ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เ้าของเรือนผมสีบลอนด์น้ำตาล ดวงตารูปอัลมอนด์สีอำพันหายาก ั์ตาคู่นั้นนิ่งสนิทดุจน้ำลึก ริมฝีปากดูหยิ่งผยองเล็กน้อย เขานั่งอยู่บนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์เทนเนอร์ ทวงท่ายามหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบทำให้ดูน่าจับจ้อง การแสดงออกอย่างเป็ธรรมชาติทำให้ 'วิลเลี่ยม วอลเรน' ล่อลวงเหล่าคนมองเหมือนแมลงตัวเล็กที่เดินมาติดกับใยแมงมุม
บรรยากาศรอบตัวของชายหนุ่มมองดูเรียบสงบและลุ่มลึกน่าค้นหาขัดกับเสียงเพลงแจ๊สภายในคลับ คนที่โดนล่อลวงด้วยทวงท่าอย่างเป็ธรรมชาติเดินเข้ามาทักทายหวังจะได้พูดคุย กลับได้รับเพียงรอยยิ้มเจือจางยากที่จะหยั่งถึงจากวอลเรนแทน
'เข้าหายาก ลึกลับ และท้าทาย' สิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็เสน่ห์เฉพาะตัวของวอลเรนโดยที่เ้าตัวไม่ได้เจตนา
คุณสมบัติเหล่านี้ถูกใจเหล่าเสือตัวใหญ่ที่กำลังหิวกระหายนัก ‘อธิป’ เป็หนึ่งในเสือตัวใหญ่ที่กำลังจ้องเหยื่อด้วยสายตามันวาววาม เขาอยากจะขยี้คุณสมบัติเ่าั้ให้พังพินาศแล้วคว้าเอาเ้าของดวงตารูปอัลมอนด์มาขย้ำซ้ำจนร้องอ้อนวอนเขา
“ตรงนั้น ไม่เบาเลยว่ะ” เพื่อนร่วมโต๊ะของอธิปพูดขึ้นมา สายตาของคนบนโต๊ะต่างมองวอลเรนตาเป็มัน ทว่าไม่มีใครกล้าเข้าไปทักทายเพราะชายหนุ่มยากที่จะเข้าหามากเกินไป “แต่พยศน่าดู”
รอยยิ้มท้าทายปรากฎอยู่บนใบหน้าของอธิป เขาจับจ้องร่างบอบบางสวมเสื้อสีขาวเนื้อบางโปร่งจนแทบจะมองทะลุเข้าข้างในได้ ทั้งเอวเล็กสอบ ก้นกลมงอน รอบกายของชายหนุ่มตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นไอของความเงียบและสงบจนอธิปไม่อาจละสายตาได้
ร่างสูงโปร่งแต่งกายด้วยเสื้อขาวสวมทับด้วยสูทเนื้อกำมะหยี่อย่างดีสมกับที่เป็ลูกชายเ้าของบริษัทหงส์กรุ๊ป ดวงตาของเขาประกายวิบวับราวสัตว์ป่า ชายหนุ่มก้าว่ขายาวไปหาวอลเรนที่นั่งอยู่บนเคาน์เตอร์ เขาเก็บงำอารมณ์ที่พลุ่งพล่านมากเกินจำเป็ลงไปภายใต้ใบหน้าที่แสนอ่อนโยนและสุภาพ
“นั่งคนเดียว เหงารึเปล่าครับ” ชายหนุ่มเอ่ยทักทายวอลเรนเป็ภาษาไทยทั้งที่มองปราดเดียวก็น่าจะรู้ว่าชายหนุ่มเป็ลูกครึ่ง เพราะหน้าตาของชายหนุ่มออกไปทางฝั่งยุโรปมากกว่า อธิปทิ้งตัวลงเก้าอี้สูงตัวที่ว่างอยู่โดยไม่ขออนุญาติ คนที่ถูกทักทายค่อยๆหันหน้ามาหาต้นเสียงอย่างไม่รีบร้อน สายตาของอีกฝ่ายราวกับจะเกี่ยวตวัดิญญาได้ ทำให้คนมองเกิดอาการหัวใจเต้นรัวไม่เป็ส่ำ
กลีบปากสีชมพูอ่อนขยับตอบอย่างไม่รีบร้อน อธิปเผลอจับจ้องกลีบปากฉ่ำนั้นเหมือนโดนดึงดูด “ถ้าผมบอกว่าไม่?”
