ใกล้เวลาเริ่มสอนเข้ามาทุกที ภายในห้องจึงเต็มไปด้วยนักศึกษาที่ค่อยๆทะยอยกันเข้ามา นี่เป็นวันแรกสำหรับนักศึกษาปีหนึ่งที่จะมีการเรียนการสอนวันแรก บรรยากาศภายในห้องจึงเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาพอสมควร
“ หิน เมื่อวานผมบอกว่า ให้รอผมด้วยไง จะได้ไปกินข้าวเย็นด้วยกัน ” นัทพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
จะโทษว่าเป็นความผิดหินก็ไม่ได้ ก็ช่วงเวลามันฉุกละหุกแล้วหินก็ไม่ได้ตั้งใจฟังด้วยตอนนั้น สุดท้ายก็ต้องมานั่งฟังนัทบ่นอยู่แบบนี้
‘ เมื่อวานก็ดึกกว่าจะได้นอน ตอนนี้ยังต้องมานั่งฟังไอ้นี่บ่นอีกเหรอ ’ หินคิดในใจเงียบๆไม่ได้เอ่ยออกไปเพราะเขาก็มีส่วนผิดนิดๆ นิดๆจริงๆ
“ โอเคๆๆ เดี๋ยววันนี้ไปกินด้วยกันโอเคไหม ?” หินเอ่ยขึ้น
“ เห็นว่าเป็นหินนะ นี่ถ้าเป็นคนอื่นไม่มีหรอกแบบนี้ ” นัทพูดอย่างได้ใจ
“...”
ไม่นานนักก็มีชายหนุ่มอายุราวๆ 40 ปี สวมแว่นสายตากรอบเข้ม ในชุดสูทสุภาพสีเข้ม ใบหน้าดูขึงขังดั่งตัวร้ายในภาพยนตร์ เดินเข้ามาภายในห้อง ทำให้กลายเป็นจุดรวมสายตาของคนทั้งห้องพร้อมกันนั้นทั้งห้องก็พร้อมกันเงียบโดยไม่ได้นัดหมาย
“ สวัสดีนักศึกษาใหม่ทุกท่าน ผมอาจารย์นพดล เป็นอาจารย์ที่รับผิดชอบสอนในวิชานี้ ” อาจารย์นพดลเงียบไปซักครู่พร้อมมองไปรอบๆห้อง ก่อนจะกล่าวต่อว่า
“ วิชานี้เป็นวิชาเมเจอร์ของพวกคุณ ฉะนั้นผมค่อนข้างคาดหวังว่าพวกคุณจะเก็บเกี่ยวความรู้และตั้งใจเรียนให้ได้มากที่สุด เพราะผมคงรู้สึกไม่ดีนัก ถ้าหากพวกคุณจบไปโดยไม่มีคุณภาพ ”
“ ผมทราบว่าพวกคุณทุกคนต้องศึกษาในอีกหลายวิชาและอาจจะมีงานค่อนข้างเยอะ ฉะนั้นพวกคุณไม่ต้องห่วง วิชาของผมไม่มีงานหรือการบ้านแม้แต่น้อยและไม่จำเป็นต้องมาเข้าเรียนก็ได้เพราะไม่มีคะแนนเช็คชื่อ ”
สิ้นเสียงก็เกิดเสียงพูดคุยไปทั่วห้องทันที
“ ดีจัง ไม่มีงานสบายไปหนึ่งวิชา ”
“ มาขรึมๆนึกว่าจะโหด ที่แท้อาจารย์ก็ใจดี ”
“ แต่พวกคุณไม่ต้องห่วงทุกคะแนนของพวกคุณได้มาจากการสอบทั้งสิ้น ”
ทั้งห้องตกอยุ่ในความเงียบอีกครั้ง
“ ผมจะเก็บคะแนนจาก มิดเทอมและไฟนอล ส่วนละ 50 % รวมสองส่วน 100 % ทุกอย่างที่ผมสอนออกสอบอย่างแน่นอนและจะไม่มีการสอนหรืออัพสไลด์ในภายหลัง ถ้าหากว่าคุณขาดเรียนวันนั้น คุณก็จะพลาดไปหนึ่งเรื่องหรือไม่ก็ไปตามที่เพื่อนเอง ฉะนั้นผมขอแนะนำว่าอย่าขาดเรียนจะดีที่สุด ”
“ วิชาของผม ตัด A ที่ 90 และ F ที่ 60 ผมหวังว่าเทอมหน้าเราจะไม่ต้องเจอกันอีกครั้งในวิชานี้ ถ้ามีข้อข้องใจจะสอบถามสามารถสอบถามได้ทันที ”พูดจบอาจารย์นพดลก็เริ่มสอนทันที
“ มาถึงก็แผลงฤทธิ์เลยวุ้ย ”
“ ตัด A ที่ 90 เอฟที่ 60 บ้าไปแล้ว !!”
