หงึบบ!
เสียงคมเขี้ยวกระทบกันเนืองแน่นส่งผลให้ประกายไฟพวยพุ่งออกมาจากไรฟัน ั์ตากลมโปนแดงฉานฉายแววสะใจอย่างล้นพ้นก่อนหันหน้าชั่วร้ายเลียริมฝีปากไปมาอย่างสมใจ
“ข้ารีบร้อนกินมันเร็วจนเกินไปยังไม่ได้กัดแทะลิ้มลองรสชาติของหนอนแมลงโสโครกเลยแต่จากรสชาติของมันที่กระเพาะข้าบอกส่งต่อกันมายังนับว่าไม่เลว?” ราชสีห์โลกันตร์คำรามอย่างชั่วร้ายก่อนที่สายตาเดียรัจฉานจะหันมามองเฟิงเสวี่ยฉีอย่างกระหายเืแลบลิ้นเลียริมฝีปากขนาดใหญ่อย่างตระกะตระกราม “มนุษย์ตัวกระจ้อยร่อยถึงคราวของเ้าแล้วที่ข้าจะกัดกินและส่งลงไปในกระเพาะข้างในไปอยู่เป็เพื่อนหนอนแมลงโสโครกเพื่อนเ้าซะ!?”
“แก! ไอ้เดียรัจฉาน!?” เฟิงเสวี่ยฉีส่งเสียงออกจากไรฟันอย่างโกรธแค้นสายตาเ็ามองลอดเส้นผมไปยังราชสีห์โลกันตร์อย่างอาฆาตนางได้สัญญากับไป๋เทียนอวิ๋นไว้ว่าจะดูแลและนำพาไป๋หยุนเฟยออกจากขุนเขาสี่ฤดูอย่างปลอดภัยคำสัญญาของนางยังไม่อาจทำประสบผลกลับต้องนำพาชายหนุ่มผู้ซึ่งช่วยชีวิตนางไว้ครั้งหนึ่งมาตกตายต่อหน้าและสิ่งที่ทำให้หัวใจหญิงสาวเจ็บช้ำที่สุดก็คือ ชายหนุ่มคนนั้นกลับเป็คนช่วยชีวิตนางมาได้ถึงสองครั้งทั้งที่นางยังไม่อาจตอบแทนมันกลับได้เลยสักครั้งเดียว
เฟิงเสวี่ยฉีขบริมฝีปากซีดเซียวแน่นจนโลหิตไหลซึมออกมานางกระชับกระบี่แดงในมืออย่างเครียดแค้นก่อนจะฝืนทนใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลือล้วงเข้าไปยังถุงจักรวาลหยิบเอาเม็ดยาทลายขีดจำกัดออกมาอีกสองเม็ด!
เฟิงเสวี่ยฉีจ้องมองไปยังเม็ดยาในมือขาวผ่องอย่างเหม่อลอย ถ้านางฝืนทานยาเข้าไปมากกว่านี้หญิงสาวย่อมรับรู้ผลกระทบอันเลวร้ายที่จะตามมากระจ่างชัดที่สุด!
เหมือนจิตใจของนางกำลังซึมเซาภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมาทันใดนั้นเหมือนมีภาพชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏขึ้นมาชายหนุ่มผู้มีเส้นผมยาวกระเซอะกระเซิงและั์ตาแดงแปลกพิกล เขาผู้นั้นยิ้มให้นางเป็รอยยิ้มที่ไม่เกรงกลัวต่อยิ่งใด เป็รอยยิ้มที่ส่งให้นางเป็ครั้งสุดท้าย…
หัวใจหญิงสาวเจ็บแปลบคราหนึ่งราวสายฟ้าฟาดมุมปากกระจับโค้งงามปรากฏรอยยิ้มบางออกมาเป็รอยยิ้มอันงดงามราวแสงอรุณแรกแย้มสาดส่องรอยยิ้มนั้นได้ทลายความเ็าของน้ำแข็งที่อาบไล้บนใบหน้านางมาเนิ่นนานแปรเปลี่ยนให้กลายเป็ธารสายน้ำอุ่นหลั่งไหลในฤดูใบไม้ผลิ
เม็ดยาทลายขีดจำกัดสองเม็ดได้ถูกหญิงสาวส่งเข้าปากด้วยเรี่ยวแรงที่มีหญิงสาวส่งเสียงคำรามในลำคอดัง *อั่กกเล็ดลอดออกมาด้วยความเ็ปเส้นเืฝอยมากมายเริ่มคืบคลานไปทั่วใบหน้าและร่างกายของนางจนดูน่ากลัวอาบย้อมผิวขาวเรียบเนียนจนเป็สีม่วงคล้ำ!
