ฉู่หลินแต่งกายมิดชิดกว่าเดิมและเผลอหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้แต่กลางดึกนางก็ไม่พ้นต้องนอนหลับภายใต้อ้อมกอดชายสูงศักดิ์โดยไม่รู้ตัว
ฉู่หลินสะดุ้งตื่นตอนเช้าตรู่นางนอนหนุนแขนและกอดฝ่ายชายอีกเช่นเคย แต่องค์ชายรองทรงยังบรรทมไม่ตื่นนางก็เลยเผลอตัวจับแก้มฝ่ายชาย และก็ต้องสะดุ้งที่พระองค์ทรงจับมือของนาง
ฉู่หลินพยายามดึงมือกลับแต่พระองค์ทรงจับไว้แน่น“ทรงตื่นแล้วหรือเพคะ”
“ตื่นได้สักพักแล้วแต่แกล้งหลับ ถึงรู้ว่ามีใครบางคนเริ่มหวั่นไหวแล้ว” องค์ชายรองตรัสยิ้มๆ
“ไม่มีทางเพคะ” ฉู่หลินดึงมือกลับไม่ได้ ก็เลยหันหน้าหนีแทน
“่ที่เราไม่อยู่อย่าให้ชายอื่นเข้าใกล้ล่ะ เราหวง” องค์ชายรองตรัส
“หม่อมฉันอยู่แต่ในตำหนักคงได้ใกล้ชิดใครหรอกนะเพคะ” ฉู่หลินเขินแต่ก็ต้องพูดกลบเกลื่อน
“เราจะรีบกลับมา” องค์ชายรองทรงกระซิบอย่างอ่อนโยน
“ระวังพระองค์ด้วยนะเพคะ”ฉู่หลินก็เลยเผลอพูด
“ที่แท้เ้าก็เป็ห่วงเรา”องค์ชายรองทรงยิ้ม
“หม่อมฉันมีเื่จะขอเพคะทรงไว้ชีวิตพระสนมเอกและบุตรของพระนางจะได้มั้ยเพคะ” ฉู่หลินไม่้าให้ใครตายอีก
“ที่ยอมให้เราเข้าใกล้เพื่อหวังให้เราไว้ใช้ชีวิตพี่สาวของเ้าล่ะสินะ” องค์ชายรองตรัสอย่างน้อยพระทัย
“หม่อมฉันไม่อยากให้ใครต้องตายอีกเพคะชีวิตคนมีค่านะเพคะ หม่อมฉันเชื่อว่ายังไง์ต้องลงโทษผู้กระทำผิดอยู่แล้ว”ฉู่หลินเชื่อในเื่กฎแห่งกรรม
“ยอมจูบเราก่อนสิเราจะไว้ชีวิตพี่สาวของเ้า” องค์ชายรองทรงตั้งเงื่อนไข
“เหตุใดต้องฝืนอยู่ใกล้น้องสาวศัตรูด้วยล่ะเพคะ”ฉู่หลินไม่ยอม
“ถ้าไม่ทำ เราไปนะและเราก็จะไม่รับปากใดๆทั้งสิ้น” องค์ชายรองตรัสขู่
“ช้าก่อนเพคะ ก็ได้”ฉู่หลินยอมเป็ฝ่ายจูบกับชายสูงศักดิ์
บรรยากาศพาไป และกำลังจะเข้าสู่ฉากหวานแต่ทว่า
“ขอประทานอภัยพะย่ะค่ะกระหม่อมเคาะประตูอยู่นานมาก นึกว่าพระองค์ทรงยังไม่ตื่นจากบรรทมพะย่ะค่ะ” กงกงกล่าวโดยหันหลังให้
ฉู่หลินรีบลุกขึ้นนั่งพิงกับผนังห้องพร้อมกับใช้ผ้าห่มห่มถึงหน้าอก
องค์ชายรองทรงลุกขึ้นนั่งและตรัสว่า “ต่อไป เราคงต้องล็อคประตูแล้วสินะ”
“กระหม่อมขอประทานอภัยจริงๆพะย่ะค่ะพระองค์ทรงสั่งเองว่าให้ปลุกแต่เช้า เพราะต้องรีบออกเดินทางพะย่ะค่ะ” กงกงรู้สึกผิด
“เอาล่ะ ไปรอด้านนอกเราจะรีบอาบน้ำแต่งตัว” องค์ชายรองตรัส