“ วิชานี้กูตายแน่ๆ ”
วิชาที่ว่านี้คือวิชา Data System ซึ่งเกี่ยวกับระบบข้องกับระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ถ้าจะให้เทียบก็เหมือนกับวิชาเคมี คือมีทั้งส่วนที่ต้องจำและส่วนที่ต้องทำความเข้าใจ ถือว่าเป็นหนึ่งในวิชาที่โหดสุดๆของคณะเลยก็ว่าได้ เพราะวิชานี้ปีสูงบางคนก็ยังคงต้องมาเรียนใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ตั้งแต่หินรู้ว่าต้องเรียนวิชา Data System หินก็ให้เดวิดอัพโหลดข้อมูลพร้อมประมวลผลเรียบร้อยแล้ว บอกว่าโกงไม่ได้ ต้องเรียกว่าความสามารถเฉพาะตัว
“ ดูท่านายจะไม่ค่อยเดือดเนื้อร้อนใจซักเท่าไหร่เลยนะหิน ” นัทเอ่ยขึ้นพร้อมมองมาทางหินเหมือนรู้ความลับบางอย่าง
‘ ไอท่าทางแบบนี้มันอะไรอีกฟะ ’
“ ฟังดูน่าสนุกดีนี่ ” หินเอ่ยขึ้น
“... ”
ในที่สุดการเรียนการสอนใน 3 ชั่วโมงก็ผ่านไป จริงๆหินก็ไม่ได้ตั้งใจฟังหรอก เพราะมันเป็นการบรรยายซะส่วนใหญ่ซึ่งหินเองก็รู้เรื่องหมดแล้ว หินจึงใช้เวลานี้รวบรวมฐานข้อมูลจำเป็นต่างๆที่เขาต้องการ นั่นรวมไปถึงการวางแผนต่างๆในอนาคตอีกด้วย
………….
“ อยากจะบ้าตาย มันช่างน่าเบื่ออะไรแบบนี้ มันจะมีไหมเนี่ยการเรียนการสอนแบบไม่ต้องบรรยาย ”
‘ มีสิในโลกของฉันไง ’ ฉันนึกขึ้นแต่ไม่ได้เอ่ยออกไป
“ ตอนบ่ายเรียนอะไรอ่ะหิน ”
“ เรียน OM ( Organization Management ) ”
“OM เหรอ เดี๋ยวนะ นี่มันเป็นวิชาที่เรียนรวมหลายๆคณะนี่ ” นัทเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ แล้วมันยังไง ” หินถามด้วยสงสัย กะอีแค่คาบที่เรียนกับคณะอื่น ทำไมมันต้องตื่นเต้นขนาดนั้น
“ ก็มันเป็นวิชาที่คณะเราเรียนรวมกับคณะศิลปศาสตร์ไง ”
“ แล้ว ? ”
“ ก็นาเดียร์เรียนอยู่คณะนี้ไง !!! ”
“ แล้ว ? ”
“....เออ ลืมมันไปซะถือว่าไม่ได้พูดอะไรออกไป ” นัทเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย
‘ ทำไมมันถึงมีคนที่ด้านชาขนาดนี้ หรือว่าหินมันเป็นเกย์ ? ’ นัทนึกขึ้น พลางเหลือบมองหิน
‘ ทำไมมันมองเราด้วยสายตาแบบนี้’
“ ป่ะ รีบไปเรียนกัน ” นัทเอ่ยขึ้นด้วยความกระตือรือร้น
“ จะรีบไปไหนอีกตั้งครึ่งชั่วโมง ”
“ รีบไปจองที่ไงคนเยอะเดี๋ยวที่เต็ม ”
หินถอนหายใจและเดินไปเก็บจานอาหารของตัวเอง หินไม่รู้หรอกว่าทันมันมีนิสัยอะไรอีก แต่ที่แน่ๆอย่างหนึ่งคือ กะล่อนจริงๆ
…………………
ห้องเรียนวิชา OM เป็นห้องเรียนรวมขนาดใหญ่ สามารถจุคนได้มากถึง 500 คน ส่วนใหญ่แล้ววิชาอื่นที่ต้องเรียนรวมก็มักจะมาใช้ห้องนี้ วิชา OM เป็นหนึ่งในวิชาที่หลายคณะจำเป็นต้องเรียน ทำให้วิชานี้ถือเป็นหนึ่งในวิชาที่คณะสาขาอื่นๆสามารถพบปะกันได้
วิชานี้ไม่ได้ยากเท่าไหร่ แค่เรียนเกี่ยวกับการทำงานเป็นองค์กร การวางแผนและการจัดทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ความยากของมันคือการทำงานกลุ่ม ถ้าหากได้กลุ่มดีก็ดีไป แต่ถ้าหากได้กลุ่มที่ไม่มีความรับผิดชอบ คุณจะรู้จักกับคำว่านรกเลยทันที
ขณะนี้ภายในห้องก็เริ่มมีคนทะยอยกันเข้ามาบ้างแล้ว นอกจากปีหนึ่งก็ยังมีปีสูงอื่นๆรวมอยู่ด้วย
“ แกๆปีนี้นาเดียร์ก็เรียนวิชานี้ด้วยแหละ”
“จริงเหรอแก ตายๆๆๆ ฉันต้องไปขอถ่ายรูปแน่นอน ”
“ มึงรู้ป่ะ ปีนี้นาเดียร์ก็เรียนกับพวกเราหว่ะ ”
“เฮ้ยจริงดิ เดี๋ยวกุต้องเก๊กหล่อ แล้วงานนี้ ”
“ เขาไม่เอามึงหรอก ดูหนังหน้ามึงด้วยเพื่อน”
“...”
