ตอนที่ 10
ผมได้ยินพวกหมาป่าคุยกันว่าการขึ้นคร่อมมันเป็ศิลปะ
งานเฉลิมฉลองถูกจัดขึ้นหลังจากที่พวกเราเคลื่อนพลกลับมาถึงหมูบ้านหมาป่าบนสันเขาพวกหมาป่าเห่าห้อนกันอย่างครื้นเครง เนื้อสดๆมากมายถูกนำมาแล่แบ่งไปกันไปทั่วงานการเฉลิมฉลองถูกจัดขึ้นเพื่อร่วมแสดงความยินดีกับาาที่ได้ล้างแค้นให้บุตรชายจนสาแก่ใจแต่ในบางแง่มุมมันก็เหมือนกับกำลังฉลองให้แก่การตายของลูกหมาป่าตัวน้อยที่ตายในวันนี้ด้วยเช่นกัน
ผมและเพื่อนๆร่วมวงกินเนื้อสัตว์แบบไม่อั้นกับพวกแวร์วูฟที่นั่งล้อมรอบกองไฟจ้องมองดูระบำแวร์วูฟตัวเมียหุ่นนักกล้ามหญิงที่เต้นโยกไปโยกมาเหมือนหมาป่าโดนยาเบื่อเราต้องทนรำคาญฟังเสียงของพวกแวร์วูฟที่เม๊ามอยกันอย่างสนุกปากว่าคืนนี้พวกมันจะขึ้นคร่อมแม่สาวแวร์วูฟตัวไหนดี
าาหมาป่ากระชากเนื้อออกมาจากน่องอันโตที่เขาถืออยู่ในมือพลางหัวเราะไปพลางมีหมาป่าตัวเมียคอยเอาเนื้อมาเสิร์ฟเป็ระยะๆ ผมแปลกใจมากที่พวกหมาป่าพวกนี้โปรดปรานสุราดูได้จากไหดินเผาที่วางไว้ข้างกายของพวกแวร์วูฟหนึ่งใบต่อหนึ่งตัว
“เฮ้!” แวร์วูฟตัวหนึ่งโวยวายขึ้นมา“ใครเอาเหล้าไปให้พวกลูกหมากินเนี่ย!พวกนั้นยังไม่บรรลุนิติภาวะกันเลยนะ!”
เพศชายกับเหล้าดูเหมือนจะเป็ของที่อยู่คู่กันไปแล้วแม้กับพวกหมาป่าเองก็ตาม ทว่าในกลุ่มของผมกลับไม่เป็เช่นนั้น ผม กะโหลกเซนลูกแก้วฟราน และก้อนหินจิลไม่เคยดื่มเหล้าและไม่คิดจะดื่มอย่างเด็ดขาดด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไปทว่าไข่ัเดรคเป็ข้อยกเว้น
“แม่สาวหมาป่าตัวนั้นหุ่นแซ่บมากเธอทำให้ฉันปึ๋งปั๋ง!”ไข่ัเดรคที่กำลังเมาได้ที่เนื่องจากเล่นเหล้าไปหลายไหเนียนไปร่วมวงสนทนากับพวกแวร์วูฟ
เดี๋ยวนะ…
“จะมัวรออะไรอยู่ล่ะเพื่อนไปคาบเธอมาเลยสิ! พ่อหนุ่มหมาป่าจอมขึ้นคร่อม!” แวร์วูฟตัวหนึ่งตบไข่ัเดรคเป็เชิงกระตุ้นแต่ดูเหมือนมันจะกะแรงผิดไปนิดนึงเพราะการตบนั้นทำให้พลังชีวิตของไข่ัเดรคหายไปเกือบครึ่ง ที่สำคัญ พวกหมาป่าทำอย่างกับไข่ัเดรคเป็พวกเดียวกันมันซะได้ล่ะเนี่ย!
“เฮ้! ระวังหน่อยสิ!เดี๋ยวเปลือกหล่อๆของฉันก็ร้าวกันพอดี!!!” ไข่ัเดรคโวยวายพร้อมวางมาดนักเลงทำให้พวกหมาป่าขอโทษขอโพยกันอย่างแตกตื่น เออดี!เอากันเข้าไป! เมาอย่างกับหมากันทุกตัวเลย!
