ฉลามคลั่งรัก 22 : เรือสำราญ
#ฉลามคลั่งรัก
ผมไม่แน่ใจว่าดายกับดีแลนเข้าใจที่ผมพูดไหม แต่ถ้าการชนเรือผมให้โคลงเบา ๆคือการตอบกลับ นั่นคงเป็การตอบรับคำเชิญของผม รอยยิ้มเลยปรากฏผมยันตัวลุกขึ้นวนเรือกลับขึ้นฝั่งความชำนาญทางทำให้ผมรู้ว่าขึ้นตรงไหนจะปลอดภัยจากคนของริชาร์ดมากที่สุดจากนั้นก็ค่อยไล่ตามวงกลมสีแดงที่บอกว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน
และผมก็พบว่าเขามาขึ้นเรือสำราญที่ถูกจอดไว้ไม่ไกลจากจุดที่ผมส่งเขาเท่าไหร่
ผมจอดเรืออยู่ในจุดที่เขาไม่น่าจะสังเกตเห็นได้แอบมองอยู่แถวนั้นเพื่อหาทางว่าผมจะขึ้นไปยังไง มีคนมากมายขึ้นไปบนนั้นส่วนใหญ่เป็พวกคนมีฐานะ ดูได้จากการแต่งตัวและข้าวของที่ให้คนถือขึ้นไปผมคิดว่าเรือนี้น่าจะพาเขาไปที่ไหนสักที่ การที่ขนกระเป๋าไปขนาดนั้นแปลว่าอาจจะมีการค้างคืนก็ได้
ผมเลียปากคิดอยู่นานว่าจะหาทางขึ้นไปยังไง
ดูเหมือนว่าจะต้องเป็คนที่จองตั๋วไว้ไม่ก็ไปกับใครสักคนที่จะ...
“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับคุณ ?”
“อ๊ะ !” ผมสะดุ้งตอนมือหนาทาบลงบนบ่าความรุ่มร้อนรั้งสายตาผมให้หันไปมองคนที่เดินเข้ามาทักเ้าของดวงตาสีหวานเลิกคิ้วใส่ พลันเขาก็ต้องเบิกตากว้างไม่ต่างจากผมที่ชะงักไป
“คุณ...คุณที่ขโมยเรือผมหนิ !”
“ไง...เจอกันอีกแล้ว” ผมยิ้มให้เขาไม่เกรงใจใบหน้าหล่อเหลาที่ตื่นตระหนก ตอนแรกผมก็งงว่าผมเคยเจอเขาที่ไหนจนเขาพูดออกมาว่าผมไปทำอะไร ผมก็นึกหน้าและชื่อของคนที่ผมไปหลอกล่อหวังให้เขาเห็นใจให้ผมยืมเรือขับกลับศูนย์วิจัยทว่าเขาไม่ติดกับก็เลยต้องขโมยเรือเขา
ซึ่งมันก็ถูกพังไปก่อนที่ผมจะขับมาคืน
“คุณดูหล่อขึ้นนะ ดูดีกว่าคราวก่อนที่เราเจอกันซะอีก”
“คะ...คุณไม่ต้องมาเฉไฉเลยนะ ! เรือผมอยู่ไหนคุณทำอะไรกับมัน !”
“ผมก็แค่ขับมันกลับบ้าน แล้ว...มันก็ถูกพัง”
“หา !?”
“เอาเป็ว่าผมจะซื้อคืนทีหลัง ลำละไม่กี่ตังค์ ผมซื้อให้คุณสิบลำยังได้เลย” ผมตอบปัดตบบ่าเขาสองสามครั้งเป็การปลอบใจ แน่นอนว่าอีกฝ่ายย่นคิ้วใส่เขาดูไม่พอใจและทำท่าเหมือนจะเอาเื่ผมให้ได้ เสียดายที่ผมไม่สนใจ
ผมมีเื่ให้ทำมากกว่ามานั่งสำนึกผิดว่าผมทำเรือเขาพังแค่ไหน
“คุณจะช่วยแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้ได้ไหมอย่างน้อยก็ควรขอโทษ ไม่ใช่เอาเงินฟาดแล้วเื่ก็จบ”
“มันก็ควรจบ เพราะผมชอบใช้เงินแก้ปัญหา”
“นี่ !”
“อีกอย่างถ้าตอนนี้คุณยังไม่โดนไล่ออก ก็ถือว่าโอเคแล้วไม่ใช่หรือไงผมจะซื้อเรือมาคืนให้แล้วเราก็จบกัน ตกลงนะ”ผมตัดบทหันไปมองเรือที่ริชาร์ดขึ้นไปอีกครั้งดวงตาหรี่ลงมองป้ายประกาศที่เขียนว่าอีกไม่นานเรือจะออกจากท่า ถ้าเกิดผมยังหาทางขึ้นเรือไปไม่ได้ผมจะต้องมาเสียเที่ยวแน่ๆ
พลันดวงตาผมก็สังเกตเห็นทุกคนที่ขึ้นเรือจะต้องโชว์บัตรเชิญหรืออะไรสักอย่างให้การ์ดที่อยู่ด้านหน้าผมเลยหันกลับมามองคนที่พร้อมจะหาเื่ผมตลอดเวลา
“ผมจะขึ้นไปบนเรือนั่นได้ไง”
“เรือไหน ?”
“ลำนั้น” ผมชี้ไปที่เรือสำราญมันใหญ่ที่สุดในบรรดาเรือที่จอดอยู่ “ผมมีคนที่ต้องเข้าไปคุยด้วยแต่ผมเข้าไปไม่ได้ และ...เขาก็ไม่ยอมออกมารับ”
“คุณไม่มีบัตรเชิญหรือไง ?”
“ผมคิดว่าผมน่าจะลืมไว้ที่เขา” ผมโกหกไม่มีความจำเป็ที่จะต้องพูดความจริงกับคนแปลกหน้าที่ผมไปขโมยเรือเมื่อคราวก่อน “มีวิธีอื่นไหมที่จะให้ผมได้ขึ้นไปผมยอมเสียเงินซื้อใหม่ได้ถ้าเกิดผมได้ไปลำนั้น”
“คุณจะใช้เงินแก้ปัญหาตลอดเลยหรือไง ?”
