ย้อนเวลาพลิกชะตาครอบครัว

    รสมือที่คุ้นเคย

    บทที่ 2  รสมือที่คุ้นเคย


     

    เสียงไก่ขันที่ดังอยู่นอกบ้าน ทำให้มู่หยางที่นอนขดตัวอยู่ในผ้าห่มผืนบาง ลืมตาขึ้นมา จ้องมองไปที่หลังคาเก่าทรุดโทรมอยู่นาน ก่อนจะยันกายลุกขึ้นจากที่เตียงนอน คว้าเชิงเทียนที่วางตั้งอยู่โต๊ะเครื่องแป้ง แล้วเดินออกจากห้องอย่างแ๵่๭เบา


     

    เดินไปคว้าเสื้อโค้ทตัวเก่าที่แขวนอยู่ข้างผนังขึ้นมาสวม เปิดประตู เดินออกไปข้างนอก


     

    สายลมฤดูหนาวที่พัดมากระทบร่างทำให้เขากระชับเสื้อโค้ทตัวเก่าแน่น ก่อนรีบเดินจ้ำอ้าวตรงไปยังที่หมาย เมื่อเดินมาถึงเล้าไก่อันเป็๞ที่หมายแล้ว มู่หยางทำการปลดเถาวัลย์ที่ใช้เป็๞ตัวล็อกประตูออก เดินถือตะกล้าเข้าไปด้านใน อาศัยแสงสว่างที่มีเพียงเล็กน้อยจากแสงเทียน หยิบไข่ไก่ใส่ตระกล้า แวะเก็บผลผิงกั่วที่ต้นข้างกำแพง ก่อนจะเดินหายลับเข้าไปภายในตัวบ้านอย่างรวดเร็ว


     

     

     

    กลิ่นหอมชวนหิวของอาหารที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ ทำให้อดไม่ได้ที่จะน้ำลายไหล ไก่ตุ๋นซีอิ๊วที่ผ่านการตุ๋นนานหลายชั่วโมงจนเนื้อเปื่อยละลาย เติมความหอมของไก่ตุ๋นด้วยผักฉินช่าย ตามมาด้วยไข่เจียวฟูนุ่มสีเหลืองทอง ทานพร้อมข้าวสวยสีขาวนุ่มและมีกลิ่นหอม แล้วปิดท้ายมื้ออาหารด้วยของหวานอย่างผิงกั่ว


     

    ได้เวลาปลุกเ๯้าชายและเ๯้าหญิงตัวน้อยมาทานอาหารแล้ว


     

    “สองพ่อลูกลุกขึ้นมาทานข้าวได้แล้วนะ เดี๋ยวอาหารเย็นก่อนแล้วมันจะไม่อร่อย” มู่หยางเอื้อมมือไปเขย่าตัวสองพ่อลูกที่นอนกอดกันกลมภายใต้ผ้าห่มผืนบาง


     

    “ครับ” เทียนอี้ตอบรับคำด้วยท่าทางที่งัวเงีย นึกสงสัยที่วันนี้เห็นภรรยาตื่นเช้ากว่าทุก แต่เขาก็ได้แต่สลัดความสงสัยนั้นทิ้ง หันไปหยิบไม้เท้าที่วางผิงไว้ที่ผนังข้างเตียง แล้วจูงมือลูกสาวที่อยู่ในสภาพงัวเงียไม่ต่างกัน เดินหายไปทางห้องน้ำที่อยู่ด้านนอนห้องนอน


     

    หลังจากทำธุระเสร็จแล้ว ก็พากันเดินมานั่งที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะลงมือทานมื้อเช้าที่แม่เขาคงนำมาให้เหมือนในทุกวัน


     

    แต่รสมือที่คุ้นเคยทำให้เทียนอี้ชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่เขาจะพูดออกมาว่า “มู่หยางทำอาหารเช้าพวกนี้หรอครับ”


     

    “ใช้ครับ มันไม่อร่อยหรอ” มู่หยางมีสีหน้าหน้ากังวล นานแล้วที่เขาไม่ได้เข้าครัวทำอาหาร ไม่รู้ว่าฝีมือจะดีเหมือนเมื่อก่อนรึเปล่า


     

    “อร่อย มันอร่อยมาก” พร้อมกับคีบอาหารขึ้นมาทานให้ดู


     

    หลังจากนั้นบรรยากาศในการพูดคุยบนโต๊ะอาหาร ของครอบครัวหวังก็เต็มไปด้วยคำเยินยอที่เกี่ยวกับอาหารมื้อนี้ จนคนที่ถูกเยินยอนั้นหน้าแดง แก้มแดงไปหมด ด้วยความเขินอาย