ผมที่เริ่มรู้สึกเอียนกับการโยกย้ายส่ายซะโพกของพวกหมาป่าเตรียมตัวจะชวนเพื่อนๆที่เหลือออกไปหาที่เงียบๆเช็คความสามารถที่ได้มาใหม่หลังจากเลื่อนระดับทว่าพอผมหันกลับไปหาเพื่อนๆ ผมก็พบความผิดปกติบางอย่างในกลุ่มของเรา
“ฟราน…หายไปไหน”สีหน้าของทุกคนดูลำบากใจเหมือนหมอที่ต้องบอกข่าวร้ายให้บรรดาญาติๆของคนไข้ฟัง
“ฟรานเขาแอบดื่มเหล้าไปนิดหน่อยน่ะฉันพยายามห้ามเขาแล้วนะ แต่เขาไม่ฟัง หลังจากนั้นเขาก็…” ก้อนหินจิลพยักเพยิบไปทางกองไฟ ผมหันหลังกลับไปมองอย่างช้าๆเหมือนตัวเอกในหนังสยองขวัญที่ต้องหันกลับไปเผชิญหน้ากับิญญาร้ายที่ตามหลอกหลอน
แต่สิ่งที่ผมต้องเผชิญหน้าน่าสยองขวัญกว่าิญญาร้ายในหนังนั่นเยอะเลย
ภาพของลูกแก้วฟรานที่กำลังะโเต้นระบำไปรอบๆกองไฟเนื่องจากพิษสุราผสมกับความบ้าบอส่วนตัวติดตรึงอยู่ในสายตาของผมเขาทำท่าเหมือนกับพยายามส่ายเอ็วโดยลืมไปว่าตัวเองไม่มีเอ็ว พร้อมช้อนสายตาใส่เหล่าหมาป่าหนุ่มเพื่อโปรดเสน่ห์
“สบตาฉันสิเ้าพวกหมาป่าหนุ่มวัยกลัดมัน!” ลูกแก้วฟรานทำน้ำเสียงยั่วยวน พวกแวร์วูฟโห่ร้องให้เขาราวกับพวกมันถูกอกถูกใจในความเซ็กซี่ของลูกแก้วลูกนั้น“จงมาเป็ทาสสวาทของฉันซะ!”
“แม่สาวคนนั้นช่างร้อนแรง”ไข่ัเดรดจ้องมองลูกแก้วฟรานด้วยสายตาของคนอารมณ์เปลี่ยว พวกหมาป่าพากันส่งเสียงเพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกแก้วฟรานไข่ัเดรคเพ้อออกมาว่า “เธอต้องเป็คุณแม่หมาป่าที่ดีของลูกสาวฉันได้แน่ๆ”
ใจเย็นๆก่อนเห้ย! สมงสมองแกไปหมดแล้วววว!!!
“แล้วเราจะเอายังไงกับพวกเขาดี”ก้อนหินจิลเอ่ยถามกะโหลกเซนด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดี สายตาเขาดูเป็กังวลอย่างถึงที่สุด“ขืนเป็อย่างนี้ต่อไป เดรกได้ขึ้นคร่อมฟรานแน่ๆ!” เขาทำหน้าเสียขวัญ
กะโหลกเซนสบตาก้อนหินจิลด้วยอารมณ์ที่นิ่งเฉยเขากล่าวออกมาอย่างราบเรียบว่า “เดรก…ฟราน… ใครงั้นเหรอ ไม่เห็นเคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย!”ก้อนหินจิลอ้าปากค้าง
ผมเองก็พยายามลืมภาพความทรงจำชวนฝันร้ายในคืนนี้ออกไปจากหัวเหมือนกันแต่ยิ่งฝืนไม่นึกถึงมันยิ่งวนเวียนอยู่ในหัวอย่างบ้าคลั่งและผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองอยากจะ…
“อ้วกกกกกกก!”
