เถียนฮวนยกบะหมี่ขึ้นโต๊ะทีละชาม “ท่านพ่อ ท่านแม่ เชิญรับประทานเ้าค่ะ”
สุภาพเรียบร้อยถึงเพียงนี้ จะให้เจียงซื่อตำหนินางก็ไม่ได้ จึงไม่ได้หาเื่
ยิ่งตอนนี้นางก็หิวแทบขาดใจ กลิ่นหอมจากบะหมี่ตรงหน้าแทบทำให้นางน้ำลายไหล จะมีอารมณ์ไปหาเื่ใครได้อีกเล่า
เจียงซื่อก็ได้แค่ผงกหัวส่งๆ “ยังพอรู้หน้าที่อยู่บ้าง”
กู้อันไม่พูดพร่ำ หยิบตะเกียบขึ้นมาพลางก้มหน้ากินทันที
กู้ฉางสุ่ยกับน้องๆ ก็รีบก้มหน้าตาม
เส้นบะหมี่ที่เถียนฮวนนวดด้วยมือเหนียวนุ่ม ต้มออกมาแล้วสุกพอดิบพอดี ไม่แข็งไม่เละรสััยอดเยี่ยม
หมูสามชั้นผัดที่ราดบนบะหมี่ส่งกลิ่นหอมฉุน รสชาติเค็มนิดเผ็ดหน่อย แม้รสจะจัดไปเล็กน้อยแต่สำหรับคนที่ทำงานหนักมาทั้งคืนแล้ว ก็นับว่าเหมาะที่สุด
เพียงได้ลิ้มรสก็ไล่ความเหนื่อยล้าในตัวลงไปได้อย่างน่าประหลาด ทำให้รู้สึกเหมือนได้รับการปลอบประโลมทั้งร่างกายและจิตใจ
ทว่าสิ่งที่คนทั้งบ้านว่าอร่อย สำหรับกู้ฉางเจี๋ยซึ่งเอาแต่นั่งอ่านหนังสือ ไม่ได้แตะต้องงานหนักเลยแม้แต่นิดแถมเมื่อคืนยังได้นอนเต็มตื่นแล้ว กลับคิดว่าอาหารชามนี้เค็มยิ่งนัก
เขากินไปได้แค่สองคำก็วางตะเกียบ “ใครให้ท่านทำหมูสามชั้นผัดเค็มขนาดนี้ ท่านจงใจไม่อยากให้ข้าได้กินข้าวอย่างอร่อยใช่หรือไม่”
เถียนฮวนไม่แม้แต่จะหันไปสนใจน้องสามี หันไปยิ้มกับกู้อันแทน “ท่านพ่อเ้าคะ ในหม้อยังมีบะหมี่เหลืออีกข้าไปตักเพิ่มให้นะเ้าคะ”
กู้อันซดน้ำแกงจนหมดเกลี้ยงก่อนจะยื่นชามเปล่าให้
เถียนฮวนรับชามมา ก่อนจะเดินเข้าครัวไปอย่างสบายใจ
กู้ฉางเจี๋ยถึงกับกระตุกมุมปาก ก้มหน้าก้มตากินต่อไป
เจียงซื่อเห็นดังนั้นก็ทำหน้าบูด ก่อนจะเอาศอกสะกิดกู้อันเบาๆ “นี่พ่อของลูก เื่ที่เราคุยกันไว้เมื่อคืนนี้อย่าลืมล่ะ”
“ข้ารู้ ข้าจำได้อยู่” กู้อันพยักหน้า
ตอนนั้นเถียนฮวนยกบะหมี่ชามใหม่มาให้แล้ว กู้อันก็ก้มหน้ากินต่อทันที
ท้ายที่สุด ผู้ชายในบ้านสองคนก็กินไปคนละสามชาม ส่วนผู้หญิงแต่ละคนก็กินไปหนึ่งชามอย่างเอร็ดอร่อย
กู้ฉางเจี๋ยแม้จะบ่น แต่ก็กินบะหมี่เค็มๆ หมดเรียบ ก่อนจะสะพายย่ามออกไปเรียนหนังสือด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
