ตอนที่ 31
ชีพจรลมปราณไร้ที่ติ
หลังจากที่ระดับบ่มเพาะลมปราณในร่างของหลงจิวเมิ่งทะลวงผ่านขอบขั้นพื้นฐานลมปราณมาได้ระดับการบ่มเพาะก็ยังมิได้หยุดนิ่ง ผลของโอสถบำรุงปราณชั้นเลิศที่ยังเหลืออยู่ถูกเคล็ดวิชาลมปราณเก้าั แปรเปลี่ยนเข้าสู่เส้น...ชีพจรลมปราณไร้ที่ติ(แปรเปลี่ยนจากเส้นชีพจรลมปราณไร้ลักษณ์)แม้ได้รับเส้นชีพจรใหม่ แต่เส้นทางการฝึกฝนบ่มเพาะให้ก้าวหน้าล้วนยากเย็นหาได้แตกต่างจากในชีวิตก่อน ผลของโอสถที่หลงเหลือ หากเป็ผู้ฝึกตนทั่วไปคงทำให้ระดับลมปราณเพิ่มขึ้นจนถึงกึ่งกลางของขอบขั้นพื้นฐานลมปราณขั้นต้นภายในพริบตาแต่สำหรับหลงจิวเมิ่ง ระดับการบ่มเพาะเพียงรู้สึกได้ถึงการสั่นไหวแต่ระดับการบ่มเพาะแทบจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นแม้แต่นิดเดียว
ลมปราณก้าวหน้า เคล็ดกายาทะยานก้าวล้ำ ขาดเพียงเคล็ดวิชากระบวนท่าจู่โจมหนุนเสริมซึ่งผู้ฝึกตนล้วนต้องใช้เวลาฝึกปรือขัดเกลากระบวนท่า เพื่อให้ช่ำชองชำนาญ จึงจะสามารถใช้ออกได้อย่างแยบคายและเกิดประสิทธิภาพซึ่งในชีวิตก่อนหน้า เพราะหลงจิวเมิ่งไร้เส้นชีพจรลมปราณ จึงไม่อาจฝึกฝนถึงขั้นกลางสุดท้ายเลือกศึกษาวิชาลอบที่ช่วยในการโจรกรรม และการโจมตีประเภทขว้างปาอาวุธลับเพราะไม่ต้องใช้การเดินลมปราณภายใน แต่เน้นปะจุพลังที่วัตถุภายนอกแม้ไร้ธาตุพลังพลิกแพลง แต่หากใช้ออกอย่างแยบคาย โจมตีเข้าใส่จุดอับจุดตายกลับให้ผลรุนแรงยิ่งกว่า
แม้มีข้อจำกัดเื่กระบวนท่า แต่วิชาท่าร่างสำหรับหลงจิวเมิ่งล้วนแตกต่างด้วยผ่านประสบการณ์ย้อนทวนกาลเวลากลับคืนมายังอดีต เมื่อระดับบ่มเพาะลมปราณสูงก้าวหน้าผนวกกับเคล็ดกายาที่ชดเชยเื่พลังในการฟื้นฟู...ท่าร่างลับลับล่อล่อที่ใช้อยู่ล้วนไม่จำเป็อีกต่อไป ด้วยเทพวิชา...ท่าร่างฤดูกาลผกผันที่ครั้งก่อนใช้ออกล้วนไม่อาจควบคุม ยามนี้ทดลองเคลื่อนไหวตามบทที่ว่าด้วย...