ผ่านไปไม่นานโทรศัพท์มือถือของกู้หลิงเยว่ก็สั่นเตือนอย่างบ้าคลั่ง เธอเหลือบมองกล่องข้อความมุมปากก็ค่อย ๆ ยกยิ้มขึ้นมา ใบหน้าฉายแววสะใจอย่างถึงที่สุด เธอไม่ได้รีบตอบข้อความนั้น แต่กดออกจากบัญชีสำรองแทน
....
เช้าวันต่อมา
เจียงมั่วเดินลงมาข้างล่างตามปกติก็พบว่า บนโต๊ะอาหารมีอาหารเช้าหน้าตาอัปลักษณ์วางอยู่จานหนึ่ง ดูออกเลยว่าคนทำตั้งใจบีบน้ำสลัดเป็รูปหน้ายิ้มบนขนมปัง แต่... ดูเหมือนว่าคนทำคนนี้คงเป็มือใหม่สุด ๆ มือถึงสั่นหนักจนรอยยิ้มที่วาดไว้ฉีกกว้างไปจนถึงใบหู แถมดวงตาก็ไม่เท่ากัน ทำให้อารมณ์บนหน้ายิ้มนั้นดู... สยองชอบกล
กู้โย่วเกาหัวด้วยความเก้อเขินก่อนจะสารภาพออกไป "เอ่อ...พี่เพิ่งเคยเข้าครัวครั้งแรกน่ะ อาจจะทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่...ไม่เป็ไรนะ ถ้าเธอรู้สึกว่ากินไม่ลง เดี๋ยวพี่ให้พี่ซ่งทำใหม่อีกชุดแล้วกัน"
เจียงมั่วเหลือบมองกู้โย่วแวบหนึ่ง ก่อนจะหยิบขนมปังแผ่นนั้นมาม้วนเข้าปากกินหน้าตาเฉย เธอเดินเคี้ยวขนมปังจนแก้มตุ่ยออกไปข้างนอกโดยไม่เอ่ยปากพูดอะไรกับเขาเลยสักคำ
กู้โย่วที่เห็นแบบนั้นก็ยืนอึ้งไปชั่วครู่ พอตั้งสติได้ก็รีบสาวเท้าเดินตามออกไปทันที "มั่วมั่ว ให้พี่ไปส่งที่โรงเรียนนะ!"
สิ้นเสียงของเขา รถยนต์คันหนึ่งแล่นทะยานออกมาจากลานจอดรถใต้ดิน กู้เหลียนโผล่หน้าออกมาจากกระจกรถครึ่งหนึ่ง แล้วพูดประโยคเดียวกับกู้โย่ว "มั่วมั่ว พี่ผ่านทางนั้นพอดี ให้พี่ไปส่งนะ!"
เจียงมั่วอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับ ขณะเดียวกันที่กู้โย่วยืนอยู่กลางลานบ้านแล้วะโไล่หลังอย่างหัวเสีย "โธ่เอ๊ย กู้เหลียน พี่มันเ้าเล่ห์นัก! บริษัทพี่อยู่ทางเหนือ แต่โรงเรียนของมั่วมั่วอยู่ทางใต้ มันจะไปทางเดียวกันได้ยังไงฮะ!"
ในจังหวะนั้นเอง กู้หลิงเยว่สะพายกระเป๋านักเรียนวิ่งกระหืดกระหอบออกมา แต่กลับเห็นเพียงควันท่อไอเสียที่รถของกู้เหลียนทิ้งไว้ มือบางกำสายกระเป๋าแน่น พลางทำหน้าเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก "พี่รอง ทำไมพี่ใหญ่ทิ้งฉันไปแล้วล่ะ"
เธอเองก็ต้องไปโรงเรียนเหมือนกันนะ!
กู้โย่วเหล่มองกู้หลิงเยว่ด้วยสายตาเหยียดหยาม ตั้งท่าจะหันหลังเดินกลับห้อง แต่จู่ ๆ กลับรู้สึกถึงแรงฉุดดึงเบา ๆ จากด้านหลัง พอเขาก้มลงดูก็พบว่ากู้หลิงเยว่กำลังจับชายเสื้อของเขาไว้ ตอนนี้เธอเม้มปากแน่น ขอบตาแดงระเรื่อจนดูน่าสงสารจับใจ "พี่รอง พี่ไปส่งฉันที่โรงเรียนหน่อยได้ไหมคะ?"
กู้โย่วขมวดคิ้วแล้วกระชากเสื้อตัวเองกลับมาทันที ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงของเขาเ็าจนน่าขนลุก "ไม่ส่ง"
กู้หลิงเยว่ชะงักไป น้ำตาไหลพรากออกมาทันที "พี่รอง พี่ยังโกรธฉันอยู่ใช่ไหมคะ? ฉันรู้ตัวว่าผิดไปแล้ว ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะ..."