อธิปพิศมองรอยยิ้มนั้นด้วยดวงตาอันร้อนระอุ ชายหนุ่มขยับยิ้มเบาบางเอ่ยชื่นชมเ้าของใบหน้าเย่อหยิ่ง “คุณพูดภาษาไทยคล่องจังนะครับ”
วอลเรนไม่ตอบอะไร รอยยิ้มตรงมุมปากกดลึกขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่จะปรายสายตาไปมองทางอื่น ข้อมือข้างขวาก็หมุนแก้วไวน์ในมือเล่น ท่าทางราวกับไม่สนใจสิ่งใด สร้างบรรยากาศรอบตัวเองขึ้นมาเองทำให้อธิปรู้สึกท้าทายอยากเข้าใกล้อีกฝ่ายมากขึ้นกว่าเดิม
“กำลังรอใครอยู่รึเปล่าครับ” อธิปยังถามพร้อมรอยยิ้มที่คล้ายจะอบอุ่นและอ่อนโยน ทว่าั์ตาขลับสีดำกลับสะท้อนความหื่นกระหายที่เก็บเอาไว้ไม่อยู่แวบหนึ่ง วอลเรนชำเลืองมองเ้าร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาอีกครั้ง เขาขยับยิ้มมุมปากแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงแฝงความนัยลึกล้ำพร้อมเอียงคอเล็กน้อย
“ถ้าผมบอกว่าผมกำลังรอคุณล่ะ?”
อธิปหัวใจกระตุกสั่นเล็กน้อย ดวงตาทอประกายวาบ เขาขยับร่างกายไปใกล้ชิดกับอีกฝ่ายมากขึ้น กลิ่นหอมเย็นอ่อนของบางอย่างลอยปะทะเข้ากับจมูกกระตุ้นอารมณ์เขาได้เป็อย่างดี อธิปไม่รอช้าเอื้อมมือไปคว้าเอวเล็กสอบของอีกฝ่ายมาหาตัว มือของชายหนุ่มเผลอสั่นเล็กน้อยเมื่อััเอวสอบของวอลเรนผ่านผ้าเนื้อบาง เขาเผลอลูบไล้กล้ามท้องลอนนั้นด้วยอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นทุกที ชายหนุ่มโน้มตัวไปกระซิบข้างหูของวอลเรนด้วยเสียงกระเส่า
“ถ้าแบบนั้นเราไปหาอะไรทำสนุกๆกันไหมครับ”
วอลเรนหัวเราะแ่เบาคล้ายคลื่นลมระลอกหนึ่งพัดผ่านไป มือบางยกไวน์ที่เหลืออยู่ก้นแก้วขึ้นจิบเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเ้าตัวจงใจหรือไม่ เพราะหยดน้ำใสของไวน์เกาะติดมุมปากของวอลเรน ลิ้นเล็กสีแดงตวัดเลียมุมปากพลางมองอธิป “เื่สนุก ก็ต้องไปทำที่อื่น”
ร่างกายของอธิปสะท้านขึ้นมา ดวงตาของอธิปจับจ้องร่างตรงหน้าราวกับจะกลืนกินอีกฝ่ายให้ได้ วันนี้ถ้าผมไม่ได้กินคุณ คุณก็ฆ่าผมให้ตายเถอะ...อธิปกระตุกยิ้มให้กับความคิดในใจ เขาโน้มตัวทำท่าจะจู่โจมอีกฝ่ายเสียตรงนี้ ทว่าเขากลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าเมื่อร่างนั้นลุกขึ้นอย่างไหวตัวทัน วอลเรนกดรอยยิ้มล้ำลึกที่มุมปาก ปรายตามองอธิปที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์ก่อนจะเดินผละออกไปบอกความนัยกับอธิปว่า 'ให้ตามมา'
