ย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน

    50 เริ่มออกเดินทาง

               อ่านถึงตรงนี้ ทำเอาเสียมหลอหลงน้ำตาแทบซึม ก่อนจะหันไปสังเกตเห็นรอยเลือดที่อยู่บนที่นอน ทำให้เขาเข้าใจเรื่องราวได้ทั้งหมด             ที่แท้ฉินอี้เซียนตั้งใจที่จะมอบสิ่งที่นางหวงแหนมาทั้งชีวิตให้กับเขาเมื่อคืนที่ผ่านมา  โดยเมื่อคืนนางแอบใส่ผงสุขสมอารมณ์หมายลงในเหล้าตอนที่เขาเผลอ ทำให้เขาและนางตกเป็นของกันและกัน  เขาเป็นห่วงเรื่องที่นางจะโดนลงอาญาเมื่อฝ่าบาททรงรู้เรื่องที่นางไม่ได้เป็นสาวพรหมจรรย์  แต่เมื่ออ่านจดหมายต่อไปทำให้เขาได้รู้ว่า นางได้รับสืบทอดเคล็ดวิชาฟื้นฟูพรหมจรรย์จากตระกูลของนาง ซึ่งชั่วชีวิตนางจะสามารถใช้ได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น  แต่ทั้งนี้เคล็ดวิชานี้ไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ที่นางเคยมีสัมพันธ์ก่อนหน้านี้ได้           ในจดหมาย นางยังบอกต่อไปอีกว่า ขอให้เขาสืบสานปณิธานที่จะพลิกฟ้าคว่ำดินต่อไป นางเชื่อว่าเขาจะต้องทำมันสำเร็จอย่างแน่นอน  ซึ่งนางที่อยู่ข้างกายฝ่าบาท  จะคอยช่วยเหลือเขาอีกแรง เพื่อช่วยให้เขาบรรลุการใหญ่ และเพื่อความสงบสุขของราษฎรชาวต้าหยาง             นางยังขอให้เขาช่วยดูแลซาเอ๋อ เพื่อนรักของนางให้ดี  เพราะนางรู้ดีว่าเขาและหลี่ซามีใจให้กัน เพียงแต่ที่ผ่านมาหลี่ซาต้องตัดใจ  เพราะนางไม่ต้องการจะได้ชื่อว่าทรยศหักหลังเพื่อน แต่ตอนนี้เหตุการณ์ผันแปร  ทำให้พระสนมฉินต้องการเห็นเพื่อนรักของนางได้สมหวังกับชายที่นางรักเสียที          สุดท้ายนางบอกกับเขาว่า อย่าได้คิดแก้แค้นหรือฝังใจต่อองค์หญิงใหญ่ เพราะนางไม่อยากให้อาหลงต้องมาเสี่ยงอันตรายโดยไม่จำเป็น  และไม่ต้องโทษตัวเอง เพราะว่าทุกอย่างเป็นเพราะชะตาฟ้าได้ลิขิตไว้ แค่นางมีโอกาสได้พบและรักกับเขา แค่นี้ก็ถือว่าชีวิตที่ผ่านมาของนางคุ้มค่าที่สุดแล้ว         “ ฮัสแบนด์  หวังว่าชาติหน้าเราคงจะมีวาสนาได้ครองคู่กันจนแก่เฒ่า  ขอให้ท่านรักษาตัวด้วย ...จากฮันนี่ ฉินอี้เซียน”         ชายหนุ่มอ่านประโยคสุดท้ายของจดหมาย พร้อมกับหยดน้ำตาหยดแรกที่หล่นลงบนจดหมาย ถือเป็นน้ำตาลูกผู้ชายหยดแรกที่เขาหลั่งมันออกมาหลังจากที่ย้อนเวลากลับมา        “ ฮันนี่ ข้าจะต้องทำการใหญ่ให้สำเร็จ ข้าจะไม่ทำให้เจ้าต้องผิดหวังอย่างแน่นอน”              เสียมหลอหลงตั้งปณิธานและสัญญากับตัวเองอย่างหนักแน่น ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นแต่งตัวพร้อมกับทบทวนสุดยอดเป้าหมาย