“หรือจะให้ผมขโมยบัตรเชิญของคุณดีล่ะ”
“!!!”
“ผมมือไวนะบอกก่อน” ผมยักคิ้วกวนประสาทมองการ์ดเชิญสีแดงเหลือบทองที่โผล่พ้นกระเป๋าเสื้อเขามาทักทายดวงตาผมระยิบระยับเมื่อเห็นว่าโอกาสที่ผมจะไปจับคนที่สั่งริชาร์ดได้อยู่ตรงหน้าโนเอลรีบดันลงในกระเป๋าชนิดที่ว่ามันแทบจะทะลุออกด้านหลังเขาคงกลัวว่าผมจะขโมยมันอย่างที่บอกเขา
โดยไม่รู้เลยว่าผมต้องใช้เขาทั้งตัว
“ถ้าคุณขโมยมัน ผมจะแจ้งตำรวจจับ”
“ผมมีเส้นสายในกรมตำรวจเยอะพอที่จะทำให้คดีนี้เป็เพียงแค่ขี้ปากชาวบ้าน”
“คุณ...!”
“แต่เราจะแฟร์กันทั้งสองฝ่ายถ้าเกิดคุณยอมช่วยผม โนเอล” เ้าของชื่อทำท่าผงะตอนที่ผมยกยิ้มให้ทว่าผมก็เอื้อมมือไปรั้งแขนของเขาไว้ ไล้ยาวไปกอดคออีกฝ่ายที่ชะงักใส่ “ผมจะซื้อเรือคืนให้ถ้าเกิดคุณพาผมขึ้นไป ผมมีเื่ต้องทำและจำเป็มากจนรอไม่ได้”
“งั้นทำไมคุณไม่โทรเรียกคนที่เอาบัตรคุณไปออกมารับ”
“นั่นก็เพราะเราทะเลาะกันอย่างหนักจนผมถึงขั้นปามือถือใส่เขา”
“พระเ้า”
“ผมไม่ได้อยากโมโหร้ายใส่เขาหรอก แต่...เขาทำไม่ดีกับผม ผมเลยทนไม่ไหว” ผมรั้งคอเขามาใกล้ ๆ โน้มใบหน้าจนปลายจมูกเราคลอเคลียกัน “เชื่อเถอะว่าผมจะไม่ทำแบบนั้นกับคนที่ใจดีใส่ อย่างเช่นคุณเป็ต้น”
“ไม่จริง คุณขโมยเรือผม”
“นั่นก็เพราะผมจำเป็ต้องทำ และผมขอโทษ” ผมยอมพูดในสิ่งที่เขา้าจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของโนเอลแสดงให้เขาเห็นถึงการขอร้องแบบมีชั้นเชิง “ผมขอโทษที่ขโมยเรือคุณและทำให้คุณเดือดร้อน แต่ครั้งนี้คุณช่วยผมหน่อยผมยินดีจะทำตามที่คุณ้าทุกอย่างถ้าเกิดคุณพาผมขึ้นไป”
“นอกจากคุณจะใช้เงินแก้ปัญหาแล้ว คุณยังใช้เสน่ห์กวนใจคนอื่นอีก”
“เพราะผมคือโซล อิลเดนสันน่ะสิ”
“...”
“ผมยอมแลกเพื่อสิ่งที่้า” โนเอลหลุบตามองริมฝีปากของผมเดจาวูคราวก่อนที่ผมเกือบจะให้เขาได้ลองััมันบางทีเขาอาจจะคิดว่าผมหยั่งเชิงและไม่กล้าทำอะไรแบบนั้นก็ได้มั้งเสียดายที่ผมคือโซล อิลเดนสัน และเหมือนที่ผมพูดไป
ผมไม่ต่างจากริชาร์ดที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อสิ่งที่้า
“อื้อ” ผมครางในลำคอตอนบดเคล้าริมฝีปากร้อนจัดโนเอลเบิกตากว้างขณะที่ผมเหยียดยิ้มหยันผมไม่เคยสนใจว่าตัวเองจะนอนกับใครหรือจูบกับใครเป็ร้อยเป็พันถ้าเกิดเขาทำให้ผมสนุกหรือคลายเครียดได้ ผมยินดีเพราะผมไม่มีอะไรให้เสียหาย
ทว่าตอนนี้มันแตกต่างกันตรงที่ผมไม่ได้จะนอนกับเขาผมแค่ต้องทำให้เขารู้ว่าผมกล้าที่จะเล่นกับเขาได้
ผมกอดคอเขาไว้ร่างกายถูกดันให้ชิดติดกับต้นไม้ที่แอบอยู่ ไม่นานนักโนเอลก็ตกหลุมพรางที่ผมวางไว้เขากอดผมตอบรับรสััที่ผมมอบให้ ก็ต้องยอมรับว่าเขาจูบเก่งอย่าบอกใครมือหนาเริ่มไล้ไปทั่วแผ่นหลังผิดกับผมที่ขยุ้มเสื้อตรงอกเขาไว้
พลันเขาก็ถูกกระชากออกไปเป็จังหวะเดียวกับที่ผมได้สิ่งที่้ามา
“เฮ้ย อะไรกัน...!”
“โนเอล !”
“เงียบปากซะถ้าคุณไม่อยากตาย”
“!!!!”
“กล้ามากที่ไปจูบกับใครต่อใคร เราคงต้องล้างปากกันยกใหญ่แล้วสิ” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กดหนักจนสั่นไปทั้งใจทำให้ผมรีบตวัดสายตาไปมองเ้าของดวงตามาดร้ายที่กระชากโนเอลออกไปเขาผลักอีกฝ่ายไปกองกับพื้น ดันตัวผมชิดต้นไม้เอาไว้จากนั้นก็จับปลายคางผมให้เชิดขึ้นรับแรงบดขยี้จากเรียวปากใจร้าย
ร่างสูงประคองหน้าผมเอาไว้สอดลิ้นเข้ามาเก็บเกี่ยวความหวานพร้อมกับลมหายใจและเรี่ยวแรงที่ผมมีไปฝากฝังรอยกัดไว้ที่ต้นคอก่อนจะขยับตัวมากระซิบข้างหูผมว่า
“สนุกไหมหนีลงน้ำ”
“อะ!”
