เหล่าผู้อาวุโสต่างตกตะลึง กลับกลายเป็นหัวหน้าทีมของของพวกเขากลับทิ้งพวกเขาอย่างง่ายดายทางด้านจ้าวซู่ก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน แต่เขากลับมาตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว เขาหอบร่างของจ้าวปิงและทยานตามจ้าวหย่งไปอย่างรวดเร็ว จ้าวหยุนก็ไม่แพ้กัน ก่อนหน้านี้เขาได้ไปยังจุดของจ้าวไป๋และพาตัวของเขาออกไปอย่างรวดเร็ว เหล่าผู้อาวุโสที่เหลือต่างได้สติขึ้นมา เนื่องจากคลื่นความร้อนที่มาจากพายุดับตะวัน "ไม่ดี เร็วเข้ารีบออกจากที่นี้"ผู้อาวุโสคนหนึ่งตะโกนลั่นและรีบก้าวหนีพายุอย่างรวดเร็ว"บัดซบ! จ้าวหย่งทิ้งพวกเราจริงๆ"พวกเขากัดฟันกร่อด แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ความคับแค้นนี้แม้แต่ต้องเก็บไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจ "หนีเหรอ มันจะง่ายขนาดนั้นหรือ" ซูเฉินใช้มือขวากวาดไปทางพายุ เกิดคลื่นลมรุนแรงผลักพายุให้เคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็วแถมพายุยังขยายใหญ่ขึ้นเกือบ50เมตร "กรี๊ดดดดด เกิดอะไรขึ้น ""บัดซบ พายุนี้มันอะไรกัน""ภัยพิบัติ ภัยพิบัติมาเยือนตระกูลจ้าวแล้ว""พ่อแก้วแม่แก้ว ข้าน้อยยังไม่อยากตาย""อ้ากกกก ไม่น่าาาข้ายังบริสุทธิ์อยู่เลย"เหล่าข้ารับใช้ที่อยู่อาศัยอยู่แถวนั้นต่างวิ่งหนีกันจาวละวัน พายุนี้กลืนกินบ้านพักอาศัยของพวกเขาอย่างรวดเร็ว ซูเฉินมองด้วยสายตาเย็นชาไปยังผู้คนเหล่านั้น เเล้วเขาก็พูดขึ้นมาว่า"ยังเร็วไปที่พวกเจ้าจะแตกตื่น"วูม!!คลื่นสีแดงปรากฏขึ้นรอบตัวของซูเฉินอีกครั้ง แต่ครั้งมีบ้างอย่างแตกต่างออกไป ร่างกายของซูเฉินขยายขึ้นเล็กน้อย ที่แก้มข้างซ้ายของเขาปรากฏรูนประหลาดสีทองขึ้น สีของม่านตาของเขาเปลี่ยนไปจากสีดำขลับกลายเป็นสีทองและจุดตรงกลางเป็นสีแดงสดซูเฉินตั้งท่าอีกครั้ง เขาง้างหมัดขวาไปด้านหลัง จากนั้นกระทืบเท้าซ้ายและเริ่มหมุนตัวอย่างรวดเร็ว วู!!!!!พายุค่อยๆก่อตัวรอบๆซูเฉิน "ฮ้าาาาาาาาาาา!!!"ซูเฉินคำรามลั่น หมัดขวาของเขาปรากฏสีทองอย่างประหลาด แต่เมื่อมองดีๆ จะรูนโบราณอีกตัวปรากฏที่กำปั้นของเขา เวลาผ่านไปพายุรอบตัวของซูเฉินเริ่มขยายใหญ่ขึ้น 10เมตร 20เมตร 30เมตร .....100เมตร จากนั้นซูเฉินหยุดลงท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำ เขาเริ่มกำหมัดขวาแน่นขึ้นแล้วคำรามพร่้อมส่งหมัดของเขาออกไป"ศาสตร์ยักษ์สงครามที่4:ยักษ์เป่าสวรรค์!!"ตูม!!!