บทที่ 6
"นายหญิงขอรับ/เ้าค่ะ" คนที่มาด้วยเรียกจางชิงหลินพร้อม ๆ กันเมื่อจางชิงหลินเดินตามจางกงกงไปอย่างไม่ลังเล
"พวกเ้ารออยู่ที่นี่ จางกงกงไว้ใจได้" จางชิงหลินบอกเดินตามจางกงกงไปอย่างไม่มีอาการลังเลแม้แต่น้อย
"ระวังนะขอรับ นายหญิงระวังด้วยเส้นทางตรงนี้ไม่ค่อยเรียบ" จางกงกงเดินนำจางชิงหลินขึ้นไปบนเขา มีคณะเดินทางเดินตามมาห่าง ๆ
"ท่านรู้หรือไม่ว่าโจรพวกไหนที่มาขโมยศพของท่านพี่" ระหว่างที่เดินตามจางกงกง จางชิงหลินถามขึ้นมา
"นายหญิง ที่จริงแล้วไม่มีโจรหรอกขอรับ แต่เป็พวกทหารและขันทีที่มาเฝ้าสุสานต่างหาก แม้จะมีโจรมาจริง ๆ แต่ก็ตายั้แ่ส่วนหน้าของสุสานแล้ว" จางกงกงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเ็ป เพราะทหารและขันทีพวกนั้น เคยเป็คนที่ใกล้ชิดมาก่อน แต่ใครจะคิดว่าพวกเขาทำแบบนี้ได้
"พวกเขาขโมยศพท่านพี่ไปอย่างนั้นหรือ" จางชิงหลินถามเสียงเย็น กล้าแตะต้องศพของสามีนาง นางจะไม่ปล่อยเอาไว้
"ใกล้ถึงแล้ว นายหญิงตั้งสติดี ๆ นะขอรับ" จางกงกงเตือน เพราะเขาไม่รู้ว่าพอได้เห็นจางชิงหลินจะรู้สึกเช่นไร
"ทะ ท่านพี่" จางชิงหลินที่เปิดประตูเข้าไปในกระท่อมก็เห็นร่างร่างหนึ่งนอนอยู่บนเตียง ร่างบนเตียงนั้นเหมือนกับคนที่กำลังนอนหลับอยู่เท่านั้น
"นายหญิงระวังขอรับ" จางกงกงรีบเข้าไปประคองเมื่อจางชิงหลินที่กำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปที่เตียงสะดุดล้มลง
"ท่านพี่ ท่านพี่จริง ๆ ด้วยมันเกิดอะไรขึ้น" จางชิงหลินค่อย ๆ ยืนมือไปแตะที่มือของหลงเจิ้นอี้อย่างแ่เบา เมื่อนิ้วมือััก็พบว่าร่างของหลงเจิ้นอี้อุ่นไม่ได้เย็นเหมือนกับศพ
"ข้าน้อยเข้าไปดูพระศพหลังจากที่ที่เห็นว่าพวกทหารและขันทีเข้าไปขโมยของในสุสาน จนไปถึงห้องเก็บพระศพ เข้าไปตรวจดู ข้าน้อยได้ยินเหมือนเสียงเคาะบางอย่าง เมื่อตามหาเสียงก็เห็นมาจากโลงพระศพ
ข้าน้อยเลยบังอาจเปิดโลงออก และสิ่งที่ข้าน้อยเห็นก็คือนายน้อยนอนลืมตาอยู่ ข้าน้อยใมาก แต่เพราะเป็นายท่านข้าน้อยเลยรีบเข้าไปดูอีกครั้งจับชีพจรดูก็พบว่าชีพจรของนายน้อยเต้นเหมือนคนปกติทั่วไป
แต่เพราะนอนอยู่อย่างนั้นมานาน แม้แต่พูดยังลำบาก ข้าน้อยจึงแอบพานายท่านออกมาคอยดูแลจนนายท่านเริ่มพูดได้ แต่ร่างกายยังต้องกายภาพอีกสักพักขอรับถึงจะกลับมาเดินเหินได้อย่างปกติ" จางกงกงพูดออกมาน้ำตาคลอเบ้า เพราะเขาไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพนี้อีก