สุดยอดกิจวัตร และบันทึกชัยชนะที่เขาทำเป็นกิจวัตรทุกเช้าไปด้วย  จิตใจของเขาในตอนนี้กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้นที่จะไปรับตำแหน่งใหม่ที่หลงซาน  เพราะเขาต้องการพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็น โดยเฉพาะเขาจะไม่มีวันทำให้ฉินอี้เซียนต้องผิดหวังในตัวเขาเป็นอันขาด           “ พี่ใหญ่ ท่านมาแล้ว  ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”            ฮวยเซ็งเอ่ยถามพี่ใหญ่ของตนที่กำลังเดินลงมาจากชั้นบนด้วยความแปลกใจ ที่เห็นเขาดูมีชีวิตชีวา และสดชื่น ต่างจากที่พวกเขาคาดไว้ ว่าเขาจะต้องรู้สึกแย่จากเหตุการณ์สะเทือนใจที่เขาต้องประสบพบเจอเมื่อคืนวาน        “ ข้าไม่เป็นไร ขอบใจน้องรอง น้องเล็กที่เป็นห่วง  ข้าพร้อมแล้ว พวกเราออกเดินทางกันเถอะ จะได้ถึงอำเภอหลงซานก่อนพลบค่ำ”         เสียมหลอหลงบอกกับคนทั้งคู่ ก่อนที่เขาจะนำสัมภาระที่เตรียมไว้ไปเก็บบนเก๋งรถม้า จากนั้นจึงไปร่ำลาพันธมิตรทางการค้าที่มารอส่งเขาหน้าเทียนหยางพลาซ่า ไม่ว่าจะเป็นจางหู่และฮูหยิน รวมทั้งอาเต๊า  หลี่ปู้ฉินและเถ้าแก่เว่ยพร้อมทั้งฮูหยินของพวกเขา บรรดาลูกจ้างคนอื่น ๆ แม้กระทั่งเหลียนเอ๋อก็มารอส่งเขากันพร้อมหน้า         “ ขอบคุณทุกท่านที่มาส่งข้า  ขอให้ทุกท่านรักษาตัวด้วย แล้วพบกันใหม่”         ชายหนุ่มคารวะต่อทุก ๆ คนที่มาส่งเขา  ก่อนที่แต่ละคนจะผลัดกันอวยพรให้เขาโชคดีและประสบความสำเร็จในการไปรับตำแหน่งที่อำเภอหลงซาน        “ ท่านอาหลง ท่านไปแล้วใครจะสอนหนังสือและวิชาต่าง ๆ ให้กับข้ากันเล่าขอรับ?”        เป็นอาเต๊าที่เอ่ยถามท่านนายอำเภอด้วยความอาวรณ์ เพราะว่าไม่อยากจะให้เขาจากตนไป ในขณะที่อาหลงปลอบใจหลานชายของตนว่าจะให้อาฮวยและอากันเย่ว์หนี่เป็นผู้สอนแทนในระหว่างที่เขาไม่อยู่ที่นี่  ทำเขาฮวยเซ็งถึงกับยิ้มไม่หุบเมื่อได้ยินเช่นนั้น         “ เหลียนเอ๋อ รอข้ากลับมาจากหลงซาน ข้ามีข่าวดีจะบอกกับเจ้า”          ชายหนุ่มหันไปกล่าวกับแม่นางเหลียนเอ๋อ ซึ่งเป็นยอดดวงใจของน้องเล็กของตน ทำให้นางถึงกับหน้าแดงด้วยความอาย เพราะนางรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร โดยอาห่าวยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ข้าง ๆ นาง                         “ น้องหลง การค้าทางด้านนี้ .......”         