นาวินพามอเตอร์ไซด์คันเก่าไปจอดรถในลานจอดรถ ตรงที่เดียวกับที่ที่เขามาในครั้งแรก
ครั้งนี้นาวินเลือกที่จะมาช้าลงสักหน่อยในเวลาแบบนี้นักเที่ยวเริ่มหนาตา โอกาสที่จะได้ปะปนไปกับนักเที่ยวคนอื่นๆ เพื่อไม่ให้เป็ที่เตะตาของคนอื่นๆ แม้ลึกๆในใจยังกลัวว่าคนที่เคยมีเื่กับเขาพวกนั้นจะจำเขาได้มั้ย แต่นั่นไม่ได้ทำให้นาวินกังวลเื่ชกต่อยไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้ามาแล้วไม่ได้พบกับพาฝัน นี่แหละคือปัญหา
นาวินทำทีไปยืนใกล้ๆกับนักเที่ยวกลุ่มหนึ่งที่ยืนออกันอยู่หน้าผับ พวกนี้มากันหลายคน มันจึงง่ายที่จะเข้าไปแฝงตัวยืนปะปนกับกับคนกลุ่มนี้แทบจะไม่มีใครสนใจด้วยซ้ำ ว่ามีคนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในกลุ่มด้วย และเป็อย่างที่คิดทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่นเมื่อคนกลุ่มนี้เดินเข้าไปข้างในโดยไม่มีการ์ดคนไหนหันมามองด้วยซ้ำ
เมื่อเข้าไปข้างในได้แล้วนาวินแยกตัวออกจากคนกลุ่มนั้น แสงมืดๆ สลัวๆ ประกอบกับวันนี้นักเที่ยวมากเป็พิเศษมันช่วยให้สามารถหลบหลีกไปทำภารกิจของเขาได้ไม่ยาก ในขณะที่เดินวนไปเรื่อยๆเพื่อหามุมสงบๆ ให้ตัวเอง ชายร่างกำยำสองคนเดินมาขนาบซ้ายขวาพร้อมด้วยสองมือที่จับแขนของเขาด้วยแรงที่ยากจะต่อต้านได้
นาวินพยายามดิ้นรนแต่ดูไร้ผล
..คนพวกนี้เตรียมตัวมาดี..นาวินได้แต่คิดในใจ
เมื่อหมดหนทางต่อต้านนาวินทำได้เพียงเดินตามแรงฉุดกระชากของสองคนนั้นโดยที่ไม่มีใครสักคนสังเกตเห็นความผิดปกตินี้เลย
ทั้งสามคนเดินฝ่าฝูงชนไปยังห้องเล็กๆที่อยู่ด้านหลังร้าน ตรงนี้คงเป็ที่เฉพาะพนักงานเท่านั้นเพราะไม่มีนักเที่ยวคนไหนให้เห็นเลย เมื่อประตูถูกเปิดออกภาพที่เห็นทำให้นาวินใจชื้นขึ้นมาได้หน่อยนึง
พาฝัน กับคมกริชนั่งด้วยกันบนโซฟาชุดเล็กๆ ที่วางอยู่ริมห้อง บนโต๊ะรับแขก มีเครื่องดื่มวางอยู่สามชุด ดูเหมือนว่าคนพวกนี้ได้เตรียมไว้ให้เขาเป็แน่
“นั่งสิ” คมกริชชี้ไปยังเก้าอี้ที่ว่างอยู่ นาวินเดินไปนั่งอย่างว่าง่าย เขาเหลือบไปมองพาฝันนิดนึงเธอแอบอมยิ้มเล็กน้อย เมื่อเห็นสภาพของเขาในตอนนี้
“ดื่มอะไรสักหน่อยนะคะ” พาฝันรินเครื่องดื่มใส่แก้วที่วางตรงหน้าเธอยื่นมาให้ผู้มาใหม่ นาวินคว้าไปดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