ภาพที่จางชิงหลินนั่งอยู่ข้าง ๆ เตียงจับมือของหลงเจิ้นอี้เอาไว้แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าของจางชิงหลินก็ยังมีรอยยิ้ม
"แล้วทำไมตอนนี้ท่านพี่ถึงนอนนิ่งอยู่ล่ะเกิดอะไรขึ้น" จางชิงหลินถาม นางจับมือของหลงเจิ้นอี้ไม่ยอมปล่อย
"นายท่านทานยาไปขอรับเลยหลับไปเพราะฤทธิ์ยาขอรับ และยังมีอีกเื่สมบัติบางส่วนข้าน้อยแอบไปขนออกมา เพราะกลัวจะโดนขโมยไปอีกและยังกล้าเอาสมบัติบางชิ้นไปขายเพื่อรักษานายท่าน ขอนายหญิงลงโทษข้าน้อยด้วย" จางกงกงคุกเข่าลงอย่างรับผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น
"ลงโทษหรือ ข้าต้องขอบคุณท่านต่างหาก เพราะหากท่านไม่เข้าไปจะเจอท่านพี่ว่ายังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นหรือ ท่านหมอว่าอย่างไรบ้าง ทำไมท่านพี่ถึงฟื้นขึ้นมาได้" จางชิงหลินลุกขึ้น จางกงกงรีบเข้าไปประคองให้จางชิงหลินนั่งลงบนเตียง
"ท่านหมอบอกว่าเพราะยาถอนพิษขอรับ ถึงแม้ยาตัวนั้นจะเป็ทั้งยาพิษและยาถอนพิษ แต่ที่คนทั่วไปไม่รู้คือยาตัวนั้นจะทำให้คนเป็นิทราจนเหมือนกับคนตาย
ดังนั้นคนที่โดนพิษนี้เข้าไปมักจะถูกเข้าใจว่าตายเพราะพิษ แต่คนคนนั้นจะนอนอยู่อย่างนั้นในที่สุดก็ตายไปเองเพราะร่างกายที่ไม่ได้รับสารอาหาร ไม่ว่าอย่างไรความตายก็มาหาคนคนนั้น
แต่การที่นายท่านฟื้นขึ้นมา ท่านหมอบอกว่าเพราะเืของนายท่านพิเศษกว่าคนอื่นขอรับ ถึงทำให้สามารถฟื้นขึ้นมาได้ แม้จะใช้เวลาเป็สิบปีกว่าจะฟื้นขึ้นมาก็ตาม" จางกงกงเล่าออกมา เมื่อนึกถึงหมอเทวดาคนหนึ่ง ซึ่งหมอคนนั้นเป็หมอชราคนหนึ่งที่เขาออกไปตามหามาจากต่างเมือง แม้ตอนนั้นจะเป็ห่วงหลงเจิ้นอี้มากแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีหมอหลงเจิ้นอี้จะแย่กว่านี้
"ท่านพี่ฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่อย่างนั้นหรือ"
"เมื่อสองปีก่อนขอรับ"
"แล้วตอนนี้ท่านหมออยู่ไหนหรือ ข้าอยากสอบถามอาการของท่านพี่เพิ่มเติม"
"ท่านหมอเพิ่งกลับไปเมื่อวานขอรับ หลังจากตรวจอาการของนายท่านแล้ว ท่านหมอบอกว่าอาการของนายท่านดีขึ้นมาก ถ้านายท่านฟื้นขึ้นมาจะต้องดีใจแน่ ๆ ที่ได้เจอนายหญิง
นายหญิงอาจไม่รู้ พอนายท่านเริ่มพูดได้สิ่งแรกที่นายท่านพูดคือชื่อของนายหญิงขอรับ นายท่านบอกกับข้าน้อยว่าคิดถึงนายหญิงมากเหลือเกิน นายท่านพยายามรักษาตัวเองเพื่อที่จะไปพบนายหญิง"
"ข้าเองก็คิดถึงท่านพี่มาก ๆ จริงสิเกิดเื่ขนาดนี้ทำไมท่านไม่ส่งจดหมายไปหาข้า ทั้งเื่ขโมยสมบัติและเื่ของท่านพี่"