ธรรมชาติแห่งลมเส้นชีพจรลมปราณหยางเซียวม่าย อินเชียวม่าย ที่พึ่งปรากฏเลือนราง พลันสั่นไหวรุนแรงลมปราณถูกรีดเร้นจนเส้นชีพจรเกิดใหม่เหี่ยวแฟบ แต่เส้นชีพจรไร้ที่ติพิสดารล้ำลึก ทุกเส้นสายเชื่อมโยงกันราวมีร่องน้ำสายเล็กที่งอกเงยผูกพันเส้นลมปราณอื่น ๆ ทั่วร่างที่ยังสมบูรณ์กลายเป็ผู้ช่วยหนุนเสริม ลมปราณจากเส้นชีพจรเลือนรางจุดอื่นพลันเร่งก่อเกิดและไหลบ่าเข้ามาเติมเต็ม ปรากฏการณ์ก่อเกิดลมปราณทั่วร่างล้วนเป็เพราะพลังของกายาเทพอสูรกลืนิญญาพลังที่ไหลบ่าเติมเต็มส่งให้เส้นชีพจรลมปราณที่กำลังเหือดแห้งกลับคืนสู่สมดุลในพริบตา
หลักการของเคล็ดวิชา...ท่าร่างฤดูกาลผกผัน ส่วนพื้นฐานอาศัยการทำความเข้าใจเป็หลักซึ่งหลงจิวเมิ่งเคยผ่านมาก่อนในชีวิตที่แล้ว ทันทีที่ใช้ออก หลงจิวเมิ่งพลันรู้สึกได้ถึงกระแสลมแ่พลิ้วที่กำลังไหลเอื่อยผ่านร่างตนเอง ไม่ว่าลมจะเคลื่อนเบาแรงเพียงใดล้วนรับรู้ได้อย่างเด่นชัดย่างก้าวแรกที่ใช้ออกล้วนก้าวเพื่อให้ลมหนุนเสริม กลายเป็ทะยานไวลัดนิ้วมือแปรเปลี่ยนทิศทางยากคาดเดาดุจสายลม เพียงกระพริบตาก็พุ่งผ่านทางยาวหลายสิบวาแม้ไม่อาจเหินบินเช่นเดียวกับชีวิตก่อน แต่นับว่าก้าวหน้าไปไกลกว่าการใช้...ท่าร่างลับลับล่อล่ออย่างมิอาจเปรียบ
หุ่นศิลาซึ่งนิ่งงันมายาวนาน บัดนี้รับรู้ว่าศัตรูเข้าสู่ขอบเขตทดสอบทะยานไวพุ่งตรงเข้าหาหลงจิวเมิ่งโดยไม่ลังเลหมัดแกร่งรั้งรวมน้ำหนักที่พร้อมจะป่นหินผาเพียงกระแทกถูก ทันทีที่พบคู่ต่อสู้ก็โจนทะยานเข้าใส่ง้างเหวี่ยงวืดวาดนับสิบครา แต่กลับไม่อาจหวดถูกแม้เพียงเงาร่างของหลงจิวเมิ่ง
รอยยิ้มกว้างฉาบไล้บนใบหน้าราวงดงามราวรูปสลักของหลงจิวเมิ่งบ่งบอกถึงความยินดีที่สามารถใช้เทพวิชา...ท่าร่างฤดูกาลผกผัน ขั้นพื้นฐานได้ดั่งใจนึก
...ต่อให้ศัตรูว่องไวเพียงใด หากมิใช่ผู้ฝึกตนที่บ่มเพาะถึงขั้นเหินบินหรือใช้สมบัติวิเศษช่วยเหลือข้ามั่นใจว่าสามารถหลบหนีเอาตัวรอดได้
หลงจิวเมิ่งทดสอบหลบหลีกด้วยท่าร่างฤดูกาลผกผันราวชั่วก้านธูปลมปราณในร่างจึงเริ่มสั่นไหว หลงจิวเมิ่งมิได้คิดจะต่อสู้ยืดเยื้อั้แ่ต้นสะบัดมือขวาซึ่งตอนนี้สวมใส่ถุงมือเชื่อมต่อกับเขี้ยวเหล็กสมบูรณ์ห้าชิ้นอุปกรณ์ช่วยเหลือทั้งปีนป่ายและโจรกรรมเมื่อใช้ออกด้วยระดับบ่มเพาะที่สูงขึ้นเกิดปรากฏการณ์แสงอ่อนจางอาบไล้ไปทั่วส่วนที่ทำจากเหล็กเย็นไหมหิมะพลันสั่นขึ้นลงดั่งระลอกคลื่นละลานตา ก่อเกิดกระบวนท่าจู่โจมว่องไวหลอกหลอนดั่งอสรพิษฉกเหยื่อพุ่งทะยานเข้าหาหุ่นศิลาทดสอบจากทางด้านหน้า
