บทที่ 21 เด็กไม่รอด
การอยู่ในรถแล้วทำเื่แบบนี้ ถือเป็ครั้งแรกในชีวิตของเขา
แต่ตอนนี้ เขาหมดความอดทนไปนานแล้ว
เมื่อครู่เขาเพิ่งไปที่บ้านใหญ่ มู่จือเหยียนรู้ข่าวจากปากพ่อว่า ในการประชุมผู้ถือหุ้นพรุ่งนี้ เขาเตรียมลงนามในข้อตกลงฉบับหนึ่ง เพื่อแบ่งสัดส่วนหุ้นในนามสมาชิกตระกูลมู่ทั้งหมดให้ชัดเจน
เดิมทีตระกูลมู่และตระกูลลู่เดิมแต่งงานกันเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ลู่จิ่นเนี่ยนแต่งงานเข้ามาในตระกูลมู่ ก็เกิดการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์มากมาย ในตอนแรกกลุ่มบริษัทก็ควรจะมีหุ้นส่วนของเธอด้วย
แต่ตามความหมายของแม่ ลู่จิ่นเนี่ยนเป็แค่สะใภ้ของตระกูลมู่ ถือว่าเป็คนนอก หากวันหนึ่งพวกเขาแยกทางกัน เธอจะไม่ได้ส่วนแบ่งจากทรัพย์สินที่ได้จากการแต่งงาน
การเคลื่อนไหวของพ่อกับแม่ ทำขึ้นเพื่อป้องกันลู่จิ่นเนี่ยนอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ด้วยวิธีนี้ ก็เหมือนกับเตรียมวางแผนหย่าร้างสำหรับพวกเขาไว้แล้ว
หย่าร้าง?
มู่จือเหยียนยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก ผู้หญิงคนนี้ ตอนนี้เธอเริ่มหาคนใหม่แล้วเหรอ?
“ไป๋จื่อซวิน ฉันสืบประวัติเขามาแล้ว ลูกชายคนรองของไป๋ซื่อกรุ๊ป เธอหาคนใหม่ได้ดีมาก”
มู่จือเหยียนหยุดการเคลื่อนไหว แววตาเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยและความเสียดสี
“คุณพูดเื่ไร้สาระอะไร?”
“ถ้าชอบเขามากขนาดนั้น ทำไมตอนแรกถึงมาเพ้อฝันถึงฉัน”
“ฉันไม่ได้...”
เธออยากผลักเขาออกจากตัว แต่กลับขยับไม่ได้เลย ได้แต่กลั้นความเ็ปเอาไว้
เขาตรึงมือของเธอไว้้า ใช้เพียงหัวเข่ากดที่เอวของเธอ บังคับเข้ามาอีกครั้ง
การกระทำของมู่จือเหยียนไร้ความอบอุ่น การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว
ผู้ชายเ้าชู้อย่างเขาที่เคยอวดดอกไม้นับไม่ถ้วน แต่ทักษะเื่นี้กลับหยาบกระด้าง ราวกับว่ายิ่งเธอเ็ปมากเท่าไร เขาก็จะยิ่งพึงพอใจมากขึ้นเท่านั้น
ลู่จิ่นเนี่ยนกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงคราง เขาบีบคอเธอจนแทบหายใจไม่ออก ในที่สุด เธอก็หมดสติไป
เมื่อฟื้นขึ้นมา ลู่จิ่นเนี่ยนก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงที่บ้านแล้ว
เธอพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงห้องนอนหลัก ผ้าปูเตียงที่ก่อนหน้านี้ถูกลู่อวี่ชิวเปลี่ยนออกไปก็เปลี่ยนกลับมาเหมือนเดิม ส่วนบนตัวของเธอก็เปลี่ยนเป็ชุดนอนแล้ว
กระดูกทุกส่วนในร่างกายปวดระบม เธอยกแขนขึ้น พบว่ามีรอยฟกช้ำทั้งสีเขียวและสีม่วงอยู่ทั่วร่าง
และที่คอก็เจ็บแสบราวกับถูกไฟไหม้ จากการที่เขาบีบคอเธอในรถ
มู่จือเหยียน เขาอยากฆ่าเธออย่างนั้นหรือ?
ลู่จิ่นเนี่ยนลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เวลานี้ แม่บ้านของตระกูลก็เดินเข้ามา
“คุณหญิง นี่คือโจ๊กที่คุณชายสั่งให้ฉันต้มให้คุณค่ะ”
“เขา? เขาสั่งให้คุณทำโจ๊กให้ฉันเหรอ?”