"ไม่ใช่ว่าข้าน้อยไม่ส่งจดหมายไปรายงานนะขอรับ ข้าน้อยส่งไปแล้วแต่ก็ถูกดักเอาไว้ตลอดทั้งจากทางเ้าเมืองและจากพวกทหารและขันที
จนโดนพวกเขาทำร้าย และที่ผ่านมาแม้ข้าน้อยจะพยายามส่งจดหมายไปถึงนายหญิงแต่ก็ไม่มีใครกล้ารับส่งจดหมายของข้าน้อยเลยขอรับ
เพียงแค่รู้ว่าข้าน้อยมาจากูเาหย่งอันหนิง ผู้คนต่างก็รังเกียจ แต่ยังดีที่ชาวเมืองยังยอมขายยา อาหารและข้าวของเครื่องใช้ให้ ไม่อย่างนั้นคงจะลำบากมากกว่านี้แน่" จางกงกงพูดถึงความลำบากในสิ่งที่เกิดขึ้นเกือบสิบปีที่ผ่านมา
"ท่านไม่ต้องห่วง ทหาร ขันที รวมไปถึงพวกขุนนางที่อยู่ในเมืองพวกเขาจะต้องได้รับกับการลงโทษแน่นอน เพราะถึงอย่างไรข้าก็ยังเป็ฮองไทเฮาอยู่" จางชิงหลินพูดออกมา
"นายหญิง นี่มันไม่ใช่เื่ปกติเลยนะขอรับ ทำไมนายหญิงถึงมาอยู่ที่นี่ได้" จางกงกงถามด้วยความเป็ห่วง ถ้านับดูแล้ว ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันน่าจะอายุเพียงสิบเจ็ดพรรษา ตามราชโองการของนายท่าน จางชิงหลินจะเป็ผู้สำเร็จราชการแทนฮ่องเต้ ซึ่งการที่จางชิงหลินมาอยู่ที่นี่มันเป็เื่ที่ผิดปกติมาก
"ฝ่าาโตแล้ว เขาไม่อยากอยู่ใต้อำนาจการปกครองของข้า ท่านรู้หรือไม่ฝ่าาเขาฉลาดและเก่งกาจเหมือนกับท่านพี่เลยนะ เขามีคนของตัวเองและสนับสนุนคนของเขาขึ้นมา
เพราะอย่างนั้นข้าจึงให้คนของท่านพี่ที่อยู่ในราชสำนักลาออก เพื่อชีวิตของพวกเขา ส่วนข้าก็คืนอำนาจให้กับฝ่าานี่คือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
ข้าเป็เพียงฮองไทเฮา แต่เพราะราชโองการของท่านพี่ ทำให้ผู้หญิงอย่างข้าได้เป็ผู้สำเร็จราชการ มีอำนาจบริหารทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วข้าทำได้เพียงว่าราชการหลังม่านเท่านั้น มันไม่แปลกหรอกที่ฝ่าาอยากจะได้อำนาจกลับคืนไป
เพราะฝ่าาอาจจะกลัวว่าสักวันข้าจะหลงละเลิงในอำนาจจนไม่คืนอำนาจให้กับฝ่าาก็ได้" จางชิงหลินพูดออกมา นางไม่คิดว่าการกลับมาของเธอครั้งนี้จะมีเื่ดี ๆ ขึ้นด้วย
"ถ้านายท่านรู้จะต้องไม่พอใจแน่นอนขอรับ ฮ่องเต้จะกลัวเื่อำนาจไปทำไม พระองค์ลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าถึงแม้ฮองไทเฮาจะเป็ผู้สำเร็จราชการแทน แต่นายหญิงก็เป็พระมารดาแท้ ๆ ที่คอยปกป้องฝ่าามาตลอด แต่เพราะกลัวว่าจะโดนยึดอำนาจ ถึงได้กับกล้าทำเช่นนี้กับนายหญิง
