ชายชรามีทีท่าหนักแน่น แม้รู้ดีว่าครอบครัวยังเอาตัวแทบไม่รอด แต่สตรีและเด็กที่ถูกจับตัวไปเ่าั้ล้วนเป็คนในหมู่บ้านตระกูลลู่ ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้สถานการณ์แน่ชัด แต่ตอนนี้รู้แล้วว่ายังมีคนที่รอดชีวิต เช่นนั้นก็ต้องไปช่วยพวกเขาออกมา!
อีกอย่าง พวกโจรก็มีกันแค่ห้าหกคนเท่านั้น ประเมินแล้วเห็นชัดว่ามีโอกาสชนะสูง
“ท่านพ่อ ข้ากับพี่ใหญ่จะไปสังเกตสถานการณ์ ส่วนคนที่เหลือให้หาที่ซ่อนก่อนนะขอรับ”
บุตรคนรองเสนอแผนการ เขาไม่อยากให้ครอบครัวต้องไปเสี่ยงอันตรายด้วยกัน
“ข้าจะไปกับพวกเ้าด้วย!”
ผู้เฒ่าลู่ไม่ครั่นคร้ามแม้แต่น้อย สถานการณ์เช่นนี้จะให้เขาหดหัวอยู่ในกระดองได้อย่างไร!
ยิ่งไปกว่านั้นครั้นยังหนุ่ม ตอนรับหน้าที่เป็หน่วยลาดระเวนเขาเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้มาไม่น้อย จริงอยู่ที่ยิ่งอายุเยอะฝีมือก็มีตกไปบ้าง แต่สองสามวันที่ผ่านมาได้ยืดเส้นยืดสาย บอกได้เลยว่าเขาคล่องตัวขึ้นมาก
ขณะที่สามพ่อลูกกำลังโต้เถียงกันอยู่ เหอจิ่วเหนียงก็แจกจ่ายน้ำให้กับสมาชิกคนอื่น ๆ และหาที่นั่งพักให้พวกเขา ก่อนจะเอ่ยขึ้น “เื่นี้เราอย่าเพิ่งรีบร้อนเลยเ้าค่ะ ตอนนี้พวกท่านต่างได้รับาเ็ ต้องรักษาตัวให้หายดีก่อน ส่วนเื่ไปช่วยคนเราต้องใช้เวลาวางแผนให้รอบคอบ”
ขณะเอื้อนเอ่ยนางก็ล้วงเอาขวดลายครามใบเล็กขวดหนึ่งออกมาจากห่อผ้า และบอกว่านี่คือยาจินฉวง[1] ช่วยรักษาแผลภายนอกได้เป็อย่างดี
[1] ยาจินฉวง ยาขนานโบราณ มีฤทธิ์ในการห้ามเื
นางซุนเอ่ยถาม “นี่เป็ของที่เ้าเก็บมาได้ก่อนหน้านี้หรือ?”
