ตัดกลับมายังโลกเมื่อสิบปีก่อน
ทันทีที่ซุนเสี่ยวเหยียนก้าวออกจากลิฟต์ ภาพแรกที่ปะทะสายตาคือฝูงชนมุงดูเื่สนุกที่ยืนออเต็มโถงทางเดิน แต่ละคนต่างเขย่งปลายเท้าเกาะประตูกระจก พยายามชะโงกหน้ามองเข้าไปในบริษัทอย่างอยากรู้อยากเห็น
"นายว่าข้างในมันเกิดอะไรขึ้นวะ?"
"เห็นว่าเ้าหนี้บุกมาทวงเงินถึงที่เลยว่ะ ท่าทางหนี้ก้อนนี้จะไม่ใช่น้อย ๆ แน่!"
"เอ๊ะ นี่มันบริษัทเทียนไห่ฟาร์มาซูติคอลไม่ใช่เหรอ? ระดับบริษัทยาั์ใหญ่ทำไมถึงปล่อยให้มีหนี้สินอีรุงตุงนังได้ล่ะเนี่ย?"
ขาที่กำลังจะก้าวเข้าบริษัทของซุนเสี่ยวเหยียนชะงักกึก
เธอได้ยินเสียงพวกจีนมุงสองสามคนกำลังซุบซิบกันอย่างเมามัน จึงแกล้งหยุดเดินแล้วเอียงหูฟังเงียบ ๆ
"วงในเขาเล่ากันว่าประธานคนเก่าเพิ่งเสีย ลูกชายเลยขึ้นมารับ่ต่อ ส่วนตำแหน่งซีอีโอก็ตกเป็ของหลานสาว... ได้ยินว่าสวยหยาดเยิ้มเลยนะโว้ย!"
"เหอะ ให้ผู้หญิงขึ้นมาคุมบังเหียน บริษัทไม่พังก็แปลกแล้ว"
"ก็จริง เห็นว่าประธานคนปัจจุบันมีลูกบุญธรรมอยู่คนนึง รักปานแก้วตาดวงใจยิ่งกว่าลูกสาวแท้ ๆ เสียอีก ถึงขั้นจะจับลูกสาวแต่งงานกับลูกบุญธรรมคนนี้ให้ได้ แต่คุณซีอีโอคนสวยแกดันเกลียดขี้หน้าพี่ชายบุญธรรมเข้าไส้ พล็อตเื่อย่างกับละครน้ำเน่าหลังข่าวเป๊ะ!"
"..."
ซุนเสี่ยวเหยียนฟังแล้วสีหน้าหม่นลงวูบหนึ่ง
แววตาของเธอฉายความเหนื่อยล้าและกลัดกลุ้มที่ยากจะสังเกตเห็น แต่เพียงอึดใจเดียวเธอก็สูดหายใจลึก ดึงความเยือกเย็นกลับมาประดับบนใบหน้า
หญิงสาวก้าวเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปด้านในอย่างสง่างาม
"บอกมาเดี๋ยวนี้นะ ยัยผู้หญิงนั่นจะหัวหดอยู่ข้างนอกอีกนานแค่ไหน! ผลัดแล้วผลัดเล่า นี่มันปาไปครึ่งชั่วโมงแล้วนะโว้ย!"
"ใช่! ถ้าวันนี้ไม่ได้เื่ล่ะก็ พวกเราจะขนของในนี้ออกไปให้เกลี้ยง..."
"ขนแค่ที่นี่มันจะไปคุ้มอะไร! นี่มันแค่ออฟฟิศ เราต้องไปบุกโรงงานผลิตยา เครื่องจักรที่นั่นแพงกว่าตั้งเยอะ!"
