จักรภพและปรีชาไม่เข้าใจความหมายของคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าในเวลานี้สมองของพวกมันสองคนไม่อาจจะคิดอะไรได้อีก นอกจากแสวงหาทางรอดของชีวิต
จริงอยู่ที่ในโลกเบื้องบนมีสัญญาประทับทาสมากมายแต่บังคับได้เพียงระดับร่างกายเท่านั้น หากตกตายลงไป สัญญาทาสย่อมสูญสลายหายไปด้วยแต่สิ่งที่ผู้ทำสัญญาทาสต้องพึงระลึกไว้เสมอนั่นคือไม่อาจจะทำให้ทาสภายใต้การปกครองมีพลังลมปราณสูงกว่าตนเองได้นั่นอาจจะหมายถึงการหลุดออกจากพันธะสัญญาประทับทาสทันที
สัญญาทาสนิรันดร์คือสิ่งใดกัน มันคือการประทับสัญญาทาสที่ผูกพันไปถึงระดับของจิติญญา วิชาตราประทับนี้เป็เอกลักษณ์เพียงหนึ่งเดียวของจักรพรรดิเทพผู้ยิ่งใหญ่ในห้วงสุริยะ
ข้อแม้เพียงหนึ่งเดียวของสัญญาประทับทาสนิรันดร์นี้คือผู้ถูกประทับ ต้องยินยอมพร้อมใจที่จะอยู่ใต้อาณัติไม่มีทางทำลายพันธะสัญญานี้ได้ นอกเสียจากผู้ประทับปลดปล่อยสัญญาทาสนิรันดร์นี้ด้วยตนเอง
ไตรภพโคจรลมปราณด้วยพลังลมปราณ‘ัเทวะ’ ซึ่งเป็เคล็ดวิชาประจำกายของมันในอดีต ลักษณ์ของัทองขนาดจิ๋วในตอนที่มันกลั่นยาเมื่อครั้งก่อนบัดนี้ได้ขยายร่างใหญ่ขึ้นเกือบเท่าร่างกายของไตรภพทั่วร่างของมันมีสีม่วงตามพลังลมปราณของชายหนุ่มที่อยู่ในระดับชนชั้นสีม่วง
ต้องบอกก่อนว่าผู้บ่มเพาะแต่ละคนล้วนมีเคล็ดวิชาในการบ่มเพาะแตกต่างกันตามเอกลักษณ์และการบัญญัติในวิชานั้นๆ บางคนใช้เทคนิคการบ่มเพาะที่มีรูปลักษณ์สัตว์ต่าง ๆบางคนใช้การบ่มเพาะที่มีรูปลักษณ์ของพืช ซึ่งล้วนแต่มีสีของลมปราณตามระดับชนชั้นของลมปราณ
แต่ความแตกต่างและความแข็งแกร่งของแต่ละเคล็ดวิชาล้วนมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไปเคล็ดวิชาบางอันเมื่อตอนบ่มเพาะในขั้นต้นกลับถูกเรียงว่าขยะแต่เมื่อบรรลุถึงลมปราณชนชั้นที่แข็งแกร่ง กลับะเิอานุภาพสะท้านะเืปฐี
เคล็ดวิชาของไตรภพก็เช่นกันลักษณ์ของัจิ๋วในลมปราณชนชั้นระดับต่ำกว่าสีแดงย่อมไม่สามารถปลดปล่อยความสามารถที่แท้จริงของพลังลมปราณใดตัวมันเองมักจะตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบเมื่อต่อสู้กับพลังลมปราณของผู้อื่นอยู่เสมอ
เมื่อตัวมันเองบรรลุถึงระดับลมปราณชนชั้นสีแดงอันเป็ชนชั้นลมปราณของผู้เป็เ้าแห่งดวงดารา กลับสามารถชนะเ้าแห่งดวงดาราคนอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย ก้าวขึ้นสู่สุดยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งโลกเบื้องบน
ยิ่งตอนมันบรรลุระดับลมปราณชนชั้นสีรุ้งคนที่สองในประวัติศาสตร์แดนเทพเคล็ดวิชาัเทวะกลับมีลักษณ์ัที่ใหญ่กว่าดวงดาราในห้วงสุริยะ เกรี้ยวกราดหาลักษณ์ของลมปราณใดเทียบเทียม
