“ก็ได้ค่ะ” ว่าแล้วเธอก็บรรจงป้อนแซนด์วิชให้กับนคินทร์ คำชมของชายหนุ่ม ทำให้หัวใจของเธอพองโตอย่างบอกไม่ถูก แม้เป็เพียงคำชมราบเรียบที่แสนธรรมดา แต่นั่นก็ทำให้เธอมีความสุขอย่างมาก
“เป็แซนด์วิชที่อร่อยที่สุด เท่าที่เคยกินมาเลย”
“พี่คินทร์ชมมิตาเกินไปแล้วหรือเปล่าคะ มิตาลองซิมดู ก็ไม่ขนาดนั้นนะ” เธอตอบอย่างรู้ทันว่าเขาชมเอาใจ ก่อนที่ชายหนุ่มจะหลุดยิ้มออกมา
“เปล่านะ อร่อยจริง ๆ”
“งั้นก็ทานอีกสิคะ” ว่าแล้วเธอก็ป้อนแซนด์วิชให้กับเขาอย่างอ่อนโยน นคินทร์พยายามบ่มเพาะความรักระหว่างเธอและเขาให้เจริญงอกงามมากขึ้น ยิ่งรมิตารักเขามากเท่าไหร่ ความเสียใจของเธอก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น
“คิดอะไรอยู่เหรอคะ” หลังจากหญิงสาวเห็นชายหนุ่มนิ่งเงียบไป จึงเอ่ยถามพร้อมดวงตากลมไหวระริกด้วยความอยากรู้
“คิดอยากแต่งงานกับมิตา” คำตอบของนคินทร์ทำให้รมิตาอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบดึงตัวกลับมานั่งที่เดิมพลางเบี่ยงหน้าไปทางอื่น ความรู้สึกสับสนของหญิงสาวทำให้นคินทร์ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ
“เป็อะไร ทำไมทำท่าอย่างนั้น”
“เราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน เื่การแต่งงานพี่คินทร์คิดเร็วเกินไปหรือเปล่าคะ”
“ก็ถ้ามิตาไม่พร้อม พี่ก็ไม่เร่งรัด เพียงแต่พี่คิดจะแต่งงานกับมิตาจริง ๆ พี่พูดในสิ่งที่คิด ผิดด้วยเหรอ” รมิตาได้ยินดังนั้นจึงค่อย ๆ หันกลับมา แล้วนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมาจับมืออย่างอ่อนโยน
“ไม่ใช่ว่ามิตาไม่ดีใจนะคะ แต่เราสองคน ยังไม่รู้จักนิสัยกันดีพอ หากวันหนึ่งพี่คินทร์หมดรักมิตา เพราะนิสัยบางอย่างในมุมที่พี่ไม่เคยเห็น มิตามิตาจะทำยังไง” ชายหนุ่มขมวดคิ้วแล้วหันกลับมายังหญิงสาว
“แปลว่ามิตารักพี่มากแล้วจริง ๆ ใช่ไหม” หญิงสาวเลื่อนสายตาขึ้นมองเขา แล้วปล่อยยิ้มออกมา
“มิตาแค่ไม่อยากเสียใจค่ะ พี่คินทร์อย่ารีบตัดสินใจอะไรในตอนนี้เลยนะคะ ดู ๆ กันไปก่อน ถ้ามิตามีอะไร ที่พี่คินทร์ไม่ชอบจะได้ค่อย ๆ ปรับกันไป แต่การที่อยู่ ๆ เราจะแต่งงานกันในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงเท่านี้ โอกาสที่เราจะเลิกกัน..”
