หน่วยสำรวจ นาฬิกาปาเต๊ะ…
ความรู้สึกบอกฉินหล่างว่า คนที่หลินเฉวียนกำลังเอ่ยถึงคือหวงเจ๋อ
เขาใช้หางตามองกะละมังล้างหน้าข้างๆปกติเมื่ออาบน้ำเสร็จและกลับมาที่ห้อง เขาจะนำอุปกรณ์อาบน้ำไปเก็บไว้ใต้เตียงแต่เมื่อครู่ถูกใบหน้าหวานยั่วยุจนกระตุ้นความโกรธ เขาจึงไม่สนใจของเหล่านี้
แต่ไหนแต่ไรมาฉินหล่างไม่เคยคิดว่าตนเองเป็นคนอารมณ์ดีอยู่แล้วเขาครุ่นคิด หากอะไรที่ควรล้างแค้นเขาก็จะทำ
และในตอนนี้ก็เป็นโอกาสที่ดี
นอกจากปัจจัยส่วนบุคคลแล้ว เด็กสาวเกือบเสียชีวิตพวกเขาก็ยังพยายามจะปิดบังเรื่องนี้
แม้ว่านานๆ ครั้งเขาจะขอให้ทางครอบครัวช่วยจัดการเรื่องบางอย่างแต่สิ่งนั้นต้องไม่ขัดต่อจริยธรรมของมนุษย์ ยิ่งไปกว่านั้นไม่มีทางละเมิดกฎหมายและข้อบังคับของประเทศอย่างเด็ดขาด
เมื่อตัดสินใจแล้ว ฉินหล่างก็ไม่ได้ผลีผลามลงมือ
จากการพูดคุยกับสมาชิกในทีมสำรวจทำให้เขาได้รู้เรื่องงานในระยะครึ่งเดือนที่ผ่านมาของหวงเจ๋อ ในนั้นมีเบาะแสสำคัญหนึ่งอย่างที่ได้จากคนในทีมของหวงเจ๋อสองสามวันก่อนที่กลับมา พวกเขามีกลิ่นเหล้าติดตัวอย่างชัดเจน
เพิ่งเสร็จจากภารกิจสำรวจครึ่งเดือน เขามีวันหยุดสองวันจึงใช้โอกาสนี้เดินทางเข้าเมือง
การเคลื่อนไหวหลายเรื่องเป็นความลับสำหรับคนธรรมดาทั่วไปแต่สำหรับผู้ที่ผ่านการฝึกฝนเฉพาะด้านแบบมืออาชีพอย่างเขามันกลับเป็นสิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน ไม่จำเป็นต้องลงแรงมากเขาก็ได้หลักฐานที่แม่นยำมา
เมื่อมีหลักฐานในมือ เขาก็ไม่ปล่อยให้มันคลุมเครือรีบตรงไปหาคณบดีเพื่อรายงานสถานการณ์
การฝึกฝนของอีกวันได้จบลงฉินหล่างอาบน้ำเสร็จจึงถือกะละมังกลับมายังห้องพักของตนเองเขาได้เจอหวงเจ๋อตรงทางเดิน
ชายหนุ่มท่าทีอ่อนหวานดูไม่สดใสเหมือนเมื่อสองสามวันก่อนสีหน้าในตอนนี้สอดคล้องกับอารมณ์
“เสพติดการสำรวจหรือไง ถึงได้มาสำรวจเรื่องของผม”
ฉินหล่างมองอีกฝ่ายด้วยความสนใจ
หากถามถึงคนที่เข้ามาสำรวจ เป็นหวงเจ๋อต่างหากที่ยุ่งกับเขาก่อนหลังจากที่อีกฝ่ายรู้เรื่องที่ฉินหล่างช่วยเด็กสาวจากการถูกอันธพาลขวางทางในเมืองผิงหวงเจ๋อได้บิดเบือนความจริงว่าเขาทำร้ายประชาชนจนเขาเสียชื่อเสียงและใช้โอกาสแย่งชิงพื้นที่แหล่งน้ำมันทางตะวันตกเฉียงเหนือที่เขาได้ขับไล่ฝูงหมาป่าและสำรวจจนเกือบเสร็จแล้ว
ตนเองทำได้ แต่คนอื่นทำบ้างไม่ได้หรือ
ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็แค่เอาหลักฐานไปชี้แจง
เขาจึงไม่ได้ปฏิเสธและพยักหน้า ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา “น้อมรับคำชม”
หวงเจ๋อกำหมัดแน่น เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกัดฟันแน่นและเอ่ยว่า “ได้เลย”
ฉินหล่างยิ้มและเอ่ยอย่างอารมณ์ดี “เอาละ คุณรีบรายงานคณบดีสิ รีบไปเลย”
หวงเจ๋อ : …
น่าโมโห!
