อวิ๋นอ๋องไม่ได้ตอบ อาสื่อน่าเหยียนรีบร้อนเอ่ยก่อน“หากว่าพี่หญิงชนะข้าได้ ไม่ต้องเอ่ยถึงสองเื่ต่อให้พี่หญิงอยากได้ดวงจันทร์บนฟ้า น้องหญิงก็จะไปคว้ามาให้ท่าน”
คำกล่าวนี้จากมุมมองของกลุ่มคนก็เป็การท้าทายอย่างเด่นชัด
ทว่ากู้สุ่ยเย่ว์ยังคงจับจ้องอวิ๋นอ๋องอยู่เช่นนั้นนางต้องให้อวิ๋นอ๋องเอ่ยปากเอง ความไร้ยางอายของบุรุษผู้นี้นางพบเจอมาก่อนต้องให้เขารับปากนางชัดเจนก่อนนางถึงจะวางใจ
“ได้” อวิ๋นอ๋องเอ่ย
“เช่นนั้นข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”
กลุ่มคนในเรือนหลังจวนอวิ๋นอ๋องต่างคิดว่ากู้สุ่ยเย่ว์ไม่มีทางทำเื่นี้สำเร็จผลลัพธ์มีแค่ไม่ร่วงกระแทกจนพิการก็ตายสองอย่างเท่านั้น แน่นอน ตกม้าตายดีที่สุดตำแหน่งชายาเอกนี้จะได้ว่างเว้นอีกครั้ง
แต่กระนั้นพวกนางรู้เพียงว่ากู้สุ่ยเย่ว์เป็บุตรสาวสายตรงจวนอัครมหาเสนาบดีทำเพียงอ่านกลอนวาดภาพ ไม่แตะอาชาทว่ากลับไม่ทราบว่าชาติก่อนนางคือกู้เทียนหลานแม่ทัพใหญ่แห่งวั่งเย่ว์กู้เทียนหลานเรียนวรยุทธ์มาั้แ่เล็ก เกือบเรียกได้ว่าเติบโตบนหลังม้า
ระดับความคุ้นเคยที่นางมีต่ออาชาไม่ด้อยกว่าอวิ๋นอ๋องกงซุนอี้
ที่นางกังวลเพียงหนึ่งเดียวคือร่างกายผอมบางที่นางอยู่ตอนนี้จะกลายเป็ตัวถ่วงตนหรือไม่
ในตอนที่กู้สุ่ยเย่ว์ปรากฏต่อหน้ากลุ่มคนอีกครั้งตัวสวมใส่ชุดรัดรูปสีดำ หญิงสาวที่เดิมสะสวยจนถึงขั้นทรงเสน่ห์ตอนนี้กลับมีความอาจหาญเพิ่มเข้ามา กลิ่นอายทั่วร่างล้วนแปรเปลี่ยน
นางในตอนนี้คล้ายขุนศึกที่เดินเข้าสนามรบสังหารศัตรูฝีเท้ามั่นคง แรงกดดันแผ่พุ่ง พอกงซุนอี้เห็นนาง สายตานิ่งงันไปครู่หนึ่งเขาเห็นเงาร่างคุ้นเคยจากตัวนางได้รางๆ
สตรีคล้องกระบี่ยาวควบอาชานางนั้นเหยียบย่างอยู่บนทะเลโลหิตก่อนค่อยๆ จากไปไกล นางพกพาไว้ซึ่งแสงสว่างหนึ่งเดียวในความรกร้างว่างเปล่า
กู้เทียนหลาน
กู้สุ่ยเย่ว์กับอาสื่อน่าเหยียนยืนอยู่หน้าคอกม้าเริ่มเลือกม้า
ม้าสองตัว ตัวหนึ่งสีขาวตัวหนึ่งสีแดง ต่างเป็อาชาเหงื่อโลหิตที่มาจากทุ่งหญ้า ดวงตาม้าแฝงแววพยศและดุร้ายเห็นชัดว่ายังไม่ได้ปราบพยศ
“พี่หญิง ท่านเลือกก่อนเถิด” อาสื่อน่าเหยียนเอ่ย