พอทุกคนกินเสร็จ เจียงซื่อก็ส่งสัญญาณด้วยสายตาให้กู้อันทันที กู้อันกระแอมหนึ่งที“สุ่ยเกอเอ๋อร์กับลูกสะใภ้ใหญ่ ตามข้ามาหน่อย”
หัวใจเถียนฮวนกระตุกวาบทันที
นางหันไปมองกู้ฉางสุ่ยอย่างรวดเร็ว เขาก็จับมือนางไว้แน่น
“ไปเถอะ”
ทั้งสองจึงพากันเข้าไปในห้องของกู้อัน ตอนนั้นเขานั่งอยู่บนเก้าอี้พนักพิงตัวใหญ่แล้ว
ในมือของเขาถือบ้องยาสูบ ใบหน้าคลุ้งไปด้วยควัน
พ่นควันออกมาอีกครั้ง กู้อันเอ่ยเสียงหนัก “นั่งก่อนเถอะ”
“ไม่ต้องนั่งหรอกขอรับ ท่านพ่อมีอะไรจะสั่งก็ว่ามาเถอะ พอเสร็จธุระแล้ว พวกเราจะได้นอนพัก”กู้ฉางสุ่ยตอบเรียบๆ
เจียงซื่อหัวเราะอย่างได้ใจ “ไม่ต้องห่วง พอจัดการเื่นี้เสร็จ พวกเ้าจะได้มีเวลานอนเต็มอิ่มแน่นอน”
เถียนฮวนได้ยินก็ขมวดคิ้วทันที กู้ฉางสุ่ยเองก็รู้สึกไม่สู้ดี
“ท่านพ่อ พวกเราทำอะไรผิดอีกหรือ” เขาถามเสียงเบา
“พวกเ้าไม่ได้ทำผิดหรอก” กู้อันพูดพลางพ่นควันออกมา “แต่สุ่ยเกอเอ๋อร์ เ้าแต่งงานแล้วก็ถือว่าเป็หัวหน้าครอบครัวผู้หนึ่ง บ้านเราคนเยอะ ที่อยู่ก็แคบ อยู่กันอย่างนี้ก็อึดอัดกันหมดถ้าพวกเ้ายังมีลูกมีเต้าอีก จะยิ่งเบียดเสียดกันเข้าไปใหญ่ เมื่อวานข้ากับแม่เ้าคิดดูแล้วเห็นว่าถึงเวลาให้พวกเ้าแยกบ้านแล้ว”
หมายความว่าจะไล่พวกเขาออกจากบ้าน?
เมื่อวานเพิ่งให้พวกเขาช่วยสกัดน้ำมันทั้งคืน ตอนนี้กลับทิ้งพวกเขา?
ครอบครัวนี้เห็นแก่ตัวที่สุด!
เถียนฮวนแทบจะขำออกมา
กู้อันยังคงพูดต่อไป “แน่นอน ในเมื่อเป็พ่อลูกกัน ข้าคงไม่ให้พวกเ้าออกไปมือเปล่าข้าคิดไว้แล้ว ที่ดินข้างเขาน่ะ ข้ายกให้พวกเ้า รวมทั้งบ้านหลังเล็กข้างๆ นั่นด้วยโฉนดที่ดินอยู่ที่นี่ ข้าไปเปลี่ยนเป็ชื่อเ้าที่หมู่บ้านเรียบร้อยแล้ว”
เขาพูดพลางล้วงโฉนดออกมายื่นให้
กู้ฉางสุ่ยมองเอกสารพวกนั้นเฉยๆ ไม่รับมาถือไว้
เจียงซื่อเห็นดังนั้น รีบคว้ามายัดใส่มือเขา “ยังไงเื่นี้พวกข้าก็ตัดสินใจแล้วเ้าจะคัดค้านไม่ได้! พวกข้าเลี้ยงเ้ามาจนโต แถมยังหาภรรยาให้เ้าอีก เ้าควรจะรู้สึกซาบซึ้งไม่ใช่มาทำตัวไม่รู้คุณ!”
