ห้องรับฟังเสียงประตูยังคงสว่างด้วยลวดลายมิติทั้งสาม
ทิวาจ้องแผนที่ลอยฟ้านานจนส้มจี๊ดเริ่มหาวและนอนทับหัวเข่าเหมือนเป็ที่ประทับส่วนตัว
มะขามนั่งชมแสงมิติด้วยแววตาเป็ประกายราวกับพบนกพิราบเล่นจานบิน
ลิรินรออย่างเงียบๆ
ไม่ได้กดดัน
แต่สายตาของเธอบอกชัดว่า—การตัดสินใจครั้งนี้สำคัญมาก
ทิวากำมือแน่น
เขาหายใจลึก
ก่อนจะพูดเสียงหนักแน่นที่สุดที่เด็กอายุ12 คนหนึ่งจะทำได้
“ผมเลือก ป่าเงามืดลูเมรา ครับ”
ส้มจี๊ดเงยหน้าขึ้นทันที
“หา? ทำไมไม่เลือกมิติที่ชื่อดูไม่น่ากลัวกว่าอย่าง ‘ทะเลหมอกอินวาล’ ล่ะ? อย่างน้อยมันก็มี
หมอกไม่ใช่เงา!”
มะขามเห่าเห็นด้วย
“โฮ่ง!”
แต่ทิวายิ้ม
“เพราะประตูเมื่อครู่มันเหมือนกระซิบมาจากที่ที่มีต้นไม้ครับ
เหมือนเสียงใบไม้ที่ถูกลมพัดแรงๆ
ผมคิดว่าลูเมราเรียกผมอยู่”
ลิรินพยักหน้ายิ้มแบบภูมิใจโดยไม่พูดคำชมตรงๆ
“การฟังเสียงของประตูคือก้าวแรกของผู้พิทักษ์ที่แท้จริง”
แล้วเธอวางมือบนแผนที่
แสงสีเขียวเข้มสว่างขึ้น
ลายเส้นตรงตำแหน่งของลูเมราเต้นระยิบราวกับต้นไม้กำลังหายใจ
“เตรียมตัวให้ดี ป่าเงามืดไม่ใช่ป่าธรรมดา
มัน ‘มีชีวิต’”
ส้มจี๊ดสะดุ้ง
“หมายความว่าไง ‘มีชีวิต’? ต้นไม้มีฟันด้วยปะ?”
“บางต้นมี”
ลิรินตอบนิ่งๆ
ส้มจี๊ด:“ฮือออออออ"
ลานประตูหมุนแห่งวาเรน
ตรงกลางคือประตูทรงโค้งที่ทำจากเส้นลมพันกันเป็วงก้นหอย
ดูเหมือนหมุนช้าๆคล้ายกำลังหายใจ
ทิวาก้าวเข้าไปใกล้
รู้สึกถึงแรงสั่นจางๆเหมือนเสียงหัวใจเต้นจากอีกปลายหนึ่งของจักรวาล
ลิรินเอ่ยขึ้น
“เมื่อเ้าก้าวเข้าไป อย่าหยุด อย่าถอยหลัง
และถ้ารู้สึกเหมือนตัวแยกเป็หลายคน—ไม่ต้องสนใจ
ทุกคนที่ผ่านมิติต่างรู้สึกเช่นนั้น”
ส้มจี๊ดเบิกตากว้าง
“เดี๋ยวๆๆๆ มีอะไรที่น่ากลัวอีกมั้ย?!
บอกมาให้หมดก่อนจะสาย!”
ลิรินคิดครู่หนึ่งแล้วตอบ
“อย่างมากก็แค่
เ้าจะเห็นเงาของตัวเองเดินสวนกับตัวเ้าหลายครั้งเท่านั้น”
ส้มจี๊ด:“อะไรนะ!!!?”
มะขามดูตื่นเต้น
ทิวายิ้มบางๆ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงเหมือนกลองมิติ
ลิรินวางมือบนหัวทิวา
เป็ััอบอุ่นที่ทำให้เด็กชายรู้สึกมั่นคงขึ้นทันที
“โชคดีนะ ทิวา จงเชื่อในตัวเอง—และในเพื่อนของเ้า”
ข้ามมิติ
ทิวาก้าวเข้าไปเป็คนแรกส้มจี๊ดะโเกาะไหล่มะขามพุ่งตามหลังราวกับเล่นสวนสนุก
ทันทีที่ปลายเท้าััขอบประตู
โลกก็เหมือนถูกยืดออกเป็เส้นยาว
ทิวารู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็เสียงเพลง
ทุกสีหลอมรวมกันเป็สายน้ำลำหนึ่ง
เสียงหัวเราะเสียงร้องไห้ เสียงกรีดร้อง
ทุกเสียงเหมือนมาจากเขาและไม่ใช่เขาในเวลาเดียวกัน
เขาจับไหล่ตัวเองหรืออาจเป็ไหล่อีกตัวหนึ่งของเขา
โดยไม่กล้าเปิดตา
ส้มจี๊ดร้อง
“ถ้าฉันไม่รอด บอกลิรินว่าฉันยังติดหนี้ขนมปลาเธออยู่สองชิ้นนะ!”
มะขามเห่าเหมือนสนุกมากกว่ากลัว
“โฮ่งงงงงงงง!”
จากนั้น—ทุกอย่างเงียบสนิท
เงียบจนเหมือนจักรวาลหยุดหมุน
ก่อนที่ภาพใหม่จะปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ
ป่าเงามืดลูเมรา
เสียงจิ้งหรีดดังแ่
ลมพัดผ่านใบไม้ที่สะท้อนแสงสีเขียวเรืองๆ
ต้นไม้สูงเหมือนเสากระโดงเรือพันดารา
แต่ไม่เหมือนป่าทั่วไป
เพราะต้นไม้เ่าั้ขยับได้
บางต้นสั่นเหมือนกำลังหัวเราะ
บางต้นมีตาเรืองแสงเปิดมองพวกเขา
บางต้นหันกิ่งหนีเหมือนอาย
ทิวากลืนน้ำลาย
“ที่นี่สวย แต่ก็น่ากลัวนิดหน่อยนะครับ”
ส้มจี๊ดกอดคอทิวาแน่น
“นิดหน่อยของเด็กสิบสองคือหัวใจวายของแมวหนึ่งตัวค่ะ!”
มะขามดมอากาศแรงๆ
“โฮ่ง! โฮ่ง!” (กลิ่นมิติเยอะมาก!)
ทิวารู้สึกได้ทันทีว่า
ที่ป่าแห่งนี้…มีกุญแจบางอย่างซ่อนอยู่จริง
ความรู้สึกเดียวกับที่ประตูส่งให้เขาในห้องรับฟังเสียง
เหมือนมีใครบางคนร้องขอความช่วยเหลืออยู่ในเงา
ทิวาหันไปบอกเพื่อนทั้งสอง
“เราเริ่มกันเลยดีกว่า—ก่อนที่ต้นไม้มีฟันจะหิว”
ส้มจี๊ด:“ในที่สุดเขาก็เริ่มคิดเหมือนฉันแล้ว!!”
มะขามเห่าอย่างตื่นเต้น
พวกเขาก้าวเดินเข้าไปในป่าพร้อมกัน
ไม่รู้เลยว่าเงาเงียบๆบนกิ่งไม้เหนือศีรษะ
กำลังมองตามพวกเขาไป