ตกดึก ในที่สุดเจียงมั่วก็ได้รับพัสดุของเธอ เธอมองอุปกรณ์ป้องกันตัวรูปร่างคล้ายลิปสติกสองสามแท่งในมือ ความรู้สึกปลอดภัยก็เอ่อล้นขึ้นมาในใจทันที
แต่เผลอแป๊บเดียววันจันทร์ก็เวียนมาถึงอีกแล้ว ทันทีที่มาถึงโรงเรียน เจียงมั่วก็สัมผัสได้ว่าบรรยากาศดูแปลกไปจากเดิม เพราะตามทางเดินมีนักเรียนจับกลุ่มคุยกันด้วยท่าทางตื่นเต้นสุด ๆ
พอเธอเดินเข้ามาในห้องเรียนห้องแปด ซือหานเฟยกับเกาเฟิงก็หันมามองเธอเป็นตาเดียวทันที
"เจียงมั่ว รู้เรื่องที่เมิ่งอวี๋จะจัดคอนเสิร์ตหรือยัง! กรี๊ดดด เรื่องดีสุด ๆ เลยนะ แต่ตั๋วเข้าชมกดยากสุด ๆ เมื่อคืนฉันอุตส่าห์ถ่างตารอเฝ้าหน้าจอทั้งคืนก็ยังกดไม่ทันเลย..." ซือหานเฟยทำหน้ามุ่ยด้วยความเสียดาย
เกาเฟิงที่อยู่ข้าง ๆ รีบเสริมขึ้นมาบ้าง "ใช่ ๆ ฉันก็กดไม่ทันเหมือนกัน โหลดตั้งนานกว่าจะเข้าได้ พอเข้าได้ปุ๊บตั๋วก็หมดปั๊บ ทำไมการจะได้เจอไอดอลสักครั้งมันถึงยากเย็นขนาดนี้นะ"
ซือหานเฟยพยักหน้าเห็นด้วยรัว ๆ
เจียงมั่วฟังพลางหยิบการบ้านช่วงเสาร์อาทิตย์ออกมาส่งให้ซือหานเฟย ก่อนจะถามด้วยความสงสัย "เมิ่งอวี๋อะไรนั่นดังมากเหรอ?"
ซือหานเฟยกับเกาเฟิงเงียบกริบไปพร้อมกัน ทั้งคู่จ้องมองเจียงมั่วด้วยสีหน้าเหมือนเห็นมนุษย์ต่างดาว
ผ่านไปครู่หนึ่งซือหานเฟยถึงได้โพล่งออกมาอย่างตกใจ "เจียงมั่ว เธอไม่รู้จักเมิ่งอวี๋ได้ไงเนี่ย! ฉันนึกว่าเขาดังมากแล้วซะอีก เมิ่งอวี๋กับกู้อวี๋ถูกขนานนามว่าเป็น 'สองมัจฉาแห่งวงการบันเทิง' คนนึงเป็นราชาเพลง อีกคนเป็นจักรพรรดิภาพยนตร์ น่าเสียดายก็แค่สองคนนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยกินเส้นกันเท่าไหร่นี่แหละ..."
เจียงมั่วหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากพูดแทรกขึ้นมาทันทีที่ได้ยินชื่อ "เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เธอพูดว่ากู้อวี๋เหรอ?"
กรี๊ด ดีใจชะมัด น้ำตาจะไหลแล้ว ในที่สุดพี่สามของเธอก็โผล่มามีบทสักที!