“คืนนี้คุณคงต้องรับศึกหนักหน่อยนะที่รัก :)”
“คุณหมายความว่าไง ไม่สิ คุณมาที่นี่ได้ไง ?”
“เกาะนี่เล็กเกินไปเมื่อเทียบกับทะเลหนิจริงไหม”
“หา ?”
“ผมหาคุณเจอได้ทุกที่ตราบใดที่คุณยังมีชีวิตโซล” ผมย่นคิ้วใส่ไม่เข้าใจที่เขาพูดทว่าดีวานก็ไม่ยอมอธิบายอะไรอีก เขาเพียงแค่กระตุกยิ้มจับแขนของผมไว้แล้วกระชากให้เดินตามไปด้วยกัน ไม่สนใจโนเอลที่อ้าปากค้างฉายความไม่เข้าใจทั่วใบหน้า ไม่ใช่แค่เขาที่ใกับสถานการณ์
ผมเองก็ใไม่แพ้กัน
“เราเป็เพื่อนของโนเอล”
“อะไร...อ๊ะ!” ผมสะดุ้งเมื่อเอวถูกคว้าพร้อมกับบีบขยำอย่างรุนแรงเพื่อไม่ให้พูดอะไรต่อดีวานถือวิสาสะหยิบบัตรเชิญที่ผมขโมยมาให้กับการ์ดที่เฝ้าทางขึ้นพวกเขาเลิกคิ้วใส่ คาดว่าคงไม่มีคำสั่ง แต่ด้วยการแต่งตัวและรวมถึงการมี ‘ผม’ มาร่วมงานมันเลยไม่ใช่เื่ยากที่จะเชื่อเท่าไหร่
ยิ่งไปกว่านั้นทุกคนที่ขึ้นมาได้ก็ต้องมีบัตรซึ่งตอนนี้เราก็ได้มาแล้วและมันก็ไม่ได้จ่าหน้าว่าเชิญใครมา
นั่นเลยทำให้พวกเขายอมผายมือให้เราเข้าไป
“เชิญครับ” คำขอบคุณคล้ายกลืนลงคอ ดีวานบังคับผมให้ขึ้นเรือไปด้วยกันทำตัวเหมือนคนรักที่ผมต้องปั้นหน้ายิ้มทั้งที่โดนกดดันใส่ ผมอยากขึ้นมาบนเรือนี้อยากมาดูว่าคนที่อานัดไว้คือใครแต่ภาพที่ผมจินตนาการไว้ก่อนหน้านี้คือผมต้องเดินควงอยู่กับโนเอล
ไม่ใช่คู่นอนที่แสดงอาการหึงหวงอย่างออกนอกหน้า
“ปล่อยผมได้แล้วคุณเป็บ้าหรือไงถึงทำแบบนั้น”
“ถามตัวเองสิว่าเป็บ้าหรือไงที่ไปจูบกับมัน”
“ผมจำเป็”
“ผมไม่ชอบ” เขาตอบกลับตวัดสายตามาดุไม่สนใจเลยว่าตัวเองจะตกเป็เป้าสายตาแค่ไหน “เคยบอกแล้วไงว่าคุณเป็ของพวกเรา คราวก่อนหนีไปก็น่าหงุดหงิดพอแล้วนี่ยังจะมาจูบกับผู้ชายอีก สนุกหรือไงทำตัวแบบนี้”
“แล้วคุณสนุกหรือไงมาทำตัวเป็เ้าของผมเนี่ย” ผมสวนกลับ ใครจะยอมอยู่เฉย ๆ ให้เขามาต่อว่ากัน “ผมจูบเขาเพราะผมต้องใช้บัตรส่วนเื่หนี ผมมีความจำเป็ที่ต้องทำ”
“ความจำเป็ในการพาตัวเองไปเสี่ยงน่ะเหรอ”
“อ๊ะ!”
“เป็คำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นชะมัด” ดีวานกดเสียงต่ำ เขาดูหงุดหงิดขณะที่ดวงตากวาดมองไปทั่วราวกับหาใครสักคนหรือที่สักแห่งที่จะทำให้เราคุยกันได้คล่อง เขากระชับมือที่กอดเอวผมไว้ไม่รู้ว่ากลัวผมหนีไปหรือกันพวกผู้หญิงที่ฉีดน้ำหอมราคาแพงยั่วยวนเขากันแน่
เวลาเดินผ่านผมจะเห็นเขาย่นจมูกด้วยความไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ แล้วเลือกที่จะเข้ามาคุยกับผมใกล้ ๆ
เหมือนใช้กลิ่นของผมกลบกลิ่นพวกนั้นแทน
ตึก !
“อื้อ !” ร่างของผมถูกดันชิดติดกำแพงในซอกแคบ ๆที่คนทั่วไปคงไม่ผ่านกัน มันเป็ทางเดินทะลุอีกฝั่งเหมือนกันทว่ามันก็มืดจนน่ากลัวยิ่งกว่า ดีวานกดริมฝีปากลงมา บดเคล้าตอกย้ำทุกความผิดเขากอดผมไว้แน่นพอที่ผมจะขยับตัวหนีไม่ได้ คนใจร้ายกัดปากผมหนักหน่วงจนััได้ถึงกลิ่นคาวเืที่คลุ้งไปทั่วปากลิ้นชื้นตวัดเลียกวาดต้อนความหวานปนเปกับรสขมปร่าเข้าไป
ผมครางในลำคอลมหายใจถูกพรากไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดีวานผละออกเล็กน้อยให้ผมหายใจแล้วทาบทับริมฝีปากลงมาอีกผมคิดว่านั่นคือการลงโทษที่ผมหนีเขาเมื่อคราวก่อน ส่วนอีกหนึ่งเหตุผลคือเขาบอกว่าจะล้างปากให้หลังจากที่ผมจูบกับโนเอลไป
ผมนึกว่าจูบก่อนหน้าคือการล้างปากแล้วซะอีกไม่คิดว่าเขาจะมาทำแบบนี้อีกรอบ
แถมยังดูจะไม่หยุดแค่ที่จูบเขาเริ่มไซ้ซอกคอ ไล้มือเข้าไปในเสื้อสีขาวที่ผมใส่ ปลุกเร้าอารมณ์ทั้งที่ผมไม่ได้คิดว่าผมจะมานอนกับใครผมมาหาริชาร์ดผมยอมกลายเป็หัวขโมยอีกรอบเพื่อมาดูหน้าคนที่ฆ่าลูกชายตัวเองได้ลงคอ
ไม่ใช่มาโดนเคล้าคลอโดยมัจจุราชที่ผมเคยตอบรับคำเชิญว่าจะไปอยู่ด้วยกัน
“มะ...ไม่ อย่าทำ ผมมีเื่ต้องทำนะ”
“ผมเองก็ต้องลงโทษคุณเหมือนกัน”
“อ๊ะ อื้อ !”
