“ธัน../พี่ธัน..” ทั้งคู่เอ่ยเรียกชื่อเขาพร้อมกัน ภูธเรศหันมองบุหลันรังสรรค์อย่างคาดคั้น แม้ว่าหญิงสาวจะเลี่ยงหลบสายตาเขา มือยาวคว้าข้อบ่าเล็กให้เผชิญหน้ากับเขา
“บุหลัน.. กับใคร..” เสียงทุ้มเอ่ยถามน้ำเสียงร้อนรน
บุหลันรังสรรค์เลี่ยงที่จะสบตาภูธเรศ ั์ตากลมกระสับกระส่ายมองข้ามไหล่ของเขาไป หญิงสาวเงียบไม่ตอบ
พอดีกับที่อันธกานต์เดินเข้ามาประชิดทั้งคู่ ใบหน้าคมส่อเค้าชื่นมื่นอย่างเห็นได้ชัด ร่างสูงที่มาใหม่พอจะประเมินสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้
สถานการณ์ที่เขาตั้งใจให้เกิดขึ้น..
“โทรนัดภูธเรศมาที่มหาวิทยาลัย.. ฉันจะบอกเขาเื่งานแต่งงานของเรา” เขาจำประโยคที่ตัวเองเอ่ยบอกบุหลันรังสรรค์ทันทีที่เธอตอบตกลงแต่งงานกับเขา
หญิงสาวมีสีหน้าอึดอัด.. แต่อันธกานต์ไม่สนใจ
“บุหลันขอบอกพี่ภูเองได้ไหมคะ” เสียงหวานต่อรอง
“จำได้ไหมว่าเธอพูดแบบนี้ครั้งที่เท่าไหร่แล้ว” อันธกานต์ถามเสียงเข้มคาดคั้น.. ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมพลาดอีก
บุหลันรังสรรค์ไม่ตอบ.. เธอรู้ดีว่าตัวเองหลีกเลี่ยงที่จะบอกเลิกภูธเรศมาหลายครั้ง.. ทำเพียงยืดเวลาออกไปเรื่อยๆ
“หรือจริง ๆ แล้ว เธอรอกลับไปแต่งงานกับมัน เหมือนที่เธอทิ้งฉันไปเมื่อ..”
“ไม่ใช่นะคะ” เสียงหวานรีบตอบกลับทันควัน กลัวที่อันธกานต์จะเอ่ยถึงเื่เมื่อ 10 ปีก่อนขึ้นมาอีกครั้ง
“ก็ได้ค่ะ” เสียงหวานเอ่ยตอบตกลงต่อ เมื่อเห็นสีหน้าของอันธกานต์ ร่างสูงอ้าแขนรับเธอมาอยู่ในอ้อมกอด มือเรียวลูบผมอีกฝ่าย แม้จะไม่มีรอยยิ้มอย่างเปิดเผย แต่สีหน้าของอันธกานต์บ่งบอกถึงความพอใจอย่างเห็นได้ชัด
“ภูธเรศ” อันธกานต์เรียกอีกฝ่ายด้วยชื่อจริง น้ำเสียงชัดเจน หนักแน่น แต่ไม่บ่งบอกอารมณ์
คนถูกเรียกชื่อหันสบตากับอีกฝ่าย บุหลันรังสรรค์ขยับเดินไปยืนเคียงข้างอันธกานต์ เธอสบสายตากับเขา ก่อนจะเสมองไปรอบนอกอีกครั้ง
“นี่มันอะไรกัน” ภูธเรศถามเสียงแข็งขึ้น
อันธกานต์แย้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย พ่นลมหายใจออกทางจมูก..
