เช้าวันต่อมา
วันนี้เสี่ยวฮวาตื่นสายผิดปกติจนฟางจิ่งต้องเข้ามาปลุก คงเป็เพราะเมื่อวานนางใช้แรงขุดแปลงดินมากเกินไปจึงทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและร้าวระบมไปทั้งตัว
"ซูฮวา ทำไมวันนี้เ้าตื่นสาย " ฟางจิ่งเดินผ่านประตูเข้ามาเอ่ยเรียกภรรยาที่ยังคงนอนนิ่งไม่ขยับ
"ข้าแค่ปวดเนื้อตัวเท่านั้นเอง สงสัยเมื่อวานข้าจะขุดดินเยอะไปหน่อยเลยทำให้ระบมไปทั้งตัว" นางค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นด้วยความยากลำบาก
"เช่นนั้นเ้าก็นอนพักต่อเถอะ เดี๋ยวข้าไปต้มโจ๊กให้เ้ากินเอง"
"โจ๊กอีกแล้วเหรอ ท่านทำอย่างอื่นไม่เป็แล้วหรืออย่างไร"
"เ้าอยากกินอะไรเล่าบอกข้ามาสิข้าจะได้ทำให้เ้ากินได้"
"ข้าอยากกิน.....ข้าวต้มปลา" นางทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนนึกขึ้นได้ว่ายังมีปลาเหลืออยู่จากเมื่อวาน
"เช่นนั้นเ้ารอข้าอีกเดี๋ยวนะ ข้าจะไปทำข้าวต้มปลามาให้เ้า" ว่าแล้วฟางจิ่งก็เดินหายเข้าไปในครัวครู่ใหญ่ก่อนจะกลับเข้ามาพร้อมกับข้าวต้มปลาที่หอมกรุ่น
"ข้าทำเสร็จแล้วเ้ารีบลุกมากินสิกำลังร้อนอยู่เลย" นางพาร่างกายที่แสนจะปวดร้าวขยับลุกจนสามีต้องเข้ามาประคองให้ไปนั่งที่โต๊ะก่อนนางจะลงมือกินข้าวต้มปลาที่สามีทำมาให้อย่างเอร็ดอร่อย ฝีมือของฟางจิ่งก็ใช้ได้อยู่เหมือนกันนี่นา เสร็จแล้วฟางจิ่งจึงนำยาที่ต้มใส่ถ้วยมาให้นางดื่มหลังอาหารแต่นางกลับมีทีท่าอิดออดไม่อยากดื่มเสียอย่างนั้น
"วันนี้ข้าไม่กินยาจะได้ไหม" ร่างกายนางก็แข็งแรงดีไม่ดื่มสักวันจะเป็ไรไป
"ไม่ได้หรอกท่านหมอกำชับมาว่าเ้าต้องกินยาหม้อนี้ให้หมดเหลืออีกหม้อเดียวก็หมดแล้ว วันนี้เ้ายิ่งต้องดื่มเพราะเ้ากำลังไม่สบาย"
"แต่มันขมมาก ข้าไม่อยากกินแล้ว" ฟางจิ่งส่งสายตาดุให้ภรรยาที่งอแงไม่ยอมกินยา สุดท้ายแล้วนางก็ต้องจำใจยอมกินอยู่ดีแต่ครานี้ฟางจิ่งมีพุทราเชื่อมเป็ของหวานหลังดื่มยา ทำให้นางยิ้มออกมาอย่างดีใจ
"นี่ท่านไปแอบซื้อมาตอนไหน ไม่เห็นบอกให้ข้ารู้เลย"
"ข้าก็ซื้อตอนเ้าเดินเที่ยวเล่นอยู่ เ้าอาจไม่ทันได้สังเกตเพราะข้ารู้ว่าเ้าจะต้องไม่อยากดื่มยาอีกเป็แน่" ซูฮวาฉีกยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจที่ฟางจิ่งก็ใส่ใจนางเป็พิเศษ
"เช่นนั้นข้าขอชิมพุทราเชื่อมอีกลูกได้หรือไม่" ฟางจิ่งยิ้มออกมาก่อนจะหยิบลูกพุทราเชื่อมให้นางอีกลูก แต่ครั้งนี้เขาป้อนมันใส่ปากให้นางด้วยมือของเขาเอง ซูฮวาที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุขต้องรีบหลบสายตาสามีด้วยความเขินอายทันที ทำไมนางต้องรู้สึกหวั่นไหวกับสายตาของชายผู้นี้ด้วยนะ ฟางจิ่งที่มองอยู่ก็ยิ้มน้อยๆ ออกมา
"เ้ารู้หรือไม่เวลาเ้าเขินอายเช่นนี้ช่างน่ามองยิ่งนัก" ฟางจิ่งยังคงมองนางอย่างไม่ลดละสายตาเช่นกัน
"แล้วเมื่อก่อนข้าไม่น่ามองอย่างนั้นหรือ"
"เมื่อก่อนเ้าไม่เคยเป็เช่นนี้" ก็ใช่สิข้าคนนี้ไม่ใช้ซูฮวาเมียของท่านสักหน่อย แต่หากวันหนึ่งเรากลับไปยังโลกที่จากมาไม่ได้จริงๆ เราคงต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ตลอดไปใช่ไหม เอาวะอยู่ที่นี่ก็ดีอย่างไม่ต้องห่วงอะไรนอกจากตัวเองแล้วก็ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านี้ เธอยอมรับว่าเริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้กับชายผู้นี้ั้แ่ฟื้นขึ้นมาในร่างของซูฮวา