     

    และหลังจากพากันทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว หน้าที่ในการล้างจานก็ตกไปเป็๞ของสองพ่อลูก ส่วนเขาก็รับหน้าที่ในการไปเอาน้ำมาไว้ใช้จ่ายภายในบ้าน ที่บ้านพ่อแม่สามี


     

    เนื่องจากครอบครัวของพวกเขาไม่ได้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟให้กับทางรัฐบาลท้องถิ่นนานหลายเดือนแล้ว จึงทำให้ถูกทางการตัดน้ำ ตัดไฟ แต่ยังดีหน่อยที่มีครอบครัวสามีคอยให้การช่วยเหลือ ไม่อย่างนั้นความเป็๲อยู่ของครอบครัวพวกเขาอาจย่ำแย่หนักกว่านี้ก็เป็๲ได้


     

     

     

    “มายืนตากหิมะอะไรตรงนี้ ทำไมไม่เข้าไปด้านใน” เสียงทักจากด้านหลังทำให้คนที่ยืนกระวนกระวาย อยู่ด้านหน้าประตูหันกลับไปมอง มู่หยางหันไปโค้งคำนับให้กับคนมาใหม่ พร้อมกับเอ่ยออกมาว่า


     

    “ประตูมันล็อกครับ” เขาร้องเรียกคนข้างในแล้ว แต่ไม่มีใครมาปลดล็อกหรือเปิดประตูให้เขาเลย


     

    หวังลู่ขมวดคิ้วกับคำตอบ ลองเดินไปผลักประตู ผลปรากฏว่ามันถูกล็อกไว้อย่างที่ลูกสะใภ้ของเธอบอกจริงๆ หวังลู่ตัวสั่นด้วยความโมโห ก่อนจะใช้สองมือทุบไปที่ประตูอย่างแรง พลางส่งเสียงร้องเรียนคนข้างในให้ออกมาเปิดประตู


     

    คำหยาบคายมากมายที่ถูกพ่นออกมาจากปากแม่สามี ทำให้มู่หยางอดไม่ได้ที่จะหันหน้าหนี


     

    ในไม่ช้าประตูรั้วก็ถูกเปิดออกจากคนด้านใน มันเผยให้เห็นหญิงสาวสามถึงสี่คนที่ยืนเกาะกลุ่มก้มหน้ามองพื้น ตัวสั่นเทาดั่งลูกนกที่เหมือนกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่างอยู่


     

    หวังลู่ปรายตาไปมองเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นมองตรง พร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวว่า “พวกแกทุกคนไม่มีสมองสินะ ถึงจำไม่ได้ว่าครั้งก่อนฉันเคยบอกอะไรไว้! รีบๆเดินตามฉันเข้ามาด้านในให้หมด” 


     

    มู่หยางมองแผ่นหลังที่ค่อยๆ หายลับไปจากระยะของสายตา แล้วอดไม่ได้ที่จะนึกสงสารขึ้นมา แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่านี้ไม่ใช้ครั้งแรกที่เขาถูกกระทำจากกลุ่มคนเหล่านี้ เศษเสี้ยวของความสงสารที่เคยมีให้ก็แปลเปลี่ยนเป็๞ความสะใจ จนอยากจะหัวเราะของมาดังๆ


     

    แต่ติดที่ว่ามีสายตาของพ่อสามีกำลังจองมองมาทางเขาอยู่นะสิ


     

    เขาหลบสายตาที่จ้องมองมาทางเขาด้วยการเดินไปยกถังน้ำจากท้ายเกวียน เดินไปหยิบปิ่นโตอาหารที่ถูกทิ้งจากแม่สามีที่วางอยู่หน้าประตูรั้ว โค้งตัวคับนับพ่อสามีที่ยืนหน้าตาเคร่งขรึมอยู่หน้าประตูบ้าน ก่อนจะแทรกตัวผ่านพาตัวเองเข้าไปด้านใน


     

    เสียงดุด่าที่ดังเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินจากห้องใดห้องหนึ่งภายในตัวบ้าน ทำให้มู่หยางชะงักเท้าที่กำลังก้าวเดินไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะรีบเดินเลี่ยงไปทางห้องครัวอย่างเร็ว


     

    รีบไปจัดการธุระของตัวเองให้เสร็จแล้วรีบหายไปจากสถานที่ ที่หน้าอึดอัดแห่งนี้เป็๞การดีที่สุด