เมื่อจัดการงานในบ้านเสร็จหลิงซีหลางกับเย่ซินเย่วจึงเดินทางออกจากบ้าน โดยหลิงซีซีถูกทิ้งไว้ให้อยู่ดูแลเด็กแฝดทั้งสอง บนหลังหอบหิ้วตระกร้าไปด้วยคนละใบเพื่อขนของที่จะซื้อกลับบ้าน
เดินไม่นานก็มาถึงบ้านหลี่ เย่ซินเย่วให้หลิงซีหลางเป็คนเดินนำเข้าไป ปกติเย่ซินเย่วคนก่อนไม่ค่อยมีปฎิสัมพันธ์กับคนอื่นในหมู่บ้านนัก ทั้งยังเป็คนเ้าอารมณ์ทำให้มีคนในหมู่บ้านไม่น้อยที่ไม่ชื่นชอบนาง
“ท่านลุงหลี่ สวัสดีขอรับ” หลิงซีหลางทักทาย
“อ้าวอาหลาง วันนี้มีอะไรเหตุใดจึงมาแต่เช้า”
หลี่หยูหันมองหลิงซีหลาง ก็เห็นเย่ซินเย่วที่เดินมาด้วยกันกับหลิงซีหลางก็สงสัยหนัก เหตุใดนางจึงมาด้วยไม่ใช่นางไม่ค่อยชอบน้องสามีไม่ใช่หรือ สงสัยข่าวคราวเมื่อวานจะเป็ความจริง ที่นางเริ่มหันมาสนใจน้องสามีมากขึ้น
“คือ ข้าอยากจะขอซื้อต้นกล้าผักกับเมล็ดผักสักหน่อยนะขอรับ ท่านลุงหลี่พอมีแบ่งขายให้ข้าหรือไม่”
หลิงซีหลางไม่สนใจสายตาที่มองมาอย่างสงสัยของท่านลุงหลี่ เอ่ยบอกเจตนาที่มาอย่างชัดเจน
“ได้สิ ตอนนี้ข้ามีต้นกล้าขึ้นฉ่าย ต้นถั่วลั่นเตา พวกเมล็ดผักตอนนี้มีเมล็ดผักกาด หอม กระหล่ำปลี พวกเ้าจะเอาเท่าไรล่ะ ต้นกล้าข้าขายต้นละ 1 อีแปะ ส่วนที่เมล็ดข้าขายจินละ 5 อีแปะ”
หลิงซีหลางหันมองเย่ซินเย่วเพื่อให้นางจัดการต่อ เขาเพียงเปิดทางให้นางเท่านั้นเพราะคนที่อยากซื้อคือนางไม่ใช่เขา
“ข้าขอเป็ต้นกล้าอย่างละ 10 ต้น เมล็ดอย่างละ 1 จินเ้าค่ะ” เย่ซินเย่วที่คิดอยู่นาน พวกนี้เป็ผักที่จะปลูกไว้กินในบ้าน ตรงหลังบ้านไม่ได้มีที่เยอะมากนัก ซื้อเท่านี้น่าจะเพียงพอ และนางคิดจะเอาผักในป่าส่วนนึงมาปลูกด้านหลังด้วย ส่วนที่ดิน 3 หมู่ที่นางเพิ่งได้รับมาค่อยคิดที่หลังมาจะเอามาทำอะไร
“ได้ รอสักครู่” ลุงหลี่รับคำเดินกลับไปหลังบ้านเพื่อหยิบของตามที่เย่ซินเย่วสั่ง เมื่อนางมาซื้อของเขาก็แค่ขายไม่จำเป็ต้องซักถามอะไรมากมาย
ลุงหลี่ไปไม่นานก็กับมาพร้อมต้นกล้าและเมล็ดผักต่างๆ รวมทั้งหมด 35 อีแปะ ลุงหลี่ใจดีเห็นพวกนางซื้อของไปเยอะ จึงแถมปุ๋ยให้พวกนาง 1 กระสอบและบอกเดี๋ยวจะไปส่งให้ที่บ้าน เมื่อเสร็จต้นกล้าผักและเมล็ดที่สั่งซื้อก็ถูกวางใส่ตระกร้าด้านหลังของหลิงซีหลาง ตอนแรกเย่ซินเย่วจะให้ใส่ตระกร้าตัวเองแต่หลิงซีหลางไม่ยอมยืนกรานจะขนของพวกนี้ด้วยตนเอง ซื้อเสร็จเย่ซินเย่วกับหลิงซีหลางก็เอ่ยลาลุงหลี่ เดินไปบ้านหลินต่อเพื่อซื้อไก่มาเลี้ยง