นางอยากให้กู้สุ่ยเย่ว์เลือกก่อนจริงๆนางเองอยากแข่งกับนางจากใจจริง บุรุษและสตรีที่ทำให้นางชายตามองได้มีน้อยมาก กงซุนอี้คือคนหนึ่ง กู้สุ่ยเย่ว์เป็นอีกคน นางยอมสยบอยู่ใต้กงซุนอี้แล้วเหลือแค่กู้สุ่ยเย่ว์ที่นางอยากลองประชันดู กู้สุ่ยเย่ว์คุ้นเคยกับม้ามาก สายตาหนึ่งกวาดมองไปจากสัดส่วน ม้าสีแดงแข็งแรงกว่า แต่กล้ามเนื้อขาม้าขาวกำยำกว่ามากสายตายังดูดุร้ายกว่าดังนั้นความยากในการสยบม้าขาวสูงกว่าม้าแดงมาก
“สีขาวตัวนี้แล้วกัน” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย
“หรือพี่หญิงมองไม่ออกว่าสีขาวตัวนี้ปราบพยศยากมากกว่า”อาสื่อน่าเหยียนหันขวับ เอ่ยกับคนเลี้ยงม้าด้านหลัง “ข้าเอาสีขาวตัวนี้”
ช่างเป็เด็กสาวที่ตรงไปตรงมานัก
ไม่รู้เลยว่านางอยู่รอดในจวนอ๋องที่เต็มไปด้วยเล่ห์ร้ายแห่งนี้ได้อย่างไร
กู้สุ่ยเย่ว์หมดทางเลือก ทำได้เพียงใช้ม้าแดงตัวนี้
เมื่อครู่นางประเมินคร่าวๆ แล้ว หากเป็นม้าขาวตัวนั้นยังมีความยากอยู่บ้าง แต่ม้าแดงตัวนี้ สำหรับนางแล้วไม่ถือว่ายากอันใด“อาสื่อน่าเหยียนชอบของดีและชอบเอาชนะเห็นชัดว่าอยากเลือกตัวที่แข็งแรงกว่า ทว่าไม่คาดกลับเลือกสีขาวตัวนั้นแทนดูท่านางคงอยากให้กู้สุ่ยเย่ว์ถึงที่ตายจริงๆ ”
“พระชายาวางใจได้บ่าวใส่สิ่งนั้นในอาหารม้าสองตัวนั้นแล้ว...ประเดี๋ยวม้าคลุ้มคลั่งไม่ว่าตัวไหนก็ล้วนแต่หนีไม่พ้น”
“คิดไม่ถึงว่าเ้าจะรอบคอบขนาดนี้ รอเื่นี้สำเร็จจะตกรางวัลให้เ้าอย่างงาม”
“เช่นนั้นบ่าวคงต้องขอขอบพระทัยพระชายาก่อนแล้วเพคะ”ในมุมอับบริเวณหนึ่งของสนามม้าบทสนทนาหนึ่งดำเนินขึ้นอย่างเงียบเชียบส่วนทั้งสองคนที่อยู่ในจุดศูนย์กลางของเื่ราวและมีความเป็ไปได้มากว่าอาจได้พบยมบาลกลับไม่รู้ถึงความอันตรายในนั้น
อาสื่อน่าเหยียนขึ้นม้าก่อนขาทั้งสองควบหนีบหลังม้าแน่นเกร็ง ส่วนมือดึงเชือกกำแน่นม้าขาวคำรามเกรี้ยวกราดเสียงหนึ่ง พุ่งทะยานไปยังจุดจุดหนึ่งอย่างคลุ้มคลั่ง
กู้สุ่ยเย่ว์เห็นม้าขาวจากไปไกล พลิกกายขึ้นม้าแดงขาหน้าม้าแดงควบสูงขึ้นกลางอากาศธาตุ หมายจะสะบัดให้กู้สุ่ยเย่ว์ร่วงตก กู้สุ่ยเย่ว์ใช้แรงดึงเชือกทรงตัวครึ่งกายบนแรงขาทั้งสองควบคุมส่วนล่าง ม้าแดงร้องคำราม ตามฝีเท้าม้าขาวไปติดๆคลุ้มคลั่งขึ้นแล้วสนามม้าแห่งนี้เป็ทุ่งหญ้าผืนหนึ่งขอบเขตกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