“ขอผมเห็นด้านที่น่าอายของคุณหน่อย เด็กไม่ดี” ตัวของผมสั่นยามเรียวปากร้อนจัดลากไล้ไปทั่วทุกที่ที่เขาทำได้ในหัวเหมือนโดนลบความจำ ผมลืมไปเลยว่าตัวเองจะมาทำอะไร ดีวานย่อตัวลงเขากดจูบที่หน้าท้องผมทำท่าจะกัดซิปกางเกงเพื่อถอดมันออกไปผมหอบหายใจขยุ้มเรือนผมสีเข้มไว้ แอบสะดุ้งนิดหน่อยตอนที่มีกลุ่มคนเดินผ่านพวกเขาสังสรรค์ ไม่ทันสังเกตว่าพวกเราอยู่ในจุดอับ
ถ้าเกิดมีคนเห็นว่าพวกเรากำลังทำอะไรทั้งที่ฟ้ายังสว่างเราอาจจะโดนข้อหาอนาจาร...
“ไม่เจอกันนานเลยนะครับ คุณริชาร์ด”
“อ๊ะ !”
“สบายดีนะครับ ?” เสียงพูดคุยที่ดังขึ้นรั้งสายตาผมให้หันไปมองผู้ชายสองคนที่กำลังยืนคุยกันอยู่ไม่ไกลพวกเขาอยู่ในจุดที่มองเห็นได้ และถ้าเขาหันมาสังเกตภายใต้ความมืดก็คงจะเห็นเสือร้ายกำลังขย้ำผมอยู่เสียดายที่ผมหลงลืมดีวานไปชั่วขณะ เพ่งสายตาจับจ้องไปที่ริชาร์ดที่ยืนคุยอยู่
ข้างกายเขามีการ์ดสองคนประกบเป็คนเดียวกับที่มารับตอนผมไปส่งอา
เ้าตัวยิ้มพยักหน้าตอบรับผู้ชายที่แต่งตัวภูมิฐาน เขาดูเหมือนพวกพนักงานไม่ก็เลขาคนดังสักคน
“สบายดีมากเลยไคลน์หวังว่าเ้านายเธอก็จะสบายดีเหมือนกัน”
“ท่านรอคุณอยู่ที่ชั้นสามครับ แต่บอกให้ไปหาเป็การส่วนตัวตอนสี่ทุ่ม”
“ไม่ใช่ว่าเขาจะต้องลงมาเปิดงานก่อนหรือไง ?”
“ครับ ลงมาเปิดงานเสร็จท่านก็จะกลับไปทำงานต่อ” ร่างโปร่งโค้งหัวให้เป็การตอบรับริชาร์ดพยักหน้าเข้าใจ ผมหลุบมองกุญแจห้องที่อีกฝ่ายยื่นให้พยายามดูว่าเขาจะไปพักที่ห้องไหน ทว่าก็ต้องกลับมาสนใจคนที่กำลังง่วนอยู่กับกางเกงผม
ดีวานไม่นอนกับผู้หญิงบ้างหรือไงถึงได้ดูกระหายผมขนาดนี้น่ะ
“ช่วยปล่อยผมสักหนึ่งนาทีได้ไหม ผมไม่ได้มาถึงนี่เพื่อมีอะไรกับคุณนะ”
“ผมจะปล่อยก็ต่อเมื่อการลงโทษเสร็จแล้วเท่านั้น”
“ดะ...ดีวาน อื้อ” ริมฝีปากผมถูกอีกครั้งใบหน้าหล่อเหลาบดบังไม่ให้เห็นว่าริชาร์ดกำลังจะไปไหนเ้าของชื่อบังคับให้ผมโฟกัสกับความใจร้ายของเขา พอผมปิดปากไม่ยอมให้เขารุกล้ำมือหนาก็บีบเข้าที่สะโพก รั้งกางเกงผมลงจนััได้ถึงผิวเนื้อที่ซ่อนไว้
เขาใช้จมูกกดหอมดอมดมผมไปทุกที่ฝากฝังรอยกัดตีตราจองจนผมเผลอร้องเสียงหลงออกมาด้วยความเจ็บ
“โอ๊ย !”
