จ้าวลี่ิรีบวิ่งถลาเข้าไปเขย่าร่างพระมารดาทว่าไร้การตอบสนองอย่างสิ้นเชิง นางสิ้นลมหายใจไปพร้อมกับจางมู่เฉินเป็ที่เรียบร้อย เรียกน้ำตาจากดวงตาคมให้หลั่งไหลพรั่งพรู กอดศพแม่ตัวเองร้องไห้โฮอย่างไม่รักษาภาพลักษณ์
เพียงไม่นานทหารองครักษ์ก็วิ่งกรูกันเข้ามาเต็มท้องพระโรงเพื่อจับตัวหม่าเหินเยว่เอาไว้ หม่าเยว่ซินที่นั่งใค้างอยู่ด้านหน้าดึงสติตัวเองกลับ รีบลุกขึ้นวิ่งปรี่เข้าไปกอดบิดาทั้งน้ำตาเพราะกลัวเขาจะได้รับอันตราย
“อย่าทำอันใดบิดาข้านะ”
นางร้องบอกพวกทหารด้วยสายตาเว้าวอน พยายามใช้ตัวเองปกป้องบิดาของตนอย่างเต็มที่
“ซินเอ๋อร์หนีไปลูก พ่อไม่อยากให้เ้าเดือดร้อนเพราะพ่อ”
หม่าเหินเยว่ร้องไห้โฮด้วยความหวาดกลัว ว่าบุตรีเพียงคนเดียวของตนจะพลอยได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำในครั้งนี้ของเขา ภาพสองพ่อลูกนั่งกอดกันร้องไห้อยู่ไม่ห่าง เรียกสายตาเคียดแค้นซึ่งเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเสียใจจากจ้าวลี่ิ
ร่างสูงละมือที่โอบกอดร่างไร้ิญญาของพระมารดาตนเอง หยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สาวเท้าเยื้องย่างอย่างช้าๆ เข้าไปคว้าดาบในมือทหารองครักษ์นายหนึ่งมาถือไว้ ยกขึ้นวางพาดลำคอของหม่าเหินเยว่ ดวงตาดุดันแข็งกร้าวบ่งบอกได้เป็อย่างดี ว่าเขาพร้อมจะตวัดปลายดาบปลิดลมหายใจของอีกฝ่าย
“อย่าทำอันใดบิดาข้าเลย ได้โปรดเถอะลี่ิ ไว้ชีวิตเขาด้วย”
ร่างเล็กถลาเข้าไปเกาะแข้งเกาะขาเพื่อนสนิท พยายามอ้อนวอนร้องขอความเมตตาให้บิดาของตน
“แล้วชีวิตเสด็จแม่ข้าล่ะ!!”
ดวงตาคมดุตวัดขวับมองจ้องดวงหน้าสวยด้วยสายตาแข็งกร้าว นางมีสิทธิ์อันใดมาเรียกร้องขอความเมตตาให้กับบุคคลที่ปลิดชีพแม่ของเขากัน
“เอาชีวิตข้าไปแทนเถอะนะ ข้ายินดีชดใช้ความผิดทุกอย่างแทนท่านพ่อ ฮือๆ”
จ้าวลี่ิพยายามสะบัดมือบางออกจากท่อนขา ทว่าหม่าเยว่ซินกลับทุ่มสุดตัวรั้งเขาเอาไว้
“ไม่นะ! ปล่อยซินเอ๋อร์ไปเถอะลี่ิ นางไม่ได้รู้เื่รู้ราวอันใดด้วย”
ลูกสาวพยายามปกป้องผู้เป็พ่อ ส่วนผู้เป็พ่อก็มิอยากให้ลูกเดือดร้อน ต่างฝ่ายต่างยินดีเสียสละตัวเองให้กันและกัน ช่างเป็ภาพที่น่าสะอิดสะเอียนในสายตาของจ้าวลี่ิยิ่งนัก
ผิดหวังชะมัดที่หลงไว้ใจสองพ่อลูกคู่นี้ พระมารดาของเขาเลี้ยงงูเห่าไว้ข้างกาย ในที่สุดก็ถึงวันที่มันแว้งกัดจนได้ พ่อชั่วช้าคิดไม่ซื่อเช่นไรผู้เป็ลูกในไส้ย่อมไว้ใจไม่ได้เช่นนั้น เขาจะไม่มีวันเดินทางผิดเหมือนพระมารดาอย่างแน่นอน
“หึ! ฆ่าเ้ามันง่ายไปท่านแม่ทัพ แต่จะให้ฆ่าลูกสาวเ้าก็เสียดายของอีก”
จ้าวลี่ิโยนดาบในมือทิ้ง ย่อกายนั่งยองๆ ให้อยู่ในระดับเดียวกับหม่าเยว่ซิน ยกท่อนแขนโอบรั้งร่างบอบบางเข้าแนบอก สายตาดุดันแข็งกร้าวแปรเปลี่ยนเป็เ้าเล่ห์อย่างชั่วร้าย คล้ายมีแผนการบางอย่างก่อนเอ่ยต่อ
“ในเมื่อท่านพรากเสด็จแม่ไปจากข้า ข้าก็จะพรากหัวใจออกจากอกเ้า!”