ฮ่องเต้ทำเช่นนี้ได้อย่างไร ที่ผ่านมาทั้งนายท่านและนายหญิงต่างก็ต่อสู้ดูแลปกป้องฮ่องเต้มาตลอด จะมากลัวว่าจะถูกแย่งอำนาจไปได้อย่างไร หรือมีคนคอยยุแยงอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะอย่างน้อยก็ต้องให้นายหญิงอยู่ในวังหลวง ใช้ชีวิตสุขสบายอยู่ในวังหลวงไม่ใช่ลำบากอยู่ด้านนอกเช่นนี้" จางกงกงพูดออกมาด้วยความไม่พอใจ
"อำนาจพวกนั้นข้าไม่้า และนี่คือเส้นทางที่ข้าเลือก วังหลวงก็เหมือนคุก การที่ข้าได้ออกมาจากสถานที่แบบนั้นเป็เื่ที่ข้า้าที่สุด
แต่เื่ที่ท่านพี่ยังมีชีวิตอยู่ เราต้องปิดปากให้เงียบที่สุด ไม่อย่างนั้นราชสำนักได้สั่นะเืแน่" จางชิงหลินพูดด้วยความกังวล แม้การที่หลงเจิ้นอี้ยังมีชีวิตอยู่เป็เื่ดีสำหรับนาง แต่ไม่มีผลดีต่อราชสำนักและหลงอันจวิ้น เพราะนางก็ไม่รู้ว่า ระหว่างพ่อแท้ ๆ กับอำนาจหลงอันจวิ้นจะเลือกเส้นทางไหน
"ข้าน้อยทราบแล้วขอรับ" จางกงกงเองก็เห็นด้วยกับความคิดของจางชิงหลิน
"ข้าจะย้ายมาอยู่ที่นี่ อย่างไรก็ต้องสร้างบ้านขึ้นมา เมื่อก่อนข้าเคยขึ้นไปสำรวจกับท่านพี่บนเขามีพื้นที่เหมาะสำหรับสร้างบ้านอยู่ และหลังจากนั้นเราจะปิดูเาหย่งอันหนิงซะ
ในเมื่อชาวบ้านต่างก็หวาดกลัวูเาแห่งนี้ เราก็ต้องทำให้ไม่ให้ใครกล้ามาที่เขาแห่งนี้อีก ความลับเื่ท่านพี่จะได้ไม่มีคนนอกรู้" จางชิงหลินพูดถึงแผนที่นางวางเอาไว้เมื่อรู้ว่าจะมาอยู่ที่นี่ แต่มาเจอกับเหตุการณ์นี้ซะก่อน เลยต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนการเล็กน้อย
"ดีขอรับ" จางกงกงก็เห็นด้วย
"จริงสิ แล้วตอนนี้ท่านรู้หรือไม่ว่าพวกทหารและขันทีตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน ข้าคิดว่าพวกเขาไม่กล้าหนีไปไกลแน่ เพราะทุก ๆ สามเดือนข้ายังได้รับรายงานจากพวกเขาอยู่เลยว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี" จางชิงหลินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน นี่สินะที่เขาเรียกว่าคนที่เราไว้ใจย่อมหักหลังเราได้เจ็บที่สุด
"พวกเขาพักอยู่ในเมืองขอรับ ใช้ชีวิตอย่างอู่ฟู่ มีคนติดตามมากมาย แม้แต่พวกขุนนางอย่างเช่นเ้าเมืองก็เกรงกลัวพวกเขา" จางกงกงพูดออกมาอย่างเจ็บแค้น
"ให้พวกเขาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปเถอะ แล้วพวกเขาจะได้รู้ว่าการหักหลังความไว้ใจจากข้าจะเป็เช่นไร" แววตาของจางชิงหลินประกายกร้าวออกมา "เราออกไปหาพวกหนิงเฟิงเถอะ ป่านนี้พวกเขาคงเป็ห่วงข้ามากแล้ว"
"ขอรับ" จางกงกงรับคำ เข้าไปประคองให้จางชิงหลินลุกขึ้น แม้ว่าเขาจะอายุเยอะแล้วแต่ก็ดูแข็งแรงดี