พายุคลื่นตัวไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว ภายในเสี้ยววิพายุลูกนี้ก็ตามพายุดับตะวันทัน มันกลืนกลินพายุดับตะวันเข้าไปและขยายใหญ่ขึ้น ความสูงของมันสูงเกือบ200เมตร ความเร็วของมันแทบไม่ลดลง มันยังพุ่งทำลายล้างบ้านเรือนของตระกูลจ้าวอย่างต่อเนื่อง ซูเฉินเฝ้ามองพายุใบหน้าของเขาซีดเผือดร่างกายของเขาสั่นไปมาแทบยืนไม่อยู่ เขาฝืนตัวเองให้ยืนอยู่แล้วกล่าวเบาๆว่า"นี้แค่คำเตือนเท่านั้น ครั้งหน้าที่ข้ามาที่นี้มันจะกลายเป็นจุดจบที่แท้จริงของตระกูลจ้าว"จากนั้นซูเฉินกลับเข้าไปในบ้านเขา หยิบข้าวของไม่กี่อย่างก่อนกระโดดข้ามกำแพงออกจากจากตระกูลจ้าวไป****ณ โถงหลักของตระกูลจ้าว "เอาล่ะ ผู้อาวุโสหยินฉีขอบคุณท่านมาก เนื่องจากวิธีการของท่านทำให้กำไรของปีนี้เพิ่มขึ้นถึง15เปอร์เซนต์เลยทีเดียว "จ้าวหลิงเทียนผู้นำคนปัจจุบันของตระกูลจ้าวกำลังคุยเรื่องรายรับรายจ่ายประจำปีอยู่กับผู้อาวุโสฝ่ายการคลัง "เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วท่านประมุข ข้าเติบโตมากับตระกูลจ้าวก็ต้องช่วยเหลือตระกูลจ้าวเป็นเรื่องธรรมดา"จ้าวหยินฉียิ้มร่าเมื่อได้รับคำชมจากจ้าวหลิงเทียน"อืม! แต่ความดีความชอบของท่านยังไม่เปลี่ยนแปลง ข้าจะขึ้นเงินเดือนของท่านอีก1เหรียญทอง"จ้าวหยินฉีตาเป็นประกาย1เหรียญทองนั้นมีค่ามาก ทำให้สามารถใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายได้มากขึ้นค่าเงินของทวีปวารีพิสุทคือ100ทองแดง=1เหรียญเงิน1,000เหรียญเงิน=1เหรียญทอง10,000เหรียญทอง=1เหรียญเพชร"ขอบคุณท่านมากท่านประมุข"จ้าวหยินฉีรีบโค้งคำนับขอบคุณอย่างรวดเร็ว บรรยากาศชื่นมื่นคละคลุมทั่วห้องโถง แต่บรรยากาศนี้ก็อยู๋ได้ไม่นานเนื่องจากอยู่ๆก็มีชายวัยกลางคน คนหนึ่งวิ่งเเตกตื่นเขามาในห้องโถง เขาส่วมชุดคลุมสีเหลืองของผู้อาวุโสระดับต่ำ"ท่านประมุขขอรับเกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ"เมื่อเห็นท่าทีเร่งรีบของชายคนนี้จ้าวหลิงเทียนจึงขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกล่าว"เกิดเรื่องอะไรขึ้น?""ภัย! ภัยพิบัติขอรับ ภัยพิบัติมาเยือนตระกูลจ้าวแล้วขอรับ! ตอนนี้เนื้อที่กว่า30ส่วนของตระกูลจ้าวถูกทำลายไปแล้วครับ"ราวกับสายฟ้าฝาดกลางสมองของจ้าวหลิงเทียน เขาพึ่งได้ยินข่าวดีเมื่อไม่นานมานี้ เขายังไม่ทันเปรมปรีดิ์กับมัน แต่ตอนนี้ข่าวร้ายที่ใหญ่กว่าปรากฏเขาไม่รู้จะโกรธหรือร้องไห้ดี "ไป! รีบไปตามผู้อาวุโสโถงหลักทั้งหมดไปหยุดภัยพิบัติเดี่ยวนี้" เมื่อกล่าวจบจ้าวหลิงเทียนเริ่มพุ่งทยานออกไปทันที แต่ดูเหมือนเขานึกอะไรบ้างอย่างได้ เขาได้หยุดลงแล้วหันมาพูดกับจ้าวหยินฉีว่า"ผู้อาวุโสหยินฉี เนื่องจากเกิดภัยพิบัติเกิดขึ้น เรื่องเพิ่มเงินเดือนของท่านต้องขอเลื่อนไปก่อนอย่างไม่กำหนด และภัยพิบัติครั้งนี้ร้ายแรงนัก เกรงว่าต้องใช้งบก้อนใหญ่เพื่อจัดการกับภัยพิบัติ เพราะฉะนั้นเขาต้องประหยัดงบด้านอื่นๆ ข้าขอลดเงินเดือนท่าน2เหรียญทองชั่วคราว หวังว่าผู้อาวุโสหยินฉีจะเข้าใจ"จ้าวหยินฉีที่ได้ยินเช่นนั้นได้แต่ตัวสั่นและกล่าวตอบ"ข้าน้อยเข้าใจ"จ้าวหลินเทียนพยักหน้าแล้วก้าวออกจากห้องโถงอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้สนใจน้ำเสียงแสนเศร้าสร้อยของจ้าวหยินฉีที่ตอบเขา