“ไม่เลิก ยังไงพี่ก็จะไม่มีวันเลิกรักมิตาเด็ดขาด เชื่อใจพี่หน่อยได้ไหม” เขารีบพูดขึ้น ทั้งที่หญิงสาวจะอธิบายไม่จบ ใบหน้าเคร่งขรึมของชายหนุ่ม ทำให้รมิตานิ่งเงียบไป ก่อนจะเปลี่ยนเื่
“อย่าหน้างอ สิคะ หน้างอแบบนี้ไม่ดีเลย” รมิตายื่นมือไปจับใบหน้าเขาอย่างอ่อนโยน ก่อนที่ชายหนุ่มจะคว้ามือเธอแล้วกุมไว้แนบลำตัวดังเดิม
หญิงสาวก้มมองมือที่เขากุมไว้พร้อมความรู้สึกมากมายที่หลั่งไหลออกมา รถคันหรูแล่นไปตามทาง มุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดปราจีนบุรี ตลอดทางเขายังกำมือรมิตาไว้ ชายหนุ่มแสดงความรักต่อเธอเหมือนคนรักทั่วไป ก่อนที่มือถือของรมิตาจะดังขึ้น เธอดึงมือกลับแล้วหันมากดรับ
“ค่ะพี่วิพา”
“พี่โยธินมีงานไว้รอรับมิตาแล้วนะ ตอนนี้เพียงแค่มิตาบินมาที่ออสเตรเลีย ก็จะได้งานทำเลย ส่วนเื่ค่าเครื่องเดี๋ยวพี่จัดการให้ มิตาจะมาไหม” หญิงสาวกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“มิตาฝากขอบคุณพี่โยธินมากนะคะที่เป็ธุระให้ แต่อย่างที่บอกไป ว่ามิตาอยากทำงานที่ไทยสักพัก มิตาไม่อยากเป็ภาระของพี่แล้วค่ะ”
“แต่...พี่อยากให้มิตามาอยู่ด้วยกันนะ อย่าลืมสิ ว่าตอนนี้เราเหลือกันอยู่แค่นี้เอง ความจริงแล้วพี่ก็ไม่อยากบังคับ แต่ถ้าเราได้มาอยู่ด้วยกัน พี่จะหมดห่วงมากกว่านี้” รมิตานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง พร้อมกับสายตาของนคินทร์เลื่อนมองเธออย่างเงียบ ๆ ก่อนจะดึงมืออีกข้างของเธอไปกุมไว้แน่น
รมิตาสองจิตสองใจอยู่ไม่น้อย ก่อนความเงียบของเธอจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแปลกใจ
“มีอะไรหรือเปล่า มิตามีห่วงอะไรที่ไทยอยู่เหรอ”
“มิตา...” หญิงสาวอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะเริ่มต้นบอกพี่สาวของเธออย่างไร
“งั้นพี่ยังไม่เอาคำตอบของมิตาตอนนี้ก็ได้ ให้ลองกลับไปทบทวนดูสักอาทิตย์ ถ้าแน่ใจแล้วว่าไม่อยากมา พี่ก็จะไม่บังคับ ให้มิตาลองใช้ชีวิตที่ไทยดูสักระยะ แต่วันใดอยากมาอยู่กับพี่ ขอให้บอก พี่จะส่งเงินให้มิตาบินมาที่นี่ทันที” รมิตาปล่อยยิ้มอ่อนออกมา เธอซาบซึ้งในความเมตตาที่พี่สาวมอบให้
“ขอบคุณนะคะที่เข้าใจมิตา”
“ก็เรามีกันอยู่เท่านี้นี่นา ถ้าพี่ไม่รักเธอแล้วจะให้พี่ไปรักใคร” ทั้งสองสนทนากันต่ออีกครู่หนึ่ง ก่อนที่หญิงสาวจะกดวางสายไปแล้วหันกลับมายังนคินทร์
“ใกล้ถึงหรือยังคะ”
“ก็น่าจะอีกพักนึง เมื่อยแล้วเหรอ” เขาตอบพร้อมกับยกมืออีกข้างลูบศีรษะเธออย่างอ่อนโยน พร้อมกับหญิงสาวส่ายศีรษะปฏิเสธ
“ถ้าจะมีคนเมื่อย มิตาว่าน่าจะเป็พี่คินทร์มากกว่า มิตาแค่นั่งเฉย ๆ” แววตากลมแป๋วตอบไปตามความรู้สึก ก่อนที่อีกฝ่ายจะหันใบหน้าหล่อเหลากลับมา แล้วเอ่ยถามบางอย่าง
“เมื่อกี้พี่สาวมิตาโทรมาเหรอ ทำไมดูอึกอักจัง มีอะไรให้พี่ช่วยไหม” รมิตานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังชายหนุ่ม ในตอนนี้เธอกับเขาตกลงคบกันเป็แฟน แม้จะเป็ระยะเวลาสั้น ๆ แต่เมื่อตัดสินใจคบกันแล้ว เธอคิดว่าไม่ควรมีอะไรปิดบังซึ่งกันและกัน จึงตัดสินใจตอบไปตามความจริง