ซือหานเฟยพยักหน้า แล้วลดเสียงลงกระซิบ "เจียงมั่ว อย่าบอกนะว่าเธอไม่รู้จักแม้กระทั่งกู้อวี๋น่ะ"
เจียงมั่วพยักหน้าตอบตามความคาดหวังของอีกฝ่าย "ไม่ค่อยรู้อะไรเลยน่ะ"
ซือหานเฟยจึงต้องสาธยายประวัติของกู้อวี๋ให้เจียงมั่วฟังอีกครั้ง สรุปสั้น ๆ ก็คือ กู้อวี๋โด่งดังตั้งแต่ยังเด็ก เล่นหนังเรื่องแรกก็คว้ารางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปีไปครอง พอเรื่องที่สองก็คว้าตำแหน่งจักรพรรดิภาพยนตร์ กลายเป็นนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมที่อายุน้อยที่สุดในวงการบันเทิง แถมประวัติครอบครัวยังลึกลับแทบไม่มีประวัติด่างพร้อยอะไรเลย
เจียงมั่วฟังแล้วมุมปากก็กระตุกเบา ๆ สมกับเป็นโลกในนิยายจริง ๆ พล็อตเรื่องโกงจนแทบจะบินได้อยู่แล้ว หลังจากบ่นเสียดายกับเกาเฟิงอีกรอบ ซือหานเฟยก็หอบการบ้านเดินออกไป
เกาเฟิงยังคงอารมณ์ค้าง ไถโทรศัพท์มือถือต่อไป "เฮ้อ ฉันเข้ากลุ่มคอนเสิร์ตเมิ่งอวี๋ตั้งหลายกลุ่ม ถ้ามีใครยอมปล่อยตั๋วเข้าชมสักใบก็คงดี..."
ส่วนเจียงมั่วกลับเอามือลูบคางอย่างใช้ความคิด เมิ่งอวี๋กับกู้อวี๋ไม่ค่อยถูกกัน งั้นถ้าเธอไปเป็นแฟนคลับของเมิ่งอวี๋ กู้อวี๋น่าจะพาลเกลียดเธอไปด้วย และค่าความประทับใจที่มีต่อเธอก็จะลดลงอย่างแน่นอน
จู่ ๆ โต๊ะของเธอก็ถูกคนเคาะ เป็นฉีอิ้นหรานที่เอียงคอมองเธอและถามคำถาม "อยากไปคอนเสิร์ตของเมิ่งอวี๋เหรอ?"
เจียงมั่วไม่ได้สนใจเขา แต่ฉีอิ้นหรานก็ไม่ใส่ใจเหมือนกัน เขาจึงพูดต่อหน้าตาเฉย "ถ้าเธออยากไปคอนเสิร์ตของเมิ่งอวี๋ ฉันช่วยเธอได้นะ แต่... เธอต้องทำการบ้านให้ฉันตลอดทั้งเดือน"
เจียงมั่วถึงกับเลิกคิ้วมองเขา เกาเฟิงรีบหันขวับมาทันทีด้วยสีหน้าตื่นเต้น "ผม ๆ คุณชายฉี ผมเอง! ผมทำได้! อย่าว่าแต่เดือนเดียวเลย สองเดือนก็ยังได้!"
ฉีอิ้นหรานเตะเก้าอี้ของเขาไปทีหนึ่ง น้ำเสียงเย็นชา "นายน่ะหมดสิทธิ์"
"ทำไมอ่ะ" เกาเฟิงไม่ยอมแพ้
"ลายมือนายน่าเกลียด"
เกาเฟิงทำหน้าหงอยอย่างน่าสงสาร "ช่วงนี้ลายมือผมพัฒนาขึ้นตั้งเยอะแล้วนะ!"
ฉีอิ้นหรานทำเพียงแค่มองเจียงมั่วราวกับกำลังรอคำตอบจากเธอ ส่วนเจียงมั่วทำแค่ยิ้มก่อนจะตอบกลับ "ไม่ต้องหรอก" เธอตบกระดาษข้อสอบของฉีอิ้นหรานเบา ๆ "ฉันคิดมาตลอดว่า การบ้านทำเองจะดีกว่านะ"
เกาเฟิงแอบเหลือบมองเจียงมั่วแวบหนึ่ง อดไม่ได้ที่จะพึมพำ "แต่ผมว่าคนที่คอยแต่จะลอกการบ้านคนอื่นตลอด ดูเหมือนจะไม่มีสิทธิ์พูดประโยคนี้นะ..."
ทว่า ผลที่เขาได้ก็คือสายตาพิฆาตจากทั้งเจียงมั่วและฉีอิ้นหรานพร้อมกัน จนเกาเฟิงต้องหดคอทำตัวลีบเล็กทันที
...