ทุกคนหันมองขวดลายครามในมือสะใภ้สาม และหวนนึกถึงขวดลายครามที่นางเพิ่งมอบให้กับผู้สูงศักดิ์ในขบวนรถม้าเมื่อครู่ …ของล้ำค่าที่ทั้งประณีตและมีราคาเช่นนี้ครอบครัวชาวนาอย่างพวกเขาไม่มีทางซื้อได้แน่ ดังนั้นจึงมีเพียงคำอธิบายเดียวนั่นก็คือ ‘เก็บมาได้ระหว่างทาง’
เหอจิ่วเหนียงพยักหน้า “จะว่าไปข้าก็โชคดีมากเหมือนกันที่เก็บของดีมาได้เยอะขนาดนี้ แถมทุกอย่างก็นำมาใช้ประโยชน์ได้จริง”
สมาชิกครอบครัวลู่ล้วนเห็นพ้องว่านี่คือความโชคดีของสะใภ้สามหลังจากที่นางผ่านความตายครั้งนั้นมาได้ ขณะเดียวกันพวกเขาก็ได้พึ่งพิงอิงแอบความโชคดีของนางด้วย ทุกคนจึงรู้สึกซาบซึ้งใจต่อเหอจิ่วเหนียงยิ่งนัก
เหอจิ่วเหนียงไม่อาจนำผ้าก๊อซออกมาใช้ต่อหน้าทุกคน ทำได้เพียงนำผ้าสะอาดธรรมดามาพันแผลให้พวกเขา
นอกจากหลังมือที่ถูกสาวใช้ผู้นั้นปาก้อนหินใส่จนบวมเป่ง แต่ละคนยังมีาแจากการต่อสู้กับโจรเร่ร่อน โชคดีที่เป็เพียงรอยถากไม่สาหัสมากนัก เพียงทายา สามถึงห้าวันก็หายดีแล้ว
ในระหว่างที่ทำแผลทุกคนก็ปรึกษาเื่การเข้าช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกขังไว้ในรังโจร บุตรคนโตครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว “ท่านพ่อท่านแม่ พวกท่านอยู่ที่นี่ ข้ากับน้องรองจะไปดูลาดเลาที่นั่นก่อน ดูว่าพวกมันเฝ้ากันอยู่แค่ห้าหกคนจริงหรือไม่ ขึ้นชื่อว่าโจรอย่างไรก็เชื่อถือไม่ได้ ไม่มีใครรู้ได้เลยว่าสิ่งที่พวกมันพูดเป็ความจริงหรือไม่”
หากว่าตามหลักเหตุผล การปราบโจรควรปล่อยให้เป็หน้าที่ของทางการ แต่ตอนนี้โจรเร่ร่อนมีจำนวนมากขึ้นอีกทั้งยังเหิมเกริมไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทางการเองก็ไม่กล้าจัดการ อีกอย่างหากแพร่งพรายให้คนอื่นรู้อาจกลายเป็การแหวกหญ้าให้งูตื่นได้ ดังนั้นครอบครัวลู่จึงตัดสินใจว่าจะลองจัดการเอง
แม้ชายชราจะเป็ห่วงบุตรชายทั้งสอง แต่ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้แล้วไม่มีวิธีใดที่เหมาะสมไปมากกว่านี้ มู่จวงกับเอ้อหนิวไม่ใช่คนสกุลลู่ จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องมาเสี่ยงกับพวกเขาั้แ่ต้น
“พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านกำลังาเ็อยู่ควรพักก่อน ข้าจะไปดูเองเ้าค่ะ”
เหอจิ่วเหนียงขันอาสา นางซุนดึงหญิงสาวเอาไว้ทันควันพลางตำหนิยกใหญ่ “อันตรายถึงเพียงนั้น! เ้าเป็ผู้หญิงจะไปตัวคนเดียวเนี่ยนะ? จะหาเื่ใส่ตัวไปถึงไหน!”
ชายชราก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน ครอบครัวยังมีผู้ชายแข็งแรงอยู่ ไม่จำเป็ต้องให้สตรีวัยออกเรือนไปเสี่ยงอันตรายเพียงลำพังแบบนั้นเลย
“ท่านพ่อท่านแม่เ้าคะ ตอนที่ข้าฟื้นแล้วออกตามหาพวกท่านก็เจอพวกโจรปล้นเหมือนกัน แต่ข้าไม่เพียงเอาตัวรอดกลับมาได้ ยังเก็บของดีมาได้อีกตั้งมากมาย เชื่อใจข้าเถอะนะเ้าคะ”
ครั้งนี้เหอจิ่วเหนียงยืนกรานจะไปให้ได้ ที่สำคัญก็คือตอนนี้มีสมาชิกร่วมเดินทางเพิ่มเข้ามาอีกสอง น้ำกับเสบียงอาหารต้องไม่พอแน่ อีกอย่าง หากต้องไปช่วยสตรีและเด็กเ่าั้ก็ต้องมีเสบียงสำรองไว้ให้มากขึ้น หาไม่คงได้หิวตายกันหมดนี่เป็แน่ นางต้องใช้โอกาสนี้ออกไป…และเอาของในห้วงมิติออกมา เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ปากท้องในอนาคตของทุกคน
คนสกุลลู่พูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง หลังจากที่สะใภ้สามกลับมา นางเก่งกล้าสามารถขึ้นมากจริง ๆ และมาพร้อมกับความโชคดีอีกด้วย ประสบอันตรายสองครั้งสองครานางก็เปลี่ยนร้ายให้กลายเป็ดีได้ราวกับพลิกฝ่ามือ แต่การจะให้ผู้หญิงยิงเรือไปสืบดูสถานการณ์เพียงลำพังถึงอย่างไรก็ไม่ค่อยเหมาะจริง ๆ
“ท่านพ่อ เช่นนั้นให้ข้าไปเป็เพื่อนน้องสะใภ้สามเถอะ”
บุตรชายคนโตออกปากอาสา เขาเป็พี่ใหญ่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาก็ควรเป็คนออกโรงก่อน
ชายชราหันมองหน้านางซุน ก่อนจะพยักหน้าตอบรับด้วยความจำยอม “เช่นนั้นพวกเ้าไปสืบดูเถอะ แต่อย่าผลีผลามเชียวล่ะ หากมีอะไรผิดปกติให้รีบกลับมา!”
