จินหวังเฟย

    ตอนที่ 13 ถือศีลกินเจสวดมนตร์ทำบุญ

    จางหานเฟิ่งไม่แปลกใจกับคำตอบที่หลงจู๊ให้มาเลย ราคาน่าจะแพงเกินไป สงสัยเปลี่ยนใจให้หรงเสวี่ยใช้พิณตงถงบรรเลงแทน นางยังยิ้มแย้มออกมาได้อยู่ เพราะไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองอะไร และอีกอย่างนางก็ชอบพิณเฟิ่งถงตัวนี้นัก เป็นยอดพิณที่ตีคู่มากับพิณตงถง ทว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ลางสังหรณ์ที่ไม่ดีลั่นเตือนจางหานเฟิ่ง นางหันไปมองตันตันและถามขึ้น“ท่านพ่อกลับมาแล้วหรือยัง”“เดี๋ยวบ่าวไปดูให้นะเจ้าคะ”“อืม...”คล้อยหลังตันตันที่เดินจากไป ดวงตาหงส์มองไปยังพิณเฟิ่งถง นางเห็นมันแล้วก็ขมวดคิ้วครุ่นคิด นางบอกขายในราคาสูงถึงขนาดนั้น คนของจินอ๋องถามกลับมาหลายครั้งว่าเป็นใคร เป็นนางก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครที่กล้ากินดีหมีสวมหัวใจเสือท้าทายจินอ๋องเสียงฝีเท้าดังขึ้นที่หน้าเรือน ตันตันกลับมาแล้ว บ่าวรายงานข่าวแก่ผู้เป็นนาย“นายท่านกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”“อืม...” นางลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วหมุนตัวไปทางประตูเรือน ขณะเดินนำหน้าตันตัน จางหานเฟิ่งเอ่ยกับบ่าวของนางเสียงจริงจัง “เตรียมเก็บข้าวของ...เราจะไปถือศีลกินเจทำบุญสวดมนต์ที่วัดไท่เฉินกันพรุ่งนี้”“เราจะออกไปข้างนอกกันหรือเจ้าคะ” ตันตันถามกลับขณะมองความเคร่งเครียดบนใบหน้าของผู้เป็นนาย“ใช่ เราต้องออกจากเมืองหลวงสักพัก”“เจ้าค่ะ”สตรีตัวน้อยเดินเข้าไปในเรือนที่พักของบิดา นางยิ้มแย้มทักทายพลางเข้าไปหา ยามนั้นฮูหยินจางคนปัจจุบันและบุตรสาวอยู่ด้วย นางส่งเสียงอ่อนหวานเรียกคนทั้งคู่“ท่านพ่อ...ท่านแม่...”“ท่านพี่...” น้องสาวเห็นพี่สาวก็เรียกเสียงสดใส อีกทั้งยังวิ่งเข้ามาเกาะแขนพลางพูดขึ้น “ท่านพี่มาพอดีเลย ข้ากำลังขอท่านพ่อท่านแม่ไปงานเลี้ยงวันเกิดของคุณหนูสี่รองเจ้ากรมอาญา โฉวอวี้หลาน”“เจ้าได้รับบัตรเชิญหรือไม่” จางหานเฟิ่งถามกลับ“ได้รับสิท่านพี่” น้องน้อยยิ้มแย้มดีใจที่ได้รับเชิญไปงานแบบนี้เป็นครั้งแรก คุณหนูสกุลต่างๆ มักจะรวมตัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน และจางอิงถิงเกาะอยู่กับโฉวอวี้หลาน“แล้วท่านพ่อท่านแม่ว่าอย่างไรบ้าง” นางถามแล้วเบนสายตาไปมองบิดาและซูฮัวหวาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะกลมตรงหน้า“ข้าอนุญาต” อาลักษณ์จางตอบบุตรสาวคนโต