ครบ 7 วัน รถบัสวีไอพี ขนาดกลาง บรรทุกผู้โดยสารได้ 25 คน ได้พาเหล่านักศึกษาแพทย์ และหัวหน้าแพทย์ ได้เดินทางสู่ชายแดน 3 ประเทศ
ซึ่งดินแดนแห่งนี้ เป็ที่ส่วนกลางไม่มีใครสามารถเป็เ้าของดินแดนแห่งนี้ได้ ทั้ง 3 ประเทศตกลงกัน ส่งตัวแทนไปบริหารกิจการภายใน ดินแดนแห่งนี้
ซึ่งเรียกว่า ดินแดนสิบชนเผ่า ทรัพยากร ทั้งหมดจะถูก คณะกรรมการ 3 ประเทศตักตวงผลประโยชน์ แบ่งกันไป และส่งขายต่อกับบริษัทเอกชนที่สนใจ และจะเปิดประมูลขาย กัน โดยมีทรัพยากรสำคัญอยู่ที่ ไม้กฤษณา ไม้สัก ผ้าไหมสีทอง มรกตสีฟ้า แต่ความเจริญมีแค่อยู่ในส่วนกลางเท่านั้น ด้านชนเผ่าทั้ง สิบ ต่างยังคงใช้วิถีชีวิต อย่างดั้งเดิม ไม่ค่อยสนใจความเจริญรอบนอก บางชนเผ่า น้ำ ไฟ ยังคงยังเข้าไม่ถึงเลย ดังนั้นกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว จึงให้ความสำคัญกับชนเผ่าโบราณเหล่านี้ จึงได้มีทั้งกาชาด หน่วยงานช่วยเหลือ ต่างๆ ทั่วโลกได้พากันช่วยเหลือ ประชาชนเหล่านี้กันมากมาย แต่ด้วยความทุรกันดาร ภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยหุบเขา สูงจำนวนมาก โรคไข้ป่า มาลาเรีย โรคอื่นๆ อีกมาก จึงมีน้อยที่จะมีคนเข้าไปถึง ทั้งที่ประชากรเหล่านี้มี ชนเผ่าเพียง พัน กว่าคนเท่านั้นชนเผ่าที่ใหญ่ที่สุดนั้น คือเผ่าแม้ว มีประชากรเกือบ 3 พันคน กระจัดกระจายตามหุบเขาต่างๆ
และจุดที่เทียนจะไปก็คือเผ่าแม้ว ซึ่งตอนนี้รถบัสของพวกเขาได้มาจอดที่เชิงเขาเรียบร้อย แล้ว หลังจากลงจากรถแล้วพวกทีมแพทย์ก็เห็นผู้คนนับพัน แห่กันมาที่แห่งนี้เป็หลายพันคน เกิดอะไรขึ้นกันแน่ สักพักก็มีชายวัยกลางคน กับชายหนุ่มอีก 2 คนได้เดินเข้ามาเพื่อทักทาย
“ สวัสดีครับ พวกเรามาจากเผ่าแม้ว พวกคุณเป็ทีมงานที่มาจากโรงพยาลบาลแห่งชาติซันชาย กันใช่ไหมครับ “
"ใช่แล้ว” หัวหน้าทีมหมอทิม ตอบกลับไป
“ ยินดีต้อนรับสู่เผ่าแม้วครับ ผมขอแนะนำตัวผมชื่อ จางเฉียน เป็รองหัวหน้าเผ่าแม้ว ต่อไปเรียก ผมลุงจาง ก็ได้ ทุกคนตามผมมา เราจะผ่านด่านตรวจ กันแล้วต้องเดินผ่านเขาอีก 2 ลูก ใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมงก็ถึงที่พักกันแล้วครับ “