"เออว่ะ ความคิดดี! งั้นเรายกเค้าที่นี่ให้เหี้ยนก่อน แล้วค่อยไปกวาดที่โรงงานต่อ!"ทันทีที่ก้าวพ้นประตูกระจก คำพูดหยาบโลนหน้าไม่อายก็พุ่งกระแทกหูซุนเสี่ยวเหยียน คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ั์ตาสวยเฉี่ยวฉายแววโกรธเกรี้ยว
คนใจดีมักถูกข่ม คนอ่อนแอมักถูกรังแกงั้นสินะ
ซุนเสี่ยวเหยียนกำหมัดแน่น ปล่อยรังสีอำมหิตออกมาทางสายตาอย่างไร้การปิดบัง
"นี่มันเื่อะไรกัน? พวกคุณเป็ซัพพลายเออร์หรือแก๊งโจรปล้นทรัพย์กันแน่!" เธอตวัดเสียงเย็นเฉียบ "เสี่ยวหลี่ โทรแจ้งตำรวจ!"
แม้น้ำเสียงของเธอจะไม่ได้ตะคอก แต่ความเย็นเยียบที่แฝงอยู่ก็มากพอจะทำให้ชายฉกรรจ์นับสิบคนที่ยืนล้อมเคาน์เตอร์ต้อนรับถึงกับเสียวสันหลังวาบ
พวกเขาหันขวับมามองเธอเป็ตาเดียว
เลขาสาวสวมแว่นกรอบดำที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่หลังเคาน์เตอร์ พยายามรับมือกับฝูงซอมบี้ทวงหนี้จนแทบจะร้องไห้
พอได้ยินเสียง์ของเ้านาย ใบหน้าของเธอก็สว่างวาบ รีบมุดฝ่าฝูงชนเข้ามายืนหลบอยู่ข้างหลังซุนเสี่ยวเหยียนทันที
พวกผู้ชายหน้าเืพากันชะงักไปชั่วครู่ ราวกับถูกความสวยระดับนางพญาของซุนเสี่ยวเหยียนสะกดไว้ ไม่มีใครปริปากตอบในทันที
"แล้วเธอเป็ใคร?"
เมื่อดึงสติกลับมาได้ ชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วนคนหนึ่งก็ก้าวพรวดออกมาข้างหน้า ตีหน้าขรึมตั้งคำถาม
"ฉันคือซุนเสี่ยวเหยียน ซีอีโอของเทียนไห่ฟาร์มาซูติคอล!"
ร่างบางยืดหลังตรง เชิดลำคอขาวระหงขึ้นเล็กน้อย ประกาศกร้าวด้วยท่วงท่าที่ทั้งหยิ่งทะนงและเยือกเย็น
ชายวัยกลางคนผงะไปเล็กน้อย
เขาเคยได้ยินมาว่าซีอีโอคนใหม่เป็ผู้หญิง แต่ไม่คิดว่าจะสวยหยาดฟ้ามาดินขนาดนี้
ทว่าวินาทีต่อมา เขาก็กลอกตาเลิ่กลั่ก ก่อนจะแค่นหัวเราะเยาะ "มิน่าล่ะ... เทียนไห่ฟาร์มาซูติคอลถึงได้ตกต่ำลงทุกวัน ที่แท้ก็เอาเด็กเมื่อวานซืนมานั่งบริหารนี่เอง ฮ่าฮ่า!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า!"
"เออจริง! ผู้หญิงจะไปประสีประสาอะไรเื่ธุรกิจ กลับบ้านไปซักผ้าทำกับข้าว ปรนนิบัติสามีเถอะไป๊!"
"ใช่ สภาพบริษัทร่อแร่ขนาดนี้ สงสัยอีกไม่กี่วันก็คงโดนฟ้องล้มละลายแล้วมั้ง!"
ฝูงชนรอบข้างเริ่มส่งเสียงโห่ฮา พูดจาถากถางยั่วยุประสาท หวังจะสร้างความวุ่นวายให้หนักขึ้น
ซุนเสี่ยวเหยียนเพียงแค่เลิกคิ้วเรียวขึ้น เหลือบมองผู้ช่วยของตน "มัวยืนบื้อทำไม โทรเรียกตำรวจเดี๋ยวนี้!"
"คะ... ค่ะ ประธานซุน!"