ภายในหลืบทางแคบที่ลับตาคน ไร้สิ่งมีชีวิตใดใด มีเพียงความเงียบสงัดที่เข้าปกคลุม มีสองร่างยืนแนบชิดนัวเนียกัน คนหนึ่งกำลังหอบกระหายราวสัตว์ป่า ดวงตาเสแสร้งว่าเป็คนอ่อนโยนในตอนแรก ตอนนี้กลับเก็บงำดวงตาที่หิวโหยไม่อยู่แล้ว ลิ้นร้อนพยายามลามเลียชมชิมร่างกายหวาน อยากจะฉีกทึ้งคนตรงหน้าเหลือทน ไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มตรงหน้าเขาจะมีเสน่ห์ร้ายถึงเพียงนี้ ร่างเล็กเอวสอบโอบแขนคล้องคอเขากระซิบด้วยเสียงเบาอย่างเยาะหยัน
“คุณเป็อะไรไป”
รู้ทั้งรู้ก็ยังจะถามอีกหรือ เพราะความมืดมิดในซอกหลืบทำให้อธิปมองเห็นหน้าของอีกฝ่ายไม่ชัดเจน แต่แสงตกกระทบบนใบหน้าของวอลเรนทำให้เขาพอจะเห็นรอยยิ้มที่ดูลึกล้ำน่าค้นหานั้น
อธิปตอบด้วยน้ำเสียงหื่นกระหายอย่างปิดไวไม่มิด “ผมทนไม่ไหวแล้ว วอลเรน คุณยั่วผมมากเกินไปแล้ว”
มือหนาลูบไล้ไหล่กลมมนผ่านผ้าเนื้อบางไล่ลงมาถึงแผ่นหลังและต่ำลงมาเรื่อยๆจนเกือบถึงขอบกางเอง เขาอยากจะฉีกทึ้งเสื้อที่เป็ปราการบดบังผิวเนื้อนั้น มือหนากำลังคลืบคลานเข้าไปในกางเกงของชายหนุ่ม ทว่าวอลเรนกลับกดมือข้างขวาของตนเองลงมาจับข้อมือของอธิปไว้ก่อนที่เขาจะถลำลึกไปมากกว่านี้ ส่วนมือข้างซ้ายก็ยกนิ้วชี้ทาบปากอีกฝ่ายอย่างแ่เบาราวขนนก กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่รีบร้อนแผงไปด้วยความเยาะหยัน
“ถ้ารีบ ผมก็ไม่สนุกสิ”
“คุณอยากให้ผมทำอะไร” อธิปพูดพร้อมดึงเอวสอบของวอลเรนเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น ทั้งที่แค่นี้ก็แนบชิดกันไปทุกส่วนแล้ว วอลเรนกระตุกยิ้มอย่างสมเพช ในเวลานี้หากเขาสั่งให้อีกฝ่ายกลายเป็หมาเขาก็คงยอมทำ ชายหนุ่มเก็บซ่อนสีหน้าบางอย่างลงไป แล้วพูดด้วยเสียงเนิบนาบ
“คุณรู้จักผู้หญิงที่ชื่อนิษารึเปล่า”
ได้ยินชื่อ‘นิษา’ ร่างของอธิปก็ชะงักพลัน ดวงตาสีดำหื่นกระหายแปรเปลี่ยนเป็ความตระหนก เขาเผลอปล่อยมือจากเอวสอบจนเกือบผลักร่างบางให้ออกจากตัว ริมฝีปากที่กำลังจะขยับพูดกลับพูดไม่ออกขึ้นมา
กริ๊ก!
เสียงลั่นไกนกดังขึ้น กระบอกปืนเย็นเฉียบจนถึงกระดูกดำกำลังถูกกดมาที่ขมับข้างซ้ายของเขาอย่างไม่รู้ตัว มุมปากของวอลเรนยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเผยความชั่วร้ายอย่างเปี่ยมล้น
“ผมคงไม่ต้องถามหรอก เพราะคุณจะไม่รู้จักคนที่ตัวเองจ้างฆ่าได้ยังไง” วอลเรนกระชากเน็คไทป์ของอีกฝ่ายเข้ามาหาตัวเองอย่างแรง แม้อธิปร่างจะสูงใหญ่กว่าแต่ก็โดนฉุดตามแรงดึงไปโดยง่าย “จริงมั้ย ?”