ร่างแกร่งที่จัดสร้างจากศิลาวิเศษมีพลังป้องกันดุจเดียวกับผู้ฝึกตนเหนือธรรมชาติยกสองแขนประสานกันในท่ากากบาท พร้อมออกแรงผลักกระแทกตั้งใจสะท้อนเขี้ยวเหล็กกลับคืนด้วยรับรู้จากการประลองครั้งก่อน ว่าอาวุธชิ้นนี้ไม่อาจระคายผิวของมันแม้สักนิดแต่ผลลัพธ์ที่เกิดนั้นแตกต่างจากก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง เขี้ยวเหล็กทั้งห้าชิ้นไม่เพียงสร้างริ้วรอยบนแขนแกร่งของหุน่ศิลาแต่ยังจู่โจมทำลายแขนทั้งสองข้างจนหักสะบั้น แม้แขนทั้งสองที่ยกขึ้นต้านจะหักลงไปแล้วแต่ทิศทางและความรุนแรงของเขี้ยวเหล็กทั้งห้าชิ้นยังคงเดิม ระยะเวลาชั่วเสี้ยวเศษศิลาหักทำลายเพิ่งจะตกลงกระทบพื้นบนร่างของหุ่นศิลาทดสอบ พลันปรากฏรูกลวงขึ้นห้าตำแหน่งแตกต่าง
การจู่โจมต่อเนื่องติดพัน...หลงจิวเมิ่งยังไม่หยุดเพียงนั้นออกแรงสะบัดข้อมือพลิกกลับ เขี้ยวเหล็กห้าชิ้นพลันแยกกระชากในทิศทางที่แตกต่าง ส่งผลให้ร่างของหุ่นศิลาทดสอบพลันแตกสลายเป็เสี่ยงๆ ในทันที การประลองสิ้นสุดลง แต่เื่ราวยังมิจบสิ้น ดวงิญญาวิเศษภายใน ซึ่งใช้จัดสร้างหุ่นศิลาไม่ได้เหินลอยกลับไปยังแหล่งกำเนิดของมัน เมื่อดวงิญญาวิเศษไร้ร่างสิ่งสถิตไม่ทันกลับคืนสู่ต้นกำเนิดกลับถูกเคล็ดวิชากายาเทพอสูรกลืนิญญาดึงรั้งเข้าสู่ร่างของหลงจิวเมิ่งกระถางิญญาแห่งความโลภภายในสั่นไหวด้วยความเริงร่า เรี่ยวแรง ลมปราณที่สูญเสียล้วนฟื้นคืนสมบูรณ์
...สิ่งนี้สินะที่ถูกเรียกขานว่าเป็อันดับหนึ่งของเคล็ดวิชากายเทพอสูร
...กายาที่ถูกเปรียบเปรยว่าเป็
...เทพเ้าา
ผู้ดูแลเส้นทางทดสอบ ตาโต อ้าปากค้างที่ิญญาวิเศษสูญสลายไปต่อหน้าตนเอง ตอนนี้มันเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเด็กหนุ่มหน้าขาวผู้นี้ถึงพกพาเ้ากระถางบัดซบนั่นติดตัวมาด้วยความหนาวสั่นและหวาดกลัวล้วนปรากฏขึ้นในแววตา ภาพการล้างสังหารผู้ฝึกตนนับหมื่นที่อาศัยอยู่บนนาวา์ไร้กาลหวนกลับขึ้นในห้วงความคิดของมันอีกครา ภาพเหตุการณ์ล้วนชัดเจนราวกับว่าเพิ่งเกิดขึ้นสดใหม่อีกครั้ง