นาวินวางแก้วเปล่าบนโต๊ะเครื่องดื่มแก้วเล็กๆ ทำให้เขาสดชื่นขึ้นมาบ้าง แต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาสบายใจได้นาวินหันไปรอบๆ และมาหยุดลงที่พาฝัน สิ่งที่เขาพบคือ แววตาที่เป็มิตรและคนพวกนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายเขา
“พวกคุณ้าอะไร” นาวินไม่อยากให้ตัวเองต้องคิดไปเองตอนนี้เขาอยากรู้ความจริง
“ครูวินคงเคยพบน้ากริชแล้วใช่มั้ย”พาฝันไม่ตอบ แต่เธอถามกลับมาแทน
นาวินพยักหน้า
“น้ากริชเป็น้าของหนูเองค่ะครู น้าเป็เ้าของผับแห่งนี้และที่หนูต้องมาทำงานที่นี่ก็เพราะว่าหนูต้องหาเงินไปเลี้ยงคุณย่า ครูคงจะรู้แล้วว่าก่อนหน้านี้หนูมีรายได้จากไหน แต่พอเกิดปัญหา หนูก็ต้องพึ่งตัวเองหนูแค่ไม่อยากให้ครูเข้าใจหนูผิด เหมือนคนอื่นๆ” พาฝันเล่าให้เขาแบบสรุป
นาวินถอนหายใจเสียงดังเขารู้สึกโล่งอก ที่ได้ยินความจริงแบบนี้ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาต้องรู้สึกเช่นนี้ ทันทีที่เขาถอนหายใจ นาวินแอบเห็นว่าพาฝันยิ้มออกมาที่มุมปาก
“ผมรู้ว่าคุณพยายามจะช่วยเธอ” คมกริชที่นั่งฟังอยู่ พูดแทรกขึ้นมา “ที่จริงเื่นี้เราจัดการกันเองได้คุณครูไม่ต้องเข้ามาเกี่ยวก็ได้ จะซวยเปล่า”
นาวินยังไม่ปริปากสักคำั้แ่เดินเข้ามาในห้องนี้ เขามองหน้าสลับไปมาระหว่างน้าหลานสองคน
“น้ากริชก็..”พาฝันหัวเราะเบาๆ “น้ากริชหยอกค่ะครู หนูรู้ว่าหนูต้องพึ่งครูอีกเยอะ”
“พวกแกออกไปก่อน” คมกริชหันไปสั่งสองคนที่หิ้วปีกนาวินมาส่งเมื่อสองคนนั้นออกไปแล้ว คมกริชจึงเริ่มเข้าประเด็น
“เอาล่ะ เริ่มกันเลยดีกว่า พาฝันบอกผมว่า ครูนาวิน อยู่ข้างเธอ”
นาวินพยักหน้ารับ
“และเธอก็บอกให้ครูช่วยเธอหาหลักฐานในโรงเรียนถูกมั้ย”
นาวินพยักหน้ารับอีกครั้ง
“ตอนนี้ครูได้หลักฐานอะไรที่พอจะช่วยเธอได้บ้าง” พูดจบคมกริชก็เอนตัวมาเพื่อรอฟังคำตอบ
นาวินกำลังคิดว่าจะตอบไปยังไงดีเพราะเขาเองก็แทบจะไม่ได้อะไรเลยเหมือนกัน
“ไม่มีอะไรเลย” นาวินพยายามโกหกแต่ไม่ค่อยเนียนนัก “ตอนนี้ในโรงเรียนไม่มีใครพูดถึงเื่แล้วด้วยซ้ำ”
“ทุกคนคงจะดีใจที่ตำรวจลากคนไม่ผิดอย่างพาฝันเข้าคุก”น้ำเสียงของคมกริชบอกว่าเขากำลังโมโหอย่างหนัก
“แล้วทางพวกคุณละเจออะไรบ้าง” นาวินถามกลับไป
“ไม่มี” พาฝันตอบเซ็งๆ
“ดูเหมือนว่าคนพวกนั้นมันจะระวังตัวเป็พิเศษ แต่ยืนยันได้เลยว่า งานนี้ไอ้กรไม่นาจะรู้เื่เมื่อวันก่อนผมด้ไปคุยกับเขามาแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้เื่อะไรเลยสักนิดเขายังคิดด้วยซ้ำว่าเป็ฝีมือของพวกเรา ใช่มันดูเหมือนการปฏิเสธความรับผิดชอบแต่ขอยืนยันได้เลยว่า สีหน้าของเขาก็แปลกใจกับเหตุการณ์นี้ไม่น้อยกว่าพวกเรา”