เธอพูดไปเรื่อย ๆ จนเริ่มรู้สึกว่าตรงหน้าไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ พอเงยหน้าขึ้นดูก็เห็นว่ากู้โย่วเดินหนีเธอไปั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
กู้หลิงเยว่กัดฟันกรอด ยืนกำหมัดแน่นอยู่อย่างนั้นเป็เวลานานกว่าจะระงับอารมณ์ลงได้ จากนั้นเธอจึงเดินไปหาพ่อบ้านเพื่อจะให้ช่วยขับรถไปส่งที่โรงเรียน
ทว่า... พ่อบ้านกลับมีสีหน้าเคร่งขรึมและเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความปรานี "คุณหนูใหญ่ครับ คุณชายใหญ่กับคุณชายรองสั่งว่า ให้ยกเลิกการใช้รถรับส่งไปโรงเรียนของคุณหนูทั้งหมดั้แ่นี้เป็ต้นไปครับ"
กู้หลิงเยว่กะพริบตาปริบ ๆ เธอถามออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง "แล้วฉันจะไปโรงเรียนยังไง?!"
พ่อบ้านยิ้มตาปิด "คุณหนูสามารถนั่งรถเมล์หรือรถไฟฟ้าใต้ดินไปได้ครับ"
กู้หลิงเยว่คิดแล้วรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด "จะให้ฉันไปเบียดกับคนตั้งเยอะแยะบนรถเมล์หรือรถไฟฟ้าเนี่ยนะ? คนเยอะขนาดนั้นจะสกปรกขนาดไหน แล้วกลิ่นเหงื่อจะเหม็นขนาดไหนกัน!"
พ่อบ้านปรายตามองเธอ แม้แต่น้ำเสียงที่ใช้ก็ไม่นุ่มนวลเหมือนเก่าอีกแล้ว "งั้นคุณหนูก็เลือกปั่นจักรยานไปเองได้ครับ"
พูดจบเขาก็เหลือบมองเวลาแล้วบอกด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ "ตอนนี้เจ็ดโมงห้าสิบนาทีแล้ว นั่งรถเมล์ไปอย่างเร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ถ้าคุณหนูใหญ่ไม่อยากไปสาย รีบไปที่ป้ายรถประจำทางตอนนี้เลยดีกว่าครับ"
ใบหน้าของกู้หลิงเยว่แข็งค้าง เธอถลึงตาใส่พ่อบ้านทีหนึ่งก่อนจะสับเท้าวิ่งออกไป ก็แค่หมาเฝ้าบ้านตัวหนึ่ง จะมาทำวางโตอะไรขนาดนี้!
นี่เป็ครั้งแรกที่กู้หลิงเยว่ได้รู้ซึ้งถึงความทรมานของการเบียดเสียดบนรถเมล์ ในใจอัดอั้นจนอยากจะร้องไห้ การที่เธอต้องมาเจอเื่แบบนี้แถมยังโดนขี้ข้าดูถูก ทั้งหมดมันเป็เพราะนังเจียงมั่วแท้ ๆ ั้แ่วันที่เจียงมั่วก้าวเข้ามาในบ้านตระกูลกู้ ชีวิตของเธอก็ไม่เคยมีความสุขเลยสักวัน ถ้าขืนยังไล่นังนั่นออกไปไม่ได้ เธอก็พอนึกภาพออกเลยว่าจุดจบของตัวเองจะเป็ยังไง
่คาบเรียนด้วยตัวเองตอนกลางวัน เจียงมั่วเพิ่งจะฟุบลงกับโต๊ะก็มีคนมาเคาะโต๊ะเธอเบา ๆ เป็ซือหานเฟยนั่นเองที่มาปลุก ก่อนที่เธอจะทำหน้าตาเกรงใจแล้วบอกถึงจุดประสงค์ที่เรียก "เจียงมั่ว มีคนมาหาข้างนอกแน่ะ"
เจียงมั่วอ้าปากหาวแล้วเดินออกจากห้องเรียนด้วยความหงุดหงิด เห็นกู้หลิงเยว่ยืนรออยู่ตรงระเบียงทางเดิน บนใบหน้าประดับรอยยิ้มปั้นแต่งอย่างพอดิบพอดี ทว่าแววตาที่ส่งมากลับเต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่ปิดไม่มิดเลยสักนิด
พอเห็นเธอเดินออกมา กู้หลิงเยว่ก็รีบตรงเข้ามาหา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า "เมื่อวานเธอรับปากแล้วใช่ไหมว่า จะมาเป็แดนเซอร์ให้ฉัน? ่พักกลางวันเป็เวลาซ้อมของพวกเราพอดี ฉันจะพาเธอไปทำความคุ้นเคยหน่อยนะ"
เจียงมั่วพยักหน้าพลางอ้าปากหาวอีกรอบ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ "อ้อ ได้สิ"
กู้หลิงเยว่ที่เดินนำอยู่ข้างหน้าใช้หางตาชำเลืองมองเจียงมั่ว ก็พบว่าอีกฝ่ายอยู่ในสภาพงัวเงีย สองมือล้วงกระเป๋า เดินลอยชายเหมือนิญญาหลุดลอยไปไกล ท่าทางดูเลื่อนลอยและไม่แยแสสิ่งใดเลยสักนิด
กู้หลิงเยว่เริ่มอึดอัดขัดใจจนเก็บไม่อยู่ เธอขยับปากขมุบขมิบก่อนจะโพล่งออกมาอย่างเหลืออด "เจียงมั่ว เธอเข้าใจความหมายของการเป็แดนเซอร์จริง ๆ ใช่ไหม?"