“ผู้ดูแลเส้นทางทดสอบ ข้าผ่านด่านสำเร็จแล้วใช่มั้ย”
คำถามของหลงจิวเมิ่ง ทำให้มันได้สติอีกครั้งแม้ผู้มาเป็ศัตรู แต่กฎก็คือกฎ เมื่อผู้มามิได้ละเมิด มันที่เป็เพียงิญญาเฝ้าปกปักษ์ก็มิอาจขัดขวางโดยตรง
“ใช่แล้ว เ้าผ่านการทดสอบแล้ว” แม้ไม่อาจกระทำการขัดขวางโดยตรงแต่วิธีการอื่นยังพอมี “เ้าจะทดสอบในขั้นต่อไปเลยไหม”
...เ้าเด็กปีศาจ ในตอนนี้เ้ายังอ่อนแอ ข้าคงต้องหาทางกำจัดเ้าให้จงได้ทายาทของพวกเทพอสูรไม่มีดีแม้แต่ตนเดียว แถมพวกมันยังเป็อันตรายต่อส่วนรวมด่านทดสอบหน้า ข้าจะตั้งสิ่งของตอบแทนสูงล้ำล่อใจเพื่อให้เ้าถูกคู่ต่อกรที่แข็งแกร่งเสียดฟ้า กำจัดทิ้งเสียในนี้ให้จงได้
“ถ้าเช่นนั้น ข้าก็สามารถกลับออกไปจากที่นี่ได้แล้วสินะ”
“เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน เ้าจะใจร้อน เร่งรีบไปถึงไหน”
...ชัดเจนยิ่ง เ้าเด็กผู้นี้เข้ามายังนาวา์เพราะมันหมายตาเ้ากระถางบัดซบนั่นั้แ่ต้น เมื่อมันรู้ว่ากระถางอยู่ที่นี่แสดงว่ามันต้องเป็พวกเดียวกับ...จ้าวอสูรา มันคือตัวเลวร้ายที่ต้องถูกกำจัดก่อนที่จะเติบใหญ่อย่างไม่มีข้อแม้
“ก็เ้าบอกข้าว่า เมื่อผ่านด่านทดสอบใดก็ตามแต่ไม่้าที่จะทดสอบต่อ ก็สามารถกลับออกไปได้ทุกเมื่อมิใช่รึ”
“เ้าหนูคิดให้ดี ๆการที่เ้าขึ้นมายังนาวา์ไร้กาลแห่งนี้ได้ล้วนเป็วาสนานำพาอย่างเหลือเชื่อผู้ฝึกตนมากมาย ล้วน้าผ่านด่านทดสอบของที่นี่ ข้าคงยังเอ่ยไม่ชัด งั้นจะขอย้ำอีกครั้งให้เ้าฟัง...ว่ายิ่งเ้าผ่านด่านทดสอบที่มากขึ้นเ้ายิ่งจะได้รับสิ่งของตอบแทนที่ล้ำค่ายิ่งขึ้นเช่นกัน”
...หากเป็ผู้อื่นย่อมเสียดายโอกาสที่ชั่วชีวิตยังมิรู้ว่าจะมีโอกาสพบเจออีกไหมแต่ในเมื่อข้ารู้อยู่แล้วว่าครั้งหน้านาวา์ไร้กาลจะปรากฏตัวขึ้นที่ใดใยข้าต้องรีบร้อนสุ่มเสี่ยงด้วยเล่า
“ข้าเข้าใจ แต่ข้าก็ยังยืนยันคำเดิมเวลานี้ข้า้ากลับออกไปจากที่นี่”
...เ้าเด็กเวรนี่ ช่างเกลี้ยกล่อมยากเย็นนักเมื่อใช้ไม้อ่อนไม่ได้ ข้าก็จะใช้ไม้แข็งกดดันเ้าบ้าง