องค์ชายรองทรงหันไปมองหญิงสาวซึ่งนางก็รีบนอนหันหลังให้และคลุมโปงเช่นเคย
พอฉู่หลินอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เห็นองค์ชายรองทรงรออยู่ที่หน้าตำหนัก
“ยังไม่เสด็จไปหรือเพคะ”ฉู่หลินแปลกใจ
“เรารอเ้า” องค์ชายรองตรัส
“รอทำไมเพคะ” ฉู่หลินไม่เข้าใจ
องค์ชายรองทรงดึงพระนางเข้าไปกอด“รอเรากลับมานะ ห้ามนอกใจเราเด็ดขาด”
“พระองค์ทรงแกล้งตรัสเพื่อแก้แค้นสินะเพคะ”ฉู่หลินไม่ยอมหลงคารม
“ให้เวลาเป็เครื่องพิสูจน์เถิด”องค์ชายรองตรัส
พอองค์ชายรองทรงคลายอ้อมกอดก็รีบทรงม้าออกเดินทางทันที
ฉู่หลินมองตามองค์ชายรองไปด้วยความอาลัยอย่างประหลาดตอนนี้นางเริ่มรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาแล้วจริงๆ นางพยายามปิดกลั้นหัวใจแล้วแต่หลับตาที่ไรก็นึกถึงฉากใกล้ชิดกับพระองค์ขึ้นมาทุกครั้ง
******************************
หลายวันผ่านไปฝ่าาทรงมีรับสั่งให้จัดงานเฉลิมฉลองเนื่องในวันพระราชสมภพขององค์รัชทายาทซึ่งจัดอยู่นอกพระราชวังดังนั้นฉู่หลินจึงต้องไปร่วมงานในฐานะพระชายาในองค์ชายรอง
“เ้าไม่ไปร่วมงานงั้นหรือเอิ่นลั่ว”ฉู่หลินสงสัย
“มันไม่เหมาะเพคะ”เอิ่นลั่วคิดว่าตัวแทนองค์ชายรองต้องเป็พระชายาฉู่หลิน
“เราคงเกร็งและทำอะไรไม่ถูก”ฉู่หลินกังวล
“หม่อมฉันจะส่งซือหยีให้ไปเป็เพื่อนเพคะ” เอิ่นลั่วเข้าใจ
“หวังว่าวันนี้คงไม่มีอะไรนะ”ฉู่หลินแอบกลัว
“ทุกพระองค์ต่างทรงเอ็นดูพระนางเพคะทรงอย่ากังวลเลย” เอิ่นลั่วพยายามปลอบใจ
******************************
ฉู่หลินนั่งเกี้ยวเพื่อไปร่วมงานเลี้ยงตอนนี้พระนางถูกจัดให้นั่งใกล้ๆองค์รัชทายาท
“ตื่นเต้นหรอฉู่หลิน”องค์รัชทายาททรงดูออก
“หม่อมฉันไม่ค่อยได้มาร่วมงานเลี้ยงเพคะ”ฉู่หลินกล่าว
“น่าเสียดายจริงๆลูกชายคนรองของเรามักอยู่ไม่ติดวัง มักหาเื่ออกนอกวังเสมอ” ฝ่าาทรงบ่น
“องค์ชายรองมีภารกิจที่ต้องไปทำจริงๆพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาทตรัส
“น่าสงสารพระชายานะเพคะนางน่าจะได้ติดตามพระสวามีไปด้วย” พระสนมเอกตรัส
“ไม่เป็ไรเพคะหม่อมฉันจะกลายเป็ตัวถ่วงเสียเปล่าๆ” ฉู่หลินกล่าว
“ต่อไปจะมีการแสดงระบำมีดสั้นพวกเรามาชมกันเถอะ” ฝ่าาทรงเปลี่ยนเื่
ภาพที่เห็นคือ สาวงามทั้งห้าสวมชุดเกราะเยี่ยงชายและระบำมีดสั้นอย่างห้าวหาญ
“ทำไมถึงไม่เลือกระบำฟ้อนรำที่อ่อนช้อยกว่านี้นะ”พระสนมเอกทรงบ่น