แล้วค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองก็ผ่านไปอย่างยากลำบากโดยมีพวกผมคอยห้ามไข่ัเดรกไม่ให้ขึ้นคร่อมลูกแก้วฟรานด้วยความพยายามทั้งหมดที่มี!
เช้าวันใหม่ผมตื่นขึ้นมาในกระท่อมไม้แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็ที่พักที่าาหมาป่าจัดเตรียมเอาไว้ให้ในกระท่อมมีเพื่อนผมอยู่เกือบครบขาดแต่กะโหลกเซนที่ออกไปยืนรับลมอยู่หน้าบ้านเท่านั้นเป็เื่ปกติที่เขามักจะตื่นแต่เช้าตรู่อยู่เสมอสายตาของกะโหลกเซนจับจ้องขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างเหม่อลอย เพื่อนคนอื่นๆยังไม่มีใครตื่นผมไม่คิดจะปลุกพวกเขาเพราะเมื่อคืนพวกเรานอนกันดึกมากจริงๆ ผมะโออกมาจากกระท่อมอย่างเงียบงันก่อนจะกล่าวทักทายคนที่ตื่นก่อนว่า
“ไงมายืนรับลมเหรอ” กะโหลกเซนหันกลับมาจ้องมองผมด้วยท่าทีเรียบเฉยก่อนจะตอบกลับมาสั้นๆว่า
“อืม”
“อากาศเย็นสบายดีจังไปเดินเล่นกันหน่อยไหม” ผมเอ่ยชวน กะโหลกเซนไม่ได้ตอบอะไรกลับมาซึ่งนั่นก็คือสัญญาณที่เขา้าจะบอกว่า ไปก็ได้
พวกเราเดิน(ก็ะโนั่นแหละ)ไปตามทางเดินของหมู่บ้านมีพวกหมาป่าแวะมาทักทายพวกเราบ้างเป็บางครั้ง ซึ่งจะเน้นหนักไปทางการทักทายกะโหลกเซนโดยการเข้ามาเลียมากกว่าคือการเลียทักทายมันก็ยังดูธรรมดาอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้กะโหลกเซนไม่สบายใจคือหลังจากที่พวกหมาป่าเลียทักทายพวกมันก็มองตามหลังเขาตาเป็มันและน้ำลายไหลย้อยออกมาอย่างหิวกระหาย
พวกเราเดินกันไปเรื่อยๆออกจากเขตหมู่บ้านมาจนถึงขอบหน้าผาที่ด้านล่างคือป่าใหญ่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาตรงเส้นขอบฟ้าผมเห็นสิ่งก่อสร้างจำนวนมากและเดาว่ามันคงจะเป็เมืองของมนุษย์แน่ๆกะโหลกเซนหยุดเดินเสียดื้อๆ เขาทำท่าเหมือนกับอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ผมหันไปสบตากับเขาอย่างเนิ่นนานเพื่อค้นหาสิ่งที่ทำให้เขาไม่สบายใจการเอ่ยถามว่านายเป็อะไรไม่ทำให้คุณสามารถล้วงคำตอบจากคนๆนี้ได้ ก่อนผมจะหันกลับมาหม่อมองทิวทัศน์ผืนป่าด้านล่างด้วยท่าทีสบายอารมณ์
“เราเป็เพื่อนกันมาั้แ่จำความได้เลยเนอะ”จู่ๆผมก็นึกอยากย้อนวันวานขึ้นมา กะโหลกเซนไม่ได้พูดอะไร แค่ฟังเงียบๆ “ผ่านอะไรๆด้วยกันมาก็เยอะจนทำให้พวกเรากลายเป็คนที่แค่มองตาก็รู้ใจกันไปซะแล้วขนาดเกิดใหม่เรายังได้มารวมกลุ่มกันอีกเลย กาลเวลาที่เราได้อยู่ร่วมกันมันทำให้ฉันค่อยๆรู้สึกว่าพวกนายไม่ใช่แค่เพื่อน…แต่คือครอบครัวเดียวที่ฉันเหลืออยู่ฉันเชื่อว่าทุกๆคนเองก็รู้สึกอย่างนั้น”