“คุณรู้จักเขาเป็การส่วนตัวสินะ” นาวินต้องแปลกใจ เมื่อเห็นคนทั้งสองหัวให้กับคำถามของเขา
“นี่ครูวิน” พาฝันอธิบายให้ฟัง “ครูมาย้ายมาอยู่ตั้งนานแล้ว น่าจะเห็นสภาพของที่นี่ว่ามันไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย คนเก่าๆ เค้าก็รู้จักกันหมดแหละ อีกอย่างน้ากริชกับผู้อำนวยการเขาก็เป็เพื่อนกันมาั้แ่เด็กๆ แล้ว เพียงแต่ว่าใน่วัยรุ่นต่างคนต่างแยกย้ายกันไป กลับมาอีกที ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว”
“คุณครูคิดหรือว่า ถ้าเป็ผู้ชายคนอื่นมาเกาะแกะกับพาฝันแบบนี้ไอ้กรมันจะยอม” คมกริชหันไปมองหน้าพาฝัน เธอพยักหน้าให้เขาพูดต่อ
“เอางี้นะ ไหนๆ เราก็มาเป็พวกเดียวกันผมจะเล่าให้ครูฟัง” คมกริชขยับตัวเข้ามาหานาวิน “เอาเป็ว่าถ้าจะมีใครสักคนที่จะหยุดไอ้กรได้ ก็เป็ผมนี่แหละ เราเคยเป็เพื่อนกันมานานแต่ผมสังเกตเห็นมานานแล้วว่า ไอ้กรมันแอบคิดอะไรๆ กับพาฝันอยู่ ผมเคยเตือนมันหลายครั้งแต่มันก็เป็แบบนั้น ถ้าอยากได้ มันต้องได้ มันเป็แบบนั้นมาตลอด หลังเกิดเื่ผมจึงรับพาฝันไปอยู่กับคุณย่าและห้ามไม่ให้มันมายุ่งกับเธออีก มันรู้ดีว่าถ้าผิดสัญญา ผมจะทำยังไง คนของผมในเมืองนี้พร้อมรับคำสั่งผมตลอดเวลาผมเชื่อว่ามันไม่กล้าทำอะไรเธอหรอก”
“ถ้าเค้าสั่งให้คนอื่นทำละ” นาวินสงสัย
“ไม่มีทาง” คมกริชยืนยืน
“ถ้าอย่างนั้น ใครจะเป็คนทำ” นาวินยังไม่หายสงสัย
“ครูบอกมาเถอะ ว่าไปเจออะไรมาบ้างบางทีเราอาจจะหาคำตอบได้” พาฝันพยายามเค้นหาคำตอบจากนาวินให้ได้
“ผมจะบอกพวกคุณตรงๆ ก็ได้” นาวินเริ่มพูด “ผมเองไม่ได้เชื่อหรอกว่าท่านผู้อำนวยการจะเป็คนทำเพราะคนแบบนั้นไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นหรอก เพียงแต่ว่า ถ้ามันเกิดในโรงเรียนเป็ไปได้หรือที่คนอย่างเขาจะไม่รู้ ผมจึงเริ่มสืบจากคนใกล้ตัวของเราก่อนในโรงเรียนไม่มีใครที่จะสนิทกับเขามากไปกว่าครูราชิด อย่างที่พวกเรารู้ห้องคอมของครูราชิด เป็แดนลี้ลับที่ไม่ค่อยมีใครเข้าถึง ผมจึงเริ่มสืบจากตรงนั้น และพบว่า ในวันเกิดเหตุครูราชิดเรียกภารโรงคนหนึ่งไปซ่อมสายไฟในห้องคอมและภารโรงคนนี้ลาป่วยั้แ่วันเกิดเหตุ”
“แปลกจัง” พาฝันพูดออกมาเบาๆ
“ใช่ แปลกมากเพราะแบบนี้ผมจึงไปหาภารโรงคนนั้นที่บ้าน ก็พบว่าเขาไม่ได้ป่วยจริง เขายืนยันว่า ในวันเกิดเหตุเขาและครูราชิดทำงานอยู่บนห้องคอมตลอดนั่นทำให้เข้าไม่มีโอกาสได้เดินตรวจตราอาคารเรียนเหมือนที่เคยทำเช่นทุกวันเขาเองก็เสียใจเพราะคาดไม่ถึงว่าในวันนั้นจะเกิดเหตร้ายขึ้นได้”