นอกจากลักษณ์หงส์น้ำแข็งของผู้เป็อาจารย์ของมันแล้วเชื่อว่าในห้วงสุริยะนี้ไม่มีเคล็ดวิชาลมปราณใดที่สามารถเทียบเคียงจักรพรรดิเทพอย่างมันได้แม้แต่ปลายเล็บ
ไตรภพประทับสัญญาทาสนิรันดร์ลงบริเวณหัวใจของจักรภพและปรีชาด้วยมือทั้งสองข้างพร้อมกันแสงสว่างสีม่วงได้พุ่งเข้าไปที่บริเวณตราประทับ ชายทั้งสองคนรู้สึกเ็ปใบหน้าบิดเบี้ยวออกมา เข่าที่ยังคงชันกับพื้นเริ่มปรากฏเืไหลซึมเนื่องจากถูกพลังลมปราณกดทับ
ฟู่ ฟู่
“ฉันได้ประทับตราทาสนิรันดร์นี้ให้กับพวกแกทั้งสองคนหากแกคิดคดทรยศแม้แต่เสี้ยวหนึ่งของความคิด ย่อมตกตายลงในทันที”
จักรภพและปรีชารีบดูบริเวณหัวใจของตัวมันเองพบเป็ลักษณ์ัสีทองจาง ๆ มีลวดลายสวยงามสลักอยู่เหมือนกับรอยสักเมื่อผ่านพ้นความเ็ปแล้ว ดูเหมือนร่างกายของพวกมันทั้งสองคนจะเบาลงโดยที่มันไม่สามารถอธิบายเป็คำพูดใด ๆได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของพวกมันทั้งสองคนกันแน่
“หากพวกแกสองขึ้นซื่อสัตย์กับฉันอย่าว่าแต่ระดับปรับร่างกายที่พวกแกแสวงหาอยู่เลย ฉันจะสอนเทคนิคการบ่มเพาะให้แล้วพวกนายจะรู้ว่าวรยุทธ์ในโลกใบนี้ล้วนเป็เื่น่าหัวเราะ”
ไตรภพรู้ว่าเพียงแค่คำพูดคงไม่สามารถอธิบายให้ทั้งสองคนเข้าใจได้อย่างชัดเจนจึงเกร็งพลังลมปราณไว้ที่แขนขวา แผ่พุ่งพลังออกไปด้านหน้าที่ประตูทางเข้าซึ่งห่างกับไตรภพอยู่ถึง 10 เมตร
ตูม
ประตูไม้สักอย่างดีบานใหญ่ที่พอจะให้รถบรรทุกสิบล้อเข้ามาจอดในคฤหาสน์หลังนี้ได้ ถูกบดขยี้ลงไม่เหลือแม้แต่เศษซากจักรภพและปรีชาที่เงยหน้ามองเหตุการณ์ดังกล่าวบังเกิดความรู้สึกที่หลากหลาย
“ผมจะซื่อสัตย์กับนายท่านจนกว่าชีวิตจะหาไม่”
“ผมก็เช่นกันแม้จะทำภารกิจที่นายท่านมอบหมายด้วยชีวิตของผมเอง”
จักรภพและปรีชาเชื่อแล้วว่าชายหนุ่มตรงหน้าคือผู้วิเศษเทพเซียนลงมาจุติมนุษย์คนใดบ้างที่สามารถปล่อยพลังออกมาทำลายประตูหนาที่แม้แต่อาวุธายังยิงไม่เข้าเนื่องจากทำด้วยวัสดุที่กันะุ
“เรียกฉันว่า ‘บอส’ ก็พอ ต่อแต่นี้ไปแก๊งเชิ้ตดำจะไม่มีอีกต่อไป”
จักรภพและปรีชาได้แต่รับฟังชายหนุ่มด้วยความเลื่อนลอยแม้จะทำใจได้บ้างแล้วว่าต่อไปนี้ชีวิตจะต้องเป็ทาสของไตรภพแต่ก็รู้สึกใจหายที่แก๊งเชิ้ตดำที่มันสร้างมากับมือจะต้องสลายหายไป
“จักรภพแกลองตอบฉันมาสิว่า หากขายสินทรัพย์ทุกอย่างแล้ว แก๊งเชิ้ตดำจะมีเงินสดเท่าไหร่ ”
“บอสครับตอนนี้ผมมีเงินสดอยู่หนึ่งพันล้านบาทหากขายธุรกิจทุกอย่างในจังหวัดลงจะได้เงินมาเพิ่มอีกราว ๆ สามร้อยล้านบาทรวมเป็หนึ่งพันสามร้อยล้านบาทครับบอส”