พลังิญญาอัคคีสีแดงฉานที่มอดดับเริ่มปะทุพุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง!
ทว่าไร้ซึ่งน้ำเสียงร้องโหยหวนจากการใช้ยาเกินขนาดออกมาแม้สักนิดเฟิงเสวี่ยฉีข่มความเ็ปราวถูกเข็มนับแสนเล่มทิ่มแทงทั่วร่างกายแปรเปลี่ยนเป็ความแค้นต่อราชสีห์โลกันตร์อย่างโกรธแค้น ร่างอรชรราวนางพญาอัคคีฝืนลุกขึ้นอย่างซวนเซ มือขาวผ่องเต็มไปด้วยเส้นเืฝอยกระชับกระบี่แดงในมือแน่นกองเพลิงอัคคีสีแดงฉานโหมปะลุชุกโชนอาบไล้กระบี่แดงจนดูน่ากลัว!
“ฮ่าฮ่าฮ่า” เสียงหัวเราะบ้าคลั่งของราชสีห์โลกันตร์ดังสนั่นถ้ำ “ชั่งไม่เจียมตัวเสียจริงเ้ามนุษย์ตัวกระจ้อยร่อย! ถึงกับกล้าใช้วิธีสกปรกกับข้าเป็หนที่สอง ชั่งน่าขันสิ้นดี!...อะไรกัน!?”
ทว่าน้ำเสียงอวดโอ่ถือดีของราชสีห์โลกันตร์สิ้นสุดแทนที่ด้วยน้ำเสียงแตกตื่นใยามที่มันจะนำพาร่างกายอันมหึมาเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเพื่อสังหารเฟิงเสวี่ยฉีใต้อุ้งเท้าทั้งสี่ข้างของราชสีห์โลกันตร์บังเกิดลำแสงสีเขียวสว่างไสวก่อนที่ศิลาเหมันต์มรกตหลายสิบก้อนจะเปล่งแสงสีเขียวเข้มพลังธาตุิญญาน้ำแข็งในศิลาเหมันต์มรกตถูค่ายกลอักขระดูดซับและแปรเปลี่ยนเป็พลังของตนเองทันทีเมื่อศิลาเหมันต์มรกตถูค่ายกลอักขระดูดพลังออกศิลาสีเขียวกลับกลายเป็เพียงหินผลึกแก้วโปร่งใสธรรมดาก้อนหนึ่ง
เมื่อดูดซับไอพลังธาตุิญญาน้ำแข็งหมดแล้วอักษรอักขระมากมายหมุนวนสลับทับซ้อนกันไปมาอย่างบ้าคลั่ง!
ทว่า วินาทีนั้นเองปรากฏโซ่ตรวนน้ำแข็งหนาวะเืขนาดใหญ่หลายสิบเส้นทุ่งสะพัดออกมาม้วนพันร่างกายราชสีห์โลกันตร์อย่างเหนียวแน่นก่อนจะผลึกการเคลื่อนไหวอสูรกายสูงใหญ่มโหฬารกว่าสิบสามเมตรอย่างสมบูรณ์แบบ!
โฮกกกกกกกก!