เจียงมั่วทำเพียงแค่พยักหน้ารับส่ง ๆ โดยไม่ได้หันไปมองอะไรเธอเลยด้วยซ้ำ
กู้หลิงเยว่ที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกจุกแน่นอยู่ที่อก ยัยนี่ตั้งใจฟังเธอพูดอยู่หรือเปล่าเนี่ย? "สิ่งสำคัญที่สุดของคำว่าแดนเซอร์ก็คือการเป็ตัวประกอบ เธอมาเพื่อเป็ตัวเสริมให้นักเต้นนำ การกระทำทุกอย่างของเธอต้องยึดเอานักเต้นนำเป็หลัก เข้าใจไหม?"
สิ้นคำพูดนั้น กู้หลิงเยว่ก็หันขวับกลับมามอง ทว่ากลับพบว่าเจียงมั่วกำลังมองเธอด้วยรอยยิ้มหยันกึ่งหัวเราะเยาะ "เธออุตส่าห์มาเตือนฉันเื่นี้ เพราะกลัวว่าฉันจะเต้นเก่งกว่าจนแย่งซีนหรือไง?"
น้ำเสียงเนิบนาบแ่เบาของเจียงมั่ว ทำเอาใบหน้าของกู้หลิงเยว่แดงก่ำขึ้นมาทันที เธอสะบัดหน้าหนีด้วยความร้อนตัว พลางแกล้งขึ้นเสียงดัง "จะเป็ไปได้ยังไง! ฉันแค่คิดว่าเธออาจจะไม่รู้เื่ เลยกลัวเธอจะไปทำเื่ขายหน้าในชมรมเต้นต่างหาก!"
เจียงมั่วยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนจะเบนสายตาไปมองทางอื่นอีกรอบ โดยไม่สนใจอะไรกู้หลิงเยว่อีก
กู้หลิงเยว่พยายามปรับสีหน้าให้เป็ปกติ แต่ไฟโทสะในใจกลับไม่มีทีท่าว่าจะมอดลง เธอไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าเจียงมั่วที่เพิ่งย้ายมาจากโรงเรียนมัธยมธรรมดา ๆ แถมเมื่อก่อนก็ไม่น่าจะเคยแตะต้องเื่เต้นเลยด้วยซ้ำ ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงกล้ามาสามหาวใส่เธอแบบนี้
ทั้งสองเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องซ้อมเต้นห้องหนึ่ง จากนั้นกู้หลิงเยว่ก็ปรบมือเรียกความสนใจจากทุกคน "ทุกคนคะ หยุดซ้อมกันแป๊บนึงนะ ฉันมีสมาชิกใหม่ของชมรมเต้นมาแนะนำค่ะ นี่คือเจียงมั่ว ยินดีต้อนรับกันหน่อยเร็ว!"
สิ้นเสียงของเธอ บรรยากาศในห้องซ้อมเงียบกริบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะมีเสียงปรบมือเปาะแปะดังขึ้นจากคนเพียงไม่กี่คนอย่างเฉื่อยชาไร้เรี่ยวแรง
กู้หลิงเยว่ยกยิ้มอย่างพึงพอใจกับปฏิกิริยาของทุกคนก่อนที่เธอจะรีบพูดเสริมทันที "เจียงมั่วไม่เคยซ้อมเต้นมาก่อน แถมยังเพิ่งเข้ามากลางคัน พื้นฐานก็น่าจะยังไม่แน่นเท่าไหร่ ยังไงก็ฝากทุกคนช่วยดูแลเธอด้วยนะ! อ้อ จริงด้วย พวกเธอไม่ใช่ว่าสงสัยกันมานานแล้วเหรอว่า คนดังข้างกายเดือนโรงเรียนฉีหน้าตาเป็ยังไง? ยังไม่รีบมาดูกันอีก"
คำพูดนั้นทำให้เจียงมั่วยัดโทรศัพท์มือถือลงกระเป๋าด้วยความรำคาญใจ เธอกวาดสายตามองคนในห้องซ้อมอย่างเกียจคร้าน ทุกคนกำลังจ้องตรงมาที่เธอ ซึ่งหลายสายตาก็ปิดบังความเกลียดชังและสายตาเหยียดหยามไว้ไม่มิด
ไม่นานนัก เด็กสาวไว้ผมหน้าม้าตรงคนหนึ่งก็เดินยิ้มกริ่มเข้ามาหา "ในเมื่อเป็คนโปรดของเดือนโรงเรียนฉี เจียงมั่วก็คงต้องมีอะไรดีเหนือกว่าคนอื่นใช่ไหม? ในเมื่ออยากเข้าชมรมเต้นของเรา งั้น... ลองเต้นโชว์สักเพลงดีไหม? พวกเราจะได้ช่วยดูให้ว่าพื้นฐานเธอเป็ยังไงบ้าง"