“ไม่เป็ไรพะย่ะค่ะดูแปลกใหม่ดี” องค์รัชทายาทตรัส
พอเสียงดนตรีบรรเลงจบผู้หญิงที่อยู่หน้าสุดได้ทำท่าสะพานโค้ง ปากของนางคาบมีดสั้น เป็ฉากจบส่วนอีกสี่คนตั้งท่าจับมีดพร้อมจะต่อสู้
ทุกคนพากันปรบมือชื่นชม
“เป็การแสดงที่เยี่ยมมากจริงๆ” ฝ่าาตรัสชม
สักพักหญิงที่เป็ผู้นำการแสดงกลับขว้างมีดใส่องค์รัชทายาท ด้วยวิทยายุทธ์ทำให้พระองค์ทรงหลบได้ทันแต่ทว่าผู้หญิงคนนั้นเป็เพียงตัวหลอกเท่านั้นยังมีคนร้ายอีกคนขว้างมีดสั้นอย่างรวดเร็ว ทำให้องค์รัชทายาททรงหลบไม่ทันจนกระทั่งถูกมีดสั้นปักไปที่ไหล่ข้างขวา
“รีบจับคนร้ายเร็วเข้า”ฝ่าาตรัสสั่ง
ฉู่หลินรีบกระโจนเข้าไปกดาแให้ทันที“ทรงอดทนไว้นะเพคะ”
“มีดอาบยาพิษ” องค์รัชทายาททรงรีบจี้จุดสกัดพิษไม่ให้พิษแพร่เข้าสู่หัวใจ
“ทรงทานยาระงับพิษไปก่อนนะเพคะเดี๋ยวทหารก็จับคนร้ายได้ ค่อยเอายาแก้พิษจากคนร้าย”ฉู่หลินรีบล้างแผลใส่ยา และรีบพันผ้าให้เรียบร้อย
“จับคนร้ายสองคนได้แล้วพะย่ะค่ะ”ทหารองครักษ์รายงาน
“เ้าบังอาจมากกล้าปลงพระชนม์องค์รัชทายาทได้อย่างไร บอกมา ใครบงการพวกเ้า บอกมาเดี๋ยวนี้”ฝ่าาตรัส
“บอกไม่ได้เพคะ” คนร้ายคนหนึ่งกล่าว
“ยาถอนพิษอยู่ที่ไหน”องค์รัชทายาทตรัส
“ไม่มีเพคะ” คนร้ายอีกคนตอบ
“บอกมาอยากตายหรืออย่างไร” ฝ่าาทรงตะคอก
“ไม่มียาถอนพิษจริงๆเพคะ”คนร้ายยืนยัน
“พวกเรามีความแค้นอะไรต่อกันงั้นหรือ”องค์รัชทายาททรงสงสัย
“ไม่มีเพคะพวกเราเป็นักฆ่า มีคนจ้างมา พวกเราก็ต้องกระทำ”คนร้ายที่ขว้างมีดสั้นทำร้ายองค์รัชทายาทสำเร็จกล่าว
“เฆี่ยนพวกนางจนกว่าจะบอก” ฝ่าาตรัสสั่ง
ทหารเฆี่ยนหลังอย่างแรงแต่หญิงสาวทั้งสองกลับไม่ร้องสักคำ แม้จะเ็ปมากเพียงใด
“ทหาร! รีบค้นตัวนางเผื่อจะเจอยาถอนพิษ” ฝ่าาตรัสสั่ง
“เจอแล้วพะย่ะค่ะมีทั้งหมดสองขวด” ทหารค้นตัวอย่างไม่เกรงใจ
“ขวดไหนเป็ยาถอนพิษ”ฝ่าาตรัสถาม
“ไม่ใช่ทั้งคู่เพคะ”คนร้ายปฏิเสธ
“ขอหม่อมฉันดูให้เพคะ”ฉู่หลินรับยามาจากทหารองครักษ์เพื่อดมกลิ่นยาก็พบว่าขวดหนึ่งเป็ยาพิษ ส่วนอีกขวดเป็ยาแก้เพื่อความมั่นใจนางก็เลยใช้เข็มเงินทดสอบ “ขวดนี้เป็ยาแก้พิษเพคะ”
“รู้ได้ยังไงเ้าเป็หมองั้นหรือ” คนร้ายสงสัย
“ใช่! เราเป็หมอ” ฉู่หลินรีบส่งขวดยาแก้พิษให้กับองค์รัชทายาททันที
สักพักฉู่หลินก็รีบจับชีพจร “องค์รัชทายาททรงพ้นขีดอันตรายแล้วเพคะ”