“ธุรกิจที่เรามีอยู่เป็อาบอบนวด 3 ที่ โต๊ะบอล 23 ที่ บ่อน 10 ที่ ครับบอส”
จักรภพรายงานตัวเลขทางการเงินออกมาอย่างไม่ปิดบังตัวเลขทรัพย์สินและสินทรัพย์ถูกประมวลในหัวสมองของมันจนคิดเป็มูลค่าของเงินดังกล่าว
“ต่อไปนี้แก๊งเชิ้ตดำจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็ภัตตาคารจักรพรรดิ ทรัพย์สินทุกอย่างของแก๊งเชิ้ตดำจะต้องถูกขายทั้งหมดเป้าหมายของฉันคือในระยะเวลา 3เดือนนี้ ฉัน้าให้มีภัตตาคารจักรพรรดิอยู่ทั่วทุกอำเภอในจังหวัดน่านในระยะเวลา 1 ปีฉัน้าให้มีภัตตาคารจักรพรรดิอยู่ทุกอำเภอทั่วพื้นที่ภาคเหนือ ”
“ฉันรู้ว่าพวกแกสงสัยว่าฉันจะก่อตั้งภัตตาคารไปทำไมฉัน้าให้เป็แหล่งรับข้อมูลข่าวสารทั่วประเทศ รวมถึงเป็กองกำลังในอนาคตซึ่งแน่นอนว่าคนของภัตตาคารจักรพรรดิทุกคนจะสามารถกกลายเป็ผู้บ่มเพาะได้อย่างแน่นอนเมื่อถูกพิสูจน์ความภักดี”
ที่แท้ไตรภพมีความคิดที่จะสร้างกองกำลังผู้ฝึกตนขึ้นประเทศนี้จุดประสงค์หลักของมันจริง ๆ คือการหาทรัพยากรการบ่มเพาะวัตถุภาชนะิญญาที่ช่วยเลื่อนระดับชั้นของพลังลมปราณซึ่งไม่อาจใช้เงินทองสรรหาได้อย่างเดียว
ไตรภพหยิบกระดาษที่วางไว้มุมห้องรับแขกขึ้นมาชายหนุ่มใช้ระยะเวลาเพียง 15 นาทีขีดเขียนลงบนกระดาษใบนี้ก่อนที่จะยื่นมันให้กับจักรภพ
จักรภพรับกระดาษจากมือชายหนุ่มอย่างสั่นกลัวมันค่อย ๆมองดูที่กระดาษใบนี้พบเป็แบบแปลนพิมพ์เขียวของสถานที่แห่งหนึ่งที่ดูสวยงามราวกับสรวง์ถูกออกแบบมาอย่างวิจิตรพิสดาร
ต้องบอกก่อนว่ามันเองแม้จะเป็หัวหน้าแก๊งเชิ้ตดำแต่ก็เปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้างบังหน้า ย่อมต้องมีความรู้ในเื่ต่าง ๆที่เกี่ยวกับการก่อสร้างทุกรูปแบบ มันรู้เลยว่ากระดาษในมือของมันมีมูลค่าแค่ไหน
รูปแบบพิมพ์เขียวของไตรภพถูกวาดเลียนแบบมาจากห้องอาหารในดินแดนเทพจึงใช้ระยะเวลาไม่นานในการร่างมันออกมาจากความคิดของชายหนุ่มเป็อาคารชั้นเดียวที่ภายในถูกตกแต่งอย่างสวยงามเต็มไปด้วยความลงตัวขององค์ประกอบศิลป์
จักรภพยิ่งมองพิมพ์เขียวตรงหน้ายิ่งรู้สึกตื่นเต้นหากมันขายพิมพ์เขียวใบนี้ออกไปให้กับบริษัทใหญ่ ๆ ในประเทศมันเชื่อว่าบรรดาบริษัทั์ใหญ่เ่าั้รวมถึงบรรดาเศรษฐีย่อมต้องแย่งชิงพิมพ์เขียวใบนี้ด้วยจำนวนเงินมหาศาลอย่างแน่นอน
“นายคิดว่ามูลค่าการก่อสร้างตามแบบพิมพ์เขียวนี้ต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ แล้วใช้ระยะเวลากี่เดือนในการสร้าง”
ไตรภพเปลี่ยนสรรพนามเรียกจักรภพชายหนุ่มเอ่ยถามราคาจากจักรภพ ซึ่งตัวมันเองก็ไม่ทราบราคาการก่อสร้างมากนัก