เป็นหลี่ปู้ฉินที่เอ่ยถามอีกฝ่าย หลังจากที่จะไม่มีใครเป็นคนดูแลกิจการการค้าที่นี่  ก่อนที่อาหลงจะแจ้งต่อหุ้นส่วนทุกคนว่า ต่อไปนี้อาฮวยจะเป็นคนดูแลการค้าทุกอย่างแทนเขา โดยมีอาห่าวเป็นผู้ช่วย  ส่วนกิจการอื่น ๆ ก็ให้แต่ละคนดูแลในส่วนของตนเองไป ถ้ามีปัญหาใดก็ให้มาปรึกษาฮวยเซ็งได้ตลอด  หรือถ้ามีเรื่องใดใหญ่โตที่ไม่สามารถจัดการได้ก็ให้ม้าเร็วรีบส่งข่าวไปแจ้งเขาที่หลงซานทันที          “ ขอบคุณน้องหลงอีกครั้ง ที่ทำให้ตระกูลของพวกเราพลิกฟื้นกลับคืนมาได้อีกครั้ง เช่นนี้แล้ว ดวงวิญญาณท่านพ่อท่านแม่ที่อยู่ในปรภพ พวกท่านคงจะหมดห่วงและภูมิใจในตัวพี่กับอาซ้อของเจ้าอย่างแน่นอน”         หลี่ปู้ฉินเอ่ยขอบคุณอีกฝ่ายจากใจจริง และขอบคุณฮูหยินของเขาที่ลากเขาให้มาขอคำปรึกษากับเสียมหลอหลงในวันนั้น ทำให้พวกตนมีวันนี้ได้ในที่สุด  ในขณะที่อาหลงกลับตอบพวกเขาว่าทุกอย่างล้วนเป็นเพราะความเพียรพยายามของทั้งคู่เอง เขาเป็นเพียงผู้ที่ชี้แนะเท่านั้น         “ ข้ากับฮูหยินก็เช่นกัน  เพราะเจ้า ร้านเสื้อผ้าที่กำลังจะเจ๊งของพวกเรา กลับกลายเป็นร้านที่ขายดีจนผลิตสินค้าไม่ทัน โดยเฉพาะชุดนอนไม่ได้นอนของเจ้า ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมของสาวน้อยสาวใหญ่กันทั้งเมืองเลยทีเดียว  ต้องขอบใจน้องหลงจริง ๆ”         เถ้าแก่เว่ยเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาบ้าง  หลังจากนั้นจางหู่กำลังจะกล่าวขอบคุณเสียมหลอหลงบ้าง แต่กลับโดนเขาห้ามไว้เสียก่อน        “ พี่หู่ อาซ้อ พวกท่านไม่ต้องกล่าวอะไรแล้ว  พวกเราเป็นพี่น้องกัน พวกท่านไม่จำเป็นต้องกล่าวเช่นนี้อีก”      “ เถ้าแก่ทั้งหลาย ข้าขอฝากโรงเตี๊ยมแสงดาวและเทียนหยางพลาซ่าไว้กับพวกท่านด้วย ได้โปรดรับการคารวะจากข้า เสียมหลอหลง”           ชายหนุ่มเอ่ยกับบรรดาลูกจ้างทั้งหลายของตน ที่มีหุ้นส่วนในโรงเตี๊ยมแห่งนี้เช่นกัน พร้อมทั้งฝากฝังให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน จะได้ผลตอบแทนที่เกินความคาดหวังของทุกคนอย่างแน่นอน           “ ขอบคุณเถ้าแก่หลงขอรับ เพราะท่าน ทำให้เดือนที่แล้วข้าได้ส่วนแบ่งกำไรถึง 150 ตำลึง ซึ่งเงินจำนวนนี้เท่ากับค่าแรง 2 ปีของข้าเลยทีเดียว  นี่เป็นสิ่งที่ข้ากับทุกคนไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะเป็นไปได้  ตอนนี้ครอบครัวของพวกเราที่นี่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาก ๆ ขอรับ  ต้องขอบคุณเถ้าแก่จริง ๆ”         หัวหน้าพ่อครัวเปา เป็นตัวแทนของลูกจ้างคนอื่น ๆ กล่าวขอบคุณเขา