“ไม่เห็นผู้กองบอกเื่นี้เลย”พาฝันพูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจ
“มันเป็ไปได้ว่า ตำรวจไม่รู้หรือมีใครบางคนอยากปิดเื่นี้ เพราะพอผมไปถามภารโรงนั้น เค้าบอกว่า เื่งานในห้องคอมนั้นเขาทำคนเดียว ครูราชิดไม่ได้ช่วยเขาเลย เขาหายไปเป็พักๆ”
“ครูนาวินกำลังสงสัยครูราชิด” คมกริชสรุป
“ถูกต้อง” นาวินยอมรับ “เพราะถ้าจะมีใครสักคนปลอมตัวเป็พาฝัน แล้วส่งข้อความไปหาเด็กคนนั้นได้ ก็ต้องเป็ครูคอมนี่แหละผมจึงหาทางแอบเข้าห้องคอม แต่กลับไม่พบอะไรเลย เฟสนั่นก็ถูกปิดไปแล้ว”
“ป่านนี้เค้าคงทำลายหลักฐานหมดแล้วคนอย่างครูราชิดหัวหมอจะตาย จะไปเหลือรอให้ครูวินไปพบเหรอ” พาฝันส่ายหัว
“แต่เพราะไม่มีอะไรนี่แหละ มันยิ่งน่าสงสัยต่อให้ครูราชิดเก่งแค่ไหน แต่เื่คอมพิวเตอร์ ผมเองก็พอจะรู้เื่อยู่บ้าง จึงเข้าไปสืบหาประวัติในเครื่องก็พบว่า มีการแอบลงชื่อเข้าใช้เฟสบุ้คในชื่อของพาฝันจริง เสียดายที่ผมไม่ได้เก็บหลักฐานไว้เพราะเขากลับมาพอดี”
“เขาจะทำไปทำไม” คมกริชสงสัย
“ผมสืบรู้ว่ามาว่าครูราชิดคนนี้อยากขึ้นเป็หัวหน้ามานานแล้ว แต่เพราะตัวเองไม่มีผลงานอะไรเลยเขาจึงเลือกที่จะทำงานเอาใจผู้อำนวยการ และครูวนิดาเป็พิเศษ อีกอย่างใน่หลังๆมานี้ ครูราชิดเพิ่งสร้างบ้านใหม่ แว่วๆ ว่าหลายล้านอยู่เหมือนกัน หากต้องทำเพื่อเงินคนๆ นี้ไม่มีทางปฏิเสธแน่” นาวินให้คำตอบ
“หนูก็พอจะรู้นิสัยของครูราชิดดี ก่อนหน้านี้เขาจะโอ๋หนูเพื่อเอาใจพี่กรอยู่เป็ประจำแต่หลังจากเกิดเื่ เขาแทบไม่ได้คุยกับหนูเลย”
“ถ้าเป็อย่างที่พาฝันบอก แสดงว่าคนๆนี้ก็น่าสงสัยที่สุด” คมกริชสรุป
“แต่งานนี้เขาจะลงมือเองโดยที่ไม่มีใครรู้เห็นเลยเหรอมันเสี่ยงไปนะ” พาฝันยังไม่ปักใจเชื่อ
“ถูกต้อง” นาวินเห็นด้วยกับพาฝัน “ผมจึงพยายามหาคนสมรู้ร่วมคิดในเื่นี้ คิดไปเท่าไหร่ก็มองไม่ออกว่าใครกันที่จะใจคอโหดร้ายทำเื่แบบนี้ได้”
คมกริชและพาฝันนั่งนิ่งรอฟังคำตอบของนาวิน
“ผมขอถามพวกคุณก่อนว่าถ้าพาฝันเป็อะไรไป ใครกันที่จะได้ประโยชน์สูงสุด” นาวินถามออกไป แต่ไม่มีใครตอบ
“แน่นอน ผู้อำนวยการจะเป็คนที่สูญเสียมากที่สุดแน่เพราะแบบนี้เราตัดเขาออกไปได้เลย ดังนั้นจึงเหลือแค่คนเดียวที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากเื่นี้”
“ครูวนิดา” พาฝันกับคมกริชพูดออกมาพร้อมๆ กัน