ฉันตื่นขึ้นมาท่ามกลางเสียงอันไพเราะของเหล่านกในยามเช้าตรู่
เสียงเหล่านี้เปรียบดั่งเสียงเรียกให้ตัวฉันที่กำลังหลับไหลตื่นขึ้นในในทุกเช้าที่ผ่านมา จนเป็เหมือนกิจวัตรพวกมันไปเสียแล้ว
ฉันเริ่มดันตัวลุกขึ้นมานั่งบนเตียงนอนอย่างช้าๆ และชะโงกหัวออกมาที่หน้าต่างรับลมกับแสงแดดยามเช้า เหมือนกับทุกๆครั้งที่เคยได้ทำั้แ่พักอยู่ที่นี่
กวาดสายตามองผ่านตึกรามบ้านช่องเข้าไปในเมืองที่ฉันมาอาศัยอยู่ มีผู้คนมากหน้าหลายตาเดินกันให้คับคั่งกันั้แ่เช้า ให้ความรู้สึกเหมือนมีการจัดเทศกาลในทุกๆเช้าเลยทีเดียว
"เป็เช้าที่ดีเหลือเกินนะวันนี้..."
ฉันนึกคิดอะไรอยู่ในใจคนเดียว พร้อมกับเดินออกมาจากโรงแรมที่พักอยู่ และกำลังจะเริ่มเกินสำรวจเมืองต่อจากเมื่อวานนี้
"เอาาาล่ะ วันนี้ลองไปเดินเล่นในย่านที่ยังไม่เคยไปบ้างดีกว่าเรา!"
ฉันตื่นเต้นกับการเดินสำรวจของตัวเองที่กำลังจะเริ่มนับั้แ่ตอนนี้ไป ถึงแม้ว่าตัวฉันจะตื่นเต้นอยู่ทุกครั้งที่ได้ทำเื่แบบนี้ก็ตาม
วันนี้ฉันตัดสินใจไปเดินสำรวจบริเวณย่านชานเมืองทางตะวันออก ว่ากันว่าพวกมนุษย์ในเมืองนี้ยกย่องให้ที่ย่านนั่นเป็ย่านที่อาหารรสชาติอร่อยที่สุดในเมืองนี้เลยก็ว่าได้
ระหว่างทางที่เดินฉันก็เจอร้านค้ามากมายที่ขายของทั้งที่เคยเจอและไม่เคยเจอในย่านอื่น เรียงยาวตามแนวถนนไปสุดลูกหูลูกตา นั่นทำให้ฉันรู้สึกสนุกเอามากๆเลยทีเดียว
ทว่าในตอนที่กำลังเดินชมความสวยงามของย่านการค้าแถบนี้อยู่นั้น ฉันก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายออกมาจากตรอกใกล้ๆที่ฉันอยู่ เลยเลือกที่จะเดินไปดูเสียหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อไปถึงก็เห็นเข้ากับหญิงสาวสองคนกำลังถูกชาย4คนข่มขู่ขืนใจอยู่นั่นเอง
"ไม่ต้องไปช่วยหรอก" นั่นคือประโยคแรกที่แล่นเข้ามาในหัวของฉัน เพราะตัวฉันนั้นคิดว่าเื่จำพวกนี้เป็เื่ที่ชวนปวดหัวมากที่สุดของพวกมนุษย์ เลยคิดว่าไม่ควรจะเข้าไปยุ่งน่าจะป็นทางเลือกที่ดีกว่า และจากนั้นฉันก็กำลังจะเดินจากไปตรงทางเข้าตรอกนั้น
"ช่วยด้วยค่ะ!"
หญิงสาวคนหนึ่งในนั้นะโขึ้นมาพร้อมกับส่งแววตาที่เศร้าสร้อยมาทางฉันคนนี้
เสียงของเธอที่ดังออกมานั้นทำให้ฉันต้องหยุดชะงัก และเริ่มกลับมาคิดอีกที่ว่าหากโดนเห็นแล้วไม่เข้าไปช่วยนั้นอาจจะทำให้มีผลเสียตามตัวเธอมาเป็จำนวนมาก
"นี่ พวกคุณน่ะ... ช่วยหยุดรังแกผู้หญิงพวกนี้จะได้รึเปล่าคะ?"
ฉันเดินเข้าไปพูดโน้มน้าวพวกเขาด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มและดูเป็มิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้ และได้หวังว่าพวกเขาจะยอมรับฟังแล้วเลิกยุ่งกับพวกหล่อนซะ
แต่แน่นอนว่า ไม่ว่าใครก็คงไม่หยุดกับอีเื่แค่นี้หรอกนะ
"ห เห้ย.. แล้วแม่หนูคนนี้เป็ใครกันอีกล่ะวะ?"
"อย่ามายุ่งไม่เข้าเื่น่าจะดีกว่านะน้องสาว ฮ่าฮ่าฮ่า"
ชายสองคนหันมาพูดกับฉันด้วยสีหน้าที่ดูคุกคามและเหียดหยามเป็อย่างมาก จนไม่น่าให้อภัยถึงแม้ว่าจะตายไปแล้วก็ตาม
ไม่ทันไรก็มีชายคนหนึ่งด้วยท่าทางหยอกและดูหื่นกามเดินเข้ามาตรงหน้า เนื่องด้วยฉันมีรูปร่างเป็ผู้หญิงที่ผอมบางกว่าพวกเขา
"น้องสาวก็ดูสวยใช่ย่อยเลยนะเนี่ย สนใจไปสนุกกับพวกเราเพิ่มอีกคนมั้ยล่ะจ๊ะ?"