ผมหันกลับไปสบตากับกะโหลกเซนอีกครั้งพวกเราอยู่ด้วยกันมานานมาก นานซะจนทำให้ผมเข้าใจความคิดของเขาเลยล่ะ “นายกำลังกังวลเกี่ยวกับอนาคตของพวกเราใช่ไหม”
กะโหลกเซนพยักหน้า“โลกใบนี้อันตรายเกินไปสำหรับพวกเรา” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงไม่สบายใจ “ไม่มีที่ไหนหรืออะไรซักอย่างที่จะสามารถยืนยันได้ว่าพวกเราจะปลอดภัยเมื่ออยู่ที่นั่น ขืนเป็แบบนี้ต่อไป ในซักวันนึง…ฉันอาจจะต้องเสียพวกนายไป”เขาไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆออกมาผ่านน้ำเสียง แต่ผมรู้สึกได้ว่าเขากำลังหวั่นไหว “เราต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อสร้างที่นั่นขึ้นมาให้ได้ที่ๆปลอดภัยพอสำหรับพวกเรา แต่ฉันกลับ…”กะโหลกเซนหยุดพูดไปเสียดื้อๆ ผมหัวเราะในลำคอเพราะรู้ว่าเขากำลังจะพูดว่าอะไร
“ถ้านายจะบอกว่าตัวเองอ่อนแอเกินไปฉันก็ไม่เถียงนายหรอกนะ แต่ถ้านายกำลังคิดว่าตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้ล่ะก็ ฉันจะขอเถียงนายจนขาดใจเลย”ผมะโเตรียมจะมุ่งหน้ากลับไปยังหมู่บ้าน และทิ้งท้ายข้อความไว้สั้นๆว่า “นายน่ะสุดยอดสุดๆไปเลยนะทุกคนรู้ดีจากใจเลยแหละ แล้วก็นะ…ไอ้สถานที่แบบนั้นน่ะไว้เราค่อยๆสร้างมันขึ้นมาก็ได้ นายไม่เห็นต้องไปคิดมากอยู่เดียวเลย มันคงไม่ยากเย็นเท่าไหร่หรอกมั้ง”
“พูดง่ายจังเลยนะ”กะโหลกเซนแอบกัดผม ผมหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะบอกกับเขาว่า
“ที่ของพวกเราพวกเราก็ต้องช่วยกันสร้างมันขึ้น ไม่ใช่แค่นายหรือคนใดคนหนึ่งอย่าพยายามแบกรับอะไรคนเดียวเลย ทุกๆสิ่งต่อจากนี้ เราจะแบกรับมันไปด้วยกันนั่นแหละถึงจะเรียกว่าเป็เพื่อนตายที่แท้จริง”
กะโหลกเซนไม่กล่าวอะไรเขาทอดสายตามองออกไปไกลแสนไกลอีกครั้ง
“กลับกันเถอะ…ก่อนที่เ้าพวกบ้านั่นจะตื่นแล้วทำอะไรน่าปวดหัวอีก” ผมกล่าวกะโหลกเซนหันกลับมาอย่างช้าๆ
“นั่นสินะ”เขากล่าวด้วยเสียงนุ่มลึก จากนั้นพวกเราก็เดินทางกลับที่พัก
แล้วสิบห้านาทีต่อมาผมก็ได้รู้ว่าถ้าเป็เื่ที่เกี่ยวกับเ้าพวกตัวป่วนพวกนี้ ผมทายอะไรไม่เคยผิดเลยจริงๆพับผ่าสิ!
ผมกับกะโหลกเซนกลับมาถึงหมู่บ้านระหว่างทางกลับไปกระท่อมเราก็พบกับเพื่อนๆทั้งสามคนกำลังยืนล้อมรอบมนุษย์หมาป่าคู่หนึ่งเอาไว้ แวร์วูฟตัวหนึ่งคือท่านาาหมาป่าสุดโหดของเรานั่นเองส่วนอีกตัวหนึ่งเป็…เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ! ผมกำลังเห็นภาพหลอนใช่ไหมเนี่ย!!!