พร้อมทั้งพากันคุกเข่าคำนับชายหนุ่มตรงหน้าอย่างสำนึกในบุญคุณ        “ พวกท่านลุกขึ้นเถอะ  พวกข้าเองก็ต้องขอบคุณพวกท่านที่เป็นกำลังสำคัญในการนำพากิจการของพวกเราให้เจริญรุ่งเรืองอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้  สิ่งที่พวกท่านได้รับถือว่าเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว”        อาหลงเข้าประคองคนทั้งหมดให้ลุกขึ้น พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณพวกเขาเช่นกัน  ก่อนที่ฮวยเซ็งจะเป็นคนเตือนให้เขาเร่งออกเดินทาง เพราะตอนนี้ก็เลยกำหนดเวลามานานมากแล้ว                      “ ขอบคุณพวกท่านอีกครั้ง แล้วพบกันใหม่ รักษาตัวด้วย”          เสียมหลอหลงที่นั่งบนเก๋งรถม้าเปิดผ้าม่านหน้าต่างออกมาโบกมือลาทุกคน ในขณะที่รถม้ากำลังค่อยแล่นออกไปช้า ๆ ท่ามกลางสายตาที่อาลัยอาวรณ์ของผู้ที่มาส่งเขาในวันนี้               “ น้องรอง เมื่อคืนอี้เซียน เอ่อแม่นางหลี่ นางกลับไปมื่อใด?”         นายอำเภอหนุ่มเอ่ยถามน้องรองของตนที่นั่งในเก๋งรถม้าคู่กับอาห่าว  ก่อนที่อีกฝ่ายจะตอบว่าประมาณ 2 ชั่วยามหลังจากที่นางมาถึง       “ พี่ใหญ่ อาซ้อ เอ่อแม่นางหลี่ซานางมาปลอบใจท่านเรื่องพระสนมฉินใช่หรือไม่?”        เป็นอาห่าวที่เอ่ยถามขึ้นมา โดยวันนี้เขาไม่ต้องทำหน้าที่สารถีขับรถม้า เพราะอาหลงให้เขาเข้ามานั่งด้านใน ส่วนหน้าที่ขับรถม้าก็ให้ลูกจ้างที่เขาไว้ใจเป็นคนทำหน้าที่แทน      “ น้องเล็ก เรื่องบางเรื่องพี่ว่า รอถึงเวลาเจ้าก็จะรู้เอง  เอาไว้พี่กลับจากภารกิจที่หลงซาน พี่จะรีบจัดการสู่ขอเหลียนเอ๋อให้กับเจ้าทันที”        “ เจ้าด้วยน้องรอง  เจ้าต้องรีบพิสูจน์ตนเองให้ท่านลุงและหนี่เอ๋อได้เห็น  พี่จะได้ไปสู่ขอนางให้เจ้าพร้อม ๆ กับน้องเล็ก พวกเจ้าว่าดีมั้ย ฮ่าฮ่า”       เสียมหลอหลงเอ่ยกระเซ้าน้องร่วมสาบานทั้งสองของตนอย่างอารมณ์ดี  ก่อนที่เขาจะนึกถึงใบหน้าอันงดงามและมีเสน่ห์ของฉินอี้เซียน ซึ่งตอนนี้กลายเป็นพระสนมฉินไปแล้ว รวมทั้งองค์หญิงห้าผู้แสนจะฉลาดและอ่อนโยน   องค์หญิงหกจอมแก่นและทะเล้น แต่ก็เป็นคนที่ทำให้เขายิ้มได้เสมอ  หลิวหว่านชิง สาวน้อยผู้แสนกตัญญู ที่มอบหัวใจภักดีให้เขาเพียงผู้เดียว รวมทั้งหลี่ซา บุตรีของอาจารย์หญิงที่แอบเข้ามาในหัวใจของเขาเมื่อใดก็ไม่รู้  ส่วนหลินซู่เฟิน เขากำลังจะได้พบหน้านางในอีกไม่ช้า        ชายหนุ่มคิดถึงหน้าพวกนาง ก่อนที่เขาจะนึกย้อนไปสมัยที่เขายังอยู่ในโลกปัจจุบัน ซึ่งเขาชอบดูหนังแนวย้อนเวลา