"ฮะ ฮะ ฮะ ขอบคุณที่ชวน แต่ฉันว่าไม่ไปจะดีกว่าน่ะ"
ฉันตอบกลับไปอย่างทันควันด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าปนกับความโกรธภายในใจ
"แหมๆๆ อาววล่ะ มาทางนี้กับพวกเราดีกว่ามาา"
ผู้ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งเดินมาข้างๆตัวและเริ่มโอบเอวของฉัน ำร้อมกับพยายามบังคับให้ฉันเดินไปกับเขา
แต่ด้วยความที่ฉันไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับเื่พวกนี้ แต่ดันต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ที่ตัวเองไม่ชอบที่สุด มันทำให้ความโกรธกลานเป็ตัวตัดสินใจให้กับฉันแทนเหตุผล และฉันเลือกที่จะจับแขนของผู้ชายคนนั้นออกและเหวี่ยงเขาเข้าไปซัดกับกำแพงอย่างแรง
"เห้ย แกทำอะไรกับน้องสามวะ!?!?"
"แกนะแกกกก เป็แค่ผู้หญิงแท้ๆ!!"
"หนอยแน่ จัดการมันเลยพวกเราา!!"
ชายที่เหลือทั้งสามคนพุ่งเ้ามาหวังที่จะทำร้ายฉันคนนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็ปัญหาเพราะสามารถหลบได้อย่างง่ายดายด้วยความเร็วที่เหนือกว่าคนพวกนั้น
หลังจากที่ฉันหลบการโจมตีครั้งแรกของพวกนั้นได้ มันทำให้ทุกคนที่อยู่ในตรอกตกตะลึงกันหมด
"บ้าน่า! แกหลบได้ยังไงกัน!!"
"หึ! แต่คราวนี้แกไม่มีทางหลบรอดแน่..."
"ย้ากกกกกก!!!"
เสียงะโดังขึ้น ชายเ่าั้พุ่งเข้ามาโจมตีด้วยการเคลื่นไหวที่ต่างไปพร้อมกัน แต่นั่นก็ยังให้ผลลัพธ์แบบเดิม
ฉันสามารถหลบได้ทุกการโจมตีอีกครั้งอย่างง่ายดายจนน่าเหลือเชื่อสำหรับคนเหล่านี้
แต่ฉันก็ไม่ได้รอช้าที่จะเริ่มการสวนกลับ ฉันได้พุ่งเข้าเตะตัดขาพวกเขาทุกคนที่ยืนอยู่ด้วยความเร็ว จนทำให้พวกเขาลอยขึ้นในอากาศ และปิดฉากด้วยการใช้เวทย์สายฟ้าใส่พวกเขาจนหมดสติไปกันทั้งหมด
"ค..คุณเป็ใครกันแน่เหรอคะ?"
หญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้นมาหลังจากที่ได้เห็นการโจมตีเมื่อครู่นี้เข้าไป
"อ อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก พวกนั้นมันไม่ทันระวังตัวน่ะ ฉันเลยจัดการได้ในทีเดียว แฮะ แฮะ"
"เหหห เป็อย่างงั้นจริงๆเหรอคะเนี่ย"
หญิงสาวคนนั้นพูดขึ้นมาพร้อมกับทำหน้าตาสงสัยเกี่ยวกับประแก้ตัวข้างๆคูๆของฉัน
แต่ก็นั่นแหละนะ ที่พูดไปเมื่อกี้นี้ยังไงก็คงฟังไม่ขึ้น ภาวนาให้เธอไม่ต้องถามอะไรอีกก็พอ
"ถ้าอย่างนั้น... หากไม่รังเกียจ พวกเราจะขอแนะนำตัวให้คุณได้รู้จักนะคะ"
หญิงสาวอีกคนหนึ่งพูดขึ้นมา เธอมีหน้าตาที่ดีและผมสีทองยาวสละสลวย ชวนให้หลงไหลเป็อย่างมาก
"อื้ม เชิญเลย"
"ดิฉันมีชื่อว่า 'ฟรอนเน่' ส่วนอีกคนที่อยู่ตรงนี้มีชื่อว่า 'มาสะ' ค่ะ"
เมื่อฉันมองหญิงสาวอีกคนที่ชื่อ มาสะ ให้ชัดอีกครั้งหนึ่งดีๆแล้ว... เธอเองก็มีหน้าตาที่ดีเช่นเดียวกับ ฟรอนเน่ แต่ด้วยเธอมีผมสั้นและสีน้ำตาลแบบเดียวกับหลายๆคนในเมือง ทำให้ดูไม่เป็ที่สะดุดตานัก หากกล่าวถึงเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของนางก็ดูจะเป็ ความขี้อายที่ดูได้จากการที่ชอบหลบหน้าเวลาที่ฉันไปมองเธอเนี่ยล่ะนะ
"ถ้าไม่ติดธุระอะไรล่ะก็ ให้พวกเราได้ตอบแทนของบุญคุณของคุณด้วยนะคะ!"
"ได้สิ ถ้าฉันไม่ต้องเสียเงินเองล่ะก็นะ"
"แล้วก็อีกอย่างนึง... ฉันชื่อ 'เนเลน่า' ยิิิิิิิิิินดีที่ได้รู้จักกับพวกเธอนะ"
นั่นเป็ครั้งแรกในรอบหลายปีที่ฉันได้ยิ้มให้กับคนอื่นอีกครั้ง มันรู้สึกดีมากเลยจริงๆนะ :)