เสียงคำรามแฝงไว้ด้วยอารมณ์โกรธแค้นชิงชังอย่างถึงที่สุดเหมือนจะสั่นะเืถึงบนสรวง์และพื้นปฐีดังก้องกังวานร่างใหญ่มหึมาสะบัดไปมาเพื่อหวังจะหลุดพ้นจากการกอบกุมของโซ่ตรวนน้ำแข็งอย่างบ้าคลั่ง
ทว่า ไม่ว่าราชสีห์โลกันตร์จะฉุดกระชากมากเพียงใดโซ่ตรวนน้ำแข็งก็ไม่มีวี่แววจะสูญสลายหรือสลัดหลุดออกจากผนึกจำลองได้เลยแม้แต่น้อยดั่งตัวมันเป็เพียงสัตว์อสูรชั้นต่ำตัวหนึ่งที่ไม่อาจสั่นคลอนขุนเขาลูกใหญ่ได้
“ไอ้เ้าหนอนแมลงโสมก่อนตายยังมีปัญญาสร้างค่ายกลผลึกข้าไว้อีกหรือ? ชั่งแสบยิ่งนัก! อ๊ากก” ราชสีห์โลกันตร์สาปแช่งไป๋หยุนเฟยอย่างโกรธแค้นตอนนี้มันแทบอยากจะอาเจียนเอาชายหนุ่มออกมาและกระทืบซ้ำให้กลายเป็เศษเนื้อชิ้นเล็กชิ้นน้อยให้บี้แบน
ชั่วเวลานั้นเองเงาร่างพร่าเลือนสีแดงพุ่งทะยานเข้ามาใกล้ก่อนจะหยุดยืนเบื้องหน้าราชสีห์โลกันตร์เพียงหนึ่งเมตรโครงหน้างามสะท้านโลกหล้าแหงนหน้าจ้องมองราชสีห์โลกันตร์ด้วยสายตาเย็นยะเยียบไม่สะทกสะท้านอาภรณ์แดงสดหลอมรวมกับเส้นผมดำขวับพลิ้วสยายตามแรงพลังิญญาที่โหมกระหน่ำโบกสะพัดไปมาราวนางพญามารแห่งโลกันตร์!
ก่อนที่แขนขาวผ่องเชิดชูกระบี่เล่มแดงชี้ขึ้นไปจรดผนังถ้ำอย่างเชื่องช้าพร้อมกล่าวน้ำเสียงเครียดแค้นแ่เบาทีละคำอย่างเน้นย้ำ “ในเมื่อ์ไม่มีทางเลือกให้แก่ข้า…เ้าก็จะต้องชดใช้…บทเรียนในครั้งนี้อย่างสาสม! ข้าจะแสดงให้เ้าดู…ว่ามนุษย์อย่างเราจะทำอันใดเ้าได้หรือไม่?!"
“เคล็ดวิชาลับขุนเขาเทพอัคคี---ทัณฑ์์อัคคีพิโรธ!!”
ทันทีที่สุ้มเสียงไพเราะสิ้นสุดพลังิญญาสีแดงฉานที่โหมปะทุออกมาจากเฟิงเสวี่ยฉีเริ่มไหลย้อยไปยังตัวกระบี่อย่างเชื่องช้าจากนั้นอักขระลึกลับที่สลักอยู่ในลวดลายคมกระบี่เริ่มส่องแสงสีแดงสว่างไสวเลื้อยคลานหมุนเกรียวไปมาบนตัวกระบี่ประดุจมีชีวิตก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็พลังิญญาพวยพุ่งเป็เส้นตรงสีแดงเจิดจ้าขึ้นใส่พนังเพดานถ้ำก่อเกิดแรงสั่นะเืมหาศาล
ตัวกระบี่แข็งแกร่งทนทานเริ่มแหลกสลายกลายเป็ละอองฝุ่นผงสีแดงทีละน้อยก่อนจะล่องลอยโอบอุ้มนิ้วมือของหญิงสาวด้วยเพลิงิญญาสีแดงเข้มมือขาวนวลข้างขวาที่เชิดชู ปรากฏสัญลักษณ์คล้ายถือกระบี่นิ้วชี้และนิ้วกลางกระกบติดกันแน่นก่อนจะชี้ฟาดไปยังราชสีห์โลกันตร์
“ตายย!” น้ำเสียงเ็าหลุดลอยออกมาให้ได้ยิน
จากน้ำเสียงของเฟิงเสวี่ยฉีราชสีห์โลกันตร์ััได้ถึงความอาฆาตแค้นอันแสนเยียบเย็บไร้สิ้นสุดมันสามารถเข้าใจได้ทันทีว่าที่นางเอ่ยถึงถือความ้าตกตายแลกชีวิต!