“นั่นใคร !” ผมเบิกตากว้างหัวใจเต้นแรงไม่เป็ส่ำเสียงร้องของผมรั้งสายตาทั้งสี่คู่ให้หันมามองเราที่ซ่อนอยู่ในความมืดที่ทำให้มองไม่เห็นใบหน้าถึงอย่างนั้นมันก็มีแสงสว่างจากอีกฝั่งของเรือลอดผ่านมาให้เห็นเงาดำของร่างกาย
เป็สัญญาณบอกว่ามีคนยืนอยู่ตรงนี้
“แย่แล้ว หยะ...หยุดก่อน เดี๋ยวพวกเขาเห็น”
“จะแคร์ทำไม ตอนจูบกับมันไม่เห็นกลัวว่ามันจะมีใครเห็น”
“มันไม่ตลกนะดีวาน ตอนนั้นมันจำเป็”
“ตอนนี้ก็จำเป็เหมือนกัน” ผมอยากจะข่วนหน้าหล่อ ๆ ให้ขาดวิ่นดีวานไม่สนใจเลยว่าผมจะเดือดร้อนแค่ไหนถ้าเกิดริชาร์ดเห็นว่าผมอยู่ตรงนี้รับประกันได้ว่าเขาจะเรียกคนนับสิบมาโยนผมลงทะเลไปร้ายกว่านั้นเขาอาจจะจับตัวผม พาไปหาคนที่เขาติดต่อตอนอยู่ศูนย์วิจัยซึ่งไม่ว่าเขาจะทำอะไร มันย่อมไม่ใช่เื่ดี
ผมกัดปากมองดีวานที่กัดขาผมรุนแรงจนเืออกพาให้ผมนึกถึงวันที่เรามีคืนที่เร่าร้อนด้วยกัน หยาดใสคลอเบ้าเขากัดย้ำอีกหลายจุดให้ผมหลุดเสียงร้องออกมาคนของริชาร์ดทำท่าจะหยิบไฟฉายส่องมาทางเรา ผมคิดว่าตัวเองต้องถูกจับได้แน่ ๆถ้าดีวานยังแกล้งผมอยู่แบบนี้
ทว่าในตอนที่ไฟกำลังจะฉายมาทางนี้จู่ ๆ ช่องทางก็ถูกบังโดยเ้าของร่างกายกำยำที่ผมรู้จักดี
ทำเอาทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นถึงกับเลิกคิ้วใส่ไปตามๆ กัน
“โทษทีนะครับ แต่ผมคิดว่าคุณอย่าสนใจเสียงนั้นเลยดีกว่า”
“หา ?”
“เผอิญพี่ชายผมกำลังกินมื้อเย็นกับภรรยา”
“!!!”
“อาจจะทำเรือโคลงนิดหน่อยนะครับ เขาค่อนข้างรุนแรง :)”
เสียงนั่น...ดีแลนเหรอ?
“คุณหมายถึง...”เลขาหนุ่มที่ริชาร์ดคุยด้วยเลิกคิ้วใส่เขาดูจะเป็คนแรกที่เข้าใจความหมายที่อีกฝ่าย้าจะสื่อ “ผมคิดว่าพวกเขาควรจะไปทำในห้องที่โล่งแจ้งแบบนี้อาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่”
“ไว้ผมจะบอกเขาให้ หลังจากเขากินกันเสร็จแล้ว” ดีแลนหัวเราะกลบเกลื่อนให้สถานการณ์มันคลี่คลายลงผิดกับผมที่โดนคนใจร้ายพลิกกายให้แนบชิดกับกำแพงของเรือหันหลังให้เขาเพื่อที่เ้าตัวจะได้ทำอะไรสะดวกคมเขี้ยวร้ายฝังลึกลงบนที่ผิวเนื้อตรงบั้นท้าย
“อึก !” ผมยกมือขึ้นปิดปากพยายามกลั้นเสียงไม่ให้หลุดออกไป เหล่มองดีแลนที่พยายามควบคุมคนด้านนอกให้เขาแอบหันมามองเราอยู่เช่นกัน
“ผมว่าพวกคุณไปทำอย่างอื่นเถอะครับ ผมจะจัดการตรงนี้ให้ขออภัยที่ทำให้เสียบรรยากาศ”
“แต่คุณนี่หน้าคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนเลยนะ”
“ครับ ?”
“เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า ?” ริชาร์ดถามดวงตาหรี่ลงตรวจสอบใบหน้าคนที่ขบขันใส่ ดีแลนส่ายหัว เขาผายมือให้ทั้งสี่คนเดินออกไปจะได้ไม่ขัดเวลาพี่ชายของเขาที่กินผมไม่รู้เวล่ำเวลาแน่นอนว่าตอนแรกริชาร์ดแลดูจะอยากคุยกับเขา ดวงตาฉายชัดถึงความสงสัยระคนสนใจในใบหน้าทว่าเลขาหนุ่มคนนั้นก็พาเขาเดินไปด้วยกันเนื่องจากมีคนโทรมาตาม
ผมคิดว่าน่าจะเป็คนที่ผมกำลังตามหาอยู่
“ดีวาน อึก ปล่อยผมน่า”
“...”
“ผมมีเื่ต้องทำนะ อ๊ะ !” ผมหลุดครางลั่นจนต้องเอามือตะครุบปากนั่นทำให้ดีแลนส่ายหน้าเบา ๆ คล้ายกับเหนื่อยหน่ายใจเขามองซ้ายมองขวาตรวจสอบว่าแถวนี้มีใครไหมก่อนจะเดินเข้ามาในซอกที่ผมกับดีวานใกล้จะร่วมรักเต็มทนดวงตาสีดำสะท้อนแสงตะวันจากอีกฝั่ง เขาถอนหายใจขณะมองพี่ชายตัวเองกินผม
“ให้ตายเถอะ ไหนพี่บอกว่าจะอดทนไง”
“โซลจูบกับผู้ชาย”
“แต่พี่ทำเราเสียแผน” คนน้องพ่นลมหายใจ กวาดตามองผมที่น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความเจ็บจากที่โดนกัด“ที่รัก เขาทำคุณเจ็บมากเหรอ ?”
“อย่ามาถาม ถ้าคุณไม่คิดจะห้ามเขาอย่างจริงจัง ดีแลน”
“ผมบอกเขาแล้วนะว่าให้ใจเย็น แต่คุณก็รู้ว่าเขาเป็พวกรุนแรง”
“อื้อ !”
