วันนี้คณะทูตที่เดินทางมาจากต่างเมืองเพื่อมาเจริญสัมพันธไมตรีได้เดินทางมาถึงวังหลวงแล้ว มีการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ตามสองข้างทาง ชาวบ้านต่างออกมายืนดูคณะทูตที่เดินทางจากต่างเมือง
"ได้ข่าวว่าฉู่อ๋องเดินทางมากับคณะทูตในครั้งนี้ด้วย เอ็งว่าคนไหนรึ" ชาวบ้านละแวกนั้นต่างชะเง้อมองขบวนรถมาที่เดินทางมาอย่างอลังการสมกับที่เป็เมืองอู่ข้าวอู่น้ำที่อุดมสมบูรณ์
ฉู่อ๋องเป็พระอนุชาของฮ่องเต้แคว้นฉู่ที่ส่งมาเจริญสัมพันธไมตรีแทนองค์รัชทายาท
บุรุษหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งองอาจ คล้ายเทพเซียน คิ้วเรียวยาวสีดำสนิท ั์ตาคมสีน้ำตาลอ่อน จมูกเรียวสันได้รูป มีกลิ่นอายสูงส่งและอบอุ่น ควบอาชาสีขาวปลอดนำอยู่หน้าขบวน
เมื่อคณะทูตเดินมาถึงท้องพระโรง ฮ่องเต้กับฮองเฮาก็ชวนฉู่อ๋องพูดคุยเื่การเดินทางทั่วๆ ไป พร้อมกล่าวเปิดงาน
วันนี้มู่จี่ฮวา สาวงามอันดับหนึ่งของเมืองได้ขึ้นไปแสดงเปิดงานเป็คนแรก หญิงสาวสวมใส่ชุดสีขาวบริสุทธิ์ เต้นรำไปตามเสียงเพลงที่คลอมาเบาๆ เหมือนมองเทพธิดามาเดินเล่นกลางทุ่งดอกไม้
นางเหลือบมองฉู่อ๋อง ส่งยิ้มน้อยๆ อย่างเอียงอาย เมื่อเห็นว่าท่านฉู่อ๋องเองก็มองมาทางนางอยู่เช่นกัน เมื่อสิ้นเสียงเพลงก็เรียกเสียงปรบมือได้ทั่วทั้งท้องพระโรง ตอนนี้นางเป็จุดเด่นที่สุดในงาน นางยิ้มอย่างอ่อนหวาน
นางเอียงหน้ามองดูฉู่อ๋องอีกครั้ง แต่เขากลับกำลังดื่มด่ำอยู่กับเหล้าดอกท้อตรงหน้ามากกว่าสาวงามเช่นนาง นางก้มหน้าลงอย่างหงุดหงิด เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีชายใดที่หมางเมินนางเช่นนี้
"ดี ดีมาก ฮ่าๆ สมกับเป็สาวงามอันดับหนึ่ง หลีกงกงตกรางวัลให้นาง" ฮ่องเต้กล่าวอย่างชื่นชม
ส่วนท่านแม่ทัพใหญ่เมิ่งก็มองนางในดวงใจอย่างชื่นชม นางทั้งน่ารักอ่อนหวาน ไม่เหมือนกับอีกคน หึ!
ชายหนุ่มพอทราบข่าวมาบ้างว่าวันนี้นางจะต้องขึ้นมาแสดงต้อนรับท่านราชทูต คงทำให้บ้านเมืองต้องขายหน้าอีกเป็แน่แท้ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่านางทำอะไรไม่เป็สักอย่าง ศาสตร์ทั้ง4ที่หญิงควรมีนางก็ไม่มี
หลังการแสดงแรกจบลง ก็มีการแสดงอื่นจากบุตรีขุนนางลำดับขั้นต่างๆขึ้นมาแสดงต่อ แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจเท่าการแสดงเปิดงานของมู่จี่ฮวา ภายในงานทุกคนต่างพูดคุยหัวเราะดื่มด่ำไปกับเสียงเพลง สุราและนารี
จนกระทั่ง...