ผมสีดำขลับเงางามแต่ยุ่งเหยิงยาวแค่ติ่งหูดวงตากลมโตสดใสดูอ่อนต่อโลก ใบหน้ากลมเป็รูปไข่และขาวผ่องดั่งหิมะในหน้าหนาวจมูกเล็กและริมฝีปากบาง รอยยิ้มของเธอทำให้พื้นที่โดยรอบสว่างไสว ร่างกายอ้อนแอ้นแบบเด็กสาววัยแรกรุ่นที่สูงแค่160เิเน่าทะนุถนอม หางหมาป่าสีขาวฟูฟ่องที่งอกออกมาจากสะโพกสะบัดซ้ายทีขวาทีราวกับมีชีวิตหูของหมาป่ากระดิกไปมาอยู่บนหัวของเธอ เธออยู่ในชุดหนังสัตว์ที่ถูกตัดเย็นโดยช่างฝีมือและเธอคนนั้นกำลังะโโลดเต้นอย่างดีอกดีใจ
ผมไม่มั่นใจว่าระหว่างทางผมเผลอไปกินเห็ดเมาเข้าหรือไม่ที่ผมอยากจะบอกพวกคุณก็คือ เราเจอกับแม่สาวหูสัตว์เข้าให้ซะแล้ว!นี่ถ้าตัดหางกับหูออกไปเธอก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กผู้หญิงน่ารักๆคนหนึ่งเลยซักนิดผมรีบะโเข้าไปร่วมวงเพราะสงสัยสุดขีดว่าเธอเป็ใครกันแน่
“นั่นก็เพื่อนของพวกนายงั้นเหรอ”เด็กสาวหูสัตว์คนนั้นชี้มาทางผมด้วยสีหน้าตื่นเต้นเสียงของเธอหวานหูราวกับดนตรี์ “น่ารักจัง โดยเฉพาะคุณกระดูก”
กะโหลกเซนสะดุ้ง
“ใช่จ้ะแต่เขาไม่ค่อยเจ๋งอะไรนักหรอก ไม่ต้องไปสนใจก็ได้” ไข่ัเดรคกล่าวนี่แกเล่นสะกัดดาวรุ่งกันอย่างนี้เลยเร๊อะ! ผมแอบเคืองนิดๆ
“แถมซาดิสม์โคตรๆ”ลูกแก้วฟรานเสริม อันนี้ผมไม่เถียง
“ใครอ่ะ”ผมกระซิบถามก้อนหินจิลที่มองเด็กสาวหมาป่าตรงหน้าด้วยแววตาเคลิบเคลิ้ม
“ลูกสาวของข้าเองแหละ”าาหมาป่าตอบแทนก้อนหินจิลที่ไม่น่าจะได้สติกลับคืนมาอีกซักพัก
“เรย์เองค่า!” เด็กสาวหมาป่าร้องออกมาอย่างสดใส
“ลูกสาวท่านเนี่ยนะ!!!” ผมร้องแหกปากะโลั่นเหมือนคนที่ได้รู้ว่าอุกกาบาตกำลังจะโหม่งโลกในเร็วๆนี้“นี่ท่านมีลูกกับมนุษย์ด้วยงั้นเหรอ!”
“จะบ้าหรือยังไง! ข้าเป็หมาป่านะข้าจะไปมีลูกกับมนุษย์ได้ยังไงกันเล่า! โน่นต่างหาก เมียแสนสวยตัวที่สามสิบแปดของข้า!” าาผายมือไปทางด้านหลัง หมาป่าูเานมห้อยโตงเตงเห่าขานรับผมหันกลับมามองเด็กสาวหมาป่านามว่าเรย์ก่อนจะช็อกไปพักใหญ่
แวร์วูฟกล้ามโตขึ้นคร่อมหมาป่าูเาแล้วออกมาเป็…เด็กสาวหมาป่าสุดน่ารักเนี่ยนะ! นี่มันตรรกะบ้าอะไรกันวะเนี่ย! ผมอยากรู้จริงๆว่ายีนส์ตัวไหนที่มันทะลึ่งกระเด้งข้ามสายพันธ์มาได้ไกลขนาดนี้!