พอเ้าอ้วนได้ยินลุงจางพูดก็ร้องใทันที
" เป็ไปได้หรือ ข้ามูเา 2 ลูกภายใน 2 ชั่วโมง " ลุงจางรีบบอกทันที
“จริงครับ ทางที่จะไปชนเผ่าเราได้ทำทางเข้าออกมานานแล้ว เราไม่ได้ปีนข้ามเขา แต่เราเลาะด้านข้างไปกันครับ และทางด้านในเราได้เตรียมรถม้าสำหรับนั่ง และบรรทุกทุกคนไม่ต้องเดินให้เหนื่อย เลยครับ อาจจะถึง ก่อน 2ชัวโมงด้วย ถ้าอากาศดีนะครับ” หัวหน้าหมอทิมถามลุงจางต่อทันที
“ ลุงจางนี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนเหล่านี้ถึงได้มาที่เผ่าแม้ว กันมากขนาดนี้เลยล่ะครับ”
ลุงจางหันไปมองผู้คนเ่าั้ แล้วพูดว่า
"พวกล่าสมบัติน่ะครับ ทุกๆ 50 ปี ประตูทางเข้าหุบเขาแห่งความตายจะเปิด เชื่อกันว่าในนั้นมีสมบัติอยู่ ตำนานได้กล่าวว่า ตอนที่ท่านผู้ชนะสิบทิศบุเรงนอง ได้รบชนะไปทั่ว สิบทิศนั้น ทรัพย์สมบัติจำนวนมหาศาล ได้ถูกขนย้ายจากเมืองที่สู้รบแพ้ พอผ่านทางหุบเขาแห่งความตายนี้ ก็ถูกโจมตีโดยชนเผ่าไหมฟ้า สมบัติจึงถูกยึดโดยเผ่าไหมฟ้าทั้งหมด ถึงแม้บุเรงนองจะส่งกองทหารมาทวงสมบัติคืนถึงก 4 ครั้ง แต่ก็ถูกสังหารตายเกือบหมด จนกระทั่งถอดใจไม่กล้าส่งทหารมาอีก” ลุงจางกล่าวโดยสรุป
" แล้วกองกำลังผสมไม่เข้าไปสำรวจเหรอ สมบัติมากขนาดนี้ “ ริษาถามด้วยความสงสัย
“ ส่งมามากมายเลยล่ะถึงกำมาตั้งกองกำลังถาวรที่หน้าทางเข้าหุบเขาเลย แต่พอส่งเครื่องบินเล็ก สอดแนมเข้าไปดูในหุบเขา แต่ก็ตกทุกลำ จนต้องประกาศบริเวณหุบเขาเป็เขตห้ามบินไปเลย แต่เมื่อ 50 ปีก่อนกองกำลังทั้งสาม ก็เข้าไปสำรวจแบบนี้แหละ แต่สุดท้ายนักสำรวจนับพันคนที่เข้าไป ก็ไม่มีใครกลับออกมาได้อีกเลย “ ลุงจางกล่าวด้วยความเศร้าสลดเมื่อมองไปที่ฝูงชนที่กำลังทยอยเข้าไป
“ แล้วหุบเขาแห่งความตายจะเปิดวันไหนครับ “ เทียนถามด้วยความสนใจ
“ อีก10 วันข้างหน้า พ่อหนุ่มสนใจหรือ ลุงว่าอย่างเสี่ยงเลย หลายร้อยปีมานี้มีคนเข้าไปแล้วไม่มีใครออกมาได้เลยแม้แต่คนเดียว” ลุงจางเตือนด้วยความเป็ห่วง เทียนได้แต่พยักหน้ายิ้มยิ้ม