เพราะปัจจุบันนี้บุตรสาวคนรองก็อายุสิบสองแล้ว ย่อมต้องปล่อยให้เข้าสังคมบ้าง“ท่านพ่อพูดจริงๆ หรือ ท่านพ่อพูดจริงๆ นะ” คุณหนูรองสกุลจางดีใจถึงกับผละจากพี่สาวไปเกาะแขนบิดา ทั้งยังทำการบีบนวดทุบไหล่ให้อย่างเอาใจจางหานเฟิ่งพาตัวเองไปถึงข้างโต๊ะกลม ก่อนจะนั่งลงร่วมวงสนทนา นางส่งสายตาขออนุญาต ขณะนางนั่งลง สาวใช้ในบ้านนามว่าอิงอิงเข้ามาเสิร์ฟน้ำชา“อิงเอ๋อร์...เจ้าไปงานวันเกิดของผู้อื่นทั้งที ก็ต้องมีของขวัญติดไม้ติดมือไปให้เขาด้วยใช่หรือไม่ เดี๋ยวพี่จะเตรียมของขวัญให้เจ้าเอง”ซูฮัวหวาได้ยินแบบนี้ก็ผลักร่างของบุตรสาวในทันที ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสแทนจางอิงถิง“ไป...ไปขอบคุณท่านพี่ของเจ้าสิ”“ขอบคุณท่านพี่” น้องน้อยถอยจากบิดามาทำความเคารพพี่สาว“ท่านแม่ก็พาน้องไปตัดชุดใหม่ได้แล้วนะเจ้าคะ พาหลัวอี๋เหนียงกับซานเอ๋อร์ไปด้วย ตัดเผื่อสาวใช้บ่าวไพร่ในบ้านของเราด้วย”“อืม...” ซูฮัวหวาพยักหน้ารับในทันที ดวงตาเปล่งประกายขอบคุณ เพราะตั้งแต่จางหานเฟิ่งรับเงินส่วนแบ่งจากหอสุรากุ้ยฮวาทุกเดือน ปีหนึ่งก็จะไปช่วยอุดหนุนสินค้าที่ร้านผ้าสกุลซู“เราช่วยอุดหนุนร้านผ้าของครอบครัวท่านแม่ทุกปีอยู่แล้ว ปีนี้ก็ห้ามขาด” จางหานเฟิ่งพูดไปหัวเราะไป พอนึกอะไรบางอย่างได้ก็พูดขึ้นอีก “ท่านแม่สั่งขนเตียวเอาไว้ล่วงหน้าด้วยนะเจ้าคะ เอามาทำเสื้อคลุมให้ท่านพ่อ ท่านพ่อจะได้ใช้ในหน้าหนาวปีนี้”“ได้ ขอบใจเจ้ามาก” ซูฮัวหวาซึ้งในน้ำใจของลูกเลี้ยงจริงๆ ที่ไปอุดหนุนผ้าจากกิจการของครอบครัวสกุลซูตลอด จางหานเฟิ่งมักจะเอ่ยปากขึ้นมาเองเสมอ“จริงสิท่านพ่อ ข้าอยากจะไปถือศีลกินเจสวดมนต์ทำบุญที่วัดไท่เฉินให้กับท่านแม่ ข้านี่ลูกอกตัญญูจริงๆ ที่ไม่เคยทำแบบนี้ให้ท่านแม่มาก่อน ปีนี้ข้าก็อายุสิบห้าแล้ว” นางกล่าวเสียงเศร้า อีกทั้งขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างรู้สึกผิดจริงๆ มัวแต่ทำโน่นทำนี่จนลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไร“เจ้าจะไปกี่วันอย่างนั้นหรือ” อาลักษณ์จางถามกลับมาน้ำเสียงนุ่มนวล มีบุตรสาวกตัญญูแบบนี้ ดีใจแทนฮูหยินคนก่อนจริงๆ“นานอยู่เจ้าค่ะ”“นานแค่ไหน”“เดือนกว่า...”