หมู่บ้านซางซานไม่ได้ใหญ่นัก เดินไม่นานก็ถึงบ้านหลิน หน้าบ้านมีเพิงไว้สำหรับขายของหลิงซีหลางและเย่ซินเย่วเดินมาหยุดตรงหน้าเพิง หลินเหยาตี้ที่วันนี้มาประจำหน้าร้านแทนมารดาที่วันนี้เข้าเมืองไปกับบิดา เห็นว่าหลิงซีหลางเดินเข้ามากก็เอ่ยทักทาย
“อาหลางวันนี้จะมาซื้ออะไรหรือ” หลินเหยาตี้ทักทาย
“ข้าว่าจะซื้อลูกเจี๊ยบไปเลี้ยงนะขอรับ พอจะมีลูกเจี๊ยบขายหรือไม่”
หลิงซีหลางเอ่ยบอกตอบกลับอย่างร่าเริง เขาวางแผนไว้ว่าหลังจากซื้อลูกเจี๊ยบพวกนี้ไปเลี้ยงเขาจะดูแลเอง เพื่อให้พวกมันออกไข่ให้คนในบ้านได้กินทุกวัน
“มีสิ แต่ยังรอฟักอยู่ เ้าสามารถจองไว้ได้ไม่เกินอาทิตย์น่าจะฟักแล้ว”
หลินเหยาตี้เอ่ยตอบ ตอนนี้ท่านพ่อของนางกำลังดูแลพวกไข่ไก่ที่ยังไม่ฟักอยู่ ไม่นานน่าจะออกจากไข่แล้ว
“พี่สะใภ้ขอรับ เอาอย่างไรดี”
หลิงซีหลางที่เห็นว่าจะไม่ได้ลูกเจี๊ยบไปวันนี้ ก็สลดลงหรือเขาจะไม่ได้เลี้ยงไก่กันนะ เย่ซินเย่วที่เห็นเด็กน้อยทำท่าเหมือนหมดแรงก็ได้แต่ยิ้มขำ ดูเถอะเด็กอะไรอารมณ์เปลี่ยนแปลงเร็วนัก
“งั้นข้าขอจองไว้ก่อน ตัวละเท่าไรล่ะ”
“ตัวละ 10 อีแปะ อยากได้กี่ตัวเล่า”
“ข้าขอซื้อ 5 ตัว ต้องจ่ายเงินไว้ก่อนหรือไม่”
“ไม่ต้องหรอก วันที่ข้าไปส่งลูกเจี๊ยบค่อยจ่าย”
“ได้”
เย่ซินเย่วตอบกลับเสียงนิ่ง สายตากวาดมองเนื้อหมูที่วางอยู่หนึี่งก้อนจากคาดคะเนน่าจะประมาณ 2 ชั่งได้ ข้างข้างกันยังมีกระดูกหมูวางอยู่ ก็ตัดสินใจได้ว่าจะซื้อ นางทะลุมิติมาเดือนกว่าแล้วไม่เคยได้ลิ้มรสเนื้อเลย โปรตีนที่นางได้รับมากสุดก็คือไข่ไก่
“เนื้อหมูกับกระดูกหมูราคาเท่าไรหรือ”
“เนื้อหมูชั่งละ 50 อีแปะ กระดูกหมูชั่งละ 10 อีแปะ”
“งั้นข้าเอาเนื้อหมู 1 ชั่ง กระดูกหมู 2 ชั่ง”
“ได้ เอาอะไรอีกหรือไม่”
“ขอน้ำมันหมูอีก 1 ไห แป้งมันเทศ 5 ชั่ง แป้งขาว 5 ชั่ง เกลืออีก 1 ไห”
“น้ำมันหมูไหละ 70 อีแปะ แป้งมันเทศชั่งละ 8 อีแปะ แป้งขาวชั่งละ 10 อีแปะ เกลือไหละ 50 อีแปะ รวมกับเนื้อหมูกับกระดูกหมู เป็ 2 ตำลึงเงิน 80 อีแปะ” หลินเหยาตี้ดีดลูกคิดคำนวณให้เย่ซินเย่วฟัง
เย่ซินเย่วควักเงินออกมาจ่ายทันที หลิงซีหลางที่มองพี่สะใภ้ใหญ่ซื้อของก็ปวดใจนัก วันนี้พวกเขาจ่ายเงินออกไปแล้วเกือบ 3 ตำลึงเงิน