“ขอบใจมากชายาฉู่หลิน”สักพักฝ่าาก็ทรงหันไปตรัสสั่ง “จับพวกนางไปทรมานจนกว่าจะสารภาพว่าใครเป็ผู้บงการ”
“พะย่ะค่ะ” ทหารองครักษ์รับคำ
ทหารใช้เครื่องทรมานรัดข้อนิ้วทั้งสิบเสียงร้องของหญิงสาวดังกึกก้อง สักพักหญิงผู้หนึ่งก็ยอมสารภาพ
“หม่อมฉันยอมบอกแล้วเพคะ”คนร้ายที่เป็ตัวหลอกกล่าว
“ไม่ได้นะ เ้าอย่าบอกนะ”ส่วนอีกคนรีบค้าน
“บอกมาเร็วเข้า” ฝ่าาทรงรอฟังและตรัสขู่อีกว่า “หรือให้เราสั่งทหารฆ่าคนใดคนหนึ่ง”
“หม่อมฉันยอมบอกแล้วเพคะแม่นางเอิ่นลั่วจ้างพวกเราให้ลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาทเพคะ” หญิงสาวกล่าวอ้าง
“ไม่จริง เ้าปรักปรำนาง”องค์รัชทายาททรงไม่เชื่อ
“หม่อมฉันพูดความจริงแล้วหากไม่เชื่อก็ฆ่าพวกเราเถิดเพคะ” คนร้ายกล่าวเสียงแข็ง
“ทหารจับกุมเอิ่นลั่วมาที่นี่เดี๋ยวนี้”ฝ่าาตรัสสั่ง
“พะย่ะค่ะ” ทหารรีบไปดำเนินการจับกุม
ผ่านไปไม่นานเอิ่นลั่วก็ถูกจับให้คุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์ของฝ่าา
“ทรงจับหม่อมฉันทำไมเพคะหม่อมฉันทำผิดอะไร” เอิ่นลั่วสงสัย
“ยังจะมาไขสืออีกเ้าสั่งให้นักฆ่าสาวสองคนลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาท” ฝ่าาตรัส
“หม่อมฉันถูกปรักปรำเพคะได้โปรดให้ความเป็ธรรมกับหม่อมฉันด้วยเพคะ” เอิ่นลั่วรีบมองไปที่องค์รัชทายาทที่ตอนนี้พระองค์ทรงได้รับาเ็และประทับนั่งอยู่ข้างๆฉู่หลินนางคิดในใจว่า “ใครกันที่ใส่ร้ายข้าหรือว่าจะเป็องค์รัชทายาทที่จัดฉากเื่ทั้งหมดนี้”
“ใครบงการเ้า บอกมาเถิดหากเป็องค์ชายรอง เราจะกันเ้าเป็พยาน” พระสนมเอกตรัส
เอิ่นลั่วมองไปตามเสียงนางก็สังเกตได้ว่าพระสนมเองทรงยิ้มมุมพระโอษฐ์ นางคิดในใจว่า “นี่เป็แผนการของพระสนมเอก ทรงตั้งพระทัยใส่ร้ายข้าเพื่อให้ข้าซัดทอดไปยังองค์ชายรอง” เอิ่นลั่วรู้ดีว่าตนคงไม่พ้นมลทินนางก็เลยถอนหายใจ “หม่อมฉันยอมรับผิดทุกอย่างเพคะทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับองค์ชายรอง”
“เ้าพูดอะไรน่ะเอิ่นลั่ว”องค์รัชทายาททรงไม่เชื่อหู
“จับนางไปขังคุกรอโทษปะาวันพรุ่งนี้” ฝ่าาตรัสสั่ง
“พะย่ะค่ะ” ทหารรับคำ
“ไม่ได้นะพะย่ะค่ะ”องค์รัชทายาททรงคัดค้าน
“พ่อรู้ว่าเ้ารักนางมากแต่นางกระทำความผิด พ่อไม่อาจอภัยให้นางได้” ฝ่าาตรัส
องค์รัชทายาททรงทำได้เพียงมองหญิงในดวงพระทัยถูกทหารจับไปที่ห้องคุมขัง