“แก...แกเป็ใคร!!”เขาโพล่งขึ้นอย่างหัวเสีย ราวโดนค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กะโหลก อารมณ์ที่พุ่งสูงเมื่อครู่ลดลงมา ลมหายใจกระชั้นชิดขึ้นเมื่อเริ่มรู้สึกถึงอันตราย กระบอกปืนยังกดจอมาที่ขมับข้างซ้าย เ้าของดวงตารูปอัลมอนด์กำลังกุมชีวิตเขาอยู่ และยังคงหัวเราะอย่างสนุกสนานราวกับเื่ตรงหน้าเป็เื่ตลก
นิ้วชี้บางหมุนเล่นกับเน็คไทป์สีดำ แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ “อ้าว ทำไมหยาบคายกับผมซะอย่างนั้นล่ะครับ...” วอลเรนหยุดพูดเมื่อร่างกายของอธิปขยับเพียงเล็กน้อย ั์ตาสีอำพันสะท้อนฉายแววขุ่นเคืองทันที มือบางกดปืนเข้าไปที่ขมับด้านซ้ายแน่นขึ้นอีกแล้วพูดด้วยสุ้มเสียงไร้ความปราณีกับคนตรงหน้า“อย่าขยับ เพราะผมพร้อมเจาะกระโหลกคุณทุกเสี้ยววินาที คุณรู้ใช่ไหม แค่คุณคิดจะทำร้ายผม ผมก็กดปืนแค่ทีเดียว...ปัง” วอลเรนทำเสียงเลียนแบบปืนแล้วหัวเราะแ่เบาเมื่ออีกฝ่ายสะดุ้งกับเสียงลอกเลียนแบบของตนเอง
“้าอะไร!” อธิปถามเสียงกร้าว ดวงตาสีดำสั่นระริก ร่างกายสั่นสะท้านไปทั่วทั้งตัว อธิปมองร่างบอบบางที่ยืนอยู่เกือบประชิดตัวเขา ถ้าเพียงเขาเตะหรือทำอะไรกับร่างบอบบางนั่นสักอย่าง อีกฝ่ายก็คงสู้เขาไม่ได้แล้ว ทว่าความขี้ขลาดตาขาวของอธิปกลับมีมากกว่าจึงไม่กล้าขยับกาย แม้แต่หายใจเข้าก็ยังลืม
วอลเรนถึงกับปิดปากหาววอดจนน้ำตาไหลมากองขอบขนตาแพรยาว “ทำไมถามคำถามโง่จังครับ คุณฆ่า‘พี่สาว’ กับ 'แม่แท้ๆ' ของผม แล้วผมจะ้าอะไรล่ะ”
“ไม่จริง! ยัยผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ลูกครึ่งแบบแก! ไม่มีทางเป็พี่แก! แถมยัยผู้หญิงนั่นยังเป็ลูกกำพร้าพ่อด้วยซ้ำ แก้าอะไรจากฉัน!” อธิปไม่ลดละความเดือดดาล วอลเรนจึงกดกระบอกปืนไปที่ขมับซ้ายของชายหนุ่มให้เขาใจเย็นลงอีกซักหน่อย
“เขาบอกคุณอย่างนั้นหรอครับ หรือเพราะเห็นแค่หน้าตาของพี่สาวผมไม่เหมือนลูกครึ่ง คุณถึงทึกทักเอาเอง งั้นก็แย่หน่อยนะ เพราะผมเป็น้องชายแท้ๆของเขาเลยล่ะ” วอลเรนพูดด้วยเสียงเนิบนาบ เงามืดผ่านเข้ามาในดวงตา รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆลดลงเรื่อยๆ “ทีนี้บอกเหตุผลที่คุณฆ่า 'แม่แท้ๆของผม' กับ 'พี่สาว ' ได้รึยังครับ ผมอยากรู้จะแย่”
“แกคิดว่าจะฆ่าฉันได้ง่ายๆงั้นหรอ” ชายหนุ่มเหยียดยิ้มอย่างเย้ยหยัน ทั้งที่ความตายอยู่ตรงหน้าก็ยังทำปากดี วอลเรนทำหน้าถอดสีเล็กน้อยจนอีกฝ่ายได้ใจ ทว่าไม่นานวอลเรนก็หัวเราะเย้ยหยันจนน้ำไหลกับความโง่เขลาของอธิป
“ใช่” วอลเรนกดอาวุธร้ายในมือหนักขึ้นอีก จนขมับซ้ายของอีกฝ่ายเป็รอยช้ำ "ตอบให้ตรงคำถามด้วย ผมถามว่าสาเหตุคืออะไร ทำไมต้อง'ฆ่า'พวกเขา"
อธิปตัวแค่นหัวเราะทั้งที่ตัวสั่น "คนไม่มีหัวนอนปลายเท้า แกคิดว่าคนแบบนั้นสมควรจะเป็คนที่คลอดทายาทของหงส์กรุ๊ปงั้นหรอ!"