“และพอเห็นคุณในสภาพนี้แล้ว ผมก็ชักจะอยากรุนแรงด้วยแล้วสิ” ผมกัดฟันกรอดพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งสูงด้วยความปรารถนาดีวานลากไล้ไปทั่วเรียวขาของผม ฝากฝังรอยแดงแทรกผ่านรอยกัดเต็มไปหมดมันน่าหงุดหงิดตรงที่ห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง “แต่ผมจะอ่อนโยนให้มากกว่าเขานะ”
“ดะ...ดีแลน” ไม่รอให้ผมห้ามคนใจร้ายคนที่สองก็ฉกฉวยความหวานจากริมฝีปากของผมไปเขาดึงผมไปกอดปล่อยให้ดีวานทำหน้าที่เล่นด้านหลังของผมไปราวกับแกล้งกันมือหนาประคองใบหน้าผมไว้ บดเคล้าเรียวปากอย่างเอาใจ สอดลิ้นเข้ามาเก็บเกี่ยวความหวานรวมทั้งลมหายใจมอบััเร่าร้อนที่ทำให้ในหัวมึนไปหมด
ในหัวผมขาวโพลน ความคิดที่เคยยุ่งเหยิงคล้ายหดหาย ดีแลนสวมบทมัจจุราชใจร้ายขยับมากระซิบใกล้ ๆ
ทำหัวใจผมเต้นแรงไม่เป็ส่ำ
“Game on Dear :)”จบประโยคนั้นปลายนิ้วของดีวานก็แทรกเข้ามาในช่องทางด้านหลังพร้อมกับลิ้นชื้นที่สอดเข้ามาพร้อมกันคล้ายกับใช้มันแทนเจลหล่อลื่นที่ตอนนี้คงหาไม่ได้จากที่ไหนดีแลนปลดกระดุมเสื้อผม แหวกสาบเสื้อขณะที่ลากมือไปทั่วร่างกายกอบกุมส่วนอ่อนไหวของผมไว้ ขยับรูดรั้งเอาแต่ใจให้ผมเสียดเสียวแทบบ้า
“อ๊ะ อื้อ อยะ...อย่า”
“ผมรู้ว่าคุณชอบ” เขากระซิบขบกัดใบหูผมนิด ๆ เป็การปลุกเร้า“ผมคิดถึงใบหน้าตอนคุณมีเซ็กซ์กับพวกเราชะมัดทำให้เราเห็นสิว่าคุณมีความสุขแค่ไหนตอนพวกเราทำกัน”
“มันต้อง อื้อ ไม่ใช่ตอนนี้สิ ผมมีเื่ต้องจัดการ”
“เอาไว้ทำหลังจากที่พวกเราจัดการคุณเสร็จแล้ว”
“ดีแลน...!”
“เป็เด็กดีนะที่รัก” ริมฝีปากร้อนจัดฝากฝังรอยแดงไว้ที่ลำคอของผมเม้มแรง ๆ ไปหลายทีเพื่อให้รอยสีกุหลาบนั่นปรากฏ ผมหลุดครางหยาดใสคลอเบ้าและรินไหลผ่านหางตา มือหนาขยับส่วนหน้าเป็จังหวะ เนิบนาบสลับกับรัวเร็วเช่นเดียวกับเรียวนิ้วที่สอดอยู่ด้านหลังผมตอดรัดมันอย่างปรารถนา มันเป็ปฏิกิริยาปกติที่จะตอบรับเวลาเราจะมีเซ็กซ์กัน
ดีวานกัดเอวผมหนักๆ รุนแรงจนเืไหล เขากวาดต้อนมันเข้าปากไป ยืดกายขึ้นดันผมให้กอดดีแลนไว้ยกสะโพกผมขึ้นพร้อมกับแทรกความรุ่มร้อนเข้ามา
“อ๊า !”
“แน่นชะมัด”เขากดเสียงต่ำยามดันความดุดันเข้ามาในร่างนาทีนั้นมันเจ็บร้าวยิ่งกว่าร่างจะฉีกขาด ผมผวากอดดีแลนไว้แน่น ฝังหน้าลงกับแผ่นอกปล่อยให้ดีวานใจร้ายใส่ผม ผมลืมไปสนิทว่าขนาดของเขามันใหญ่กว่าคนปกติขนาดไหนจากตอนแรกที่ผมกังวลว่าสถานที่ที่เราทำมันอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ กลายเป็ว่าผมต้องมานั่งกังวลว่าร่างกายตัวเองจะพังไหม
เขาไม่อ่อนโยนกับผมเลย
“เด็กดี” เ้าตัวครางต่ำชิดใบหูผม“ผ่อนคลายหน่อยโซล”
“อึก สะ...ใส่เข้ามาแบบนั้น จะผ่อนคลายได้ไง”
“คุณทำได้ เราเคยทำกันมาแล้ว” ผมสะดุ้งร่างกายสั่นไหวเมื่อเขาพยายามฝังกายหนักขึ้น ผมหอบหายใจพยายามตั้งสติผมมีประสบการณ์ด้านนี้พอที่จะผ่อนคลายร่างกายไม่ให้เจ็บมากได้แต่ผมต้องยอมรับว่าผมไม่ได้ทำมาสักพักและการรุกรานแบบรวดเร็วเป็สิ่งที่มอบความเ็ปเกินจะทนไหว
ซึ่งพอเห็นว่าผมน้ำตาไหลดีแลนก็มาจูบซับให้ เขาก้มหน้าลงไปดูดดันยอดอกผมปลอบประโลมให้ความรวดร้าวมันเหือดหาย ไล่ต่ำลงไปอีกเพื่อส่วนอ่อนไหวผมเกร็งหน้าท้องจนลอนกล้ามสวยขึ้นขยุ้มเรือนผมสีสวยที่เคลื่อนไปมาเนื่องจากกำลังเล่นกับส่วนหน้าให้
ร่างสูงบีบปากแน่นรูดรั้งพร้อมกับที่ดีวานดันกายเข้ามาจนสุดเขากอดผมไว้บังคับให้หันไปจูบ เรียวลิ้นชื้นสอดเข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความหวานที่หาไม่ได้จากที่ไหน ดีแลนจับขาผมไว้เขาเริ่มรูดกายผมเร็วขึ้น ขบกัดเล็กน้อยให้ผมครางอื้อในลำคอ ไม่นานนักร่างกายผมก็ได้รับแรงปะทะดีวานขยับกายแม้จะยังจูบกับผมอยู่
“อื้อ !”
“ขี้โกง” ดีแลนกระตุกยิ้มมองผมที่สุขสมกับช่องทางด้านหลัง“ผมจะทำให้คุณคลั่งเหมือนดีวานบ้าง”
“งะ...งั้นก็รีบทำ”
“หืม ?”
