
ตอนที่132 ต่อไปเจ้าคือปีศาจวิหคเหล็ก
"คิๆ! ..เจ้าอย่ามาเสียใจทีหลังนะร่างกายและจิตวิญญาณของเจ้าเป็นของข้าแล้วเมื่อเจ้าเรียกร้องเช่นนี้ เจ้าไม่มีวันกลับมาเป็นตัวตนของเจ้าได้อีกต่อไป เจ้าคือทาสอสูรนักรบของข้า..คิๆ ๆ .."
เสียงหัวเราะอย่างเยือกเย็น เสียววูบเข้าไปในความรู้สึกของต้วนจี้ แต่เขาตัดสินใจแล้วว่ายังไงก็ต้องจัดการกริชเพชรให้ได้ ชายหนุ่มได้ลงทุนไปค่อนชีวิตยังไงก็ต้องก้าวขึ้นสู่เบื้องสูง วันนี้ต้องเป็นองค์รัชทายาท ล้างผลาญองค์ชายสิบสี่ให้สิ้นซาก
"ตกลงข้ายอมทุกอย่างเป็นนักรบของท่านข้าก็ยอม เอาร่างกายและวิญญาณของข้าไปซะ แล้วมอบพลังอันยิ่งใหญ่ของท่านให้ข้า ไอ้บัดซบองค์ชายสิบสี่ต้องแหลกลาญด้วยกำมือ..ต้วนจี้ผู้นี้."
เสียงของต้วนจี้ดังเข้าไปในจิตสำนึกของเขา ที่สถิตของปีศาจชั่วร้ายจอมทัพแห่งโลกคู่ขนาน
"คริๆ ได้สิ..ข้าจะมอบพลังปีศาจวิหคเหล็กให้เจ้ามันจะกลืนกินชีวิตของเจ้า ประสานเป็นหนึ่งเดียวต่อไปเจ้าคือปีศาจวิหคเหล็ก..."
นางปีศาจจอมทัพสาวพูดจบร่างกายของต้วนจี้ก็ปกคลุมด้วยหมอกสีดำ เป็นประกายออร่าดำทะมึนรอบตัว ท้องฟ้ากลับมืดครึ้มลงอีกครั้ง
ร่างของชายหนุ่มล่องลอยขึ้นสู่เบื้องบนเนื้อตัวของเขาเหยียดยาวออก กางแขนกางขาดุจคนถูกตรึงบนกางเขนเหล็กเมฆหมอกออร่าสีดำ ค่อยๆ ถูกร่างกายชายหนุ่ม ดูดซับเข้าไปในทวารทั้งเจ็ด ออร่าที่ปกคลุมม่านมิติรอบตัวเขา ถูกสูบเข้าไปในดวงตาพร้อมกับเสียงร้องดังกังวานของต้วนจี้
วูบบบบบบบ
"อ๊ากกกกกกกกก! "
ตูมๆ ๆ ๆ!! วาบๆ ๆ ๆ!!
ชั่วพริบตาออร่าสีดำที่ปกคลุมทั่วท้องนภากลางนครอสูรวารีน้ำจืด ถูกดูดเข้าร่างกายของชายหนุ่มผู้ขายชีวิต และวิญญาณจนหมดสิ้น
เสียงระเบิดตูมดังสนั่นเมื่อแสงสีดำหายเข้าไปในตัวเขา ความสว่างก็พลันเป็นประกายออร่าสีดำ ห่อหุ้มร่างกายของต้วนจี้ มันเปลี่ยนแปลงไปในพริบตา
ชายหนุ่มกางปีกเหล็กเหมือนนกอินทรีขนาดใหญ่สูงเกือบสามสิบฟุต สีเหล็กที่ห่อหุ้มร่างกายถูกแสงสว่างสะท้อนเหมือนนิลที่แวววับ ส่งประกายอย่างน่ากลัว ลำตัวของต้วนจี้กลับปกคลุมด้วยเกราะมีหมวกสวมอยู่ ตัวของต้วนจี้ปกคลุมด้วยขนสีดำที่เป็นเหล็ก
ในมือเขาถือดาบใหญ่ไว้มันส่องประกายวาววับพละกำลังของเขาถีบขึ้นสู่ขั้นสูงสุดกลายเป็นนักรบพลังจิตระดับเพชร เต็มตัวอย่างไม่ต้องสงสัย ประกายแวววับของเพชรสีดำ ส่งสะท้อนปกคลุมให้ความรู้สึกข่มขวัญอันน่าหวาดหวั่น
"ฮ่า! ฮ่า! ..องค์ชายสิบสี่วันนี้ข้าจะมอบความรู้สึกถูกกลืนกินร่างกาย และวิญญาณให้เจ้าได้รับรู้..ฮ่าๆ ๆ!! "