วอลเรนที่ทำท่าทางสบายมาตลอด ตอนนี้เขากลับหุบยิ้ม ดวงตาเม็ดอัลมอนด์ดูราวกับปีศาจร้าย กำกระบอกปืนในมือแน่นขึ้นก่อนจะง้างมันขึ้นมาแล้วตบเข้ากับใบหน้าข้างของอีกฝ่ายอย่างแรงจนร่างของอธิปเซล้มไปนอนกับพื้น หูของเขาได้ยินเสียง 'วิ้ง' ขึ้นมา ยังไม่ทันที่อธิปได้ตั้งตัว
กระบอกปืนก็ถูกกดจ่อมาที่กลางหน้าผากของอธิป พร้อมเท้าที่สวมใส่รองเท้าหนังอยู่หยียบเข้ามากลางหน้าอกแกร่งที่กำลังสั่นไหวรุนแรง แม้แต่เท้าของวอลเรนยังรับรู้ถึงความสั่นกลัวนั้นได้...น่าสมเพช
"ผมก็แค่หวังว่าคุณจะมีเหตุผลที่ดีกว่านี้ แต่ถ้ามันไม่มี ผมก็จะได้ฆ่าคนเลวๆแบบคุณได้สบายใจขึ้น"
คราวนี้อธิปหัวเราะลั่นราวคนบ้า ถมน้ำลายผสมเืออกมาตั้งใจจะให้โดนวอลเรนแต่ก็พลาดไป แต่กระนั้นก็ยังกัดฟันพูด "การที่แกฆ่าฉันก็ไม่ได้ทำให้แกดูดีขึ้นหรอกนะ เพราะแกก็เลวพอๆกับฉันนั่นแหละ" อธิปตัวสั่นเล็กน้อย แต่ก็ยังพูดต่อ “อย่างน้อยฉันก็เป็ถึงลูกชายประธานบริษัทหงส์กรุ๊ป แกไม่มีทางที่จะฆ่าฉันได้โดยไม่มีใครหาตัวแกเจอ!”
วอลเรนเหยียบเข้าบริเวณที่ลิ้นปี่ของอีกฝ่ายอย่างแรงจนอธิปหายใจติดขัด ซ้ำวอลเรนยังกดขยี้กระบอกปืนลงกลางหน้าผากอย่างไม่ปราณี “บริษัทหงส์ที่กำลังจะปิดตัวลงเพราะข้อมูลของลูกค้ารั่วไหลไปให้มิจฉาชีพน่ะหรอ...ว้า จะเป็หนี้สักเท่าไหร่นะ”
“ไม่จริง!” ชายหนุ่มเบิกตากว้าง มันจะเป็แบบนี้ไปได้ยังไงกัน!