กู้สุ่ยเย่ว์โอนอ่อนตามการห้อตะบึงของอาชา ไม่นานแรงม้าแดงเริ่มค่อยๆ ถดถอย ความเร็วช้าลง
หลังจากนี้ แค่สะบัดอีกไม่กี่ครั้งหากกู้สุ่ยเย่ว์ยังคงไม่ตกลงไป เช่นนั้นม้าแดงคงสยบได้พอประมาณแล้ว
กู้สุ่ยเย่ว์เพิ่งผ่อนคลายได้ไม่นาน พลันสัมผัสได้ว่าม้าตัวนี้มีบางอย่างแปลกไป ขามันตะกุยดินโคลนที่เท้าไม่หยุดขนตั้งชัน ดูเดือดดาลไม่สงบอย่างเห็นได้ชัดม้าตัวนี้มีปัญหา!
กู้สุ่ยเย่ว์รู้สึกได้ทันที นางคิดจะลงจากหลังม้า แต่ทุกอย่างล้วนสายไปแล้ว
ม้าร้องคำรามเสียงหนึ่ง ยกขาหน้าตะกุยขึ้นฟ้าไม่หยุดเรี่ยวแรงหนนี้ดุดันกว่าหลายครั้งก่อนหน้ามากนัก กู้สุ่ยเย่ว์เหมือนผ้าขี้ริ้วปลิ่ววอนไปมาท่ามกลางสายลมผิวบนมือถูกครูดจนปริแตก เจ็บระบมไปหมด เริ่มเหน็บชา ขาทั้งสองข้างเหน็บกินแล้วส่วนม้าด้านล่างไม่มีท่าทียอมสยบแม้เพียงนิด ม้าตัวนี้ใช้แรงเกินกำลังไปมากตามหลักควรสยบนานแล้ว ทว่าตอนนี้กลับยังมีท่าทีต่อให้ตายก็ไม่ยอม
ม้าตัวนี้รนหาที่ตาย จะต้องลากตนดวงซวยไปด้วยแน่
ระหว่างเป็ตาย กู้สุ่ยเย่ว์รู้สึกได้ถึงอุบายร้ายนางชักมีดติดตัวออกมาจากเอว ไม่ลังเลสักนิด แทงเข้าไปในคอม้าอย่างแรงโลหิตแดงอุ่นพุ่งทะลักออกมา
ม้าคลั่งดิ้นรนครู่หนึ่ง ไม่นาน แรงดิ้นถดถอยหลังจากนั้นก็ล้มลงบนพื้น สิ้นลมไป
กู้สุ่ยเย่ว์คุกเข่าลงข้างม้าแดง ยื่นมือออกไปปิดดวงตาคลุ้มคลั่งนั้นลง
บนสนามรบ เดิมทีคนกับม้าถือเป็หนึ่งเดียวกันไม่มีผู้ใดรักม้ายิ่งกว่าขุนศึก
ไม่มีมีดนี้ของนาง อาชาหนุ่มสีแดงตัวนี้คงหมดแรงตายมีดนี้ของนางแค่ทำให้ม้าตัวนี้ตายไปอย่างมีเกียรติเท่านั้น
“อ๊า!”เสียงร้องเสียงหนึ่งดังมาจากที่ไม่ไกลนั่นเป็เสียงร้องของอาสื่อน่าเหยียน
กู้สุ่ยเย่ว์รีบหยัดกายทะยานข้ามเนินเล็กตรงหน้าไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเห็นว่าด้านหน้าไม่ไกลอาสื่อน่าเหยียนถูกสะบัดตกลงบนพื้นแล้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด ม้าสีขาวตรงหน้าตะกุยขาหากมันเหยียบลงไป จะต้องเหยียบอาสื่อน่าเหยียนร่างกายแหลกเหลวเป็นแน่ยามนี้แววตาอาสื่อน่าเหยียนเหลือเพียงความหวาดผวาความหวาดกลัวเกาะกุมนาง ทำให้นางมิอาจหลบหนี!