แม่บ้านไม่ได้พูดอะไรมาก วางถ้วยโจ๊กไว้ แล้วเดินออกไป
ลู่จิ่นเนี่ยนแตะถ้วยโจ๊กอย่างลังเล พบว่ามันร้อนมาก ร้อนมากจริง ๆ มันเป็โจ๊กฟักทองของโปรดของเธอ
เขาทำแบบนี้เป็การตบหน้าแล้วให้ขนมหวานใช่ไหม?
เธอหัวเราะอย่างขมขื่น มู่จือเหยียนจะรู้ได้อย่างไรว่าเธอชอบทานโจ๊กแบบไหน คงเป็แม่บ้านจัดเตรียมไว้เป็พิเศษ อาจเป็เพราะเขากลัวว่าเธอจะตายก็ได้
หลังทานโจ๊กเสร็จแล้ว ลู่จิ่นเนี่ยนก็เดินออกจากห้อง และเจอลู่อวี่ชิวที่บันไดพอดี
ลู่อวี่ชิวเหลือบมองเธออย่างไม่พอใจ เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจที่เห็นมู่จือเหยียนอุ้มลู่จิ่นเนี่ยนกลับมาด้วยตัวเอง
“พี่สาว อย่าได้ใจไปเลย เขาแค่กลัวเธอตายต่อหน้าเขา แล้วกลายเป็เื่ใหญ่ เลยใส่ใจเธอเล็กน้อยเท่านั้น”
“จริงเหรอ? เขาใส่ใจฉันอย่างนั้นเหรอ?” ลู่จิ่นเนี่ยนหัวเราะเบา ๆ
“หยุดคิดเพ้อฝันได้แล้ว จือเหยียนจะใส่ใจเธอเหรอ? เขารังเกียจเธอจะตาย ในสายตาเขา เธอก็สกปรกเหมือนแม่นั่นแหละ!”
จุดอ่อนขนาดใหญ่ในชีวิตของลู่จิ่นเนี่ยนก็คือเื่ของแม่ ทว่านั่นก็เป็จุดแข็งของเธอด้วย
มู่จือเหยียนรังเกียจเธอ หญิงสาวรู้ดีอยู่แก่ใจ เดิมคำพูดของลู่อวี่ชิวก็ไม่คิดจะใส่ใจอะไร แต่การดูถูกเยียดหยามแม่ของเธอ ลู่จิ่นเนี่ยนย่อมทนไม่ได้
ลู่อวี่ชิวไม่ยอมหยุดพฤติกรรมถากถางเยาะเย้ย กลับพูดต่อว่า “ทำไม โกรธแล้วเหรอ? เธอเป็แค่ลูกเมียน้อยที่เกิดจากความสัมพันธ์ฉาบฉวยคืนเดียวของพ่อฉัน แม่เธอใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัดจนทำให้เธอสามารถใช้สกุลลู่ได้ เธอคิดว่าตัวเองเป็ลูกสาวคนโตของตระกูลลู่ไปแล้วเหรอ?”
ลู่อวี่ชิวหัวเราะเย้ยอย่างเ็า หล่อนไม่รู้สึกเลยว่าการกระทำของตัวเองในตอนนี้ไม่ต่างจากแม่ของลู่จิ่นเนี่ยนทุกประการ
ลู่จิ่นเนี่ยนทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอยกมือตบหน้าลู่อวี่ชิวเต็มแรง!
“แกกล้าตบฉันเหรอ?”
ลู่อวี่ชิวตั้งใจโต้กลับ แต่เมื่อเหลือบเห็นเสิ่นเสวี่ยฉินเดินเข้ามาพอดี เธอก็ปรับสีหน้าและหงายหลังล้มลงไป
ด้านหลังของเธอมีบันไดวนหลายสิบขั้น
ดวงตาของลู่จิ่นเนี่ยนเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ เมื่อครู่ตบไปโดนหน้าเธอก็จริง แต่ไม่น่าจะทำให้เธอถึงกับล้มได้เลย!
เธอเอื้อมมือออกไปจะคว้าลู่อวี่ชิวเอาไว้ แต่เมื่อปลายนิ้วัักันเพียงชั่ววินาที หล่อนก็เผยรอยยิ้มอันโเี้ออกมา
ลู่จิ่นเนี่ยนใ ทำให้คว้าตัวไว้ไม่ได้
“อวี่ชิว!” เสิ่นเสวี่ยฉินร้องลั่น
ลู่อวี่ชิวล้มลงบนขั้นบันได แล้วก็กลิ้งลงมาทีละขั้น
ขั้นบันไดหินอ่อนเย็นเฉียบและแข็ง กระแทกกระดูกจนเจ็บไปหมด ลู่อวี่ชิวกลิ้งไปจนถึงขั้นบันไดขั้นสุดท้ายแล้วก็หมดสติไป
พวกแม่บ้านรีบพากันมาประคองเธอขึ้น แต่ไม่ว่าจะเรียกอย่างไร หญิงสาวก็ไม่ตื่น "เรียกรถพยาบาล! ไปเรียกรถพยาบาลด่วน!" เสิ่นเสวี่ยฉินะโลั่น ท่าทางตื่นตระหนก
ลู่จิ่นเนี่ยนวิ่งลงมาจากบันได และเห็นลู่อวี่ชิวนอนสลบอยู่บนพื้น ริมฝีปากและใบหน้าซีดเผือด
“เพียะ!”