หลังจากนั้นทั้งหมดก็ได้เดินผ่านด่านตรวจกันทีละคน จนครบ มีรถม้ามารอรับ เกือบ 30 คัน โดยรถม้า 1 คันสามารถโดยสารได้ถึง 6 คนแต่อุปกรณ์ทางกาแพทย์พร้องเครื่องปั่นไฟสำรองที่นำมา ด้วย จึงต้องใช้รถม้าขนของ นี่แสดงว่าทางลุงจางรู้งานเป็อย่างดีถึงได้จัดรถม้า มาอย่างเหมาะสม ขณะที่คนงานช่วยกันขนของใส่รถม้า เทียนได้เอ่ยถามขึ้นมา
”ลุงจางครับ ทำไมพวกล่าสมบัติไม่เห็นมีใครติดอาวุธปืน เห็นมีแต่อุปกรณ์เดินป่า เท่านั้น พอเข้าหุบเขามีอันตรายมาก
ไม่มีอาวุธแล้วพวกเขากล้าเข้าไปยังไง” ลุงจางหัวเราะบอกว่า
“ พวกนี้เขาไปเช่าอาวุธกันที่หน้าทางเข้า มีอยู่มากมายทีเดียว โดยผู้จัดให้เช่าก็คือกองกำลัง 3 ฝ่ายนั้นแหละ แต่ราคาเช่าก็คือราคาซื้อนั่นแหละ พอมีบทเรียนคราว 50 ปีก่อน คือตายหมดเลย คราวนี้ต้องเก็บเงินก่อน ไม่เก็บค่าผ่านทางใครอยากเข้าก็เข้าไป แต่ส่วนใหญ่จ่ายค่าอาวุธเหล่านี้ มากกว่า 5 หมื่นบาทต่อคน แต่ครั้งนี้ไม่รู้จะเท่าไร เพราะมีอาวุธทันสมัยมากเหลือเกิน"
” แล้วพวกนักล่าสมบัติไม่มีใครจ้างพรานป่าในเผ่าแม้วบางหรือครับ “ เทียนถาม
“ ก็มีจ้างอยู่ แต่ทางบรรพบุรุษ ได้สั่งกำชับมาอย่างหนักแน่น ว่าทุกคนชาวเผ่าแม้ว ห้ามเข้าไปในหุบเขาแห่งความตายเด็ดขาด แต่ก็มีคนไม่ฟัง บ้าง สุดท้ายก็ไม่มีใครกลับมาอีกเลย” ลุงจากบอก
“ ที่พวกคุณเห็นพรานป่าพวกนั้น เป็ชาวเผ่าอื่นไม่ใช่เผ่าแม้วเราหรอกครับ” เทียนเข้าใจทันที
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงเรียกชื่อ เขาดังเข้ามาในหัว ของเขา
“ พี่เทพ ท่านมาแล้ว”
หรือจะเป็ .... เทียนเริ่มคิด แต่สุดท้ายต้องรีบขึ้นรถมาเพื่อเข้าสู่เผ่าแม้วต่อไป
เมื่อมาถึง เผ่าแม้ว ก็เริ่มมืด ทางลุงจางจึงจัดที่พักให้ทีมแพทย์ก่อน และพุ่งนี้เช้า จะได้จัดเตรียมให้พบกับหัวหน้าชนเผ่าของพวกเขาต่อไป ที่พักทีมแพทย์
ห้องเป็ห้องนอนได้3-5 คน พร้อมห้องน้ำในตัว ถือว่าทันสมัยคล้ายอยู่ในเมืองทีเดียว แต่อากาศที่นี่กลับสดชื่น เย็นสบาย เหมือนมีออกซิเจน ในอากาศหนาแน่นที่สุดไม่ต้องมีแอร์เลย เ้าอ้วน เ้าผอม คุณชายกร และ เทียน ต่างเลือกนอนกันคนละมุม ห้อง หลังจากกินข้าวเสร็จทุกคนต่างเข้านอน เทียนนั่งสมาธิเหมือนเดิม
ขณะนั้น ได้มีเสียงเรียกเข้ามาในหัวของเทียนอีก !