การแอบไปรายงานลับหลังไม่ใช่เรื่องฉลาดเท่าไร หากเป็นเวลาปกติเขายังสามารถนำเรื่องนี้ไปต่อยอดแต่เพราะก่อนหน้านี้ไม่นานเพิ่งจะใช้วิธีนี้เพื่อแย่งชิงการสำรวจแหล่งน้ำมันจากมือของฉินหล่างเก็บผลผลิตที่ใกล้สุกงอมเต็มทีมาอย่างง่ายดาย
เมื่อเรื่องนี้กระจายออกไป ไม่มีทางที่คนในทีมสำรวจจะดูถูกฉินหล่างมีแต่จะยกย่องมากขึ้นในฐานะผู้ชายที่แข็งแกร่งเขาต้องหาวิธีจัดการผลลัพธ์ที่ตามมาเพื่อไม่ให้เบาะแสนี้แพร่ออกไป
สรุปว่าใครหลุดปากพูดเรื่องนี้กันแน่
คนแรกที่เขานึกถึงคือหลิงจื้อเฉิง ในเวลานั้นนอกจากเขาก็ยังมีลูกน้องในทีมของเขาอีกหลายคนที่เดินทางไปด้วยกัน
ความเย็นชาเผยในแววตาจิ้งจอกคู่นั้น หวงเจ๋อกำหมัดแน่นก่อนจะเดินผ่านฉินหล่างไป
สายตาของฉินหล่างมองหวงเจ๋อที่เดินไปยังห้องทำงานของคณบดีเขารู้สึกแค่ว่าความคับข้องใจในระยะนี้ได้หายไปแล้วจนรู้สึกสบายใจขึ้นมาก
ในห้องพักผู้ป่วยทหารผ่านศึกของโรงพยาบาลประชาชนประจำเมืองผิงซูอินได้รับรู้จากอวี๋ฉิงถึงการกระทำบางอย่างของตระกูลหลิงที่เกิดขึ้นแบบเงียบๆ
“พวกเขาไปหาคนช่วยหรือ”
อวี๋ฉิงมองซูอินอย่างจนใจ “ก่อนหน้านี้เรื่องนั้นเป็นข่าวใหญ่มากแต่ตอนนี้จู่ๆ ก็เงียบไปอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ”
“ไม่…นี่…”
สีหน้าของซูอินแสดงท่าทีฝืนๆ เสียงก็เบา
ในระยะนี้เธอพักรักษาตัวอยู่ในห้องพักผู้ป่วยหน้าที่หลักคือน้อมรับการปลอบใจจากทุกคน เวลาว่างก็ทบทวนตำราเรียนสอนน้องชายตัวน้อยจดจำตัวอักษร ให้เขาแช่น้ำพุแห่งจิตวิญญาณฟังเสียงไร้เดียงสาของเขาพูดเจื้อยแจ้ว
ห้องพักผู้ป่วยที่หรูหรากลายเป็นดินแดนแห่งความสุขของสองพี่น้องแต่ละวันใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เรื่องสำคัญอีกอย่างคือตอนนี้ทะเบียนบ้านของเธอย้ายกลับมาที่ตระกูลซูแล้วเธอจึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องน่าหนักใจเหล่านั้น
“เธอนี่ มีอันอันอยู่ด้วย ก็ใช้ชีวิตอย่างสบายใจมีความสุขจนลืมบ้านของตัวเองไปแล้วละสิ”
ซูอินพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเด็กชายตัวน้อยได้ยินฉิงฉิงเอ่ยชื่อของตนดวงตาโตราวกับผลองุ่นก็หันไปมองพี่สาว จากนั้นจึงพยักหน้าตามพี่สาว
สองพี่น้องที่มีใบหน้าเหมือนกัน แถมยังแสดงท่าทางแบบเดียวกันในใจของอวี๋ฉิงแม้จะรู้สึกสับสนแต่ก็อดหัวเราะไม่ได้
เมื่อเห็นท่าทีคุณหนูอวี๋ที่ไม่ได้จริงจังเหมือนเมื่อสักครู่แล้วซูอินจึงเอ่ยปากยอมรับ “เรื่องนั้น…เงียบไปแล้วหรือ”
“อืม” อวี๋ฉิงพยักหน้า
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง
เธอรู้จักความสามารถของตระกูลหลิงดีในขั้นตอนนี้การเผชิญหน้ากับพวกเขาไม่ต่างอะไรกับมดแดงเขย่าต้นไม้ใหญ่[1] ซูอินได้คาดการณ์ไว้แล้วถึงสิ่งที่แย่ที่สุดที่อาจจะตามมาถึงแม้จะเสียใจและจนใจ แต่ผลลัพธ์เช่นนี้เป็นสิ่งที่เธอยอมรับได้
“เดิมทีแล้ว…ควรเป็นอย่างที่เธอพูด แต่ในวันนี้จู่ๆเรื่องก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ในมณฑลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ก่อนจะมาที่นี่คุณอาของฉันโทรศัพท์มาบอกว่าในมณฑลได้ส่งทีมตรวจสอบเพื่อนำเคสนี้ไปสร้างเป็นตัวอย่าง น่าจะเป็นเรื่องขอบเขตการศึกษามีผลทำให้เยาวชนตั้งใจเรียน”
“หือ?”