ฉู่หลินเองก็ไม่รู้ว่าจะช่วยเอิ่นลั่วได้อย่างไรนางอยากจะส่งข่าวให้องค์ชายรองทรงทราบแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะการช่วยเหลืออดีตพระสนมเซียงเซียงก็สำคัญเช่นกัน”
ซือหยีรีบลอบหนีกลับตำหนักองค์ชายรองเพื่อไปแจ้งข่าวให้หงเจินรับทราบ
******************************
ณ ตำหนักองค์ชายรอง
“เ้าว่าไงนะเอิ่นลั่วถูกจับขังคุก รอโทษปะาวันพรุ่งนี้นักฆ่าที่ลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาทนั้นจงใจใส่ร้ายเอิ่นลั่วชัดๆ” หงเจินไม่พอใจ
“พวกเราจะทำยังไงดีแม่นางเอิ่นลั่วยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว” ซือหยีสงสารเ้านาย
“ข้าจะไปช่วยเอิ่นลั่ว”หงเจินกล่าว
“แต่เ้าอาจได้รับโทษไปด้วยนะฐานช่วยนักโทษ” ซือหยีไม่เห็นด้วย
“ข้าไม่กลัวเอิ่นลั่วเองก็มีพระคุณต่อข้า ข้าปล่อยให้นางตายไม่ได้” หงเจินกล่าว
“แจ้งข่าวองค์ชายรองดีหรือไม่”ซือหยีเสนอ
“พระองค์เสด็จไปแคว้นฝางติดต่อพระองค์ลำบาก อีกอย่างมันคงไม่ทันการ” หงเจินคาดการณ์
“งั้นรีบไปกันเถอะ”ซือหยีไม่อยากรอช้า
ดังนั้นสองสาวจึงรีบไปที่คุกหลวงเพื่อปล้นคุก
“ซือหยี! เ้าจงไปแจ้งพรรคพวกของพวกเราให้ไปรอที่ทุ่งประกายดาวและเตรียมเสื้อผ้าหญิงชาวบ้านให้เอิ่นลั่วเปลี่ยนด้วยส่วนข้าจะลอบเข้าไปในคุกหลวงเอง”
“มันอันตรายเกินไปนะหงเจิน”ซือหยีเป็ห่วง
“ข้าขโมยผงยาสลบมาจากห้องของพระชายามาแล้วข้าไม่เป็อะไรหรอก” หงเจินกล่าว
“ระวังตัวด้วย ข้าไปล่ะ”ซือหยีรู้ดีว่าคงห้ามหงเจินไม่ได้
ดังนั้นหงเจินที่สวมชุดดำนางลอบเข้าไปในคุก แล้วเป่าผงยาสลบใส่ผู้คุมนักโทษจากนั้นก็รีบคว้ากุญแจที่อยู่ติดตัวผู้คุมไปไขและเปิดประตูคุกให้กับเอิ่นลั่ว
“เ้าเป็ใครน่ะ้าอะไร” เอิ่นลั่วยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่ในคุก
“ข้าเอง หงเจินพวกเราต้องหนีกันแล้วนะ” หงเจินเปิดหน้าให้ดูชั่วคราว
“หนีไม่พ้นหรอกต่อให้ช่วยข้าได้ ฝ่าาทรงต้องส่งคนตามล่าข้าไปทั่วหล้า” เอิ่นลั่วไม่อยากหนีอย่างหลบๆซ่อนๆ
“เ้าต้องมีชีวิตรอดเพื่อที่ว่าจะได้ล้างมลทินไง อย่าปล่อยให้ศัตรูได้ใจ ดังนั้นพวกเรารีบหนีเร็วเข้า” หงเจินเตือน
เอิ่นลั่วลังเล แต่นางยังตายไม่ได้นางก็เลยยอมหนีไปพร้อมกับหงเจิน