ต้วนจี้อ้าปากส่งเสียงหัวเราะก้องไปทั่วนคร ชาวอสูรวารีน้ำจืดอ้าปากค้าง คาดไม่ถึงจริงๆ เลยว่า ต้วนจี้แห่งตระกูลต้วนจะมีไม้ตาย ที่ทรงประสิทธิภาพขนาดนี้ซ่อนอยู่
มันอาจจะทำร้ายเมืองอสูรวารีน้ำจืด ด้วยกำลังของเขาคนเดียวอย่างสบาย เมื่อชายหนุ่มมีพลังรบขนาดนี้ ทำไม? ไม่ออกมาช่วยทำสงครามสร้างชื่อเสียง เก็บไม้ตายพวกนี้ มาชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทเพื่อประโยชน์อะไร ถ้านครล่มสลายไปแล้ว
"ท่านพี่มันวิชาอะไรกันข้าไม่เคยเห็นมาก่อน ทำไม? มันดูน่า..กลัวร่างกายของเขาเหมือนสวมเกราะสีดำ ไม่เหมือนคาถาแปลงกายของเรา พวกอสูรวารีเลย ดูมันเหมือนกับคนครึ่งพญานกโบราณไม่มีผิด.."
เสียงของเจ้าเฟยหันไปถามประมุขนครอสูรวารีน้ำจืด ที่ตอนนี้เขาก็ตกตะลึงเหมือนกันพลังรบต้วนจี้ สำแดงออกมา มันก้าวไปสู่อสูรพลังจิตระดับเพชรเต็มตัว แม้แต่เขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเด็กหนุ่มคนนี้ไปเสียแล้ว
"น้องเจ้าจิงโจว..จะสู้เขาได้หรือไม่ ดูสภาพจากร่างกายขององค์ชายสิบสี่ บาดเจ็บสาหัสเช่นกัน ร่างสั่นระริกแทบจะลุกไม่ขึ้น เขาต้องถูกคุณชายต้วนจี้ฆ่าตายแน่ๆ แบบนี้.."
องค์หญิงเจ้าเฟิงกล่าวอย่างร้อนรนเขย่าแขนพระนางเจ้าเฟยแบบเป็นห่วงองค์ชายสิบสี่
"พลังเขาลดเหลือขนาดนี้เราอาจโยนผ้ายอมแพ้ก็ได้ ถ้าจิงโจวหมดสภาพจริงๆ ข้าก็จะยุติการประลองครั้งนี้ แล้วเรียกเขาออกจากม่านมิติลานประลองกลางอากาศนั่นซะ..เฮ่อ.."
จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดทอดถอนใจเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า การชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทอสูรวารีน้ำจืดมันจะดุเดือดเลือดพล่านได้ถึงขนาดนี้
สมัยตอนที่เขาประลองกับเหล่าคนรุ่นใหม่ของอาณาจักรอสูรวารีน้ำจืดในสมัยนั้น ก็ไม่มีใครมีวิชาที่เด่นล้ำเหนือเขา ครั้งนั้น แทบจะเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์มากกว่าการประลอง องค์กษัตริย์ชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทรุ่นนั้นมาแบบชิวๆ
"องค์ชายสิบสี่ข้าออมมือให้ท่านมานานแล้ว ตอนนี้เตรียมตัวพ่ายแพ้ยกตำแหน่งองค์รัชทายาทมาให้ข้าซะ.."
เสียงเยือกเย็นของต้วนจี้ดังออกมาจากเกราะนกปีศาจ ที่ตอนนี้ขยับปีกอยู่กลางอากาศ ส่งประกายหมอกแสงออร่าสีดำ ปกคลุมในม่านมิติลานประลองจนแทบจะเป็นกลางคืน อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายสาปสางอันแสนลี้ลับ
เฮือก!