พอเข้ามาในห้อง เสียงที่พวกนักศึกษาคุยกันก็ยังไม่พ้นเรื่องเกี่ยวกับดาราที่ชื่อ ‘นาเดียร์’ ตอนนี้หินรู้สึกว่าไม่ว่าเขาจะมองไปทางไหนก็จะมีแต่คนพูดถึง นาเดียร์ นาเดียร์ และก็ นาเดียร์
แม้ว่าเขาจะไม่ได้ชอบหรือเกลียดดาราคนนี้เป็นพิเศษ แต่การได้ยินเรื่องเดิมๆซ้ำๆซากๆก็ทำให้เขารู้สึกรำคาญอยู่บ้าง หินได้มองหาที่นั่ง ตอนแรกหินกะจะเลือกโซนประมาณตรงกลางและหลังห้องแต่กลับถูกจับจองโดยนักศึกษาแทบทั้งหมดเหลือแต่เพียงโซนหน้าห้องเท่านั้น
‘อะไรกัน หน้าห้องก็ตั้งเยอะทำไมไปนั่งด้านหลังกัน ’ แต่พอหินนึกดูดีๆ ตนเองก็พึ่งมองหาที่นั่งหลังห้องเช่นกัน ไม่ใช่ว่าหินไม่มีความมั่นใจที่จะนั่งหน้าห้อง แต่การนั่งหน้าห้องแล้วมีสายตาที่มองขึ้นมาจากข้างหลัง มันทำให้เขารู้สึกแปลกๆ เท่านั้นเอง
“เวรเอ้ย เหลือแต่ข้างหน้า นี่ขนาดมาก่อนครึ่งชั่วโมงแล้วนะ ” นัทสบถขึ้นมาหลังจากเห็นที่ว่างเหลือแต่ข้างหน้า สุดท้ายทั้งสองคนจึงต้องนั่งโซนหน้าซึ่งอยุ่ใกล้กับอาจารย์ผู้สอนมากที่สุด
ไม่นานนักอาจารย์ผู้สอนก็เดินเข้ามาในห้อง เป็นหญิงวัย 30 กว่า เธอสวมชุดสูทสีเข้ม ขับให้เธอดูเหมือนหญิงสาวที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง แม้เธอจะดูไม่ได้สวยนัก แต่ด้วยใบหน้าที่หมดจดและแว่นสายตาที่เธอสวมใสกลับทำให้เธอดูมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด
“ อาจารย์โครตเซ็กซี่ ”
“ ก็งั้นๆอ่ะ ”
“แบบนี้แหละสเป็กฉันเลย !!”
หิน “ …..”
“นักศึกษาเหลือไว้ให้ใครนั่งหรือคะ ที่ว่างข้างหน้า ” อาจารย์สาวเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ ดุไปอีก ”
“ โอ้แม่เสือสาว ”
หิน” ...”
แม้เธอจะเอ่ยขึ้นแต่ก็ไม่ได้มีนักศึกษาคนไหนขยับขึ้นมานั่งเลยแม้แต่คนเดียว
“มันเป็นสิทธิ์ของนักศึกษานะคะ ถ้าหากว่าคุณไม่ได้ยินหรือมองไม่เห็นสไลด์ที่อาจารย์สอน คุณจะมาบ่นไม่ได้นะคะ ” อาจารย์สาวเอ่ยขึ้นอีกครั้งและไม่ได้สนใจนักศึกษาอีก เพราะเธอต้องจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับใช้สอนในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
ทันใดนั้นเองก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาภายในห้อง