“ทำให้ผมเสร็จสักที” ผมกัดปากแน่นสบตากับเขาผ่านความมืดได้ยินเสียงเ้าตัวหัวเราะนิดหน่อยก่อนจะกลับมาเล่นกับส่วนหน้าของผมอีกตัวของผมงอไปด้านหน้า ช่องทางบีบรัดความดุดันที่สอบเข้าหา ดีวานจับแขนผมไว้แอ่นหน้าอกให้ดีแลนัั ผมปลดปล่อยในปากของเขาถึงอย่างนั้นก็ถูกปลุกเร้าอย่างรวดเร็ว
ปลายลิ้นชื้นโลมเลียยอดอกซุกไซ้ซอกคอรุนแรงไม่ต่างจากที่ดีวานกลั่นแกล้งผมหยาดใสไหลผ่านแก้มหยดลงบนพื้นพร้อมกับเหงื่อที่ผุดซึมไปทั่วร่างร่างสูงกระแทกกายอย่างหนัก เขาดูหิวโหยจนผมอยากจะฟาดชะมัดแค่ผมหนีมามันทำให้พวกเขาต้องคลั่งขนาดนี้เลยหรือไง
“ปากคุณยังว่างนะที่รัก”ผมเลียปาก มองดีแลนที่ยืดกายขึ้นแล้วปลดซิปกางเกงลง ความรุ่มร้อนที่ขนาดไม่ต่างจากพี่ชายเท่าไหร่ชี้หน้าผมดวงตาสีดำแพรวพราวบอกให้รู้ว่าผมควรทำอะไร ผมหอบหายใจแต่ก็ยอมส่วนนั้นเข้าปากขาของผมคล้ายจะอ่อนแรงลงทว่าดีวานก็ยึดสะโพกผมไว้แน่น
เสียงเนื้อกระทบเนื้อฟังดูหยาบโลนยิ่งกว่าอะไรผมตอดรัดเขาััความดุดันที่กระทบกับจุดเร้าภายในครางกระเส่าแม้กายร้อนของดีแลนจะยังอยู่ในปาก ผมขบกัดรู้ดีว่าอีกฝ่ายชอบแบบไหนเพราะเราก็ทำกันมาหลายครั้ง ดีแลนขยุ้มเรือนผมไว้เบา ๆครางต่ำเล็กน้อยด้วยความพอใจ
หยาดใสเปื้อนปากผมนิดหน่อยเลยต้องผละออกมาใช้ลิ้นโลมเลียมันเสียดายที่นาทีนี้ดีแลนเองก็ใจร้ายไม่ต่างจากพี่ชายเขาเ้าตัวดันมันเข้าปากผมอีกครั้ง สอบกายเข้าหาราวกับปากผมคือช่องทางด้านหลังความยาวลึกเข้าไปในคอทำผมเกือบสำลักอยู่หลายครั้ง ดีวานโน้มตัวลงมากัดท้ายทอยผมขยับกายหนักหน่วงจนผมแทบทนไม่ไหว
ไม่นานนักหยาดขาวขุ่นก็แทรกซึมไปทั่วภายในขาผมอ่อนทรุดไปกองหากแต่ปากก็ยังขยับให้ดีแลนอยู่ร่างสูงยกยิ้มมองพี่ตัวเองที่เข้ามากอดผมจากด้านหลัง เขาดันหัวผมออกย่อตัวลงมาดันผมให้นอนราบกับอกดีวานที่รองรับ
ความดุดันบดกายเข้ามาในช่องทางที่เต็มไปด้วยหยาดขาวดีวานรูดรั้งตรงนั้นให้ผม
“อ๊ะ อ๊า อื้อ”
“เสียงของคุณมันน่าฟังชะมัดที่รัก”
“อ๊า !” ผมครางลั่น ส่วนปลายของดีแลนกระทบกับจุดเร้าให้กายสะท้านผมจิกเล็บลงกับแขนของดีวาน แลกลิ้นกับเขาจนหยาดใสไหลผ่านปลายคางไปน้องชายขยี้กายหนัก เขาทำให้หยาดขาวทะลักมาเปื้อนซอกขาด้านในของผมมือหนาจับขาผมไว้แน่นสอบกายถี่รัวราวกับกลัวว่าถ้าช้ากว่านี้เราจะไม่ได้ทำกัน
ผมร้องไห้ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ขอร้องให้เขาหยุดต่อให้ก่อนหน้านี้ผมอยากจะไปทำเื่ที่ตัวเองตั้งใจไว้ก็ตามแต่ตอนนี้สมองของผมกลับว่างเปล่า
มันมีแค่ภาพของดีแลนกับดีวานเท่านั้นที่เด่นชัดขึ้นมา
“ที่รัก”ดีแลนกระซิบกัดเข้าที่คอผมอีกข้าง เป็จังหวะเดียวกับที่ดีวานดึงเสื้อผมลงฝากรอยเขี้ยวไว้ที่หัวไหล่ ผมเจ็บจนเหมือนจะตาย ฟันของพวกเขาคมจนผมต้องร้องไห้ดีแลนสอบเอวถี่เช่นเดียวกับพี่ชายเขาที่รูดรั้งให้ผม กายของดีวานถูไปมาอยู่ที่หลังผมเลยเอื้อมมือไปขยับให้เขาเ้าตัวจะได้เสร็จพร้อมกัน
การถูกปรนเปรอทั้งสองทางทำผมเสร็จอีกครั้งหยาดขาวของดีแลนทะลักเข้ามาในร่าง เสียดายที่เขาไม่ปล่อยให้ผมพักเ้าตัวพลิกร่างผมให้หันไปหาดีวาน กดสะโพกลงไปรับความร้อนแรงที่รอคอยอยู่ใช้ตัวเองขับเคลื่อนให้ผมเคลื่อนกายอยู่บนตัวเขากัดหลังผมใกล้เคียงกับรอยแผลที่ดีวานทำไว้
นาทีนั้นผมหัวหมุนยิ่งกว่าเรือโคลงหวังให้ตาย
ดีวานสวนกายเข้าใส่สลับกับดีแลนที่ผลัดเวียนกันเข้ามา
“นี่คือบทลงโทษนะที่รักเพราะคุณหนีเราคราวนั้นเลยต้องทำให้คุณรู้ว่าคุณเป็ของใคร”
“ดะ...ดีแลน”
“และคุณยังไปจูบกับผู้ชายอีกใช่ไหม”
“อื้อ อ๊า”
“เหนื่อยหน่อยนะราชินีของผม”ผมบดสะโพกลงกับกายร้อนของดีวานพยายามไม่ให้ตัวเองกลายเป็ศูนย์กลางให้พวกเขามาแกล้งใส่ผมรู้ว่าขนาดตัวและแรงของผมสู้พวกเขาไม่ได้แต่ผมจะไม่ยอมให้ตัวเองกลายเป็เบี้ยล่างใครแน่นอน
ได้ยินเสียงหัวเราะดีแลนถูกผมให้โน้มตัวมาข้างหน้า เราแลกลิ้นกันมอบััความหวานไปมาส่วนดีวานก็หยอกล้อกับยอดอกผม ย้ำกายรัวเร็วให้ผมรู้ตัวว่าตอนนี้ผมกำลังทำกับใครผมรูดรั้งให้ตอนที่ดีวานถอดกายออกไป และให้ดีแลนเข้ามาแทนที่
หยาดขาวเปรอะเปื้อนไปทุกที่มากสุดก็ไหลผ่านขาและหยดลงบนพื้นไป
นี่มันยิ่งกว่าลงทัณฑ์
ทว่าในตอนที่เรากำลังทำกันอยู่นั้นจู่ ๆ ดีวานก็เข้ามากระซิบข้างหู
“เลิกพาตัวเองไปเสี่ยงได้แล้ว เด็กไม่ดี”
“อ๊ะ อ๊า”
“พวกเราจะจัดการให้เอง” ผมย่นคิ้วไม่เข้าใจที่เขาพูดฝังหน้าลงกับบ่าเมื่อดีแลนย้ำกายดุจนหายใจไม่ทัน “อย่าไปเสียเวลากับคนพวกนั้นมันไม่มีค่าให้คุณสนใจ”
“คะ...คุณหมายความว่าไง”
“หมายความว่าอย่าพาตัวเองไปตาย”
“หา ?”