“ท่านแม่ ข้าไปด้วย!”
โก่วเอ๋อร์อายุยังน้อยแต่ก็รู้ว่าครั้งนี้มารดากำลังจะไปเสี่ยงอันตรายที่ร้ายแรง เขาเกาะติดมารดาไม่ยอมปล่อย ใบหน้าเล็กเต็มไปด้วยความดื้อรั้น
แม้จะไม่ใช่บุตรชายแท้ ๆ แต่หลายวันที่อยู่ด้วยกันมาเหอจิ่วเหนียงก็มองว่าเ้าตัวเล็กคนนี้เป็บุตรของตนไปแล้ว
เมื่อเห็นท่าทางอาลัยอาวรณ์ของโก่วเอ๋อร์ ใจของสตรีสองภพก็แทบละลายกลายเป็น้ำ
“โก่วเอ๋อร์ อย่าดื้อสิลูก แม่ไปทำธุระสำคัญ เ้าอยู่กับท่านปู่ท่านย่า และพวกพี่ ๆ นะ แม่สัญญาว่าจะเอาของอร่อย ๆ กลับมาให้เ้ากิน ดีหรือไม่?”
โก่วเอ๋อร์ส่ายหน้าพัลวัน และซุกหน้าอยู่ในอ้อมแขนมารดา “ข้าไม่อยากกิน ข้า้าเพียงท่านแม่ ฮือ ๆ ๆ ๆ…”
ความดื้อดึงของเด็กน้อยครั้งนี้ทำเอาทุกคนอดสงสารจนน้ำตาคลอไม่ได้ นางซุนต่อว่าฟ้าดิน “์จงใจกลั่นแกล้งกันชัด ๆ!”
เด็กน้อยร้องห่มร้องไห้อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนตลอดหลายวันนี้ กระทั่งถึงจุดหนึ่งเขาจึงจะรู้ตัวว่าการงอแงเช่นนี้มันผิด แม้จะยังโหยหามารดาแต่เขาก็เลิกทำตัวมีปัญหาในที่สุด ตัวเล็กผละออกจากอ้อมอกแม่ และเข้าไปซุกตัวอยู่กับผู้เป็ย่า มองมารดากับลุงใหญ่เดินจากไปไกลเรื่อย ๆ จนลับตา…
…
จากคำสารภาพของโจรเร่ร่อน หมู่บ้านของพวกเขาอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้มากนัก หากขี่ม้าจะเป็การแหวกหญ้าให้งูตื่น ดังนั้นทั้งสองจึงตัดสินใจใช้วิธีเดินเท้า
หลังจากเดินขึ้นูเามาได้ครึ่งชั่วยาม พี่เขยน้องสะใภ้ก็เห็นคนสองคนกำลังเดินลาดตระเวนอยู่ ทันใดนั้นเหอจิ่วเหนียงและชายหนุ่มจึงรีบหาที่ซ่อนตัว
“พี่ใหญ่ ท่านแอบดูว่าพวกมันยังมีผู้ช่วยอีกหรือไม่อยู่ตรงนี้นะเ้าคะ ข้าจะไปดูว่ายังมีทางเข้าทางอื่นอีกหรือไม่ หากมีทางอื่นเราจะได้ช่วยคนเ่าั้ออกมา”
ขณะที่กล่าวหญิงสาวก็ยื่นวัตถุทรงกลมให้พี่ชายสามี “หากมีอันตราย ให้โยนสิ่งนี้ลงพื้นแล้วหาทางหนี มันจะเกิดควันช่วยพรางตัวเราได้เ้าค่ะ”
ชายหนุ่มรับะเิควันมาไว้ในมือ รู้สึกอุ่น ๆ ร้อน ๆ ที่ฝ่ามือเล็กน้อย ดวงตาว่างเปล่าวางไว้ที่วัตถุไม่คุ้นตา จู่ ๆ เขาก็นึกเสียใจที่สนับสนุนให้น้องสะใภ้สามออกมา
น้องสะใภ้สามเก่งกาจไม่ธรรมดาก็จริง!