"พี่เทพ..... มาหาข้าเถิด.... ข้อรอท่าน อยู่..." แล้วเสียงนั้นก็หายไป
เทียนมั่นใจแน่นอนว่าเสียงนี้ เป็เสียงของ ม่านฟ้า คนรักของเขาเมื่อ สี่ร้อยกว่าปีก่อนแน่นอน ทำไมเธอถึงไม่ไปเกิด เขาต้องไป ต้องเข้าไปในหุบเขาแห่งความตายให้ได้ เช้าตรู่ ทุกคนได้ถูกนำไปเข้าพบกับท่านผู้นำชนเผ่า แม้ว พอเข้าไปในห้องโถงใหญ่
ลุงจางกล่าวแนะนำ ว่านี่คือ ผู้นำของเผ่าแม้ว หญิงสาวดูแล้วไม่เกิน 50 ปีผิวพรรณขาวในเหมือนวัยรุ่น แต่ถ้าดูแววตา แล้วดูผ่านอะไร มามากกว่าอายุ 50 ปี หรือว่านางกินหนอนไหมเหมือนเรา ถึงได้อ่อนเยาว์ ทันใดนั้นเองนางก็ประสานสายตามาที่เทียน โดยมีจิตสังหาร แผ่ออกมา แต่ไม่มีใครรับรู้นอกจากเทียน
“ ฉันอายุ จะเจ็ดสิบปีแล้ว พวกท่านทั้งหลายกำลังสงสัยใช่ไหม ทำไมฉันจึงดูวัยเยาว์กว่าอายุ” หัวหน้าเผ่ากล่าวอย่างรู้ทัน
หัวหน้าหมอทิม “ใช่แล้วท่านหัวหน้าพวกเราใกันจริง อยากรู้ว่ามีเคล็บลับอะไร ไม่ทราบบอกเป็วิทยาทานให้พวกเราได้ไหม
“ ก็แค่นอนหลับให้เพียงพอ กินแต่น้อย สูดอากาศบริสุทธ์ ทำจิตใจให้ผ่องใส่ แค่นี้ก็ได้แล้ว” นางกล่าวยิ้มยิ้ม พวกหมอยิ้มแหยแหย
ไม่กล้าถามต่อ หลังจากกล่าวทักทายต้อนรับ แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันทำภารกิจต่อไป ขณะที่เทียนกำลังเดินออกมา มีหญิงสาวนางหนึ่งรีบเดินมาหาเทียน พูดว่า
“ คุณชายอย่าเพิ่งไป ท่านหัวหน้าอยากพบ” เทียนนึกไว้แล้วจึงได้เดินช้ากว่าคนอื่น
“ นำทาง” เทียนบอกไป มาถึงห้องโถงเล็กห้องหนึ่ง มีผู้นำเผ่ากับหญิงสาววัย 25 ปียืนอยู่ข้างข้าง
“ เธอเป็ใคร กันแน่ พ่อหนุ่ม ทำไมตัวเธอถึงมีกลิ่นอายหนอนไหมฟ้า ของชนเผ่าของเรา “ ผู้นำเผ่าไม่เสียเวลาถามตรงตรงไปเลย
เทียนยืนนึ่ง กล่าวตอบไปว่า “ ผมแซ่ซู นามว่าเทียน ท่านปู่ผมเมื่อ 3 เดือนก่อนมีอาการผิดปกติ ผมตรวจท่านแล้ว พบว่าท่านถูกพิษ หนอนไหมฟ้า ซึ่งหน้าจะเป็ของใครในเผ่าของท่านแน่ ผมก็เลย จับมันออกมาจากปู่ ด้วยความโมโหผมก็เลยกินมันซะเลย” เทียนกล่าวเหมือนเป็เื่ง่ายๆ
“ หมอเทียน พิษหนอนไหมฟ้าเป็ความลับของชนเผ่าของเรา คุณรู้เื่แบบนี้ได้ยังไง บอกมาพวกเรามา” ผู้นำเริ่มตวาดเทียนเสียงแข็ง
“ ผมยังไม่ได้ถามเลย ใครเป็คนคิดทำร้ายปู่ผม แต่ท่านกลับมาถามเื่หนอนไหมฟ้ากับผม มันสมควรแล้วหรึอ“ เทียนย้อนถามทันที