“นานเพียงนี้แล้วเหตุใดพระชายาทั้งสองยังไม่กลับมาอีก”
ภายใต้แสงตะวันร้อนแรง เหล่าหญิงงามที่แต่งกายราวบุปผาชูชันต่างให้บ่าวรับใช้กางร่ม โบกพัดพร้อมกับมองไปยังที่ไกลๆ
ปากพวกนางเอ่ยเช่นนี้ทว่าในใจอยากให้สองคนนั้นตายอยู่ในสนามม้า ไม่ต้องกลับมาอีกตลอดกาล
อาสื่อน่าเหยียนยึดครองความโปรดปรานจากท่านอ๋องส่วนกู้สุ่ยเย่ว์ยึดครองตำแหน่งชายาเอกจวนอ๋อง สองคนนี้ทำให้คนรู้สึกชิงชังยิ่งนัก
ชายารองเมิ่งซื่อเดินไปตรงหน้าท่านอ๋องเอ่ยขึ้นสีหน้าเป็กังวล “ท่านอ๋อง ม้าพยศพวกนั้นนิสัยดุร้ายป่าเถื่อนพี่หญิงพระชายากับน้องหญิงเหยียนเอ๋อร์จะไม่เป็อะไรหรือเพคะ”
หางตานางปรายมองไป เห็นใบหน้าอวิ๋นอ๋องเกร็งแน่นมือทั้งสองกำแน่นโดยไม่รู้ตัว เห็นชัดว่าเป็ห่วงหญิงในสนามม้า เสียงนางเพิ่งจะจบกงซุนอี้สะบัดเสื้อลุกขึ้น เดินไปทางสนามม้าแล้ว
ในั์ตาที่หลุบลงของเมิ่งซีอวี้ทอประกายเย็นเยือกและลิงโลดสายหนึ่ง
อาสื่อน่าเหยียน เมื่อเ้าตายแล้ว เ้าจะมาแย่งความโปรดปรานกับข้าอย่างไรอีก!
เ้าตายแล้ว ข้าก็จะเป็ชายาหนึ่งเดียวในจวนอ๋อง
เมิ่งซีอวี้หันกาย ใบหน้ามีความกังวลเกาะกุมอีกครั้ง “จูงม้ามา ข้าจะไปดูพระชายาทั้งสองในสนามม้า”ความกังวลบนหน้าไม่น้อยกว่ากงซุนอี้เลยสักนิด
กงซุนอี้ควบม้าในสนามม้ากว้างขวางใจเขาข่มกลั้นความอัดอั้นแปลกๆความรู้สึกเช่นนี้เหมือนตอนที่เขาอยู่ในสนามรบแล้วได้ยินข่าวการตายของกู้เทียนหลาน
เขาสะบัดแส้ม้าไม่รู้ตัว ม้าพุ่งทะยานเร็วกว่าเดิม
กลิ่นคาวเืปะทะใบหน้ามา
ม้ากงซุนอี้หยุดลงแล้ว
เมิ่งซีอวี้ควบม้าเชื่อง ความเร็วสู้ม้ากงซุนอี้ไม่ได้ในตอนที่นางได้กลิ่นคาวเลือด ในใจอดยินดีไม่ได้ มุ่งหน้าอีกพักหนึ่งที่เข้าสู่สายตากลับไม่ใช่ศพกู้สุ่ยเย่ว์ แต่เป็นศพม้าตัวหนึ่ง นางอดขมวดคิ้วไม่ได้ มุ่งหน้าต่อไปอีกก็เห็นในอกกงซุนอี้กำลังกอดคนที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยเลือดผู้หนึ่ง