แต่พวกเขาแค่สองคน จะทำสำเร็จจริง ๆ หรือ!
ชายหนุ่มคืนะเิควันให้กับหญิงสาว
เหอจิ่วเหนียงไม่รับไว้ “พี่ใหญ่ไม่ต้องห่วง ในห่อผ้าข้ายังมีของดีอีกไม่น้อย!”
กล่าวจบนางก็ไม่ให้โอกาสอีกฝ่ายได้ปฏิเสธ พุ่งตัวเข้าไปในป่าทันที เพียงไม่นานร่างบางก็อันตรธานหายไป
ชายหนุ่มแซ่ลู่อ้าปากค้างด้วยความตะลึง …นะ นะ นี่…นี่น้องสะใภ้สามเก่งกล้าถึงขั้นนี้ั้แ่เมื่อใด!
หลังจากเรียกสติกลับมาได้บุตรชายคนโตของตระกูลลู่ก็ทำตามที่เหอจิ่วเหนียงสั่งไว้ เฝ้ามองผู้ลาดตระเวนสองคนนั้นอย่างระมัดระวัง
…
เมื่อปลีกตัวออกมาได้เหอจิ่วเหนียงก็ลอบย่องเข้าไปในหมู่บ้านซึ่งเป็ฐานที่มั่นของกลุ่มโจรเร่ร่อน หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาอย่างที่ว่าจริง แต่คาดไม่ถึงเลยว่าูเาลูกนี้จะสูงชันกว่าที่คิด ทันทีที่เข้ามาก็เห็นกระท่อมผุ ๆ เพียงไม่กี่หลัง เหอจิ่วเหนียงพูดได้เต็มปากว่านี่เป็หมู่บ้านบนเขาที่ทรุดโทรมที่สุดที่นางเคยเห็นมาทั้งชีวิต
อาจเป็เพราะคนพวกนี้เพิ่งจะผันตัวเป็โจรจึงยังด้อยประสบการณ์ เพราะเหอจิ่วเหนียงไม่เห็นใครเดินตรวจตราในหมู่บ้านเลยแม้แต่คนเดียว
เสียงกรนดังสนั่นมาจากกระท่อมหลังหนึ่ง เสียงสามเสียงดังทอดต่อกันเป็ระลอก
หากคาดไม่ผิดละก็ เ้าของเสียงแห่งการหลับใหลนี่คือกลุ่มอาชญากรที่ทำภารกิจสำเร็จในครั้งก่อนเป็แน่
เหอจิ่วเหนียงแอบย่องเข้าไปเงียบ ๆ ทันทีที่มองเห็นบรรยากาศภายในกระท่อม สิ่งที่สะดุดตานางอย่างจังก็คือ… กะโหลกมนุษย์!
กะโหลกมากมายตั้งเกลื่อนอยู่เต็มโต๊ะ ดูแล้วเป็ไปได้ว่าทั้งหมดนี้คือกะโหลกของเด็ก!
.
.
.