ซึ่งหลาย ๆ เรื่องตัวเอกมักจะมีภรรยามากหน้าหลายตา  บางเรื่องมีภรรยามากกว่าสิบคนด้วยซ้ำ  ส่วนตัวเขาเองไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าตนจะมีโอกาสได้ครอบครองหัวใจสาวงามทั้งหลายเหล่านี้ นับว่าเป็นโชคดีในโชคร้ายของเขาจริง ๆ         เพียงแต่คิดไปคิดมา ทำให้เขาพาลที่จะอดคิดถึงคนรักและลูกๆ ทั้งสองในยุคปัจจุบันที่เขาจากมาไม่ได้  เขาจึงต้องหันเหความสนใจของตนเองด้วยการชวนน้องรองและน้องเล็กของตนสนทนาพาทีแทน                                  “ พี่ใหญ่ พวกเราจะไปที่ไหนกันก่อนดี?”       ฮวยเซ็งเอ่ยถามพี่ใหญ่ของตน  ก่อนที่เขาจะสั่งให้รถม้ามุ่งหน้าไปย่านชนบทก่อน เพื่อสำรวจความเป็นอยู่ของราษฎรที่นั่นว่าเป็นเช่นไรบ้าง        ระหว่างทางคนทั้งสามสนทนากันอย่างออกรสออกชาติตลอดเส้นทาง โดยอาหลงย้ำเตือนและกำชับน้องรองกับน้องเล็กตน ให้ดูแลการค้าให้ดี โดยเน้นทำกำไรใจคน มากกว่ากำไรด้านตัวเงิน ซึ่งทั้งคู่รับปากว่าจะทำตามที่เขาชี้แนะอย่างเคร่งครัด                        “ ช่วยด้วย ช่วยด้วย ใครก็ได้ ช่วยข้าด้วย ฮือ ๆ อย่าทำข้าเลย ปล่อยข้าไปเถอะคุณชาย”       ระหว่างที่รถม้าวิ่งผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอหลงซาน  ก็มีเสียงสตรีร้องขอความช่วยเหลืออย่างน่าสงสารมาจากบ้านหลังหนึ่ง ทำให้อาหลงสั่งให้คนขับรถม้าจอดรถ เพื่อลงไปสังเกตการณ์ว่าเกิดเหตุอันใดขึ้นกันแน่       “ ท่านผู้อาวุโส  ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอันใด เหตุใดจึงมีเสียงสตรีร้องขอความช่วยเหลือ?”    เสียมหลอหลงเรียนถามจากท่านผู้เฒ่าที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว  ก่อนที่ชายชราจะเตือนเขาว่าทางที่ดีอย่าได้หาเรื่องใส่ตัว เพราะไม่ว่าใครก็ไม่สามารถช่วยแม่นางผู้เคราะห์ร้ายคนนี้ได้     “ เหตุใดท่านจึงกล่าวเช่นนี้  ใยท่านจึงบอกว่าไม่มีใครสามารถช่วยนางได้?”      “ ท่านเพิ่งมาใหม่ คงยังไม่รู้ ว่าผู้ที่ก่อเหตุคือคุณชายหลงซานผิง  ซึ่งเป็นบุตรชายของเศรษฐีหลงซานกู่ ผู้มีอิทธิพลของที่นี่  ขนาดนายอำเภอส่วนใหญ่ที่มารับตำแหน่งที่นี่ยังต้องให้ความเกรงใจ และไม่มีใครกล้าไปตอแยเขา จะว่าไปแล้วหลงซานกู่ก็เป็นเหมือนฮ่องเต้ท้องถิ่นดี ๆ นี่เอง จนคนขนานนามคุณชายหลงซานผิงว่าท่านอ๋องน้อย”       ท่านผู้เฒ่าเอ่ยเรื่องราวให้ชายหนุ่มแปลกหน้าฟัง เพราะไม่อยากให้เขาแส่หาเรื่องใส่ตัว แต่นอกจากเขาจะไม่กลัวเกรงต่อชื่อเสียงของพ่อลูกคู่นี้แล้ว เขายังพาผู้ติดตามสองคนพังประตูเข้าไปยังบ้านที่เป็นต้นเสียงดังกล่าว                                           “ โครม โครม โครม !!”         