“ความรู้สึกสิ้นหวังก่อนตายมันก็ไม่เลวใช่ไหมล่ะ ผมจะบอกเื่ดีๆให้นะ ไอ้ระบบบริษัทง่อยๆของพ่อแม่คุณ ผมเจาะสิบนาทีก็สำเร็จแล้ว แต่น่าเสียดายที่คุณคงไม่ได้อยู่ดูความพินาศของบริษัทคุณ ถือว่าผมใจดีมากแล้วนะ” วอลเรนพูดด้วยเสียงเย็นและหัวเราะแ่เบา ตอนนี้ชายหนุ่มเหมือนกำลังสนุกสนานกับเื่ตรงหน้าอยู่ "ผมเสียดายลูกของคุณจริงๆ ที่ต้องมีพ่อเลวๆแบบคุณ ฆ่าได้แม้กระทั่งเด็กที่ยังไม่ได้เกิดออกมาดูโลก"
"เหอะ งั้นก็ดีใจด้วยเพราะเด็กพวกนั้นก็มีน้าเลวๆอย่างแกเหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่เด็กพวกนั้นคงไม่มีทางได้เจอหน้าแกแล้ว" อธิปหัวเราะลั่นทั้งที่เืกลบปากจากการถูกกระบอกปืนตบ ลมหายใจก็ติดขัด ทว่าในใจเขาเชื่อมั่นมากว่ายังไงพ่อแม่ของเขาก็สามารถหาตัวเพื่อลงโทษคนผิดอย่าง 'มัน' ได้
"งั้นผมก็ต้องเสียใจด้วยเพราะลูกของคุณยังอยู่ พี่สาเขาฉลาดกว่าที่คุณคิดนะ แล้วผมจะเป็พ่อเลวๆของเด็กให้แทนคุณเอง ไม่ต้องห่วง" หัวเราะทีหลังมันรู้สึกสะใจแบบนี้นี่เอง ยิ่งเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายซีดเผือดยิ่งทำให้วอลเรนเผยรอยยิ้มที่น่าสมเพชอีกฝ่าย "แล้วผมจะบอกอะไรดีๆให้สักอย่าง ว่าผมสามารถทำให้คุณกลายเป็บุคคลสาบสูญ หรือตายเพราะอุบัติเหตุได้นะ อ้อ ส่วนครอบครัวของคุณไม่ต้องเป็ห่วงนะ"
วอลเรนหยุดพูดแล้วดึงตัวของอธิปขึ้นมาแล้วกระซิบข้างหูของชายหนุ่ม
"ใครที่สั่งฆ่าหลานผม...ผมจะดูแลเป็อย่างดีเลยล่ะ"
เมื่อพูดจบกระบอกปืนเก็บเสียงก็ถูกเหนี่ยวไกออกไปโดยที่อธิปยังไม่ทันได้โต้เถียงอะไร ะุทะลุหน้าผากของอีกฝ่ายจนได้ยินเสียงลมหายใจ 'เฮือก' ของเขา ส่งผลให้เืสีแดงคล้ำกระเด็นมาเปรอะเปื้อนใบหน้าขาวนวลผุดผ่องของวอลเรน เขาไม่สนใจจะเช็ดแต่อย่างใดกลับผลักศพไร้ิญญาลงกับพื้นอย่างแรงแล้วลุกขึ้นมาปัดเนื้อปัดตัว
ดวงตารูปอัลมอนด์อัดแน่นไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังดุจเหวลึก มองศพที่นอนจมกองเือย่างน่าสมเพช ก่อนจะกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเย็นลุ่มลึก“แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่แกทำกับเด็กสองคนนั้น เด็กสองคนที่เกือบถูกแกฆ่าตายขณะอยู่ในท้องของพี่สา ถึงเด็กสองคนนั้นจะรอด แต่พวกเขาเสียทั้งแม่ และมีทั้งพ่อเลวๆอย่างแก” เท้าของวอลเรนยกเหยียบศพนั้นอย่างเกลียดแค้นและสมเพช ปลายเท้าบิดขยี้ศพนั้นอย่างรังเกียจ ขนาดฆ่าจนตายแล้ว วอลเรนกลับยังรู้สึกไม่พอใจ
"การที่แกฆ่าฉันก็ไม่ได้ทำให้แกดูดีขึ้นหรอกนะ เพราะแกก็เลวพอๆกับฉันนั่นแหละ"