เย่ซินเย่วเมื่อได้ทุกอย่างที่้าก็เดินนำหลิงซีหลางกลับบ้าน นางรู้ว่าวันนี้นางใช้จ่ายไปเยอะ แต่ทำอย่างไรได้นางต้องเพิ่มสารอาหารให้ตัวเองน้ำนมนางเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ ลูกนางยัง้าน้ำนมจากนางนะ ที่จริงนางอยากได้หัวปลีด้วยแต่ที่ร้านไม่มี คงต้องขึ้นไปดูบนเขา
หลิงซีหลางที่เห็นการใช้จ่ายของพี่สะใภ้ใหญ่ในครั้งนี้ ภายในใจไม่ยินยอมเป็อย่างมาก แต่ไม่กล้าพูดอะไรเพราะพี่สะใภ้ใหญ่ของเขาเป็อารมณ์ร้ายถึงตอนนี้นางดูเหมือนจะไม่อารมณ์ร้ายเท่าแต่ก่อนก็ตาม แต่เขาก็ไม่อยากเสี่ยงอย่างไรเขาก็ชอบให้นางเป็อย่างนี้มากกว่า อะไรก็ตามที่จะไปกระตุ้นอารมณ์ร้ายของนางเขาจะไม่ทำ
เย่ซินเย่วที่เดินหลิงซีหลางกลับมาก็เดินเข้าประตูบ้านมาก็เห็นหลิงซีซีกำลังถูพื้นบ้านอยู่โดยมีเ้าสองแฝดที่ใส่ตระกร้านอนเล่นกันอยู่ข้างๆ ไม่ไกลนัก หลิงซีซีที่เห็นทั้งสองกลับมาก็รีบออกมาจากในบ้าน
“กลับมาแล้วหรือแล้วเ้าค่ะ” หลิงซีซีที่เดินมาถามขึ้น “ทำไมของถึงเยอะแยะขนาดนี้ล่ะ” หลิงซีซีที่เดินมาถึงก็ส่งเสียงใ ของทั้งหมดนี่ใช้เงินไปเท่าไรกัน
“ซีซี เ้าทำเนื้อหมูนี่เ้าจัดการเถอะ ส่วนกระดูกหมูต้มซะเอาไว้กินตอนกลางวัน”
“แต่พี่สะใภ้ใหญ่เ้าค่ะ ปกติเรากินแค่ 2 มื้อ เช้ากับเย็น”
“งั้นก็เปลี่ยนมันซะ เป็ 3 มื้อต่อวัน เช้า กลางวันและเย็น”
หลิงซีหลางกับหลิงซีซีหันมองหน้ากัน แต่ไม่กล้าขัดใจเย่ซินเย่วถึงแม้ว่าการทำแบบนั้นจะสิ้นเปลืองมาก มีแต่พวกขุนนางกับพวกมีเงินเท่านั้นที่จะกิน 3 มื้อ ชาวบ้านอย่างพวกเขาแค่ 2 มื้อก็พอแล้ว
“ซีซี อาหลาง พวกเ้าลองดูตนเองสิผอมแห้งขนาดนี้ หากไม่กินให้มากขึ้นพวกเ้าจะแข็งแรงได้ยังไง หากการเพิ่มมื้ออาหารคือเื่สิ้นเปลือง เราก็แค่ขยันมากขึ้น หาเงินให้มากขึ้นก็เท่านั้น” เย่ซินเย่วเอ่ยสอน สำหรับนางไม่มีก็แค่หาอย่างไรนางก็มาจากอนาคตนะ มันต้องมีสิ่งที่นางทำได้สิ
“ขอรับ/เ้าค่ะ” เห็นเด็กน้อยตอบรับเย่ซินเย่วก็พอใจ ถึงแม้จะรู้ว่าเด็กทั้งสองยังมีข้อสงสัย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามต่อ
“อาหลางไปเถอะ ไปถางหญ้าที่หลังบ้านกัน”
เย่ซินเย่วยกตระกร้าที่ใส่ต้นกล้าเอาไว้แล้วเดินไปที่หลังบ้าน ที่ตรงนี้เพราะไม่ได้มีการดูแลมานานจึงมีหญ้าขึ้นรกเต็มพื้นที่ เย่ซินเย่วมาถึงก็พับแขนเสื้อขึ้นก้มลงไปถอนหญ้าก่อน หลิงซีหลางที่เดินตามมาทีหลังก็เดินเอาจอบขุดมาให้เย่ซินเย่วใช้ แต่เย่ซินเย่วไม่ใช้บอกใช้มือดึงถอนขึ้นแบบนี้สะดวกมากกว่า หลิงซีหลางจึงใช้จอบขุดมาช่วยถากหญ้า