คาบศึกษาด้วยตัวเองตอนเที่ยง
กู้หลิงเยว่เดินมาหาเจียงมั่ว โดยมีฉีอิ้นหรานเดินตามออกจากห้องเรียนมาด้วย
พอกู้หลิงเยว่เห็นหน้าเจียงมั่ว ก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกยิ้มเยาะ "เจียงมั่ว การแสดงเต้นของเธอคราวที่แล้วทำเอาทุกคนตะลึงไปเลยนะ สาว ๆ ในชมรมเต้นหลายคนอยากมาขอคำชี้แนะจากเธอทั้งนั้น เธอเตรียมตัวไว้ให้ดีแล้วกัน" พูดจบเธอก็ทำท่าจะหมุนตัวเดินจากไป
และในตอนนั้นเอง ที่ฉีอิ้นหรานก้าวเข้ามาขวางหน้าเธอเอาไว้ ทำให้กู้หลิงเยว่ยิ้มแก้มปริทันที และแอบตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย "อิ้นหราน นายมีธุระอะไรกับฉันเหรอ?"
ฉีอิ้นหรานปรายตามองเธออย่างเย็นชา ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองด้านหลังของเธอ "เจียงมั่วไปกับเธอไม่ได้ ฉันมีธุระกับเจียงมั่ว"
กู้หลิงเยว่ถึงกับชะงักไป สองมือเผลอกำแน่นโดยไม่รู้ตัว จากนั้นเธอจึงฝืนยิ้มออกมาก่อนจะตอบเขา "แต่ว่าตอนนี้เป็นเวลาซ้อมของชมรมเต้นพวกเรานะ ทักษะของเธอก็ตามหลังพวกเราเยอะ ถ้าไม่รีบซ้อมให้หนัก พอถึงเวลาขึ้นเวทีไปอาจจะหน้าแตกได้นะ"
ฉีอิ้นหรานเริ่มรำคาญ เขาเลยเดินเบียดผ่านกู้หลิงเยว่ไปคว้าข้อมือของเจียงมั่ว แล้วลากตัวเธอออกไปทันที กู้หลิงเยว่มองตามทั้งสองคนที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไป สองมือยิ่งกำแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ความโกรธในใจสุมรวมกันมากขึ้น เธอขบกรามแน่นยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ สุดท้ายก็ทำได้แค่กระทืบเท้าเพื่อระบายอารมณ์
มาแย่งความรักจากพวกพี่ชายไปจากเธอไม่พอ นี่ยังจะมาแย่งฉีอิ้นหรานไปอีก เจียงมั่ว... ฝากไว้ก่อนเถอะ!
ฉีอิ้นหรานลากเจียงมั่วมาถึงสนามโรงเรียนด้วยสีหน้าบึ้งตึง "เธอโง่หรือเปล่า ดูไม่ออกหรือไงว่ากู้หลิงเยว่ไม่ได้หวังดี แล้วเธอจะเดินตามยัยนั่นไปต้อย ๆ ทำไมฮะ?!"
เจียงมั่วเอียงคอมองฉีอิ้นหรานก่อนจะขมวดคิ้วมุ่น "แล้วนายจะมาห่วงอะไรฉันนักหนาเนี่ย?"
"ฉัน..." จู่ ๆ ฉีอิ้นหรานก็พูดไม่ออก นั่นสิ แล้วเขาจะไปเป็นห่วงเป็นใยเธอทำไม
เมื่อเผชิญกับสายตาจับผิดของเจียงมั่ว ฉีอิ้นหรานก็รีบแถหาเหตุผลออกมาจนได้ "ฉันก็แค่กลัวว่าเธอจะโดนพวกกู้หลิงเยว่รุมแกล้งจนน่วม ถึงตอนนั้นแล้วใครจะให้ฉันลอกการบ้านล่ะ"
เจียงมั่วปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ไม่ต้องมาห่วงหรอก กู้หลิงเยว่ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก"
พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินกลับห้องเรียนไปทันที
ฉีอิ้นหรานล้วงกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่งขณะยืนมองตามแผ่นหลังของเจียงมั่ว จากนั้นก็เตะก้อนหินบนพื้นจนกระเด็นไปไกลด้วยความหงุดหงิดแล้วส่งเสียง 'ชิ' ในลำคอเบา ๆ "คนเขาหวังดีแท้ ๆ ดันคิดว่าฉันประสงค์ร้าย คอยดูแล้วกัน ถ้าโดนพวกนั้นรังแกจนร้องไห้โฮขึ้นมาเมื่อไหร่ล่ะก็!"