เสียงหัวเราะของอธิปยังสะท้อนอยู่ในสมองของวอลเรน ดวงตาของชายหนุ่มตอนนี้ยากที่จะคาดเดาความรู้สึกใดใด การแก้แค้นไม่ได้ทำให้เขาดูเป็ฮีโร่หรือคนดี...เขารู้ เขาก็เป็เพียงคนธรรมดาที่มีด้านชั่วร้ายของตัวเอง เขาเลือกเดินทางนี้ด้วยตัวเอง แม้ว่าคนอื่นอาจจะเลือกทางที่ดีกว่านี้ แต่ทางที่ดีกว่านี้คืออะไรงั้นหรือ? รอให้กฎหมายลงโทษคนพวกนี้? หรือรอให้เวรกรรมตามสนอง เขาคงโง่งมมากเกินไปหน่อยถึงคิดที่จะเดินไปทางอื่นไม่ถูก ยิ่งคิดวอลเรนก็อยากหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเมื่อหัวเราะออกมาดวงตาชิงชังคู่นั้นกลับมีน้ำตาไหลเผาะลงมา
หลังจากพ่อเสียชีวิตไปได้หนึ่งปีพร้อมกับธุรกิจที่ล้มละลาย วอลเรนตั้งใจจะกลับมาอยู่ประเทศไทยกับพี่สาวและแม่ที่ไม่ได้เจอกันนาน แต่เมื่อมาถึงเขาต้องมารู้ว่าแม่ถูกฆ่าตาย พี่สาวของเขาถูกยิงในขณะที่ยังตั้งครรภ์อยู่ โชคดีที่หมอช่วยเด็กทั้งสองเอาไว้ทันแต่คนเป็แม่ไม่รอด ก่อนที่เด็กทั้งสองจะถูกส่งไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า นิษาได้ฝากฝังเื่ทั้งหมดกับป้าภาคนสนิทที่ถูกนิสาไล่ั้แ่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังถูกตามฆ่าเนื่องจากว่าอธิปมีคู่หมั้นอยู่แล้ว อีกทั้งคู่หมั้นคนนี้ยังมีผลกระทบมหาศาลกับบริษัทหงส์กรุ๊ป หากว่าฝ่ายนั้นรู้เื่พวกนี้ บริษัทหงส์จะเสียผลประโยชน์มหาศาล กับเพื่อผลประโยชน์กลับต้องฆ่าปิดปากทุกคนที่เกี่ยวข้องกับนิษาอย่างเหี้ยมโหด
งั้นก็คงสมน้ำสมเนื้อกันแล้ว ที่คนอย่าง'มัน'ต้องตายอย่างเหี้ยมโหดแบบนี้
เสียงปรบมือดังขึ้นเรียกสติของชายหนุ่มออกจากภวังค์ ดวงตาเคียดแค้นชิงชังถูกเก็บงำลง เขาปัดมือผ่านหางตาข้างซ้ายเพื่อเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็วแล้วปากระบอกปืนใส่คนที่กำลังเดินมาราวกลับว่าขยะแขยงอาวุธในมือ เ้าของเรือนร่างสูงสง่ารับกระบอกปืนนั้นอย่างแม่นยำพร้อมกล่าวชื่นชมวอลเรนเหมือนขอบคุณที่ทำให้ตนได้ดูเื่สนุก
“หนุ่มน้อย ขนาดไม่เคยใช้ปืนนายยังเืเย็นขนาดนี้ ฉันชื่นชมจริงๆ”
สิ่งที่ ’อลัน เกรย์สัน’ กล่าวมาไม่เกินจริงเลย เขามองชายหนุ่มใบหน้าเรียบเฉยยากจะคาดเดาความรู้สึก วอลเรนไม่เคยจับปืนทว่าฝึกเพียงสองครั้งชายหนุ่มก็สามารถจับได้อย่างมั่นคง ทั้งที่ทางองค์กรจะสอนให้เล็งยิงเพื่อความแม่นยำ เ้าตัวกลับปฏิเสธ ตอนแรกอลันคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่กล้ายิงศัตรูด้วยซ้ำ ทว่าหลังจากที่นั่งสังเกตุการผ่านกล้องในมุมมืดก็ทำให้เขาร้อง 'ว้าว' ออกมาอย่างประทับใจ วอลเรนไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยที่จะยิงะุออกไป ทั้งสายตาและท่าทางดูเรียบนิ่งมากราวกับเป็นักฆ่ามืออาชีพ ...น่าสนใจจริงๆ