เขารอเวลานี้มานานแค่ไหนแล้วนะ.. ร่างสูงคิด ขณะที่ผงกศีรษะลงมองซองสีขาวที่เสียบอยู่บนกระเป๋าหน้าอก มือเรียวคว้าซองนั้นก่อนจะยื่นให้ภูธเรศ
ซองจดหมายเรียบง่าย จัดพิมพ์ชื่อ ‘ภูธเรศ อัศวะนัย’ ลักษณะซองที่บอกได้ว่าภายในคือ ‘การ์ดเชิญงานแต่งงาน’ อย่างแน่นอน
บุหลันรังสรรค์มองซองนั้นด้วยสีหน้าใเช่นกัน.. เธอไม่รู้มาก่อนว่าอันธกานต์สั่งพิมพ์ซองเชิญภูธเรศในงานแต่งงานของพวกเขาด้วย
ภูธเรศไม่รับซองนั้น เขามองหน้าอันธกานต์ก่อนเคลื่อนสายตาไปยังบุหลันรังสรรค์
“บุหลัน.. พี่ขอคุยกับเราตามลำพังได้มั้ยคะ” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ย หญิงสาวเงยสบตากับภูธเรศก่อนจะหันไปทางอันธกานต์เมื่อได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นมาติดๆ
“บุหลันรังสรรค์กำลังจะแต่งงานกับฉัน.. เพราะฉะนั้นเธอไม่มีอะไรต้องคุยกับแกอีกแล้ว” เสียงทุ้มแข็งกร้าว ความสะใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายอย่างเก็บไว้ไม่อยู่
“ฉันไม่เชื่อ! ” ภูธเรศปฏิเสธอย่างรวดเร็ว พลางหันไปมองบุหลันรังสรรค์อย่างขอร้อง
อันธกานต์หัวเราะครืนเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังร้อนรน
“งั้นก็ลองถามเ้าตัวดูสิ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
สถานการณ์เต็มไปด้วยความอึดอัด บุหลันรังสรรค์รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก เธอมองหน้าอันธกานต์และภูธเรศสลับกัน ภาวนาให้ทุกอย่างรีบจบลงเสียที
“บุหลัน” อันธกานต์เรียกชื่อเธอด้วยความกดดัน.. ร่างสูงย่อตัวน้อยๆ ก่อนจะกระซิบข้างหูหญิงสาวด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“เธอจะไม่ทำให้ฉันเสียใจอีก.. ใช่มั้ย”
คำพูดคมคายที่ถูกกลั่นกรองมาอย่างชาญฉลาดทำให้อันธกานต์เป็ต่ออย่างเห็นได้ชัด ภูธเรศมองภาพนั้นอย่างไม่ชอบใจ บุหลันรังสรรค์สบตากับอันธกานต์ก่อนจะหันไปหาภูธเรศและกล่าวกับเขาอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“พี่ภู.. บุหลันกำลังจะแต่งงานกับพี่ธัน”
“ไม่จริง” ภูธเรศสวนกลับเสียงดังจนแทบจะะโ บุหลันรังสรรค์สีหน้าตื่นตระหนก เธอก้าวถอยห่างเขาออกมาอีกเล็กน้อย
อันธกานต์มองภูธเรศที่ดูเหมือนจะะเิในอีกไม่ช้า.. ภาพตรงหน้าช่างเป็รางวัลที่คุ้มกับความทุ่มเทของเขา.. ั์ตาคมเหลือบมองหญิงสาวที่อยู่ข้างเขาด้วยสายตานิ่งชา ก่อนจะปรับสีหน้าทันทีเมื่อบุหลันรังสรรค์หันมาสบตากับเขา แขนยาวโอบกอดบ่าเล็กของอีกฝ่ายผลักให้ร่างอวบแน่นแนบข้างกายของเขา อันธกานต์แสดงท่าทีความเป็เ้าของอย่างเต็มตัวแม้ภายในใจเขาจะไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นเลยก็ตาม
“พี่ธันคะ.. บุหลันอยากกลับ..” เธอเอ่ยต่อ อันธกานต์พยักหน้ารับ
“ไปรอที่รถ ฉันขอคุยกับเพื่อนเก่าสักหน่อย” เสียงทุ้มเอ่ยนุ่มจงใจให้ภูธเรศได้ยินด้วย เขายื่นกุญแจรถให้เธอ
บุหลันรังสรรค์รับมันมา ใจหนึ่งอยากให้อันธกานต์กลับไปพร้อมเธอเลย แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไป
เธอตัดสินใจก้าวฉับๆ ออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่หันกลับมามองทั้งคู่เลย
“บุหลัน” ภูธเรศะโเรียกเธอ เขาก้าวตามเธออย่างรวดเร็ว แต่ถูกอันธกานต์กักตัวเอาไว้
“คุยกันก่อนซิ.. จะรีบไปไหน” เสียงทุ้มลากขึ้นสูง อันธกานต์ขวางอีกฝ่ายเอาไว้ทั้งตัว ทั้งคู่มีรูปร่างสัดส่วนใกล้เคียงกันทั้งหมด แม้ว่าอันธกานต์จะสูงกว่าอีกฝ่ายเล็กน้อย