"ลำดับต่อไปเป็การแสดงระบำตุนหวงเฟยเทียน แสดงโดย บุตรีอัครเสนาบดีฝ่ายขวา เฟิ่งซินฉี"
หลังหลีกงกงเอ่ยจบก็เรียกเสียงฮือฮาได้มากทีเดียว เพราะทุกคนต่างรู้จักเสียงร่ำลือของนางมาไม่มากก็น้อย ไหนจะวีรกรรมที่นางเคยก่อไว้อีก ตระกูลเฟิ่งถึงกับปิดประตูจวนหนีความอับอายถึง 3 เดือน
ครั้งนี้นางจะทำอะไรให้ขายหน้าอีก ที่ผ่านมานางไม่เคยมาร่วมแสดงอะไรเลยด้วยซ้ำ อาจเรียกได้ว่าเป็หญิงโง่งมคนหนึ่งเลยก็ว่าได้เพราะนางไม่ค่อยได้มาแสดงฝีมือเลยสักครั้ง วันๆ เอาแต่วิ่งไล่ตามท่านแม่ทัพ หน้าตาก็จัดว่าธรรมดาจืดๆ ซีดๆ มีดีแค่มีพ่อเป็คนใหญ่คนโต
เสียงดนตรีจากผีผาค่อยๆ ดังขึ้นมาคราแรกให้ความรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยอยู่กลางเมฆหมอก เสียงในท้องพระโรงเงียบกริบทุกสายตามองไปที่จุดเดียวกันคือม่านมู่ลี่ดิ้นทองห้อยระย้าอยู่กลางเวที
ม่านมู่ลี่ดิ้นทองค่อยๆ ถูกแหวกออกจากตรงกลาง ปรากฏหญิงสาวหน้าตางดงามนางหนึ่ง ดวงตากลมโต ั์ตาหงส์ คิ้วเรียวยาว ปากบางกระจับได้รูปสีแดงยกยิ้มอย่างยั่วยวน สวมเสื้อสีเขียวมรกตที่ปิดแค่ทรวงอกด้านหน้า เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มและหน้าท้องแบนราบ ทำเอาชายหนุ่มทั่วทั้งท้องพระโรงหายใจแทบไม่ทั่วท้อง ท่วงท่าลีลาของนางสะกดสายตาของผู้คนไว้ได้ทั้งหมด
ถ้าเปรียบการแสดงมู่จี่ฮวาเสมือนเทพธิดามาเดินเล่นในสวน เฟิ่งซินฉีก็คงเสมือนนางฟ้านาง์ที่ลงมาล่อลวงผู้คนให้หลงเสน่ห์ในตัวนางไม่อาจจะหลบเลี่ยงจากมนต์สะกดนั้นได้
ขณะที่เธอกำลังร่ายรำ ั์ตาหงส์ก็จ้อง ตามองท่านแม่ทัพอย่างเย้ยหยันและก็ทิ้งสายตาหว่านเสน่ห์ไปชายหนุ่มรอบๆ ด้วยเช่นกัน
หลังการแสดงจบลงทั่วทั้งท้องพระโรงยังคงเงียบกริบ ได้ยินแม้แต่เสียงสูดลมหายใจ องค์ฮ่องเต้เป็ผู้ได้สติเป็คนแรกจึงลุกขึ้นตบมือ ทำให้ทุกคนถึงได้สติและลุกขึ้นชื่นชม
"เจิ้นได้เปิดหูเปิดตาแล้ว ซินเออร์ของเรามากความสามารถขนาดนี้เลยรึ ท่านอัครเสนาบดี เห็นทีอีกหน่อยแม่สื่อคงมาส่งเทียบเชิญเต็มจวนเ้าแน่ๆ" ฮ่องเต้หนุ่มเอ่ยแซวสหายคนสนิทของตน ที่หวงลูกสาวยิ่งกว่าไข่ในหิน
"หลีกงกง มอบผ้าไหมดิ้นทองที่เมืองเสวี่ยส่งมาบรรณาการให้นาง 30 พับ พร้อมกับปิ่นหยกเหมันต์"
เกิดเสียงอื้ออึงตามมาอีกครั้ง เพราะปิ่นหยกเหมันต์นับเป็ของหายาก มีคุณสมบัติสามารถตรวจสอบพิษได้ทุกชนิดไม่ว่าจะไร้รูปไร้สีไร้กลิ่น
"ขอบพระทัยเพคะ "
ทางด้านท่านแม่ทัพั้แ่ได้เห็นเฟิ่งซินฉี ก็ได้แต่จับจ้องมองนางอย่างโง่งม นี่ใช่อดีตคู่หมั้นข้าจริงหรือ!! นางงดงามขึ้นจนเขาจำแทบไม่ได้และแววตาที่นางมองข้าไม่เหมือนสายตาของคนที่เคยพร่ำบอกรักข้าอย่างโง่งมอีกแล้ว ยิ่งพอเห็นนางส่งสายตาให้ชายอื่น ทำไมมันถึงทำให้ข้ารู้สึกหน่วงๆ ที่หัวใจขนาดนี้นะ นี่ข้าตัดสินใจอะไรผิดพลาดไปหรือไม่
การกระทำของท่านแม่ทัพ อยู่ในสายตาของมู่จี่ฮวาทุกอย่าง นางกำมือแน่น
"นางซินฉี แกไม่มีวันได้ดีไปกว่าข้าได้หรอก"
้าหลังคา ก็มีบุรุษชุดดำผู้หนึ่ง นั่งมองนางด้วยใบหน้าเขียวคล้ำเช่นกัน
"อัครเสนาบดีเฟิ่งถังแตกรึยังไง ทำไมชุดที่นางใส่ถึงมีน้อยชิ้นแค่นี้ หน้าไม่อายยิ่งนัก"
เขาไม่เข้าใจทำไมถึงรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่เ้าพวกลูกเต่าพวกนี้จ้องมองนางแบบอยากจะกลืนกิน ยิ่งเห็นยิ่งอยากจะลงไปควักลูกตาทิ้งทีละคน
"ก็ไม่น้อยชิ้นนะขอรับ แต่ข้าว่าขนาดตัวนาง บางส่วนมันน่าอวบอิ่มจนจะทะลักออกมามากกว่าปกติแค่นั้นเองขอรับ แต่ก็ดูเพลินตาดีนะท่านเ้าสำนักท่านไม่คิดเช่นนั้นเหรอ" ลูกน้องคนสนิทที่มานั่งร่วมสังเกตการณ์ด้วย ช่วยออกความเห็นอย่างออกรสออกชาติ
ตุ้บ!!!
อยู่ๆ ก็มีเสียงดังคล้ายของตกจากที่สูงดังออกมา
ลูกน้องคนสนิทอีกสองคนมองคนที่ถูกถีบตกจากหลังคาอย่างเวทนา เห้ออ!!เมื่อไหร่เขาจะฉลาดขึ้นสักทีนะ
**มี E-Book แล้วนะคะ สามารถติดตามได้ที่ Meb หรือตามลิ้งค์นี้นะคะ => https://www.mebmarket.com/ebook-194849-