วันต่อมา...
รถแท็กซี่ค่อยๆมาจอดเทียบหน้าบ้าน ร่างสูงโปร่งของวัยรุ่นหนุ่มในชุดหล่อเหลาค่อยๆเดินโซเซลงมาจากรถ ท่าทางของนาวาดูเหมือนจะยังไม่หายแฮงค์เท่าไหร่ เมื่อคืนเขาใช้เงินของพ่อเลี้ยงจนหมดกระเป๋า ส่วนเงินค่าแท็กซี่ก็ต้องขอยืมจากเพื่อนมาก่อน เด็กหนุ่มค่อยๆแอบเข้ามาในบ้านอย่างเงียบเชียบ ทันทีที่เข้ามาถึงห้องนอน ร่างอันเหน็ดเหนื่อยก็ทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดสภาพ
ค่ำคืนที่ผ่านมามันสุดเหวี่ยงจนลืมเวลา นาวาตั้งใจจะกลับมาหลังเที่ยงคืน แต่ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เขาอยู่ต่อจนถึงเช้าอีกวัน
“ทำไมห้องกูโล่งแปลกๆวะ”
นาวาพึมพำ
เด็กหนุ่มนึกว่าตัวเองเมาค้างจนจำห้องนอนตัวเองไม่ได้ แต่เมื่อได้หรี่ตามองไปรอบๆห้อง เขาก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างอย่างเห็นได้ชัด โต๊ะอ่าหนังสือที่เคยมีคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่และเก้าอี้สตรีมเกม ตอนนี้มันได้หายไปและแทนที่ด้วยหนังสือเตรียมสอบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลยสักครั้ง!
“เชี้ย คอมกู คอมกู!”
เสียงโวยวายดังไปทั่วบ้าน จากที่แฮงค์จนปวดหัว ดวงตาก็เบิกกว้างจนสร่างเมา ร่างสูงเดินกระวนกระวายไปรอบห้อง ก่อนจะพาตัวเองลงมายังชั้นล่างเพื่อหาคำตอบ พ่อเลี้ยงร่างใหญ่นั่งดื่นกาแฟนอยู่หลังสวน วุฒิกำลังรดน้ำต้นไม้ด้วยความสำราญใจ และเสียงกระทืบเท้าตามพื้นก็ทำให้รอยยิ้มชายวัยกลางคนยกขึ้น!
“ลุงวุฒิ ลุงวุฒิ!”
“กลับมาแล้วหรอนาวา เมื่อคืนคงอ่านหนังสือหนักจนลืมกลับบ้านสินะ”
“คอม…คอมผมหายไปไหน!”
“ลุงจะไปรู้ได้ยังไง”
“อย่ามาโกหก คิดว่าผมไม่รู้หรอว่าเป็ฝีมือลุง!”
นาวาตะคอกด้วยความโกรธ
ตอนนี้บ้านหลังใหญ่เหลือเพียงพ่อเลี้ยงและลูกเลี้ยงเพียงสองคน ผู้เป็แม่ได้ออกไปสัมนาที่ต่างจังหวัดเป็ที่เรียบร้อย นาวากำหมัดแน่น ยิ่งเขาเห็นรอยยิ้มมุมปากของสามีใหม่แม่ยกขึ้น เืวัยรุ่นก็เดือดปุดๆอยู่ในตัวจนเกือบควบคุมสติตัวเองไม่ไหว!
“ถ้าอยากได้คอมคืนก็อ่านหนังซะ”
“มันจะมากไปแล้วนะ เอาคอมกูคืนมาด้วยนี้!”
“….ถ้าให้พูดตามจริงๆ มันไม่ใช่ของนายด้วยซ้ำ จำไม่ได้หรอว่าใช้เงินของใครซื้อ”
“….อ…ไอ้”
“หือ…ไอ้อะไร”
นาวาโกรธจนตัวสั่น ขนาดพ่อแท้ๆยังไม่กล้าทำกับเขาถึงขนาดนี้ เด็กหนุ่มกำหมัดและจ้องหน้าชายวัยกลางคนด้วยความแค้น ดูเหมือนแผนการที่จะปลอกลอกได้ถูกล้วงรู้เข้าให้แล้ว ชายตรงหน้าไม่ได้โง่เหมือนที่คิด และดูเหมือนสายตาที่มองเข้ามาจะเ้าเล่ห์กว่าเขาเสียด้วยซ้ำ!
