ อีกมากมายที่เป็ส่วนหนึ่งของทักษะหลักเช่น ทักษะการใช้อาวุธต่าง ๆ ทักษะด้านการต่อสู้ด้วยมือเปล่าซึ่งสองทักษะนี้เป็ส่วนหนึ่งของทักษะด้านการรบ
ในเวลาที่ผ่านมา3 เดือนเศษนี้ เทียนคงได้ ศึกษาความรู้และทักษะต่าง ๆที่ได้กล่าวไว้นี้เพียงบางส่วนเมื่อเทียบกับทั้งหมดแล้วยังไม่ถึงเศษเสี้ยวของหนึ่งในล้านส่วน
แต่ที่หน้าแปลกและน่าสนใจเป็อย่างยิ่งคือการค้นหาและหยิบเอาความรู้และทักษะเหล่านี้มาใช้ นั้นทำได้อย่างง่ายดายเพียงแค่เทียนคงคิด ความรู้ที่้าก็จะปรากฎออกมาให้เขาได้เข้าใจทันทีส่วนทักษะนั้นก็เช่นเดียวกัน เหมือนกับว่าสิ่งเหล่านี้เป็สัญชาตญาณที่มีมาั้แ่เกิด หรือฝึกฝนมาแล้วจนชำนาญ อย่างที่เทียนคงได้ใช้ความรู้และทักษะที่เขามีนี้ไปแล้วเมื่อทำการรักษาผู้ป่วยที่ผ่านมาโดยไม่ต้องเรียนรู้หรือฝึกฝนใดๆเลยแต่กลับใช้ทักษะออกไปได้อย่างคนที่ฝึกฝนมาแล้วอย่างชำนาญและความรู้ดั่งคนที่เรียนรู้มาทั้งชีวิต
แต่ที่เทียนคงสงสัยที่สุดคือประวัติศาสตร์ เพราะประวัติศาสตร์ต่าง ๆ รวมถึงตัวเขาเอง กลับไม่มีอยู่ในคลังความรู้นี้ของเขา มีเพียงข้อมูลของเผ่าพันธุ์ต่างดาวอื่นๆ อยู่เล็กน้อย และด้วยปัจจุบันนี้อารยธรรมและเทคโนโลยีที่ปรากฏให้เห็นของเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่อยู่ที่นี่ล้าหลังกว่าความรู้ของเขาเมื่อ 10,000 ปีที่แล้ว ยิ่งทำให้เทียนคงมีความ้าที่จะค้นหาว่าที่แท้แล้วประวัติความเป็มาทั้งหมดนั้นเป็อย่างไร
ทักษะด้านการใช้พลังงานมืดเป็สิ่งที่เทียนคงให้ความสนใจมากที่สุด เพราะจากความรู้และทักษะที่อยู่ในหัวของของเขาดูไม่เหมือนกับความสามารถของเขาในปัจจุบันที่สามารถทำได้ เช่นความรู้ในคลังอธิบายว่าพลังงานมืดสามารถใช้ออกได้ โดยแบ่งออกเป็ 3 รูปแบบ คือ รักษาส่งเสริม และควบคุม โดยส่วนมาก 80 ใน 100 ส่วนมนุษย์ผู้ที่สามารถใช้พลังได้จะสามารถใช้พลังได้เพียงหนึ่งรูปแบบ 20 ใน 100 ส่วนจะสามารถใช้ได้ 2 รูปแบบและั้แ่มนุษย์รู้จักการใช้พลังงานมืดนี้ ไม่มีบันทึกใด ๆเลย ว่ามนุษย์สามารถใช้พลังได้ทั้ง3 รูปแบบ แต่เทียนคงนั้นกลับพบว่าตัวเองนั้นสามารถใช้พลังได้ทั้ง 3 รูปแบบ
และจุดที่ขัดแย้งมากที่สุดคือการจะใช้พลังในรูปแบบต่าง ๆ ได้จำเป็จะต้องฝึกควบคุมพลังงานมืดให้สะสมและหมุนเวียนอยู่ภายในร่างกายจากนั้นค่อยๆซึมซับและผสานพลังนี้ให้เป็หนึ่งเดียวกับร่างกายโดยสมบูรณ์ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรถึงจะแปรสภาพออกไปในรูปแบบต่าง ๆ โดยพลังที่ออกมานั้นจะขึ้นอยู่กับระดับของการฝึกฝน และทักษะแขนงต่าง ๆ แต่เทียนคงกลับรวบรวมพลังงานมืดนี้แล้วทำให้มันไหลผ่านเข้าสู่ร่างกายจากนั้นก็ปลดปล่อยออกไปได้ในทันทีโดยกระบวนการรวบรวมพลังงานมืด