“พวกนายก็จะช่วยหาหินวิบวับมาให้เรย์ใช่ไหม”เรย์สบตาผมก่อนจะถามด้วยท่าทีน่าเอ็นดู
ไข่ัเดรคเห็นท่าทีสงสัยของผมเขาเลยเข้ามาอธิบายว่า “คืองี้ เมื่อเช้าเราตื่นขึ้นมาแล้วก็เห็นท่านาากำลังแสดงท่าทีเหมือนกลุ้มใจสุดๆสาเหตุที่เขากลุ้มใจก็เพราะว่าลูกสาวของเขาชอบหินวิบวับซึ่งหมายถึงอัญมีณีเอามากๆและนี่ก็ใกล้วันเกิดของเธอแล้วด้วย แต่าาไม่รู้จะไปหาจากไหนดีาามีบุญคุณกับเรามาก พวกเราก็เลยเสนอตัวช่วยตามหาให้เพื่อตอบแทนน้ำใจไง”
“ขอความจริง”ผมกล่าวออกไปสั้นๆด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
“เราแพ้ความน่ารักของเรย์เข้าไปเต็มๆจนเสนอตัวออกตามหาของขวัญวันเกิดเพื่อจะเอามาซื้อใจเธอเท่านั้นเองแหะๆ” ไข่ัเดรคคายออกมาอย่างง่ายดายดวงตาเขาเกือบจะเปลี่ยนเป็รูปหัวใจอยู่แล้ว
“ถ้าเรย์ขอต่อให้มันอยู่ในตับของาาัเราก็จะมุดไปเอามาให้อย่างแน่นอน”ลูกแก้วฟรานส่งสายตาเ้าชู้ “ทำได้ทุกอย่างเพื่อเธอเลยนะจ๊ะ…เบเบ้”
“เบเบ้…” ก้อนหินจิลพูดตามลูกแก้วฟรานอย่างลืมตัวเพราะกำลังจมอยู่ในภวังค์แห่งความรัก
“เบเบ้บ้านพวกแกน่ะเซ่! หาเื่ใส่หัวกันทำหอกอะไรฟร๊ะเนี่ย!!!”
ผมจะไม่ทันมันแล้วโว้ยยยยยย! วันนี้ต้องแตกหักกันไปข้างนึกให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย!
“พวกเ้ามีระยะเวลาในการหาหินวิบวับอีกแค่แปดวันก่อนวันเกิดของลูกสาวข้าเท่านั้นเมื่อหาอัญมณีพบแล้วก็เอามามอบให้กับลูกสาวสุดที่รักข้าทันทีเลยนะ”าาหมาป่ายิ้มอย่างยินดีที่มีคนช่วยอาสาหาของมาให้ลูกสาวแทนพวกหมาป่าที่มีขอบเขตการสำรวจอย่างจำกัดแล้วฉับพลัน! รอยยิ้มแบบคุณพ่อใจดีก็แปรเปลี่ยนเป็การแยกเคี่ยวของสัตว์ร้ายที่กำลังส่งสัญญาณขู่อาฆาตแววตาของาาหมาป่าหรี่ลงอย่างชั่วร้าย
เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นว่า“แต่ถ้าเกิดพวกแกไม่ยอมรักษาสัญญาหรือไม่โผล่หัวมาพร้อมกับหินวิบวับในวันเกิดของลูกสาวข้าแวร์วูฟและหมาป่าูเาทั้งฝูงจะตามล่าพวกแก จำเอาไว้ให้ดีล่ะ!!!”
ดูสิ! อยู่ดีๆงานก็เข้าผมอีกแล้วเนี่ย! ทั้งหมดเป็เพราะพวกแกเลย! ไอ้เ้าพวกมอนสเตอร์หน้าม่อเอ้ย!!!
ส่งยิ้มมาเยียวยาหัวใจอันบอบช้ำของพวกเราทีท่านเรย์! : ลูกแก้วฟรานไข่ัเดรค และก้อนหินจิล
โปรดติดตามตอนต่อไป