เรื่องน่ายินดีเข้ามาหาไวจนเกินไป ทำให้ซูอินคิดตามไม่ทัน
“นำไปเป็นเคสตัวอย่างหรือ”
“ใช่ ฉันคิดว่าหลิงเมิ่งคงไม่เพียงถูกพิพากษาแต่จะต้องรับโทษหนักอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นจะยับยั้งเรื่องนี้ได้ยังไงยังดีที่ครั้งนี้ไม่เกิดเรื่องร้ายแรงกับเธอ แถมยังได้จัดการหลิงเมิ่งอีกครั้งนี้เธอโชคดีมากนะ”
นี่มันมากกว่าโชคดีเสียอีก
เป็นโชคดีสุดๆ เลยต่างหาก
ซูอินมีความสุขมาก
ซูอินดีใจจนหันไปอุ้มเด็กชายตัวน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วโยกไปมา
เมื่อถูกพี่สาวที่ตัวหอมละมุนกอด ได้รับรู้ถึงความสุขของเธอเด็กชายตัวน้อยก็มีความสุขไปด้วย ริมฝีปากเล็กยกยิ้ม ดวงตากลมโตราวกับผลองุ่นเต็มไปด้วยความสุข
คนที่ไม่ได้มีความสุขเหมือนพวกเธอทั้งสามคนคือคนที่อยู่ในคฤหาสน์ตระกูลหลิงที่ในเวลานี้กำลังมีพายุโหมกระหน่ำ
หลิงจื้อเฉิงผู้เป็นสามีที่ดีมาตลอดกำลังหงุดหงิดสุดๆ “เสียแรงไปตั้งเยอะ กว่าจะติดต่อคุณหวงได้มันไม่ง่ายนะแต่คุณกลับเอาแต่หาเรื่องทะเลาะไม่หยุด บีบให้ผมไปช่วยเธอออกมาตอนนี้ยังดีที่ไม่ได้ช่วยเธอ ทางคุณหวงเองก็ต้องมาปวดหัวเพราะเรื่องนี้”
สีหน้าของอู๋อู๋หม่นหมอง ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “แต่นั่นมันปาเต๊ะเชียวนะ”
“นี่มันผ่านมาแล้ว คุณยังจะมามัวคิดถึงเรื่องปาเต๊ะอยู่อีกหรือรู้ไหมตอนนี้คุณหวงสงสัยว่าผมเป็นคนเผยความลับ หากทำให้เขาหายสงสัยไม่ได้อย่าว่าแต่ปาเต๊ะ เมื่อถึงเวลานั้นทำอะไรก็มีแต่จะเปล่าประโยชน์”
เขาปัดโทรศัพท์ตกด้วยความโมโหก่อนจะสรุปให้ฟัง “พวกเรารับมือกับความโกรธของตระกูลหวงไม่ไหวหรอก!”
ก่อนหน้านี้ติดปัญหาแค่ยื่นเรื่องอนุมัติเป็นโรงแรมห้าดาวที่ล่าช้าแต่ในวันนี้ตระกูลหลิงกลับอยู่ในอันตรายที่อาจจะถูกถอนรากถอนโคนหมดสิ้น
สองสามีภรรยาตระกูลหลิงที่คนหนึ่งสนใจแต่เรื่องธุรกิจ อีกคนสนใจแต่บุตรสาวเมื่อเรื่องต่างๆ ไม่ราบรื่น ทำให้พวกเขาหัวหมุน
ต่อให้พวกเขาร้อนใจเพียงใดแต่ก็คงไม่สามารถขัดขวางคณะกรรมาธิการตรวจสอบที่ถูกส่งมาจากมณฑลเพื่อเข้ามาตรวจสอบในเมืองผิง
และการเข้ามาตรวจสอบของคณะกรรมาธิการนี้ เกิดจากการวิ่งเต้นของหลายฝ่ายที่ทำให้เรื่องนี้เงียบไปจนผิดปกติผลลัพธ์จึงไม่ต่างอะไรกับสปริง ยิ่งกดแรง การดีดตัวกลับก็ยิ่งแรงมากขึ้นเช่นกัน
-----------------------------------------------------------------------------
[1] มดแดงเขย่าต้นไม้ใหญ่หมายถึง คนที่คิดทำอะไรเกินตัว ต่อกรกับสิ่งที่เหนือกว่าตนเอง