สามวันต่อมา เจียหยูยืนอยู่หน้าประตูเมืองหลวง รถม้าที่บรรทุกสัมภาระเตรียมพร้อมแล้ว เสี่ยวซิงและข้ารับใช้อีกสิบคนจะติดตามไปด้วย ท้องฟ้ายามเช้าแจ่มใส ลมพัดเย็นสบาย เจียหยูมองไปยังเมืองหลวงอีกครั้งสุดท้าย
“ลาก่อน ชีวิตที่เครียด” เขาพึมพำ “ข้าจะไปใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาที่ชายแดน จะไม่เกี่ยวข้องกับใครทั้งนั้น”
แต่ในขณะที่เจียหยูกำลังจะขึ้นรถม้า มีเสียงม้าวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ขบวนทหารในเกราะสีดำเข้ามาที่ประตูเมือง นำโดยชายหนุ่มในชุดเกราะสีดำคนหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลา คิ้วดำสนิท ดวงตาคมกริบเ็า รูปร่างสูงใหญ่สง่างาม บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบน่าเกรงขาม
หัวใจของเจียหยูหยุดเต้นชั่วขณะ
เฉิน ตงหยาง… พระเอก… นายพลที่เพิ่งกลับจากสนามรบทางเหนือ… คนที่ในอนาคตจะฟันแขนเสี่ยวหวางเอ๋อขาด…
“ทำไมต้องเจอกันตอนนี้เล่า?!” เจียหยูร้องไห้ในใจ
เฉิน ตงหยางขี่ม้าผ่านมา สายตาเย็นเฉียบกวาดมองมาที่เจียหยู ชั่วขณะหนึ่งสายตาของทั้งสองสบกัน เจียหยูรู้สึกเหมือนถูกมีดเย็นๆ แทงทะลุ เขารีบก้มหน้าลง พยายามทำเป็ไม่สนใจ
“นั่นองค์ชายสามหรือ?” เสียงทุ้มเ็าดังขึ้น
ทหารข้างๆ รีบตอบกลับนายพล “ขอรับท่านนายพล องค์ชายสามกำลังจะเดินทางไปอวี๋เหมินขอรับ”
“อวี๋เหมิน?” เฉิน ตงหยางทวนคำอย่างประหลาดใจ “เมืองชายแดน? องค์ชายสามจะไปที่ทะเลทรายทำไม?”
เจียหยูรู้สึกอึดอัด เฉิน ตงหยางในนิยายเป็คนไม่ค่อยพูดมาก ทำไมตอนนี้ถึงสนใจเขาจัง? เขาหันหน้าไปบอกอย่างสุภาพ “นายพลเฉิน ข้ามีธุระส่วนตัว ขอตัวก่อนนะ”
แล้วรีบขึ้นรถม้าก่อนที่เฉิน ตงหยางจะพูดอะไรต่อ “เสี่ยวซิง ออกเดินทางเร็ว!”
รถม้าแล่นออกจากประตูเมืองอย่างรวดเร็ว เจียหยูนั่งอยู่ในรถ หายใจหอบ หัวใจเต้นรัวจนเกือบะโออกจากอก เขาแอบเหลียวมองออกไปทางหลัง เห็นเฉิน ตงหยางยังคงยืนนิ่งอยู่บนหลังม้า จ้องมองตามรถม้าที่แล่นห่างออกไป สีหน้าเย็นเฉียบนั้นมีอารมณ์ประหลาดแปลกปนอยู่
“พระเ้าช่วย… เกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้ว” เจียหยูพึมพำ “ทำไมต้องเจอกันเร็วขนาดนี้ด้วย ในนิยายเสี่ยวหวางเอ๋อกับเฉิน ตงหยางไม่ได้เจอกันบ่อยนี่นา”
“องค์ชายเพคะ ทำไมต้องถึงรีบออกเดินทางจังเพคะ?” เสี่ยวซิงถามด้วยความงุนงง “นายพลเฉินเพิ่งกลับจากสนามรบ น่าจะทักทายกันสักหน่อยก็ได้นะเพคะ ท่านเป็วีรบุรุษผู้ปกป้องแผ่นดิน”
“วีรบุรุษอะไร!” เจียหยูพูดเสียงดัง เขารู้ตัวว่าตัวเองตื่นตระหนกเกินไป จึงลดเสียงลง“หมายความว่า… ข้ากับนายพลเฉินไม่ค่อยถูกกัน เ้าก็รู้ว่าข้าเป็คนอย่างไร นิสัยไม่ดี หยิ่งยโส คนอย่างนายพลที่ซื่อตรงยุติธรรมคงไม่ชอบข้าหรอก อย่าได้เจอกันเลย”
อันที่จริงจากความทรงจำของเสี่ยวหวางเอ๋อ ทั้งสองไม่เคยมีปัญหากันเลยสักครั้ง เพียงแต่เสี่ยวหวางเอ๋อหลงรักเฉิน ตงหยางอย่างลับๆ แต่ไม่เคยกล้าเข้าไปหา เพราะรู้ว่าเฉิน ตงหยางเป็คนเ็า ไม่สนใจใคร และยิ่งไปกว่านั้น… เสี่ยวหวางเอ๋อเองก็รู้ว่าความรักแบบนี้ในยุคโบราณเป็สิ่งต้องห้าม
แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อยวี่ หนิงเฉิงปรากฏตัว ลูกสาวท่านเสนาบดีผู้อ่อนหวานบริสุทธิ์ เฉิน ตงหยางตกหลุมรักยวี่ หนิงเฉิงอย่างรวดเร็ว และเสี่ยวหวางเอ๋อก็อิจฉาจนสติแตก เริ่มก่อกวนยวี่ หนิงเฉิง ซึ่งทำให้เฉิน ตงหยางเกลียดชังเขาจนไม่มีทางให้อภัย
“แต่ตอนนี้ข้าจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว” เจียหยูคิด “ข้าจะไปใช้ชีวิตสงบๆ ที่ชายแดน ไม่เกี่ยวข้องกับใคร ให้ตัวเอกทั้งสองอยู่กันอย่างมีความสุข ส่วนข้า… จะไปปลูกผัก ชงชา อ่านหนังสือ ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา”
การเดินทางไปอวี๋เหมินใช้เวลานานถึงเดือนครึ่ง ระหว่างทาง เจียหยูได้เห็นทิวทัศน์ที่แตกต่างจากเมืองหลวงอย่างมาก จากเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยจวน โรงเตี๊ยม และร้านค้าหรูหรา ค่อยๆ เปลี่ยนเป็หมู่บ้านเล็กๆ ทุ่งนา ป่าไม้ และในที่สุดก็เป็ทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไพศาล
ยิ่งไปไกล เจียหยูยิ่งรู้สึกอิสระมากขึ้น ไม่มีกฎระเบียบราชสำนักที่ซับซ้อน ไม่มีการต่อสู้แย่งชิงอำนาจ ไม่มีใครมาจับตามองว่าเขาทำอะไร เขาเริ่มชอบชีวิตแบบนี้แล้ว
“องค์ชาย ข้างหน้านั่นคือเมืองอวี๋เหมินแล้วเพคะ!” เสี่ยวซิงชี้ไปยังเมืองเล็กๆ ที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางทะเลทราย
เจียหยูมองไปตามนิ้วชี้ เมืองอวี๋เหมินเป็เมืองขนาดเล็ก มีกำแพงเมืองสูงแต่ทรุดโทรมในบางจุด บ้านเรือนส่วนใหญ่สร้างจากดินและหิน ไม่มีความหรูหราอะไรเลย แต่สำหรับเจียหยูแล้ว นี่คือ์
“เมืองนี้แหละ ที่ข้าจะใช้ชีวิตสามปีข้างหน้า” เขายิ้ม “ที่นี่ห่างไกลจากเมืองหลวงถึงเดือนครึ่งทางม้า พระเอกคงไม่มีทางมาที่นี่หรอก”
รถม้าเข้าสู่เมือง ประชาชนจ้องมองด้วยความประหลาดใจ เพราะไม่ค่อยมีคนจากเมืองหลวงมาที่นี่ โดยเฉพาะคนในชุดหรูหราอย่างบ่าวรับใช้ของเจียหยู
เ้าเมืองคนเดิมของอวี๋เหมินเป็ชายชราอายุหกสิบกว่าปี ออกมาต้อนรับเจียหยูด้วยความดีใจ “องค์ชายสาม! กระหม่อมไม่คิดว่าจะมีองค์ชายมาประจำการที่นี่! เมืองของเราเล็กและยากจน แต่เราจะพยายามดูแลองค์ชายให้ดีที่สุดพ่ะย่ะค่ะ!”
“ไม่ต้องกังวล” เจียหยูบอกอย่างสบายใจ “ข้ามาที่นี่เพื่อเรียนรู้และทำงาน ไม่ใช่มาพักผ่อนหรือมาอวดอำนาจ แค่มีที่อยู่เรียบง่ายให้ข้าก็พอแล้ว”
เ้าเมืองตกตะลึงเล็กน้อย เพราะไม่เคยเจอขุนนางจากเมืองหลวงที่พูดแบบนี้มาก่อน แต่เขาก็ดีใจมาก รีบจัดที่พักให้เจียหยูที่จวนในเมือง ไม่ใหญ่โตอลังการเหมือนวังหลวงในเมืองหลวง แต่สะอาดและสงบ มีสวนเล็กๆ ด้านหลัง
“ที่นี่ดีมาก” เจียหยูพอใจ เขาเดินไปดูสวนด้านหลัง มีต้นไม้ไม่กี่ต้น บ่อน้ำเล็กๆ และที่ว่างพอจะปลูกผักได้ “เสี่ยวซิง เ้าไปหาเมล็ดพันธุ์ผักมาให้ข้าหน่อย ข้าจะปลูกผักเอง”
“องค์ชาย… จะปลูกผักเองหรือเพคะ?” เสี่ยวซิงตะลึง “แต่องค์ชายไม่เคยทำงานหนักมาก่อนเลย…”
“ก็เลยอยากลองทำสิ” เจียหยูตอบ “ชีวิตในวังหลวงมันน่าเบื่อ มีคนทำทุกอย่างให้ ตอนนี้ข้าอยากทำอะไรด้วยตัวเอง อยากรู้สึกว่ามีชีวิตชีวาจริงๆ”