ทหารองค์รักษ์แอบซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ก่อนแล้วพวกเขารีบตามคนร้ายชุดดำและเอิ่นลั่วไป
“แย่แล้วมันเป็กับดัก”เอิ่นลั่วใเมื่อเห็นทหาร
“รีบไปที่ทุ่งประกายดาวกันเถอะพรรคพวกของพวกเราอยู่ที่นั่น” หงเจินกล่าว
แต่ทว่ากลุ่มทหารก็พากันตามมาติดๆ
“เ้าหลบอยู่หลังพุ่มไม้นั่นไปก่อนซือหยีรอเ้าอยู่ที่นั่น” หงเจินชี้ไปที่พุ่มไม้
“แล้วเ้าล่ะ” เอิ่นลั่วเป็ห่วง
“ข้าจะล่อทหารไปทางอื่น”หงเจินกล่าวแผน
“มันอันตรายเกินไป”เอิ่นลั่วไม่เห็นด้วย
“รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าซะแล้วส่งเสื้อผ้าเ้ามาให้ข้า” หงเจินจะสวมชุดของเอิ่นลั่วเพื่อล่อทหารไปทางอื่น
พอวิ่งไปถึงพุ่มไม้เอิ่นลั่วรับเสื้อผ้ามาจากซือหยีพอเปลี่ยนเสร็จก็ส่งเสื้อผ้าของตัวเองให้กับหงเจิน
“เ้าต้องระวังให้มากข้าจะรอเ้านะหงเจิน” เอิ่นลั่วจับมือเพื่อน
“อื้ม ข้าไปล่ะ” หงเจินที่สวมชุดของเอิ่นลั่ว นางรีบวิ่งหนีผ่านหน้าทหาร เพื่อล่อไปทางอื่น
พอโอกาสเหมาะ ซือหยีก็รีบนำทางเอิ่นลั่วให้ไปหลบที่ถ้ำ แทนที่จะเป็ทุ่งประกายดาว
เอิ่นลั่วรออยู่ที่ถ้ำอย่างร้อนใจนางเดินไปเดินมาอยู่หลายรอบ
“ชายชุดดำกำลังจะไปช่วยหงเจินแล้วไม่ต้องเป็ห่วงนะเ้าคะ” ซือหยีปลอบ
สักพักชายชุดดำก็รีบประคองตัวหงเจินที่ได้รับาเ็สาหัสถูกฟันไปที่แผ่นหลังหลายแผล
“หงเจินเ้าเป็อย่างไรบ้าง ข้าจะรีบไปตามหมอให้เดี๋ยวนี้” เอิ่นลั่วมองเห็นหงเจินนอนหงายด้วยสภาพที่ไร้เรี่ยวแรง
หงเจินรีบรั้งโดยการจับข้อมือเอิ่นลั่วไว้“ช้าก่อน ไม่มีประโยชน์หรอก ข้ารู้ตัวดี ว่าข้าคงไม่รอด”
“อย่าเพิ่งถอดใจพระชายาฉู่หลินทรงช่วยเ้าได้” เอิ่นลั่วจะไม่ยอมให้เพื่อนตาย
“ฟังข้านะเอิ่นลั่วจงหนีให้รอด คนที่ทำร้ายข้าไม่ใช่ทหารองครักษ์ แต่เป็คนของพระสนมเอกตอนนี้นางจงใจใส่ร้ายเ้าเพื่อให้เ้าซัดทอดไปยังองค์ชายรอง จงล้างมลทินให้จงได้ลาก่อนนะเอิ่นลั่ว เพื่อนรักของข้า” หงเจินปล่อยข้อมือเพราะหมดลมหายใจ
“ไม่นะหงเจินเ้าต้องไม่ตายนะ ฮือ ฮือ” เอิ่นลั่วกอดเพื่อนรักทั้งน้ำตา
“ท่านรีบหนีไปเถิด พวกเราจะจัดการศพของหงเจินเอง”ชายชุดดำกล่าว
เอิ่นลั่วคุกเข่าคำนับศพของหงเจิน“ขอบคุณมาก หงเจิน ข้าจะไม่มีวันลืมพระคุณของเ้าเลย”
“ไปกันเถิดเ้าค่ะแม่นางเอิ่นลั่ว”ซือหยีรีบปาดน้ำตา จากนั้นก็ช่วยประคองตัวเ้านาย
เอิ่นลั่วพยักหน้าแล้วรีบวิ่งตามซือหยีไปที่ไหนสักแห่ง