“ลี่ิ… เ้าจะทำสิ่งใด?”
หม่าเหินเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาหวาดหวั่นอย่างนึกกลัวเกรงในความคิดของเด็กคนนี้
“ข้าก็แค่…”
มือใหญ่อีกข้างที่ว่างอยู่ยกขึ้นเชยคางมนให้แหงนเงยใบหน้ามองสบ ใช้ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากอิ่มซึ่งกำลังสั่นระริกอย่างหวาดกลัว ไม่นานจึงเอ่ยความประสงค์ออกมา
“จะให้เกียรตินางเป็พระชายาของข้าเท่านั้น”
“…!!”
สองพ่อลูกเบิกตาโพลงมองจ้องจ้าวลี่ิด้วยความไม่เข้าใจ เหตุใดเขาจึงมีความคิดเช่นนี้ ทั้งที่มันก็ดูเหมือนจะไม่ใช่บทลงโทษเลยสักนิด แต่ประโยคถัดมาจึงไขความกระจ่างให้แจ่มชัดทั้งหมด
“ข้าจะให้ธิดาท่านทนทุกข์ทรมานอยู่ภายในกำมือของข้า อยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็ อยากตายก็ตายไม่ได้”
“ไม่นะ… ขอร้องฆ่าข้าแทนเถอะ”
หม่าเหินเยว่พยายามจะดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุม เพื่อหวังจะเข้าไปอ้อนวอนบุรุษรุ่นลูกซึ่งนั่งอยู่ตรงหน้า แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จเพราะมีองครักษ์ถึงสี่คนที่ควบคุมเขาเอาไว้
“ไม่… เ้าไม่มีสิทธิ์ตายหากข้าไม่อนุญาต ต้องอยู่ชื่นชมความทรมานของลูกสาวเ้าก่อน”
“…!”
“หากมีความคิดจะปลิดชีพตัวเองเพื่อหลีกหนีชะตากรรม บอกไว้เลยว่าซินเอ๋อร์ของเ้าได้ตายอย่างทุกข์ทรมานแน่!!”
“หยุดบ้าได้แล้วลี่ิ! จะฆ่าจะแกงข้าก็ได้เชิญตามสบาย แต่ข้าไม่มีวันแต่งกับเ้า เพื่อให้เ้านำข้าไปเป็เครื่องมือทรมานบิดาตนเองอย่างแน่นอน!!”
หม่าเยว่ซินพยายามดีดดิ้นออกจากวงแขนแกร่ง ที่กำลังโอบรัดร่างนางเสียแน่นจนรู้สึกหายใจไม่ออก แต่จ้าวลี่ิกลับทำตรงกันข้าม
นอกจากเขาจะไม่ยอมปล่อยนางแล้ว ยังรั้งเข้ามาใกล้พร้อมฝังปลายจมูกกดลงบนพวงแก้มนิ่ม สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ อย่างจงใจยั่วยุแม่ทัพใหญ่