“ถ้าทำตามแบบแพลนเลยราคาก่อสร้างจะอยู่ที่หลังละ 50ล้านบาท แต่หากมีวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างแล้ว ต้นทุนในการทำจะอยู่ที่ละไม่เกิน 20 ล้านบาทครับบอสส่วนเื่ระยะเวลาผมจะหยุดงานก่อสร้างทั้งหมดของบริษัทแล้วเกณฑ์คนมาสร้างภัตตาคารทั้ง 15 อำเภอด้วยจำนวนเงินทุนและคน ผมสามารถสร้างได้ในระยะเวลา 1 เดือนครับบอส”
จักรภพมีความเชื่อมั่นว่าบริษัทของมันสามารถสร้างตามแบบแปลนของชายหนุ่มได้อย่างแน่นอนยิ่งหากมันควบคุมด้วยตนเองแล้วจะยิ่งทำให้การกระบวนการการก่อสร้างเป็ไปด้วยประสิทธิภาพ
“หนึ่งเดือน! เร็วถึงเพียงนั้นเลย”
ไตรภพถามจักรภพอย่างสงสัยมันไม่มีความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้างมากนักแต่การก่อสร้างภัตตาคารที่มีขนาดพื้นที่ 3 ไร่ ตามแบบพิมพ์เขียวจะสามารถสร้างได้ภายในระยะ 1 เดือนจริงหรือ
“ตอนนี้คนงานก่อสร้างที่บริษัทมีจำนวน500 คนครับผมจะรับช่างในอำเภอต่าง ๆ เพิ่มอีก 1,000 คน ถ้าในแต่ละไซส์งานมีจำนวนคนงาน 100 คน ผมสามารถทำได้ภายในระยะเวลา 1 เดือนครับ”
“ดีมากนายกับปรีชาไปดำเนินการตามนั้น เมื่อดำเนินการก่อสร้างเสร็จพวกนายติดต่อฉันมาอีกทีหนึ่งฉันจะเข้าไปวางระบบอีกที ถ้างานนี้สำเร็จ ฉันจะทำให้พวกนายแข็งแกร่งกว่านี้นับร้อยเท่า”
“ขอบคุณครับบอส”
จักรภพและปรีชาโค้งตัวลงขอบคุณชายหนุ่มเบื้องหน้าซึ่งเมื่อไตรภพบอกรายละเอียดต่าง ๆ ของแบบพิมพ์เขียวแล้วจึงให้เบอร์โทรศัพท์และช่องทางการติดต่อแก่จักรภพและปรีชา
ตัวมันเองได้ใช้วิชาตัวเบาทะยานร่างออกไปจากที่ตั้งของแก๊งเชิ้ตดำใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที ชายหนุ่มก็สามารถลงจากูเา้าอันเป็ที่ตั้งของแก๊งเชิ้ตดำได้ในที่สุด
จิตััของชายหนุ่มในระยะร้อยเมตรถูกกระตุ้นเตือนราวกับพบเหตุการณ์ผิดปกติชายหนุ่มรีบทะยานร่างไปที่แห่งนั้นในทันที
ไตรภพเห็นผู้คนจำนวนมากหากนับดูแล้วเกือบสิบคน สวมชุดข้าราชการของกรมป่าไม้เดินสำรวจไปทั่วบริเวณผืนป่าเชิงทางขึ้นเขาแห่งนี้
“หัวหน้าครับทางเรากระจายกำลังค้นหาหมดแล้วครับ ทั้งยังสนธิกำลังกับตำรวจและทหารคาดว่าจะสามารถพบเจอตัวประกันได้ในเวลาไม่นาน”
“ดีไม่ว่ายังไงก็ต้องหาตัวเขาให้ได้ ชายหนุ่มคนนี้เป็ใครกัน ถึงทำให้ทางกองทัพส่งคนออกค้นหาแทบพลิกแผ่นดินแบบนี้”
เสียงพึมพำดังออกมาจากปากของหญิงสาวที่สวมใส่ชุดข้าราชการซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็หัวหน้าของชุดปฏิบัติการในที่แห่งนี้ที่แท้เธอคือ ‘กานติมา’ เ้าหน้าที่สาวซึ่งมีผลงานจับแก๊งตัดไม้เถื่อนได้ในอาทิตย์ก่อนนั่นเอง
‘พวกเขามาตามหาฉัน!’