ด้วยเคล็ดวิชาลับของขุนเขาเทพอัคคี การใช้เคล็ดวิชาลับย่อมต้องสังเวยเวทอาวุธแปรเปลี่ยนเป็เคล็ดวิชาพร้อมกับจ่ายพลังิญญาในปริมาณที่มหาศาลและการใช้เคล็ดวิชาระดับสูงด้วยสภาพร่างกายอันเลวร้ายเช่นนี้ย่อมต้องแลกกับค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมผลกระทบต่อตัวนางในอนาคตย่อมร้ายแรงอย่างที่สุด!
ทว่า เมื่อไร้สิ้นหนทางรอดชีวิตทางเดียวที่จะโค่นล้มอสูรกายเบื้องหน้าและอยู่รอดต่อไปคือการทุ่มเทกำลังทั้งหมดที่มีในการโจมตีครั้งนี้เป็การโจมตีเพียงครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย! ไม่ว่าจะแลกกับสิ่งใด หญิงสาวล้วนไม่ใส่ใจ…ในจิตใจนางมีเพียงเพลิงความแค้นที่โหมกระหน่ำอย่างคละคลั่งด้วยความ้าฆ่าสังหารอสูรโลกันตร์อย่างล้นทะลัก!
ชั่ววินาทีที่เฟิงเสวี่ยฉีชี้นิ้วไปทางอสูรโลกันตร์เสาลำแสงสีแดงตั้งตระหง่านอยู่เบื้องบนเริ่มมอดดับแตกสลายก่อนจะกลายเป็ละอองแสงสีแดงระยิบระยับ ถาโถมใส่ราชสีห์โลกันตร์ราวคลื่นมหาสมุทรพายุเพลิงโถมกระหน่ำทำให้บรรยากาศที่ร้อนระอุอยู่ก่อนแล้วทวีความรุนแรงสูงขึ้นในเสี้ยววินาทีอย่างบ้าคลั่ง
คลื่นน!!!
ทั่วโพรงถ้ำสั่นะเืเวียนว่อนคลื่นมหาสมุทรเปลวเพลิงทับโถมลงใส่ราชสีห์โลกันตร์ด้วยความรุนแรงมหาศาลละอองิญญาสีแดงปลิวว่อนกระจัดกระจายก่อนจะสลายหายไปอย่างเชื่องช้าในอากาศธาตุว่างเปล่า
ฮ่า ฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่า!
เสียงหัวเราะของราชสีห์โลกันตร์ดังสะท้อนไปมาอย่างบ้าคลั่งยาวนานสายตาแดงฉานชั่วร้ายจ้องมองร่างอ่อนละโหยของเฟิงเสวี่ยฉีฉายประกายน่าสมเพชก่อนจะคำรามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันถึงขีดสุด “ชั่งน่าสมเพชยิ่งนักสำหรับมนุษย์ตัวกระจ้อยร่อยเช่นเ้า! ด้วยการโจมตีอันกระจอกงอกง่อยเช่นนี้? เพียงสร้างความระคายเคืองแก่ิัอันแข็งแกร่งของข้าเล็กน้อยเท่านั้นชั่งน่าขันสิ้นดี! ดูจากสภาพอันน่าขยะแขยงของเ้าตอนนี้คงทำได้เพียงรอคอยความตายจากมารดาเท่านั้น….เพื่อเห็นแก่ความใจกล้าหน้าด้านของเ้ามารดาจะสาปส่งให้เลยละกัน?!”