ด้วยแรงกายของเย่ซินเย่วที่ไม่ปกติทำเพียง 1 เค่อก็ได้เกินครึ่ง หลิงซีหลางที่เห็นพี่สะใภ้ถอนหน้าราวกับดึงอากาศก็ตกตะลึง ขณะที่เขาทำตั้งนานได้เพียงหนึ่งส่วนสามของที่พี่สะใภ้ทำ ยิ่งมองยิ่งรู้สึกท้อ เหตุใดนางจึงไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยบ้าง
ไม่นานที่ดินว่างเปล่าหลังบ้านก็ปราศจากหญ้าและวัชพืชรกร้าง
“อาหลาง ไปดูหน่อยว่าลุงหลี่เอาปุ๋ยมาให้หรือยัง”
“ขอรับ”
เมื่อหลิงซีหลางออกไป เย่ซินเย่วจึงนำท่อนไม้ที่วางอยู่ข้างรั้วบ้านมากั้นเป็พืชพื้นที่สำหรับหว่านเมล็ด โดยนำท่อนไม้มาวางเรียงกันเป็สี่เหลี่ยมผืนผ้าติดกันสามอัน เพื่อให้ตอนหว่านเมล็ด ผักจะได้ไม่ปนกันและเป็ระเบียบอีกด้วย
หลิงซีหลางที่เดินออกมาก้มาเจอกับหลิงซีซีที่กำลังมาเดินนำลุงหลี่มาที่แปลงผักหลังบ้านพอดี ทั้งสามจึงเดินมาพร้อมกัน
เมื่อมาถึงเย่ซินเย่วก็จัดแบ่งส่วนพื้นที่ด้วยท่อนไม้เสร็จพอดี
“ขอบคุณลุงหลี่มากเ้าค่ะ” เย่ซินเย่วเอ่ยขอบคุณทันทีที่ลุงหลี่วางกระสอบปุ๋ยลง ดูจากการที่ลุงหลี่บีบนวด่ไหล่ข้างซ้ายเล็กน้อย ก็พอรู้ว่ากระสอบปุ๋ยนี้ไม่เบาเลย
“ไม่เป็ไรหรอก งั้นข้ากลับล่ะ”
ลุงหลี่ที่เห็นพวกนางจัดส่วนผักกัน ก็ไม่อยากอยู่รบกวนจึงขอตัวลากลับบ้านทันที
“เ้าค่ะ ซีซีเดินไปส่งลุงหลี่ด้วย”
หลิงซีซีจึงเดินไปส่งลุงหลี่ที่หน้าประตูบ้านและเดินไปดูกระดูกหมูที่ต้มไว้ในครัวต่อ
“พี่สะใภ้ใหญ่ข้ายกเองขอรับ” หลิงซีหลางะโบอกทันทีที่เห็นเย่ซินเย่วเดินไปที่กระสอบปุ๋ย
“ไม่ต้องไปหยินจอบมาพรวนดิน ข้าจะยกเทตามจุดให้” เย่ซินเย่วเอ่ยสั่ง ไม่สนใจหลิงซีหลางที่มองอยู่
หลิงซีหลางทำได้เพียงเดินไปหยิบจอบขึ้นมาพรวนดิน ยิ่งเห็นพี่สะใภ้ยกกระสอบปุ๋ยถุงใหญ่ขึ้นมาราวกับว่าภายในมันเป็นุ่นไม่ใช่ปุ๋ย พี่สะใภ้ใหญ่แข็งแรงถึงเพียงนี้เลยหรือ
“จะยืนเหม่ออีกนานหรือไม่”
เย่ซินเย่วที่กำลังเทปุ๋ยลงแปลงผักที่นางแบ่งเอาไว้เอ่ยถาม แค่ยกถุงกระสอบแค่นี้ต้องมองค้างจนตาโตหรือข้าจะยกหินก้อนใหญ่หลังบ้านนั้นให้เขาดูดี จะได้หายใ
หลิงซีหลางที่โดนถามก็หายจากอาการเหม่อ เดินไปพรวนดินตามจุดที่เทปุ๋ยทิ้งไว้ให้ สายตาก็เหล่มองพี่สะใภ้ใหญ่เป็ระยะ ยิ่งเห็นนางเดินตรงไม่มีเซสักหน่อยก็อดทึ่งอีกครั้งไม่ได้