ฟังดูเหมือนพวกเขาขอแยกบ้านเองเสียอย่างนั้น
แม่สามีคนนี้แม้จะไม่รู้หนังสือ แต่กลับฉลาดเ้าเล่ห์ ปากก็แหลมคมแบบชาวบ้านที่เอาตัวรอดเก่ง
พูดจาเหมือนจะให้ แต่จริงๆ แล้วบีบไม่ให้พูดโต้กลับ
เถียนฮวนโมโหจนเกือบลุกขึ้นเถียง แต่กู้ฉางสุ่ยรีบจับมือนางไว้ ส่งสายตาเตือนให้นิ่ง
เถียนฮวนก็เลยสงบลง แล้วได้ยินกู้ฉางสุ่ยพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น เงินค่าจ้างที่ข้าทำงานให้ที่บ้านตลอดหลายปีนี้จะคิดอย่างไรดี”
“ค่าจ้าง?เ้าพูดบ้าอะไร เ้าเป็ลูก การช่วยงานที่บ้านก็เป็เื่ธรรมดาจะมาเรียกร้องสิ่งใด พวกเราเลี้ยงเ้ามายังไม่เคยขอเงินสักแดง!” เจียงซื่อขึ้นเสียงทันที
“แต่ตอนนี้จะแยกบ้าน พวกเราก็ต้องมีเงินติดตัวบ้างไม่ใช่หรือ ข้าทำงานให้พวกท่านมาตลอดไม่มีเงินเก็บสักเหวิน แล้วจะให้พวกเราไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กันยังไง”
“เื่นี้ไม่ต้องห่วง ข้าเตรียมข้าวสารกับน้ำมันไว้ให้แล้ว ของใช้ในห้องเ้าก็เอาไปได้ทั้งหมดเราไม่เอาอะไรคืน เ้าจะเอาอะไรกันอีก”
ได้ยินบทสนทนาเท่านี้ เถียนฮวนก็รู้แล้วว่ากู้ฉางสุ่ยกำลังต่อรอง นางจึงรีบเสริม
“ท่านแม่เ้าคะ ข้าวสารกับน้ำมันก็ไม่เท่าไหร่หรอกเ้าค่ะ แต่พอของหมดแล้วจะเอาที่ไหนกินอีกไม่กี่เดือนก็จะถึงฤดูหนาวแล้ว พวกเราต้องซื้อผ้าและฝ้ายมาทำเสื้อกันหนาวด้วย เมื่อก่อนท่านแม่ก็ออกเงินให้ทุกปีปีนี้คงต้องรบกวนท่านแม่อีกปีนะเ้าคะ แล้วก็...”
นางเริ่มนับนิ้ว ไล่ทีละข้อ แจ้งแม่สามีทีละเื่
เจียงซื่อฟังจนหัวหมุน “พวกเ้าจะแยกบ้านแล้ว ยังจะมาเรียกร้องอะไรอีก ของกินของใช้ก็ต้องดูแลกันเองสิ!”
“แต่เราสองคนไม่เคยออกไปหาเงินเอง จะให้กินลมตะวันตกเฉียงเหนือได้อย่างไร เช่นนั้นข้าไม่แยกบ้านดีกว่า อย่างน้อยอยู่ที่นี่ก็กินอิ่มนอนอุ่น” เถียนฮวนรีบพูด
เื่ต่อรองเรียกร้อง ใครๆ ก็ทำเป็!
เจียงซื่อโมโหจนหน้าแดง
กู้อันเห็นท่าไม่ดี จึงวางบ้องยาสูบในมือลงเสียงดังปัง
“ให้ก็ให้ หนึ่งร้อยเหวินพอหรือไม่”