“เป็นเดือนเชียวหรือ” อาลักษณ์จางตกใจ“เจ้าค่ะ ข้าจะพาตันตันกับตงตี้ไปด้วย พวกท่านไม่ต้องห่วงหรอก” คุณหนูใหญ่สกุลจางยิ้มแย้มให้กับทุกคนเพื่อให้คลายใจ“แล้วเจ้าจะไปเมื่อไร”“พรุ่งนี้เลยเจ้าค่ะ”“พรุ่งนี้เลยหรือ เจ้ามาบอกปุ๊บก็จะไปปั๊บ” บิดาไม่เคยเห็นบุตรสาวคนโตออกนอกบ้านแบบไปค้างอ้างแรมที่ไหนมาก่อน ความเป็นห่วงจึงผุดขึ้นมาในใจ“ข้าคิดเรื่องนี้มาหลายวันแล้วท่านพ่อ ตั้งแต่วันที่ไปเซ่นไหว้สุสานของท่านแม่ ข้าซึ่งเป็นลูกควรจะทำสิ่งนี้เพื่อท่านแม่มานานแล้ว” จางหานเฟิ่งโกหกตาใส แต่เรื่องที่นางโกหกเป็นเรื่องดี“อืม...” อาลักษณ์จางเถียงไม่ได้เพราะไม่มีเหตุผลจะเถียง“ท่านพี่...แล้วท่านพี่จะเตรียมของขวัญอะไรเอาไว้ให้ข้าเอาไป” จางอิงถิงถามแทรกขึ้นมาด้วยความสงสัยและเป็นกังวลว่าจะไม่ถูกใจเจ้าของงานวันเกิด การรวมตัวครั้งนี้ แม้จะไม่ใช่คุณหนูจากสกุลใหญ่หรือลูกเมียหลวง ทว่าก็ยังสร้างความกดดันให้กับจางอิงถิงไม่น้อย“ข้าจะเตรียมเครื่องประดับ เป็นปิ่นหยกจากหนานหยาง เจ้าก็เอาไปมอบให้กับคุณหนูสี่รองเจ้ากรมอาญา โฉวอวี้หลาน”“จากหนานหยางเชียวหรือเจ้าคะ” จางอิงถิงตาโต“ใช่ ข้าไม่ทำให้เจ้าน้อยหน้าใครหรอก” นางรักน้องสาวและน้องชายนัก“ข้ารักท่านพี่ที่สุด”“ดีแล้วที่เจ้ารักข้า” คนเป็นพี่หัวเราะเสียงใสเมื่อน้องสาวโผเข้ามากอด“ไม่รักท่านพี่แล้วจะไปรักใคร”“ถูกต้องแล้ว”อาลักษณ์จางและฮูหยินจางคนปัจจุบันหัวเราะพลางพยักหน้ายิ้มแย้ม ทั้งคู่ดีใจเหลือเกินที่ลูกต่างภรรยารักใคร่กลมเกลียวกัน แล้วก็ต้องหันมองทางเข้าเรือน เมื่อจางซานหลงวิ่งดุกดิกๆ เข้ามาพร้อมเสียงหัวเราะ ที่ด้านหลังมีหลัวจีหงตามเข้ามาด้วยคนโครม!“ตายแล้ว!” หลัวอี๋เหนียงอุทานด้วยความตกใจ“ท่านแม่...” จางซานหลงจะร้องไห้ขึ้นมา ร่างตุ้ยนุ้ยนอนกองอยู่กับพื้น พุทราเชื่อมที่อยู่ในมือกระเด็นไปอยู่ตรงโน้น หลังคุณชายจางตัวน้อยสะดุดขาตัวเองล้ม“เจ้านี่นะ!” พี่สาวคนโตผุดลุกขึ้นไปดึงน้องชายอย่างรวดเร็ว คนอื่นจึงทำได้เพียงผวาขึ้นมาจากเก้าอี้ แม้หลัวจีหงที่อยู่ใกล้บุตรชายที่สุดแล้วก็ยังไม่เร็วเท่า“ท่านพี่...พุทราเชื่อมของข้า” จางซานหลงเงยหน้าฟ้องเสียงเครือ แล้วก็มองไปยังพุทราเชื่อมที่อยู่บนพื้นตาละห้อยไม่กะพริบ“แทนที่จะร้องว่าเจ็บ เจ้ากลับร้องว่าพุทราเชื่อมของข้า” นางเลื่อนมือขึ้นมาหยิกแก้มด้วยความมันเขี้ยวหนึ่งที เป็นการลงโทษน้องชายตัวน้อย“พุทราเชื่อม...