“ถ้าอยากได้ทุกอย่างคืนก็ตั้งใจอ่านหนังสือและสอบเข้ามหาลัยให้ได้ ถึงตอนนั้นนายจะได้ทุกอย่างเอง”
“มึงเป็ใครมาสั่งกู พ่อกูยังไม่เคยสั่งขนาดนี้เลย”
“ถ้างั้นก็กลับไปหาพ่อซะสิ”
“…..”
คำพูดของใครบางคนแทงใจดำเข้าอย่างจัง สาเหตุที่ทำให้นาวาต้องเร่ร่อนมาที่นี่ก็เพราะฝั่งนั้นไม่อาจรับมือกับพฤติกรรมของเขาไหว คอมเครื่องใหม่ก็ถูกยึดไป และตอนนี้เด็กหนุ่มก็เริ่มชินกับบรรยากาศความสบายในบ้านหลังนี้ไปเสียแล้ว
นาวาข่มอารมณ์เอาไว้ เขาเดินกระทืบเท้าจากไปและเข้าไปชกหมอนภายในห้องของตัวเอง!
ปึก ปึก ปึก ปึก!
“ไอ้วุฒิ ไอ้วุฒิ โว้ยยยย!!!”
ใช้เวลานานพอสมควรกว่าที่ไฟอารมณ์จะดับลงได้
เมื่อนาวาหลับไปหนึ่งตื่น เขาก็ลุกขึ้นมาอาบน้ำและตั้งสติใหม่ใน่เย็น มือไม้มันคันยุบยิบอยากจะเล่นเกม จะให้ออกไปร้านเกมข้างนอกก็ไม่เหลือเงินติดตัวสักบาทเดียว เด็กหนุ่มไม่มีทางเลือกอื่น เขาเดินเข้าไปในห้องนอนของพ่อเลี้ยงใน่ดึก ก่อนจะคุกเข่าอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเช่นเดิม
“นะครับลุงวุฒิ ผมขอคอมคืนนะครับ”
“ก็อย่างที่ฉันบอก กลับไปอ่านหนังสือซะ”
“เื่เรียนลุงไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงผมก็สอบเข้าได้แน่ๆ”
“ฉันไม่ได้เป็ห่วงเื่สอบ ฉันเป็ห่วงเื่เรียนยังไงให้จบซะมากกว่า”
ชายฉกรรจ์ร่างสูงเปรยตามองลูกเลี้ยงผ่านเตียงนอน น้ำเสียงอ้อนวอนและการคุกเข่าไม่อาจทำให้วุฒิใจอ่อนได้เลย นาวาค่อยๆคลานเข้าไปใกล้ ไม่ว่าเขาจะพนมมือไหว้ยังไงพ่อเลี้ยงก็ไม่เหลียวตามอง ตอนนี้นาวารู้แล้วว่าชายคนนี้แค่แกล้งทำดีต่อหน้าแม่ หลังจากที่บ้านหลังนี้เหลือเพียงพวกเขาสองคน มันก็เป็แค่ไอ้ลุงแก่จอมบงการดีๆนี่เอง!
“เข้าใจแล้วครับ” นาวาตอบเสียงเบา
“เข้าใจว่าอะไร”
“ผม…จะกลับไปอ่านหนังสือและตั้งใจสอบเข้ามหาลัยให้ได้”
“….ดี”
พูดจบ ลุกเลี้ยงหนุ่มก็ลุกขึ้น นาวาเดินออกไปจากห้องโดยที่ไม่มีความโกรธเคืองใดๆ แต่หลังจากที่พ้นประตูห้องนอนของพ่อเลี้ยงไป ร่างสูงก็มุ่งหน้าพาตัวเองออกไปจากบ้าน ในมือมีนาฬิกาหรูที่แอบขโมยมาจากหัวเตียง่ที่พ่อเลี้ยงเผลอ เด็กหนุ่มยิ้มเย้ย จากนั้นก็โบกรถแท็กซี่หน้าซอยและตรงดิ่งไปยังโรงจำนำที่ใกล้ที่สุด
“รู้จักกูน้อยไปซะแล้ว ไอ้แก่เอ้ย”