ผู้ช่วยสาวแว่นไม่รอช้า รีบล้วงมือถือออกมากดเบอร์ฉุกเฉินทันที
พอเห็นว่าอีกฝ่ายเอาจริง เสียงเจี๊ยวจ๊าวรอบข้างก็แ่ลงอย่างเห็นได้ชัด
ชายวัยกลางคนชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะก้าวออกมารับหน้า "คุณซุนครับ พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะมาหาเื่นะ แต่เทียนไห่ฟาร์มาซูติคอลค้างค่าสินค้าพวกเราอยู่สามล้านกว่าหยวน... วันนี้มันก็ควรจะถึงกำหนดชำระได้แล้วไม่ใช่หรือไง?"
"ทวงค่าสินค้า?" ซุนเสี่ยวเหยียนตอกกลับเสียงห้วน "ท่าทางแบบนี้ พวกคุณมาทวงเงินหรือมาปล้นบริษัทฉันกันแน่!"
คำพูดแทงใจดำทำเอาทุกคนหน้าเจื่อน
ในฐานะแกนนำจำเป็ ชายวัยกลางคนจึงต้องฝืนหน้าด้านพูดต่อ "คุณซุนครับ... เื่นี้พวกเราอาจจะใจร้อนเกินไปหน่อย แต่ทุกคนเขาก็กังวลกันทั้งนั้นแหละ ข้างนอกเขาลือกันให้แซ่ดว่าบัญชีของบริษัทคุณไม่เหลือเงินสักหยวน! ถ้าขืนปล่อยลากยาวไปจนถึงสิ้นเดือนแล้วพวกคุณไม่มีปัญญาจ่าย พวกเราจะทำยังไง!"
สิ้นประโยคนั้น ฝูงชนรอบข้างก็เริ่มฮึดฮัดเห็นพ้องต้องกัน
ชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวสวนขึ้นมาสมทบ "คุณซุนครับ! บริษัทคุณมันใหญ่โต เงินแค่นี้อาจจะขนหน้าแข้งไม่ร่วง แต่สำหรับพวกเรามันไม่ใช่นะ! พวกเรามันแค่ธุรกิจเล็ก ๆ ต้องพึ่งเงินก้อนนี้ไปต่อลมหายใจ จ่ายเงินเดือนให้ลูกน้องเหมือนกัน!"
"ใช่!"
"ถ้าวันนี้ไม่ได้เงินก้อนนี้คืน เราก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น!"
"จ่ายเงินมาเดี๋ยวนี้เลย!"
พอมีหน้าม้าช่วยชง อารมณ์ของฝูงชนที่เพิ่งสงบลงก็ถูกจุดติดไฟพรึบขึ้นมาอีกรอบ พวกเขาแห่กันเข้ามาตีวงล้อมซุนเสี่ยวเหยียน กดดันบังคับเอาคำตอบให้ได้
...
"นี่มันอะไรกัน! พวกคุณกำลังทำอะไร!"
จู่ ๆ ก็มีกลุ่มคนสี่ห้าคนเดินกร่างออกมาจากด้านในบริษัท
นำทัพมาโดยชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาสั่งตัดเนี้ยบกริบ วางมาดสง่างามเปี่ยมความมั่นใจ
ใบหน้าของเขาจัดว่าหล่อเหลา เสียอย่างเดียวที่ใต้ตามีรอยคล้ำดำเป็วง และยามที่สายตาของเขากวาดมองซุนเสี่ยวเหยียน ประกายความหื่นกระหายก็ฉายวาบขึ้นมาแวบหนึ่งอย่างปิดไม่มิด
"อ๊ะ คุณชายเซวียนมาแล้ว!"
"คุณชายเซวียน คุณมาได้จังหวะพอดีเลย ช่วยให้ความเป็ธรรมกับพวกเราด้วยเถอะครับ!"
"รอดแล้วโว้ย คุณชายเซวียนมาเองแบบนี้ไม่มีเบี้ยวแน่นอน ทุกคนเชื่อใจคุณชายเซวียนได้เลย!"
ทันทีที่เขาปรากฏตัว ฝูงชนที่กำลังรุมล้อมซุนเสี่ยวเหยียนก็จำเขาได้ทันควัน
ชายคนนี้จะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากพี่ชายบุญธรรมของซุนเสี่ยวเหยียน... ซุนเซวียน!