ผ่านไป 1 ชั่วยามทุกอย่างก็เสร็จสิ้น จากผืนดินรกร้างก็กลายเป็สวนผักง่ายง่าย หลิงซีหลางยิ้มดีใจเดินดูสวนผักไม่หยุด ตื่นเต้นจนเย่ซินเย่วที่ยืนดูอยู่หัวเราะ
“อาหลางต่อให้เ้ามองทั้งวัน พวกผักก็ไม่โตเร็วขึ้นหรอกนะ”
หลิงซีหลางได้ยินก็หน้าขึ้นสี เขาก็แค่ดีใจที่ในบ้านมีสวนผักเป็ของตนเอง ไม่ต้องขึ้นเขาไปเก็บอีก พี่สะใภ้ใหญ่ไม่เข้าใจเขาหรอก หลิงซีหลางคิดพลางเดินหนีพี่สะใภ้ใหญ่กลับเข้าเรือน เพราะตอนนี้เขาได้กลิ่นต้มกระดูกหมูของน้องสาวแล้ว
“ซีซี ต้มกระดูกหมูนี่หอมนัก”
กลิ่นของต้มกระดูกหมูทำเอาหลิงซีหลางแทบร่องรอย เขาไม่ได้กินเนื้อมานานแค่ไหนแล้ว ถึงจะเป็แค่กระดูกหมูก็เถอะ อ่าาาา เขาอยากกินมัยซะเดี๋ยวนี้
“ใกล้เสร็จแล้วเ้าค่ะ พี่รอง ท่านไปรอข้างนอกก่อนนะ” หลิงซีซีที่เห็นอาการของพี่ชายก็ตอบออกไป พี่ชายท่านออกห่างจากหม้อหน่อยได้หรือไม่ ข้ากลัวน้ำลายท่านหกลงหม้อ
“พี่ตั้งโต๊ะรอนะ” หลิงซีหลางพูดจบ ก็ยกโต๊ะกินข้าวออกไปลานบ้านด้วยความรวดเร็ว
ทั้งสามนั่งกินต้มกระดูกหมูอย่างมีความสุข ถึงแม้จะรสชาติจืดไปบ้างเพราะเครื่องปรุงมีเพียงเกลือ แต่นี้ก็เลิศรสมากแล้วสำหรับเด็กทั้งสอง รวมถึงเย่ซินเย่วที่กินแต่ข้าวต้มกับผักมานานก็เพิ่มข้าวอีก 1 ถ้วยทีเดียว
“อาหลาง ธนูที่วางอยู่ในบ้านนั้นของใคร” เย่ซินเย่วเอ่ยถามถึงธนูที่วางอยู่บนชั้นกลางบ้าน ราวกับเอาไว้สะการะกราบไหว้
“เป็ของต่างหน้าของบิดาขอรับ แต่ก่อนบิดาเป็นายพราน” หลิงซีหลางเอ่ยตอบ บิดาของเขาเป็นายพรานผู้เก่งกาจของหมู่บ้านแต่ด้วยตอนที่ขึ้นไปกับเพื่อนพรานด้วยกันเจอกับหมียักเขา บิดาเขาโดนหมีั์ทำร้ายจึงาเ็และสิ้นใจตายเมื่อมารดาทราบข่าวก็ตรอมใจไม่นานก็จากไป พี่ใหญ่จึงทำเพียงเก็บธนูนี้ไว้ไม่ใช้มันอีก
“งั้นตอนบ่ายเราขึ้นเขากันเถอะ เอาธนูนั่นไปด้วย” เย่ซินเย่วเอ่ยตอบ ดวงตาเป็ประกาย
“พี่สะใภ้ยิงธนูเป็หรือขอรับ”
“เป็สิ ของง่ายง่าย”
พูดจบเย่ซินเย่วก็เดินเข้าห้องไป โดยอุ้มสองแฝดเข้าไปด้วย เพราะถึงเวลาให้นมทั้งคู่แล้ว
“พี่รอง ท่านว่าพี่สะใภ้ใหญ่ใช้เป็จริงหรือ”
“ไม่รู้สิ คงต้องรอดู”
สองพี่น้องได้แต่มองตามหลังพี่สะใภ้ใหญ่ไป นานวันเข้านางยิ่งแปลกขึ้นไปเรื่อยเรื่อยจริงจริง
ซินเย่ว : ข้าจะขึ้นเขาแล้วนะ