“ไอ้ธัน..” ภูธเรศกัดฟันกรอด จ้องหน้าอันธกานต์อย่างเอาเป็เอาตาย ขณะที่อีกฝ่ายทำเพียงยิ้มอย่างสะใจ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับ
“ฉันไม่เชื่อว่าบุหลันจะเลิกกับฉัน และจะไปแต่งงานกับแก” เขาะโใส่หน้าอันธกานต์
“ไม่เชื่อ? การ์ดแต่งงานวางอยู่ตรงหน้า.. จุ๊ ๆ อย่าหลอกตัวเองไปหน่อยเลย” อันธกานต์ตอบกลับทันที คิ้วดำโก่งตัวสูงขึ้น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเยาะเย้ย เขายกซองบัตรเชิญงานแต่งตบลงบนหน้าอกภูธเรศเบาๆ
“ฉันเคยบอกแกใช่มั้ย” น้ำเสียงทุ้มแข็งกร้าวขึ้น อันธกานต์จ้องมองซึมซับความเ็ปของอีกฝ่าย
“ฉันจะกลับมาเอาทุกอย่างของฉันคืน”
ภูธเรศทำท่าจะต่อยอันธกานต์ แต่เขาหลบได้อย่างหวุดหวิด นั่นยิ่งทำให้อันธกานต์ยิ้มกว้างอย่างสะใจเข้าไปอีก ภูธเรศโมโหกว่าเดิม
“อย่าใช้กำลังสิ..” เขาเอ่ยอย่างเป็ต่อ ขณะที่ภูธเรศโมโหจนพูดอะไรไม่ออก
“อ่า.. ละก็ฝากความคิดถึงให้อาชาตรีด้วย..” เสียงทุ้มขาดหายไปชั่วลมหายใจ
“ฝากบอกเขาว่า.. อะไรที่เคยเป็ของฉัน.. ฉันจะไปเอาคืน”
ภูธเรศขมวดคิ้วแน่น
“เกี่ยวอะไรกับพ่อฉัน”
คำถามซื่อ ๆ ทำให้อันธกานต์เลิกคิ้วน้อย ๆ ชาตรีคงไม่ได้บอกอะไรกับภูธเรศมากนัก.. ทำให้คนตรงหน้าไม่รู้ว่าพ่อตัวเองทำเื่ชั่วเอาไว้ขนาดไหน!!
เขาเลือกที่จะไม่ตอบคำถามของอีกฝ่าย อันธกานต์หมุนตัวกลับ
“อย่าลืมซะล่ะ” เขากล่าว กลับหลังหันเดินไปยังทิศทางของรถสปอร์ตสีดำที่จอดอยู่นอกมหาวิทยาลัย
“It just begins..” (เื่นี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น..)
ร่างสูงชูสองนิ้วโบกให้อีกฝ่ายขณะที่เดินกลับออกไป ภูธเรศมองตามแผ่นหลังของญาติกึ่งเพื่อน (เคย) สนิทด้วยความรู้สึกสับสน.. อันธกานต์กับเขารู้จักกันมาั้แ่เด็กเพราะพ่อของอันธกานต์เป็ญาติของพ่อเขา.. แต่เนื่องด้วยนิสัยที่เย่อหยิ่งและมีโลกส่วนตัวสูงของอันธกานต์ ทำให้พวกเขาไม่ได้สนิทกันมากนักเมื่อโตขึ้น.. แม้ว่าจะอยู่โรงเรียนและมหาวิทยาลัยเดียวกัน อันธกานต์เคยเป็เดือนคณะเศรษศาสตร์ ขณะที่เขาเป็เดือนคณะวารสารศาสตร์ เขามักถูกห้อมล้อมไปด้วยเพื่อนสนิทชายหญิงหลายกลุ่ม ขณะที่อันธกานต์มักถูกห้อมล้อมด้วยสาว ๆ และแฟนคลับเสียเป็ส่วนใหญ่.. จนกระทั่งเขาคบกับบุหลันรังสรรค์..
ใบหน้าขาวเกลี้ยงอมส้ม รอยยิ้มหวานขี้เล่นโผล่แวบขึ้นมาในห้วงความคิด ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ยาวที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองก้าว มือใหญ่ยกถูหน้าผากอย่างคิดไม่ตก ภูธเรศถอนลมหายใจยาว เขาล้วงมือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาอย่างเหม่อลอย ภาพหน้าจอยังคงเป็รูปหญิงสาวที่เพิ่งเดินจากไป ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนภูธเรศรู้สึกเหมือนฝันไป เขาเคาะมือถือลงบนหน้าขา ปล่อยให้ความคิดลอยไปพร้อมกับสายตาที่ทอดมองไปข้างหน้า
แสงแดดภายนอกยังร้อนแรงอยู่ แต่เขากลับรู้สึกเย็นวาบ.. ทุกอย่างเฉื่อยชาไปหมด.. สมองมึนตึงคิดอะไรไม่ออก.. ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นยืน..
สายลมพัดพาละอองแดดอุ่น ๆ พร้อมกับเศษใบไม้ใบหญ้าที่พากันปลิวตามทิศทางลม เสียงฝีเท้าไม่หนักมากค่อย ๆ ก้าวเข้ามาประชิดตัวชายหนุ่ม จิตใจที่สับสนวุ่นวายทำให้เขาไม่ได้สังเกตถึงร่องรอยของคนมาใหม่เลยสักนิด
“พี่ภู!!”