เสียงฝ่ามือดังก้อง ฟาดลงบนใบหน้าของเธออย่างรุนแรง ทำให้แก้มร้อนผ่าวสะท้านไปทั่ว
“คุณแม่ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันไม่ได้ผลักเธอ!”
“อย่ามาเรียกฉันว่าแม่! ตระกูลมู่ของเราไม่รับลูกสะใภ้ที่ใจร้ายมือเลวอย่างเธอ!"
เสิ่นเสวี่ยฉินพูดจบก็วางเธอลงอย่างเ็า ก่อนจะสั่งให้คนรับใช้อุ้มลู่อวี่ชิวขึ้นรถทันที
ตอนนี้ เธอสนใจเพียงหลานชายในท้องของลู่อวี่ชิวเท่านั้น
แต่สุดท้าย เด็กในท้องก็ไม่รอด
ที่โรงพยาบาลหมอบอกเสิ่นเสวี่ยฉินว่า “ขอโทษด้วยครับ พวกเราพยายามอย่างเต็มที่แล้ว”
เสิ่นเสวี่ยฉินร้องไห้คร่ำครวญ เกือบจะล้มลง ลู่จิ่นเนี่ยนรีบไปประคองโดยไม่รู้ตัว แต่ถูกเธอผลักออกทันทีด้วยความรังเกียจ
“เธอมันนังอสรพิษ! นั่นน้องสาวของเธอนะ แถมเธอท้องกับสายเืของตระกูลมู่ของฉัน! เธอเองก็คลอดลูกไม่ได้ ยังคิดจะให้ตระกูลมู่ไม่มีทายาทอีกเหรอ?”
“ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย!”
ไม่ว่าลู่จิ่นเนี่ยนจะแก้ตัวอย่างไร เสิ่นเสวี่ยฉินก็ไม่เชื่อแล้ว
ท้ายที่สุด เธอเชื่อเพียงสิ่งที่ตาเห็นเท่านั้น
“ผู้หญิงอย่างเธอไม่มีสิทธิ์อยู่กับลูกชายฉันอีกแล้ว! ใครก็ได้ จับมันไว้ให้ฉัน! เซ็นเอกสารหย่าร้างก่อน แล้วค่อยมาคิดบัญชีกันทีหลัง!”
ด้วยคำสั่งของเสิ่นเสวี่ยฉิน บอดีการ์ดของตระกูลมู่ก็จับลู่จิ่นเนี่ยนไว้ ลู่จิ่นเนี่ยนดิ้นรนต่อสู้ แต่กลับถูกเสิ่นเสวี่ยฉินตบหน้าไปสองฉาดอย่างแรง
เห็นสายตาอันโเี้นั้นก็รู้ได้ทันที ว่าเสิ่นเสวี่ยฉินคงคิดจะลงมือเองแน่ ๆ
“ฉันไม่ได้ทำร้ายเธอ ฉันไม่ได้ทำ!”
“ยังกล้าปากแข็ง! ลู่จิ่นเนี่ยน ฉันว่าเธอแค่ไม่ยอมรับความจริง!”
เสิ่นเสวี่ยฉินโกรธจนฟันกรอด เธอคิดจะเตะลู่จิ่นเนี่ยนด้วยรองเท้าส้นสูงอีกสองที แต่ในเวลานั้นมีร่างหนึ่งก้าวเข้ามาขวางหน้าเธอไว้
เสียงของชายคนนั้นนิ่งสงบ แต่แฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามอย่างปฏิเสธไม่ได้
เขาหันกลับมา มองลงมาที่ลู่จิ่นเนี่ยนด้วยสายตาดูถูก
“ทำร้ายน้องสาวตัวเอง ลู่จิ่นเนี่ยน เธอนี่เก่งขึ้นทุกวันเลยนะ”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจให้เธอแท้งลูก”
ลู่จิ่นเนี่ยนรู้สึกว่าคำแก้ตัวของเธอนั้นช่างไร้ค่า
“แน่นอน เธอไม่ได้ทำให้ผู้หญิงคนนั้นแท้งลูก”
มู่จือเหยียนกลับหัวเราะออกมาอย่างกะทันหัน
“ผู้หญิงที่ฉันไม่เคยแตะต้อง จะแท้งลูกได้ยังไง!”