ข้ายังไม่ได้กินสักเม็ด”คุณชายสกุลจางยังมองไปที่พุทราเชื่อมที่มารดาเพิ่งจะหยิบขึ้นมาจากพื้นและบอกให้ตันตันเอาไปทิ้ง“ตันตัน...เอาไปทิ้งให้ที”“ได้เจ้าค่ะ”“เอาละๆ เห็นเจ้าทำหน้าตาแบบนี้ ข้าละสงสารจริงๆ ก่อนจะไปวัดไท่เฉินวันพรุ่งนี้ เดี๋ยวข้าทำขนมแป้งแผ่นให้เจ้ากิน” จางหานเฟิ่งหมายถึงแพนเค้ก เมนูอาหารสูตรหนึ่งที่อยู่ในบันทึกการเดินทางเล่มที่หนึ่งที่มารดาเขียนเอาไว้ให้ โดยห้าเล่มแรกเป็นสูตรอาหารล้วนๆ“จริงหรือท่านพี่ ข้าชอบ กินกับน้ำผึ้งอร่อยมาก แล้วท่านจะทำผลไม้กวนด้วยหรือเปล่า” คนชอบกินยิ้มกว้างออกมาในทันที ผลไม้กวนที่เอ่ยถึงคือแยมผลไม้“จริงสิ ข้าจะไปทำให้เจ้ากินเดี๋ยวนี้เลย ส่วนผลไม้กวนต้องดูว่ามีผลไม้อะไรเหลืออยู่ในห้องครัว” นางตามใจน้องๆ ของนางยิ่งนัก“กับข้าวฝีมือท่านพี่อร่อยที่สุด” จางซานหลงโผเข้ากอดขาและหัวเราะออกมาเสียงสดใส“คุณหนูใหญ่จะไปวัดไท่เฉินหรือเจ้าคะ” หลัวจีหงได้ยินแล้วอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา“ใช่แล้ว”ซูฮัวหวาตอบแทน ทุกคนในสกุลจางจึงได้รู้ว่าวันพรุ่งนี้จางหานเฟิ่งจะออกเดินทาง คุณหนูใหญ่สกุลจางจะไม่อยู่บ้านประมาณหนึ่งเดือน“เจ้าอยากช่วยข้าทำหรือไม่” จางหานเฟิ่งก้มหน้าลงถามน้องชาย“ช่วย ข้าอยากช่วยท่านพี่”“งั้นไปกันเถอะ”“ขอรับ”น้องชายรับคำเสียงใส ใบหน้ามีรอยยิ้มน่ารัก ทว่าก่อนที่จะเดินออกไป คุณหนูใหญ่สกุลจางหันไปคุยกับสาวใช้นามว่าอิงอิง มีเรื่องบางอย่างที่นางต้องกำชับก่อนที่จะไป“เจ้าติดตามคุณหนูรองไปงานวันเกิดด้วยนะ”“เจ้าค่ะ”“ดูแลคุณหนูรองให้ดี!”“เจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะดูแลคุณหนูรองให้เป็นอย่างดี”“ท่านพี่...” จางอิงถิงได้รับความรักจากพี่สาวแบบนี้แล้วอดที่จะทำท่ากระเง้ากระงอดใส่ไม่ได้ ร่างน้อยๆ จึงก้าวตามหลังไปด้วย“เจ้าอยากช่วยข้าทำขนมแป้งแผ่นหรือไม่” นางหันมาถามขณะที่มือหนึ่งจูงมือน้องชาย“ไปเจ้าค่ะ ไป” น้องสาวยิ้มร่าแล้ววิ่งเข้าไปหาทั้งสองคล้อยหลังสามพี่น้อง เสียงเจื้อยแจ้วพูดคุยยังดังให้ได้ยิน ผู้ที่ยังอยู่ในห้องต่างมีสีหน้าและแววตาอ่อนโยน ซูฮัวหวากับหลัวจีหงถึงกับลอบใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา แล้วฮูหยินจางคนปัจจุบันก็บอกกับหลัวอี๋เหนียงว่าเราจะออกไปตัดเสื้อผ้าที่ร้านสกุลซูด้วยกันในวันพรุ่งนี้ถือ