“เฮ้อ ข้าละเสียดายแทนเ้าจริง ๆแต่หากเ้าเลือกที่จะละทิ้งกลับออกไปเ้าอาจจะไม่ได้รับสิ่งใดติดไม้ติดมือไปแม้แต่ชิ้นเดียวรู้เช่นนี้แล้ว...เ้ายังจะเลือกที่จะกลับออกไปอีกไหม”
...เพียงแค่กระถางิญญาแห่งความโลภใบเดียวก็เกินพอแล้ว ข้ายังมีเื่เร่งด่วนที่ต้องกระทำใยต้องมาเสี่ยงเข้าสู่ด่านทดสอบที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอันใดขึ้น
หลงจิวเมิ่งฉีกยิ้มกว้าง ตระเตรียมยืนยันหนักแน่นเช่นเดิมแต่แล้วกลับรู้สึกเอะใจกลับถ้อยคำ...เ้าอาจจะไม่ได้รับสิ่งใดติดไม้ติดมือไปแม้แต่ชิ้นเดียวของผู้ดูแล
...เดี๋ยวก่อน เ้าิญญาผู้ทดสอบมันดูเหมือนมีลับลมคมในราวกับ้าให้ข้าทดสอบในด่านต่อไปเสียเต็มประดา แถมถ้าจำไม่ผิด จากที่ข้าเคยอ่านบันทึกผ่านตาผู้ที่ผ่านการทดสอบไม่ว่าจะด่านทดสอบใด ล้วนต้องได้รับสิ่งของตอบแทนแต่สิ่งที่เ้านี่เอ่ย เหมือนกับว่ามันกำลังพยายามจะเบี้ยวของเราอยู่หากไม่ยอมไปต่อ
“คำกล่าวของท่านผู้ดูแลเส้นทางทดสอบทำเอาข้าไขว้เขวยิ่งนัก”
“เ้าอย่าได้ลังเล โอกาสดีเช่นนี้ ใช่จะพบเจอได้โดยง่ายหากปล่อยให้หลุดมือไป ข้าเชื่อว่าเ้าต้องเสียใจไปชั่วชีวิตอย่างแน่นอน”
...เด่นชัดเพียงนี้ งั้นข้าจะขอยืนยัน เื่นี้กับเ้าดูอีกสักข้อ
“ข้าขอถามนายท่านผู้ดูแลเส้นทางทดสอบได้หรือไม่ว่าหากข้าผ่านด่านทดสอบที่สองแล้ว ข้ามีโอกาสได้รับสิ่งใดตอบแทน”
...เ้าหนูในที่สุดความโลภก็เอาชนะเ้าได้แล้วสินะยังนับว่าเ้าอ่อนหัดกว่าที่ข้าคิดเอาไว้นัก ฮ่า ฮ่า ฮ่า
“เห็นแก่ที่เ้าร้องขอ และเรียกหาข้าเป็นายท่านเช่นนี้ข้าก็จะถือเป็กรณีพิเศษ ให้เ้าได้เลือกสิ่งของก่อนที่ทดสอบดีหรือไม่”
“ข้าเลือกได้”
“ข้าเป็ผู้ดูแลเส้นทางทดสอบ ไม่อาจโป้ปดมา ๆ ข้าจะกางรายการสิ่งของที่เมื่อเ้าเห็น จะต้องดวงตาลุกวาวอย่าแน่นอน”
...ชัดเจนแล้ว ไอ้ิญญาเ้าเล่ห์ข้าไม่รู้ว่าเ้า้าสิ่งใด จึงประสงค์ให้ข้าทดสอบในด่านต่อไปแต่ในเมื่อเ้าเสนอตัวเองมาเช่นนี้ หากข้าหลงจิวเมิ่งไม่อาจขูดรีดเ้าสักตาก็คงกระไรอยู่
หลงจิวเมิ่งถูฝ่ามือไปมา พลางจะเดินตรงเข้าไปยังผู้ดูแลเส้นทางทดสอบ