และที่ยืนอยู่ข้างกายเขาก็เป็นคนที่มีเลือดท่วมเช่นเดียวกัน ข้างเท้าพวกเขาเป็นศพม้าอีกตัวที่อยู่ในอกอวิ๋นอ๋องคืออาสื่อน่าเหยียนแม้ทั้งตัวกู้สุ่ยเย่ว์จะเต็มไปด้วยเื แต่ยังคงยืนหลังเหยียดตรงตัวนางแผ่ไอกดดันข่มขวัญคน คล้ายยมทูตที่ก้าวกลับมาเรือนยมบาลฝั่งนั้น
ม้าทั้งสองล้วนตายแล้ว แต่กู้สุ่ยเย่ว์ยังไม่ตาย!
สายตากู้สุ่ยเย่ว์พลันมองมาข่มขวัญคนขนาดนั้น เมิ่งซีอวี้ผละสายตาหนีไม่รู้ตัว
าแอาสื่อน่าเหยียนอยู่ที่ศีรษะ แต่ไม่ถือว่าหนักมากกอปรกับการใเกินเหตุ สลบหมดสติไป
หมอบอกว่าต้องพักรักษาหลายวันถึงจะหายดีส่วนบนตัวกู้สุ่ยเย่ว์ นอกจากแผลเล็กๆ บนแขนแล้วเกือบกล่าวได้ว่าปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
คนหนึ่งปลอดภัยไร้กังวล คนหนึ่งเสียขวัญ ที่ตายเป็ม้าสองตัวไม่ว่าอย่างไรเมิ่งซีอวี้ก็คิดไม่ถึงว่าผลลัพธ์จะเป็เช่นนี้
เห็นชัดว่านางประเมินความสามารถกู้สุ่ยเย่ว์ต่ำไป
เมิ่งซีอวี้ในตอนนี้เพิ่งรู้ตัวว่าที่นางเผชิญอยู่ตอนนี้เป็ศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าอาสื่อน่าเหยียนมากนางไม่มีความโปรดปรานจากอวิ๋นอ๋องทั้งยังไม่มีชาติกำเนิดที่โดดเด่นและไม่มีตระกูลมากอิทธิพลคอยปกป้องนางแต่ยังคงยืนหยัดไม่ล้ม
“พระชายา ท่านอย่าได้กังวลไป ในสายตาท่านอ๋องม้าสองตัวนั้นสำคัญกว่ากู้สุ่ยเย่ว์มาก ตอนนี้กู้สุ่ยเย่ว์ฆ่าม้าสองตัวนั่น ไม่ต้องเอ่ยถึงการตกรางวัลยังไม่รู้ว่าจะต้องถูกลงโทษเช่นไร”สาวใช้คนสนิทเมิ่งซีอวี้ ไช่ชิงเอ่ยเสียงเบาที่ข้างหูนาง
ได้ยินวาจาไช่ชิง เมิ่งซีอวี้ถึงค่อยสงบลง
ใช่แล้ว เื่นี้ยังไม่จบสิ้น
กู้สุ่ยเย่ว์กับอาสื่อน่าเหยียนมีความแค้นต่อกันอาศัยโอกาสนี้วางยาในอาหารม้า คิดปองร้ายชายาอาสื่อน่า
ไม่รู้ว่าความผิดนี้ตีตราลงบนตัวกู้สุ่ยเย่ว์ตำแหน่งชายาเอกของนางจะยังนั่งได้อย่างมั่นคงหรือไม่