ให้ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายจากนั้นหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับร่างกายโดยสมบูรณ์ใช้เวลาเพียงแค่พริบตาเดียวและหลังจากการปลดปล่อยพลังออกไปแล้ว ก็จะไม่มีพลังงานมืดเหลือตกค้างในร่างกายแม้แต่นิดเดียวต่างจากผู้ฝึกพลังทั่วไปที่พลังงานมืดจะมีขีดจำกัด ขึ้นอยู่กับจำนวนที่ผู้ฝึกนั้นรวบรวมและผสานเป็หนึ่งเดียวกับร่างกายได้และเมื่อใช้ออกจดถึงขีดจำกัดนั้น จำเป็จะต้องทำการพักฟื้น เพื่อฟื้นฟูพลังงานมืดนี้ขึ้นมาใหม่ถึงแม้จะไม่จำเป็ต้องรวบรวมพลังงานมืดจากแหล่งทรัพยากรภายนอกใหม่ก็ตาม
และนี่ก็เป็เหตุผลที่เซียนอินถึงแปลกใจมากที่เทียนคง นั้นใช้พลังได้ แต่กลับไม่สามารถััได้ถึงพลังในตัวของเขาเลย เพราะถึงแม้จะบอกว่าผู้ใช้พลังได้ใช้พลังออกไปจนหมดแล้ว แต่จริง ๆแล้วคำว่าหมดนั้นไม่ใช่หมดแบบไม่มีเหลือเลย จะต้องเหลือไว้อย่างน้อยที่สุด 1 หน่วยพลัง เพื่อเป็แหล่งฟื้นฟูพลังให้กับผู้ใช้
เมื่อเป็ดังนั้นเทียนคง จึงใช้ความคิดอย่างหนักในการตัดสินใจที่จะฝึกฝนพลังดีหรือไม่ เพราะตัวเขานั้นไม่รู้ถึงที่มาที่ไปของตัวเองดังนั้นแล้วจึงไม่รู้ด้วยว่าใครที่เป็มิตรหรือศัตรู จึงยังคงตัดสินใจไม่ได้ในตอนนี้
“เพื่อความปลอดภัยของข้าและแผนการในระยะยาว ข้าต้องคิดให้ดี ว่าจะทำเช่นไรกับพลังนี้ดีข้าต้องเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันนี้ก่อน จากนั้นจึงจะตัดสินใจได้ว่าจะเดินไปทางไหน”
และแล้ว 3 วัน ก็ได้ผ่านพ้นไป ถึงเวลานัดหมายระหว่างเทียนคงกับเซียนอิน
“เป็อย่างไรบ้างได้เื่อะไรบ้างหรือไม่” เซียนอินเอ่ยถามด้วยความคาดหวัง
“ข้าสามารถทำให้โรงหลอมแห่งนี้ดีขึ้นได้ เพื่อลดปริมาณสารพิษตกค้างจากการหลอมอาวุธได้อย่างน้อย 5 ใน 10 ส่วนแต่ต้องใช้เวลาในการปรับปรุงแก้ไขอย่างน้อยครึ่งปี” เทียนคงเจตนาบอกถึงประสิทธิภาพของการปรับปรุงโรงหลอมนี้ให้น้อยลงกว่าความเป็จริงที่เขาจะทำไว้มากรวมถึงเวลาในการปรับปรุงด้วย เพราะหากเขาใช้ความสามารถที่มีอย่างเต็มที่จากการประเมินของเขาแล้วคงจะปรับปรุงเสร็จได้ในเวลาเพียงไม่ถึง 10 วันหนึ่งคือเพื่อไม่ให้เซียนอินแปลกใจมากนักและสองเพื่อดึงเวลาในการวิเคราะห์สถานการเพิ่มเติม
“จริงรึ ดีจริง ๆแต่ว่าเ้าเป็ใครกันแน่เนี่ย ช่างแปลกประหลาด มีความรู้ทักษะด้านการแพทย์และยังมีความรู้ด้านการช่างอีกแถมยังไม่รู้ว่าเ้ามีความรู้และทักษะด้านใดที่ยังไม่ได้แสดงออกมาอีกข้าชักจะเริ่มกลัวเ้าแล้วนะ” เซียนอินแสดงออกด้วยความดีใจเป็อย่างมาก กับผลลัพธ์ที่เทียนคงสามารถทำให้กับนางได้ พร้อมกับเอ่ยหยอกล้อกับเขาเล็กน้อย