วอลเรนไม่มีอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็อำนาจ หน้าตาทางสังคม เป็แค่ชายหนุ่มธรรมดาที่มีหนี้หลายล้านจากธุรกิจล้มละลายของพ่อ เขาแค่อยากจะมาอยู่ประเทศไทย ใช้ชีวิตสงบสุขกับพี่สาวและแม่ที่ห่างกันมานาน ทว่าทุกอย่างกลับพังทลาย แล้วคนไม่มีอำนาจอย่างเขาอยากฆ่าคนถึงขนาดเข้ามาป่วนระบบในองค์กรลับของอลัน เพื่อขอให้องค์กรนี้ช่วยเหลือตน แน่นอนว่าด้วยความสามารถระดับที่เจาะระบบความปลอดภัยระดับสูงขององค์กรมาได้ เขาย่อมน่าสนใจ
สิ่งที่วอลเรนขอให้ช่วยก็แค่เื่ที่กำจัดคนโดยไร้ร่องรอย ทำราวกับว่าองค์กรเขาเป็นักฆ่ารับจ้างเสียอย่างนั้น...แต่จะเรียกอย่างนั้นก็คงไม่เกินจริงสักเท่าไหร่
ชายหนุ่มสามารถทำให้บริษัทหงส์ล้มละลายด้วยตัวคนเดียว ด้วยการแฮกเข้าระบบของบริษัทที่ส่งออกเสื้อผ้าแล้วเอาข้อมูลทางบัญชีและบัตรเครดิตของลูกค้าไปประกาศทั่วอินเทอร์เน็ต ทำให้ส่งผลกระทบต่อคนเป็ล้าน สร้างความวุ่นวายให้กับคนเป็วงกว้าง ช่างเป็คนที่ทำเื่พวกนี้โดยไม่สนวิธีการเสียจริง ขอแค่เพียงอีกฝ่ายพินาศเขาก็ทำทุกอย่าง
“จัดการศพตามที่คุณบอกด้วย”วอลเรนพูดด้วยเสียงราบเรียบ กิริยาแข็งกร้าว ใบหน้าขาวผ่องเดินออกมาจากมุมมืดก็ทำให้อลันเห็นรอยเืบนผิวสีขาวนั้น
อลันอมยิ้ม “ให้ฉันไปส่งไหมหนุ่มน้อย”
“อย่ามายุ่งกับชีวิตผมและลูกของพี่สาวผมอีกก็พอ” วอลเรนปรายตามองอีกฝ่ายกล่าวอย่างเ็า เดินผ่านรถลีมูซีนคันดำไป อลันถูกใจชายหนุ่มคนนี้จริงๆ ช่างยโสโอหังทั้งที่ตัวเองไม่มีอะไรเลย
“นายอย่าลืมสิ วอลเรน เราต้องอยู่ด้วยกันอีกนานเลยล่ะ~” อลันกล่าวอย่างไม่รีบร้อน ได้แต่มองตามร่างของชายหนุ่มที่เดินหายไปในความมืดมิด ก่อนที่เขาจะหันไปออกคำสั่งกับใครบางคนให้มาสะสาง 'ศพ' ให้เรียบร้อย
ใบหน้าไร้ความรู้สึกต่อหน้าทุกคนเมื่อครู่ ตอนนี้กลับซีดเซียวไร้สีเืบนใบหน้า เดินไปได้ไม่นาน ร่างบางก็เข่าทรุดฮวบลงกับพื้น สองแขนเอามือยันพื้นไว้เพื่อไม่ให้ตนเองล้มไปกองกับพื้น เมื่อยามนึกถึงััตอนเข้าใกล้อธิป ชายหนุ่มที่น่าขยะแขยงกำลังลามเลียเขา ทั้ง
ััที่ลูบไปทั่วตัวนั้นรู้สึกทำให้เวียนหัวคลื่นไส้ แม้แต่ตอนที่ใบหน้าของอธิปที่เบิกตากว้างตอนถูกะุเจาะกะโหลกพร้อมเืที่สาดกระเซ็นโดนใบหน้าตนยังติดตรึงในความทรงจำของเขา ในที่สุดวอลเรนก็อาเจียนสิ่งที่อยู่ข้างในออกมาจนเกือบหมดกระเพาะ หอบหายใจแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งตัวยังสั่นสะท้านไปหมด
ทว่าเสียงของบางอย่างดังขึ้นมาในโสตประสาทของชายหนุ่ม
[ภารกิจเริ่มต้น : ฆ่าอธิป ลูกชายเ้าของบริษัทหงส์ สถานะ : สำเร็จ รางวัลถูกโอนเข้าไปในบัญชีของคุณแล้ว]
[สถานะปัจจุบัน : กำลังรอรับภารกิจ]
________________
เปิดมาก็ฆ่าคนเลย วอลเรนนนของไรท์
แนวแบบนี้ไรท์พึ่งแต่งเป็ครั้งแรกเลยนะคะ ถ้าผิดพลาดตรงไหนเตือนไรท์ได้เลยนะคะ
ไรท์มีการรีไรท์เนื้อหาใหญ่เล็กน้อย เป็ยังไงก็เม้นบอกกันเน้อ