“ต่อให้จะตายไปแล้วก็ตาม”คำพูดของดีวานแลดูจะหายวับไปทันทีเขาบดขยี้ริมฝีปากแล้วดันร่างผมชิดกับกำแพงเพื่อสอบกายเข้าหาผมนาทีนั้นผมกอดเขาไว้แน่น หยาดใสไหลผ่านแก้มคลอเคล้ากับความปรารถนาผมไม่รู้เลยว่าตัวเองควรจะตอบรับหรือพูดว่าอะไรบ้าง
รู้แค่ว่าก่อนที่ฟ้าสว่างจะลาลับดีวานกับดีแลนพูดพร้อมกันว่า
“คุณเป็ของเรา โซล”
พวกเขา้าจะสื่อถึงอะไรกันแน่นะ
ยิ่งกว่าขึ้น์แล้วตกนรกพร้อมกัน
ผมโดนพวกเขากลั่นแกล้งอย่างหนักเรี่ยวแรงหดหายจนไม่รู้ว่าตัวเองสลบไปตอนไหน ภาพสุดท้ายที่ผมเห็นคือริมฝีปากใจร้ายที่พูดอะไรหลายอย่างข้างหูผมก่อนจะมอบััที่ชวนติดตรึงยิ่งกว่าบุหรี่ราคาแพงที่ผมสูบในตอนนั้นผมลืมไปเลยว่าผมต้องมาหาตัวคนจ้างวานริชาร์ด
ผมปล่อยใจไปกับรสชาติของพวกเขาให้ร่างกายได้ลิ้มรสความดุดันแสนหอมหวาน
และตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะเสียงทะเลาะจากห้องข้างๆ
เพล้ง !
“อ๊ะ !”เสียงบางอย่างที่ตกแตกทำผมสะดุ้งตื่นจากความฝัน ร่างกายเจ็บร้าวจนต้องนิ่วหน้าปวดจนอยากจะร้องไห้ออกมาไม่ต่างจากวันนั้นที่พวกเราทำกัน “บ้าจริงเจ็บชะมัด...แล้วนี่พวกเขาหายไปไหนกันอีกแล้วเนี่ย”
ผมย่นคิ้วใส่กวาดตามองรอบห้องพักก็ไม่เจอใครเลยสักคนดีแลนกับดีวานไม่เคยจะทิ้งโน้ตหรือบอกผมว่าเขาจะไปไหน พอเขาสนุกกับสิ่งที่ได้ไปเขาก็ปล่อยผมไว้ในห้องคนเดียวราวกับเป็ขยะ ผมกัดปากแน่นสิ่งแรกที่ผมมั่นใจคือผมยังอยู่ในเรือที่ขโมยบัตรเชิญโนเอลมา
เสียงทะเลาะจากห้องข้างๆ ทำให้ผมเหลือบไปมองผนังที่กั้นเราไว้ ผมฟังไม่รู้เื่หรอกว่าพวกเขาทะเลาะอะไรผมสนใจแค่นาฬิกาที่ติดไว้บนผนังมากกว่า
ตอนนี้สี่ทุ่มกว่ามันเป็เวลาที่ริชาร์ดจะ...
‘ท่านรอคุณอยู่ที่ชั้นสามครับ แต่บอกให้ไปหาเป็การส่วนตัวตอนสี่ทุ่ม’
‘ไม่ใช่ว่าเขาจะต้องลงมาเปิดงานก่อนหรือไง ?’
‘ครับ ลงมาเปิดงานเสร็จท่านก็จะกลับไปทำงานต่อ’
“อาต้องไปหาเขาแล้วแน่ ๆ” ผมพึมพำเลียปากขณะที่มองหาเสื้อผ้าตัวเองที่กระจายอยู่ทั่วพื้นเพิ่งสังเกตว่าเสื้อที่สวมอยู่ไม่ใช่เสื้อของตัวเองมันใหญ่จนปิดขาอ่อนผมแบบิ่เหม่ น่าจะเป็เสื้อของดีวานไม่ก็ดีแลนกลิ่นน้ำหอมที่เขาใส่มันเริ่มจางลงจนผมไม่แน่ใจว่าเป็ของใคร
เสียดายที่ผมต้องถอดมันทิ้งหยิบเสื้อผ้าตัวเองขึ้นมาใส่
หลังจากนั้นก็ประคองร่างตัวเองเปิดประตูออกไป
ถึงเวลาตามหาคนร้ายแล้ว