พอได้ยินเสียงเยินยอปอปั้น ซุนเซวียนก็เชิดหน้าขึ้นด้วยความผยอง เขาเดินฝ่าวงล้อมเข้ามาหาหญิงสาว โดยมีลูกน้องชุดดำเดินขนาบข้างคอยอารักขา
"นี่พวกคุณคิดจะทำอะไร? บ้านเมืองมีขื่อมีแป ใครกล้ามาทำกร่างรังแกน้องสาวบุญธรรมของฉันฮะ!"
"โธ่ คุณชายเซวียนครับ... พวกเราจะไปกล้าหาเื่คุณซุนได้ยังไงล่ะครับ ก็แค่อยากจะมาขอให้ทางบริษัทชำระค่าสินค้าตามสัญญาเท่านั้นเอง"
ชายวัยกลางคนรีบก้าวออกมารับหน้า ท่าทางกร่างโอหังเมื่อครู่หายวับไปกับตา เปลี่ยนเป็ก้มหัวประจบประแจงซุนเซวียนอย่างนอบน้อม
ซุนเซวียนแกล้งทำสีหน้าลำบากใจ
เขาปรายตามองซุนเสี่ยวเหยียนแวบหนึ่ง ก่อนจะประกาศรับปากอย่างใจป้ำ "เื่นี้ไม่มีปัญหา! ในฐานะรองประธานของเทียนไห่ฟาร์มาซูติคอล ผมขอเอาหัวเป็ประกันเลยว่า พวกคุณจะได้รับเงินครบทุกหยวน... ไม่ขาดไปแม้แต่แดงเดียว!"
ขณะที่พ่นคำหวาน ซุนเซวียนก็ลอบสังเกตปฏิกิริยาของน้องสาวบุญธรรมไปด้วย
แต่ใบหน้าสวยจัดนั้นกลับเรียบเฉย ไร้คลื่นอารมณ์ใด ๆ ทำเอาเขาแอบลอบขัดใจลึก ๆ
ชายหนุ่มเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปเกลี้ยกล่อมฝูงชนต่อ "ทุกคนใจเย็น ๆ รอกันตรงนี้สักครู่ ขอผมเข้าไปปรึกษากับคุณซุนเป็การส่วนตัวก่อน แล้วผมจะออกมาให้คำตอบพวกคุณทันที"
"เยี่ยม! คุณชายเซวียนนี่ช่างใจกว้างพึ่งพาได้จริง ๆ ไม่เหมือนผู้หญิงบางคน มัวแต่โยกโย้เล่นลิ้นอยู่ได้"
"พวกเราเชื่อใจคุณชายเซวียนครับ! คำพูดของคุณชายหนักแน่นยิ่งกว่าทองคำเสียอีก!"
สิ้นเสียงซุนเซวียน บรรดาหน้าม้าในกลุ่มก็รีบผสมโรงเชลียร์กันอย่างออกรส
ซุนเสี่ยวเหยียนยืนมองละครฉากใหญ่ด้วยสายตาเย็นเยียบ
เธอสังเกตเห็นั้แ่แรกแล้วว่า ในกลุ่มซัพพลายเออร์พวกนี้ มีหน้าม้าคอยชงบทปั่นหัวให้สถานการณ์มันบานปลาย
ไอ้อ้วนวัยกลางคนนั่นก็ใช่... มันเป็แค่ตัวแทนที่ถูกถีบออกมารับหน้า ในขณะที่พวกตัวตั้งตัวตีแฝงตัวเงียบ ๆ อยู่ในฝูงชน คอยะโชี้นำกระแสในจังหวะที่ลงล็อกเป๊ะ ๆ
หญิงสาวตงิดใจแต่แรกแล้วว่าเื่บ้าบอนี้มีคนจงใจจัดฉาก และทันทีที่เห็นหน้าซุนเซวียนโผล่มา ภาพจิ๊กซอว์ทั้งหมดก็ต่อกันสนิททันที
เื่วุ่นวายทั้งหมดนี่... คงหนีไม่พ้นฝีมือซุนเซวียนที่ทั้งเขียนบท กำกับ และลงแสดงนำด้วยตัวเอง!
เพียงแต่เธอยังเดาไม่ออกว่า... เจตนาที่แท้จริงของไอ้เวรนี่คืออะไรกันแน่