นายอำเภอหนุ่มพร้อมทั้งอาฮวยและอาห่าวช่วยกันถีบพังประตูเข้าไป  ก่อนจะพบว่าภายในบ้านมีหญิงสาวชาวบ้านที่มีหน้าตาหมดจดงดงามนางหนึ่ง กำลังถูกชายหนุ่มเจ้าของฉายาอ๋องน้อยลวนลามและกำลังจะล่วงเกินความบริสุทธิ์ของนาง                         “ หยุด ! เจ้าคนชั่ว  ปล่อยแม่นางคนนี้เดี๋ยวนี้”         เสียมหลอหลงตะโกนให้อีกฝ่ายหยุดการกระทำอันชั่วช้า ก่อนที่หลงซานผิงจะหยุดลวนลามนาง และหันมามองแขกไม่ได้รับเชิญอย่างขุ่นเคืองใจที่ถูกขัดจังหวะความสุขของตน       “ เจ้าเป็นใครกัน หมูเขาจะหาม ดันเอาคานเข้ามาสอด  สงสัยเจ้าคงจะเบื่อชีวิตน้อย ๆ ของเจ้าซะแล้วกระมัง?”                      “ บังอาจ เจ้ารู้หรือไม่ว่าพี่ใหญ่ของข้าเป็นใคร ?”         อาห่าวตะคอกอีกฝ่ายอย่างมีอารมณ์ ในขณะที่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจใยดี แต่สั่งให้ลูกน้องนับสิบของตนจัดการพวกที่เข้ามาเผือกเรื่องของตนให้หยอดน้ำข้าวต้ม  จากนั้นจึงหันไปลวนลามสาวงามนางนั้นต่อ        “ น้องรอง น้องเล็ก ถึงเวลาที่พวกเจ้าจะต้องนำวิทยายุทธที่พี่เคยถ่ายทอดให้พวกเจ้าออกมาใช้ซะแล้ว  ฝากพวกเจ้าจัดการสมุนพวกนี้ ส่วนพี่จะจัดการกับปีศาจบ้ากามตัวนี้เอง”        นายอำเภอหนุ่มหันไปสั่งฮวยเซ็งและอาห่าว ก่อนที่คนทั้งคู่จะงัดวิทยายุทธ์ที่พี่ใหญ่ของตนสั่งสอนให้ออกมาใช้แบบเก้ ๆ กัง ๆ จนเกือบจะเสียทีบรรดาลิ้วล้อทั้งสิบของหลงซานผิง  โชคดีที่อาหลงตะโกนชี้แนะบอกเคล็ดการใช้วิทยายุทธที่ถูกต้องให้กับพวกเขา  จนคนทั้งคู่เริ่มจะจับทางได้และใช้แต่ละเคล็ดวิชาออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ  จนสามารถเล่นงานลูกสมุนนับสิบนั้นจนหมอบราบคาบ แต่มีสมุนบางคนที่ฝืนลากสังขารเพื่อออกไปเรียกกำลังเสริมและพรรคพวกมาช่วย       “ ฮ่าฮ่า พี่ใหญ่  เป็นอย่างไรบ้าง ฝีมือของพวกข้า  แหม น่าเสียดายที่ลูกสมุนพวกนี้มีน้อยเกินไป  ข้ายังคันมือไม่หายเลย”       อาห่าวเอ่ยอย่างคึกคะนองใจ  เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาและฮวยเซ็งมีโอกาสได้ต่อยตีกับผู้อื่น  นับว่าให้ความรู้สึกที่สมใจยิ่งนัก                     “ คุณชาย ช่วยข้าด้วย  เขาจะบังคับขืนใจข้าเจ้าค่ะ”         หญิงสาวชาวบ้านคนดังกล่าวร้องขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดีอย่างอาหลงที่ยื่นมือเข้ามาช่วย         “ ฮ่าฮ่า เจ้าคิดหรือว่าน้ำหน้าอย่างมันจะช่วยเจ้าได้  รอให้ข้าจัดการกับเจ้าตัวเผือกเรื่องชาวบ้านผู้นี้ก่อน แล้วเราค่อยมาหาความสุขกันต่อนะจ๊ะ”       กล่าวเสร็จหลงซานผิงก็ชี้ให้ชายแปลกหน้าต่างถิ่นสามคน หันกลับไปด้านหลัง ก่อนที่พวกเขาจะเห็นว่าสมุนของอีกฝ่ายกำลังพาพรรคพวกมาช่วยเสริมอีกร่วม ๆ 60 คนเลยทีเดียว   ทำเอาอาฮวยและอาห่าวถึงกับเหงื่อตกกีบ เพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีอิทธิพลและพรรคพวกมากถึงเพียงนี้        “ พี่ใหญ่  พวกเราจะทำเช่นไรดี  ฝั่งนั้นมีพรรคพวกมากกว่าเราถึง 20 เท่า  เราจะสู้หรือล่าถอยไปตั้งหลักก่อนดี?”       ฮวยเซ็งเอ่ยถามพี่ใหญ่ของตน ในขณะที่พวกเขาทั้งสามต้องต่อสู้กับเหล่าสมุนที่มีจำนวนมากกว่า จนแทบจะอ่อนแรง ยืนแทบจะไม่ไหว เพราะเขากับอาห่าวเพิ่งจะฝึกวรยุทธได้ไม่นาน        “ ฮ่าฮ่า เป็นอย่างไร  พวกเจ้าคงนึกกลัวแล้วสิ  คงไม่มีใครบอกพวกเจ้าสินะ ว่าอย่าได้มาตอแยกับอ๋องน้อยอย่างข้า   เอาอย่างนี้ วันนี้ข้าอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ถ้าพวกเจ้าไม่อยากเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ ก็เรียกข้าว่าบิดาสักคำ แล้วคลานลอดหว่างขาข้าไป แล้วข้าจะปล่อยพวกเจ้าไปเอาบุญ ฮ่าฮ่า” ....................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก....มาแล้วนะครับ สำหรับตอนที่ 50  ที่ทุกท่านรอคอย  ในที่สุดไรท์ก็เขียนมาถึงตอนที่ 50 จนได้อย่างไม่น่าเชื่อ  ต้องขอบคุณรีดที่น่ารักทุกท่านที่เป็นเหมือนแรงผลักดันและกำลังใจ ช่วยให้ไรท์มีแรงกายและแรงใจที่จะเขียนนิยายตอนต่อไป ตอนต่อไป เรื่อย ๆ จนจบ ซึ่งไรท์ตั้งใจไว้ว่าจะเขียนให้ได้ถึง 200 ตอน            สำหรับตอนนี้อาหลงและน้องรอง น้องเล็ก ก็ออกเดินทางจนมาถึงเขตอำเภอหลงซานแล้ว และมาถึงก็ต้องประเดิมด้วยการต้องสอดมือเข้าช่วยเหลือหญิงสาวชาวบ้านที่กำลังถูกลวนลาม  สุดท้ายแล้วอาหลงกับพวกจะช่วยหญิงสาวผู้นี้ได้หรือไม่ มารอลุ้นรออ่านได้ในตอนต่อไปได้เลยนะครับ        ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านด้วยดีเสมอมา พร้อมทั้งคอมเมนท์ดี ๆ  ขอบคุณอีกครั้งครับ ขอบคุณจริง ๆ..................................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ เมื่อชีวิตยื่นมะนาวให้  ข้าก็แค่คั้นมันทำน้ำมะนาว”               

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน ที่คุณอ่าน