ด้วยระยะห่างเพียงไม่ถึงเมตรต่อให้ราชสีห์โลกันตร์ถูกผนึกร่างกายเอาไว้แต่หางอันใหญ่ยาวกว่าห้าเมตรหาได้ถูกผนึกไม่? เมื่อสิ้นสุดคำพูดหางขนาดใหญ่หวดฟาดกลายเป็เงาดำพร่าพรายใส่เฟิงเสวี่ยฉีทันที
บึ้มม!
ทว่าก่อนที่แส้มัจจุราชจะบรรลุถึงศีรษะหญิงสาวเพียงหนึ่งจั้งร่างกายใหญ่โตมหึมาสั่นสะท้านอย่างรุนแรงคราหนึ่งทำให้ทิศทางจู่โจมพลาดเป้าหมายอย่างฉิวเฉียด!
"อ-อ่ะไร!!!"
อะไรกัน!!!
“ไอ้เ้ามนุษย์!...เ้าทำอันใดกับร่างกายข้า?…ไอ้เ้า…อ๊ากกกก!.”
โฮกกกกกกกกกกกก ก !!!
น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมของราชสีห์โลกันตร์ฉายแววตื่นใก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความรู้สึกอันตื่นตระหนก จู่ๆมันเริ่มแผดเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวออกมายาวนาน จากนั้นมันเริ่มร้องออกมาด้วยเสียงร้องโหยหวนเ็ปร่างกายใหญ่โตเริ่มสั่นไปมาอย่างรุนแรงโซ่ตรวนน้ำแข็งยังคงยึดตรึงส่งเสียงเคว้งคว้างดังสนั่น
ซู่ว ซู่วซู่ว ซู่ว ซุ่วว ว…
เสียงเผาไหม้รุนแรงดังออกมาจากภายในตัวราชสีห์โลกันตร์พร้อมเสียงร้องโหยหวนฝังลึกบาดใจดวงตาแดงฉานใหญ่โตเริ่มเหยือกลานราวคลุ้มคลั่งวิกลจิตพร้อมโลหิตสีดำเข้มไหลทะลักออกจากดวงตาใบหูจมูกและปากเป็เส้นสายก่อนจะถูกเพลิงความร้อนภายในเผาไหม้กลายเป็เพียงเขม่าดินไฟ!
ราชสีห์โลกันตร์แผดร้องคำรามด้วยความเ็ปทวีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งกลายเป็เสียงร้องที่แหบแห้งอันสิ้นหวังอาการดิ้นรนที่เคยแข็งแรงสนั่นขุนเขาหายไป เหลือเพียงความอ่อนล้าอันแสนสาหัส...
สายตาดุร้ายส่องประกายสีแดงเจิดจ้าเหลือบมองมนุษย์เบื้องล่างด้วยความอาฆาตแค้นเป็ครั้งสุดท้ายเหมือน้าสาปแช่งแรงกล้า? ก่อนที่ดวงจิตอสูรใจกลางหน้าฝากเริ่มมอดดับลงทีละน้อยร่างกายใหญ่โตซวนเซไปมาก่อนละล้มดัง *ตึง สนั่นหวั่นไหว!...ดวงตากลมโตหม่นแสงทึบเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อและไม่ยินยอมพร้อมใจโซ่ตรวนน้ำแข็งที่เคยยึดตรึงเริ่มย่อยสลายกลายเป็ละอองสีน้ำเงินโปรยปลายลงมา…
เฟิงเสวี่ยฉียิ้มเย็นก่อนจะพึมพำแ่เบาราวกระซิบเน้นย้ำทีละคำด้วยความอ่อนล้า
“ไป๋หยุน…เฟย…ข้า…แก้แค้น…ให้…เ้า…ได้แล้ว…”
ก่อนจะสิ้นสติล้มลงไปด้วยความอ่อนล้าร่างกายและจิตใจอันแสนสาหัส