ทางด้านเจียงมั่ว ตอนเดินขึ้นบันไดเธอชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย แล้วหันกลับไปมองทางฉีอิ้นหราน ก่อนจะส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
...
อีกด้านหนึ่ง
กู้หลิงเยว่เดินไปที่ห้องซ้อมเต้นคนเดียว ทันทีที่เธอผลักประตูเข้าไป ทุกคนก็หันมามองเป็นตาเดียว หลานเจียเจียถึงกับวิ่งตรงมาที่ประตูแล้วชะเง้อมองออกไปข้างนอกด้วยความสงสัย "หลิงเยว่ แล้วเจียงมั่วล่ะ?"
กู้หลิงเยว่ส่ายหน้า บนใบหน้ายังมีแววโกรธเคืองจาง ๆ เธอหันไปมองทุกคนพลางอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายก็เงียบไป ทำท่าอึกอักเหมือนอยากจะพูดแต่ก็ลังเลที่จะเล่าออกมา
หลานเจียเจียร้อนใจจนทนไม่ไหว รีบเร่งเร้า "โธ่เอ๊ย หลิงเยว่ ตกลงมันยังไงกันแน่ รีบเล่ามาสิ!"
"นั่นสิ เธอทำแบบนี้พวกเราใจคอไม่ดีเลยนะ เจียงมั่วพูดอะไรแย่ ๆ ใช่ไหม? เธอเล่าออกมาเลย พวกเราจะไปจัดการยัยนั่นเอง!"
"ใช่หลิงเยว่ มีอะไรก็อย่าแบกรับไว้คนเดียวสิ พวกเราเป็นทีมเดียวกันนะ..."
กู้หลิงเยว่มองทุกคนด้วยความซาบซึ้งใจ เธอเม้มริมฝีปากแน่น ราวกับต้องรวบรวมความกล้าอย่างมากถึงยอมปริปากพูด "เจียงมั่วบอกว่า ทักษะของเธอดีมากอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องซ้อม แถมยังบอกอีกว่า คนในชมรมเต้นของเราล้วนเป็น... เป็น..."
พูดมาถึงตรงนี้ เธอก็ทำท่าเหมือนจะพูดต่อไม่ไหว เอาแต่ก้มหน้าด้วยความโกรธจัด ทุกคนจึงรีบเร่งเร้าให้พูดต่ออีกครั้ง กู้หลิงเยว่ถึงได้ฝืนใจพูดออกมาอย่างยากลำบาก "เธอบอกว่าพวกเราล้วนเป็น... เป็นขยะ..."
"มันจะมากเกินไปแล้ว!" หลานเจียเจียทุบประตูเสียงดังด้วยความโกรธจัด "หล่อนคิดว่าตัวเองเต้นเป็นนิดหน่อยแล้วจะทำตัวกร่างไม่เห็นหัวใครก็ได้งั้นเหรอ!"
คำพูดของกู้หลิงเยว่ยังไม่จบแค่นั้น เธอพูดใส่ไฟเพิ่มไปอีก "แถม... แถมเธอยังเอาอิ้นหรานมาอ้าง บอกว่าอิ้นหรานมาหา เธอเลยไม่ต้องมาเกลือกกลั้วกับพวกขยะอย่างเรา..."
หลานเจียเจียยิ่งฟังก็ยิ่งโมโหจัด สุดท้ายก็เลิกซ้อมเต้นแล้วกระชากประตูห้องซ้อมเต้นเดินออกไปทันที
"เจียเจีย! เธอจะไปไหนน่ะ?" กู้หลิงเยว่วิ่งตามออกมาทันควัน
หลานเจียเจียกัดฟันกรอด "ยัยนั่นมั่นใจว่าตัวเองเต้นเก่งนักไม่ใช่เหรอ?! งั้นฉันก็จะทำให้หล่อนเต้นไม่ได้อีกเลย! ยังไงซะก็เป็นแค่แดนเซอร์ ขาดไปสักคนก็คงไม่เป็นไรหรอก!"