"เอ่อ...ข้าเริ่มง่วงแล้ว"
"เ้าเพิ่งจะลุกมากินข้าวเหตุใดจึงง่วงอีกแล้ว"
"ก็ข้ารู้สึกปวดเนื้อตัวจึงอยากพักผ่อน"
"เช่นนั้นเ้าพักผ่อนเถอะ ข้าจะไปดูแปลงดินให้เ้าแล้วกัน"
"อือ" นางตอบสั้นๆ แล้วจึงล้มตัวลงนอน ฟางจิ่งที่เห็นภรรยานอนพักผ่อนแล้วจึงได้เดินออกมาก่อนจะเตรียมตัวไปดูแปลงดินที่ขุดเอาไว้ให้นางเผื่อมีอะไรมาทำลาย ขากลับจะแวะจับปลามาทำอาหารสำหรับมื้อเย็นด้วย เวลาล่วงเลยไปหลายชั่วยามฟางจิ่งก็ยังไม่กลับมาสักทีซูฮวาจึงเริ่มเป็ห่วงกลัวว่าจะเกิดอันตราย จึงได้ออกไปตามที่ลำธารท้ายหมู่บ้านก็พบว่าเขากำลังจับปลาอยู่ที่ลำธาร
"ทำไมท่านจึงไม่รีบกลับ ข้าล่ะเป็ห่วงท่านกลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้น"
"ข้ากำลังจับปลาเอากลับไปให้เ้าอยู่นี่ไง เ้ารู้สึกดีขึ้นแล้วหรือถึงออกมาตามข้าได้"
"นี่ฟ้าก็ใกล้จะมืดแล้วข้าว่าเรารีบกลับกันเถอะ"
"รออีกสักหน่อยก่อนเถอะ ข้ากำลังจะจับกุ้งให้เ้าอยู่"
"แต่ฟ้ากำลังจะมืดแล้ว" นางเริ่มเป็ห่วงยามฟ้ามืดจะเกิดอันตรายในน้ำได้
"กุ้งจะออก่ตะวันกำลังจะตกดินนี่แหละ เ้าไปนั่งรอข้าอยู่ตรงนั้นก่อนเถิด" ฟางจิ่งชี้ไปยังโขดหินก้อนใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้นัก นางเดินไปนั่งตามที่สามีบอกครู่ใหญ่ฟางจิ่งก็กลับขึ้นมาพร้อมปลาและกุ้งที่อยู่ในถุง
"ข้าจับปลาและกุ้งได้เยอะพอสมควรเรากลับกันเถอะ" ฟางจิ่งยื่นมือให้ซูฮวาก่อนที่นางจะคว้าไว้แล้วเดินตามสามีไป เมื่อกลับถึงเรือนซูฮวาก็ได้จัดการกับปลาและกุ้งที่สามีหามาได้ กุ้งนางนำไปเผาจนสุกเหลืองน่ากินส่วนปลานางเอาแต่ไส้ออกไม่ขอดเกล็ดก่อนจะทาเกลือนำไปย่างจนสุกเหลืองแล้วนำมาใส่จานตามด้วยน้ำจิ้มรสเด็ดที่คิดสูตรขึ้นมาเองตามวัตถุดิบที่หามาได้
"เ้าทำเมนูอะไรหรือวันนี้"
"กุ้งเผากับปลาเผาและน้ำจิ้มรสเด็ด"
"หน้าตาช่างน่ากินยิ่งนัก ขอข้าชิมก่อนได้ไหม" ฟางจิ่งยื่นมือเข้าไปจะหยิบกุ้งขึ้นมาแกะกินแต่กลับถูกซูฮวาตีมือเข้าให้เบาๆ
"ท่านไปล้างมือก่อนเดี๋ยวนี้" มองหน้าภรรยาแล้วจึงยิ้มออกมาก่อนจะเดินไปล้างมือแล้วจึงมานั่งกินข้าวพร้อมกัน
"เป็ยังไงน้ำจิ้มข้ารสชาติดีหรือไม่" ซูฮวาถามขึ้นเมื่อฟางจิ่งกัดกุ้งคำแรกเข้าปาก
"อืม..อร่อยใช้ได้เลย ข้าไม่เคยกินอะไรที่อร่อยอย่างนี้มาก่อน เ้าไปหัดทำมาจากไหนหรือ" นับวันนางยิ่งคิดหาทำเมนูที่ค่อนข้างประหลาดขึ้นทุกวันแต่ก็อร่อยใช้ได้
"จากพี่ยู....เอ่อ...อ๋อ ข้าเรียนมาจากท่านแม่ของข้า" สมัยนี้ไม่รู้จักน้ำจิ้มซีฟู้ดส์นี่ลืมตัวอีกแล้วนะซิงเหยียน
"แม่ของเ้าจากไปั้แ่เ้ายังเล็กเ้ายังจำความได้อยู่หรือ" แม่ของนางจากไปั้แ่เก้าขวบจนตอนนี้นางอายุยี่สิบแล้วไม่คิดว่านางยังจำได้ไม่ลืมแม้แต่น้อย
"เอ่อ..ก็ตอนอยู่กับท่านป้าข้าก็ทำบ่อยข้าจะลืมส่วนผสมได้ไง"
"อ๋อ...เช่นนั้นเ้าทำให้ข้ากินบ่อยๆ ได้หรือไม่"
"ได้สิท่านอยากกินวันไหนท่านก็บอกข้าได้เลย" ทั้งสองหยุดการพูดคุยแล้วลงมือกินกุ้งเผาอย่างเอร็ดอร่อยอิ่มแล้วจึงได้อาบน้ำพากันเข้านอนแต่หัวค่ำ