กริชเพชรสะดุ้งโหยง ตอนนี้เขาเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ รักษาตัวเองขึ้นบางส่วนแล้ว แต่ก็เพียงแค่ใช้กำลังยกตัวขึ้น ประจันหน้ากับอสุรกายปีศาจนกยักษ์ตรงหน้า มันสูงกว่าเขาเกือบยี่สิบฟุต ตอนนี้เร่งเร้าพลังออกกดดันหนักหน่วงกว่า มือปีศาจที่ถูกซัดมาเมื่อสักครู่อีก
'เอายังไงดี! .วะ!! '
กริชเพชรพลิกข้อมือขึ้นคว้าแกงโฮะแคปซูลที่เหลือไม่ถึงร้อยเม็ด โยนเข้าไปในปากใช้พลังบอลดวงจิตแก่นแท้ เร่งเร้าให้มันสลายฟื้นฟู กายอสูรของเขาขึ้นมาโดยด่วน มันได้ผลเกินคาดร่างกายของชายหนุ่ม เหมือนถูกเม็ดโอสถเทพที่ได้มาจากเนื้ออสรพิษยักษ์ และเนื้อเทพต่างๆ ที่กลั่นจากเกล็ดกระทะมังกรโลกันตร์บรรพกาลเสียงดังเปรี้ยงปร้าง
ควับๆ ๆ! พรวด!
เปรี้ยง! เปรี้ยง! ครืน! ครืน!
"อ๊ากกกกกกก..!? "
ร่างกายชายหนุ่มเหมือนฟองน้ำขนาดใหญ่ได้ตกลงไปสู่กลางบ่อ ที่มีน้ำอันเย็นชุ่มฉ่ำมันดูดซับพลัง จากเนื้ออสูรปรุงสุกเหล่านั้นผันแปรขึ้น เป็นกำลังกายอสูรเต็มสูบอีกครั้ง
"เกราะเกล็ดอาวุธเทพมังกรโลกันตร์วงแหวนคลื่นสายฟ้า เกราะกายทองแดง"
กริชเพชรเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ขึ้นเป็นวงแหวนห้าวงทันที พร้อมกับร่ายพลังจิตสร้างเกราะทองแดงเสริมกายอีกชั้น
วี๊ดดดดดส์! บึ้มมมมมม!!! ตูม!
เสียงตูมดังก้องสนั่น นกเหล็กปีศาจเมื่อเห็นกริชเพชรสร้างเกราะขึ้นมาป้องกันตัวเอง เขาทะยานตรงเข้าหา หมุนปีกเหล็กเป็นวงกลมดุจดังลูกข่างพุ่งเข้าจู่โจม เหมือนจะใช้ปีกเหล็กสีดำของเขาตัดให้กริชเพชรขาดครึ่งท่อนทีเดียวก็ไม่ปาน
ฟิ้ว! ควับ! ปั้งๆ ๆ ๆ!!
"อ๊ากกกกกกกก!! ..แส้เนรมิต..ออกไปซะ! "
ร่างขององค์ชายสิบสี่ก็ทะยานขึ้นกลางอากาศ เร้าพลังเรียกอาวุธเหนือโลกออกมาจากมือ กลายเป็นแส้ตวัดหมุนวนเหมือนพายุทอร์นาโด เข้าโจมตีปีกนกที่หมุนเป็นลูกข่างเข้าหาตน
วูบๆ ๆ ๆ ๆ!! ควับๆ ๆ ๆ!! เคร้งๆ!
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะๆ!
"อ๊าาาาส์! ../อ๊ากกกก! ..."
โครม! โครม!
เสียงดังเปรี้ยงเปรี้ยงถี่ยิบจากพลังทั้งสอง ก่อนที่จะกระเด็นออกไปคนละทาง
"เวทย์รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์เหินเวหา! .."
เสียงกริชเพชรตวาดอย่างเดือดดาล ที่จู่ๆ ก็ถูกโจมตีกระเด็นมา เขาเรียกมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์พลังจิตขั้นเพชร ขับทะยานยกล้อไต่ไปตามผนังม่านมิติ ที่ครอบลานประลองกลางอากาศไว้ มันพุ่งทะยานเหมือนคนกำลังขับมอเตอร์ไซค์ไต่ถัง ฉวัดเฉวียนรอบวงกลมนั้นอย่างเร็วและแรง
"โอ้ว!! ..เป็นไปได้ยังไง? ..องค์ชายสิบสี่มีอาวุธพลังจิตระดับเพชรด้วย!! .."