“ เอาล่ะ ฉันต้องขอโทษหมอเทียนด้วย ฉันวู่วามไปหน่อย เพราะความลับนี้ถ้าถูกเปิดเผยไป มันจะทำใหชนเผ่าของเราเกิดอันตราย อาจถึงจบสิ้นเลยก็เป็ได้”ผู้นำเผ่าเสียงเริ่มอ่อนลง
“สิ่งที่คุณถามว่าใครเป็คนทำนั้นฉันบอกคุณได้เธอเป็น้องสาวของฉันเอง เธอยอมใช้เืของตัวเองเพื่อเลี้ยงตัวหนอนไหมฟ้าที่เป็ตัวที่เธอคัดเลือกว่าแข็งแรงที่สุด และลงจากเขาไปปล่อยใส่ปู่ ของคุณ
เธอแค้นปู่ของคุณ ถึงกับยอมทิ้งอายุไขของตนเอง คุณรู้หรือไม่การใช้หนอนไหมฟ้าทำร้ายผู้อืน ก็เหมือนกับทำร้ายตัวเองด้วยเช่นกัน หลังจากที่เธอลงไปปล่อยหนอนใส่ปู่ของคุณแล้ว 1 ปีเธอก็ตายด้วยความตรอมใจ ทั้งที่อายุขัยของเธออาจอยู่ได้อีก 10 ปี “ ผู้นำกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าใจ
“ แล้วทำไมเธอ ถึงได้ทั้งรักทั้งแค้นปู่ผมมากขนาดนั้น “ เทียนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ ผู้ชายหลายใจ หลอกให้รักแล้วไม่รับผิดชอบ ปล่อยให้ท่านยายรอแล้วรอเล่า ก็ไม่มารับ จนท่ายยายลงเขาไปหา ก็รู้ว่า ปู่ของคุณแต่งงานไปแล้ว ท่านยายเลยฝึกเลี้ยงหนอนไหมฟ้าเพื่อรอวันแก้แค้นปู่ของคุณ เมื่อ10 ปีก่อนท่านยายได้ลงเขาไปจัดการปู่ของคุณ ขนาดทำไปแล้วท่านย่ายยังเสียใจทำให้ต้องตรอมใจตายไป ทั้งที่ท่ายยายน่าจะอยู่ได้อีก 10 ปี “ หญิงสาววัย 25 ปีกล่าวอย่างโกรธแค้นแทนท่านยายของนาง เทียนถอนใจ
" ที่แท้เื่เป็เช่นนี้เอง ไม่น่าเลย"
" เอาละไหนไหนคนก็ตายไปแล้วคุณ จะบอกได้หรือยังว่าใครเป็คนสอนคุณถอนพิษหนอนไหมฟ้า” ผู้นำเผ่าถามย้ำอีกครั้ง เทียนจะบอกได้ยังไงว่าม่านฟ้าเป็คนบอก จึงโกหกไปว่า
" ไม่มีใครสอนหรอกพอปู่ผมเดินไม่ได้ ทางทีมแพทย์ก็เลยค่อยเรียงปัญหาของคนเดินไม่ได้ดูว่าเกิดจากอะไรได้บ้าง ข้อหนึ่งนั้นคือกระดูกที่ไขสันหลังผิดปกติ ดังนั้นทางเราเลยได้ใช้ CT scan เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ นั่นแหละตรวจดู ก็บพบว่าไขสันหลังท่านปู่หายไปผิดปกติ และมีเ้าตัวประหลาด นอนนิ่งอยู่ ในนั้น ผมก็เลยผ่าตัดหยิบมันออกมาก็เท่านั้น แล้วก็ฝังเข็มเปิดลมปราณให้ปู่ของผม 1-2 วันก็เดินปร๋อ แล้ว”
เทียนกล่าวอย่างเหมือนเป็เื่ง่ายง่าย
"อาซัง เ้าเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์นี้มันสามารถมองเห็นเ้าหนอนไหมฟ้าได้ด้วยหรือ ทำไมข้าถึงไม่เคยรู้มาก่อนเลย" หัวหน้าเผ่าถามแบบงงๆ...