เสียงองค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดดังขึ้นอย่างแสนยินดี เหมือนกำลังจะบอกภรรยาและน้องสาวของเขาว่า ลูกชายคนนี้มีไม้เด็ดอยู่ในมือเหมือนกัน
"อ้ารรซ์..ดูสิม้านั้นมันทรงพลังมากดูตีนมันสิ!! ..เหมือนลูกไฟเพลิงพุ่งทะยานคมกริบจนน่าหวาดกลัวยิ่งนัก เขาต้องชนะคุณชายต้วนจี้ได้แน่ๆ .."
เสียงของพระนางเจ้าเฟยกล่าวด้วยความยินดี ตาของนางเห็นชายหนุ่มควบม้าสีทองเท้าไฟตะกุยไปอย่างรวดเร็ว วิ่งรอบม่านมิติทรงกลม ที่ครอบลานประลองลอยฟ้าอยู่ แท้ที่จริงแล้วอาวุธพลังจิตขั้นเพชรขององค์ชายสิบสี่
มันเป็นอาวุธหนักที่เปลี่ยนรูปร่าง ตามจินตนาการไปตามรูปร่างลักษณะของคนเห็น กริชเพชรเห็นมันเป็นบิ๊กไบค์มันก็เป็นบิ๊กไบค์ พระนางเจ้าเฟยเห็นมันเป็นม้ามันก็เป็นม้า แล้วแต่ใครจะจินตนาการได้เด่นล้ำกว่ากัน ยิ่งจินตนาการได้เหนือชั้นกว่าก็เพิ่มพลังทำลายให้มันสูงส่ง ตามพลังจิตของคนใช้
ปีศาจนกเหล็กสีดำหลังจากถูกกระแทกอัดกับผนังม่านมิติอย่างแรง แต่มันก็กลับบินขึ้นกลางอากาศ เหลือบดูม้าสีทองตีนลูกไฟพลังเพลิง ที่พุ่งเข้าหามันติดๆ ปีศาจวิหคเหล็ก ครอบปีกกั้นตัวเอง เหมือนนกฮูกที่ซ่อนหัวหุบหาง เร้นกายใต้ปีกของมัน
บรื้นๆ ๆ! บรื้นนน! ควับบบบ!
วาบบบบ! ตูมมมม!!
"กรอด! ..อ๊าาาาส์! "
ปีกเหล็กของนกปีศาจป้องกันการชนของกริชเพชร เสียงดังตูมสนั่นกลางอากาศ ร่างนกเหล็กของต้วนจี้ถูกแรงกระแทกกระดอนไปในอากาศ หมุนคว้างเป็นลูกข่าง แต่เขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว
ควับ! วูบ! ฟรึบๆ ๆ!
"จุ๊ๆ ..มีไม้ตายเหมือนกันหรอ..ลองมาดูซิว่าของใครจะเด็ดกว่ากัน..เฮ่อๆ ..กรอดดด! .."
ต้วนจี้จุ๊ปากบดกรามพูดอย่างเดือดดาล แล้วบินโฉบขึ้นกลางอากาศ ส่งเสียงร้องอย่างเกรี้ยวกราด วงกลมออร่าสีดำพุ่งเข้าหากริชเพชร ขณะที่เขาม้วนตัวตีลังกา กลางอากาศ เปลี่ยนสภาพของรถบิ๊กไบค์ กลายเป็นกงจักรอาวุธสองมืออีกครั้ง สะบัดกวัดแกว่งเข้าจู่โจมคลื่นพลังเสียงแตกกระจาย ตรงเข้าหาคุณชายต้วนจี้ทันที
วาบ! วาบบบบ!
ควับๆ ๆ ๆ!! ตูมๆ ๆ! เปรี้ยงๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!
เฮือก!!
"อ๊ากกกกกก..ซิ๊ดดดดส์! "
กงจักรมือขวาขององค์ชายสิบสี่ฟาดลงเหมือนเครื่องเลื่อยไม้ขนาดใหญ่ จามเข้ากลางหน้าผาก ของเจ้าปีศาจนกเหล็ก เสียงดังสนั่น ประกายไฟวาววับแตกเป็นเกล็ดไฟเล็กๆ เหมือนโดนเครื่องเจียรเหล็กขนาดใหญ่ เมื่อแรงปะทะของทั้งสองกระทบกันถี่ยิบ มันบาดลึกเข้าไปในหัวใจของคนดูยิ่งนัก
.............................................................................................................................................................................................