หวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 71 ตอน พิธีใหญ่ 1

            วันนี้เมืองหยงโจวมีชีวิตชีวามากเพราะพิธีประชันสาวงามจัดขึ้นในคืนนี้

            บรรดาลูกขุนนางตระกูลเศรษฐีแทบทุกคนล้วนมาร่วมงานแน่นอนว่ายังมีผู้คนมากมายเดินทางมาเพื่อชื่นชมสาวงามงานที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ไม่มีใครไม่ชมชอบ 

            แม้แต่ผู้ที่เป็นเจ้าของเหลาอาหารและโรงสุราก็ยังยิ้มแย้มเป็นพิเศษเพราะเป็นวันสำคัญที่เกิดขึ้นปีละครั้งเท่านั้น สุราเก่าเก็บจะขายได้ราคาดีหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับวันนี้

            ในช่วงกลางวันหอจุ้ยฮวนได้ติดป้ายเพื่อขอบคุณแขกและแจ้งผู้อุปถัมภ์ทุกท่านว่าตอนนี้ที่นั่งเต็มหมดแล้วถึงกระนั้นก็ยังมีผู้คนมากมายที่เดินทางมายังด้านหน้าของหอจุ้ยฮวนเพื่อสังเกตการณ์หรือสอบถามเกี่ยวกับพิธีประชันสาวงามจึงทำให้ถนนด้านหน้าคับคั่งไปด้วยผู้คนและรถม้า แน่นอนว่าสาวงามเป็นสิ่งที่ทุกคนชื่นชอบ 

            ณ ศาลาฉีอวิ๋น

            หงหลิงมองดูคุณหนูของนางที่นั่งตัวตรงแล้วกล่าวว่า“คุณหนู วันนี้อยากทำผมแบบไหนเจ้าคะ?”

            อวิ๋นจื่อหลุบตาลง“วันนี้ไม่ต้องทำผม”

            ไป๋จื่อที่กำลังบิดผ้าเช็ดหน้าอยู่ข้างๆกล่าวด้วยความงุนงงว่า “วันนี้เป็นวันสำคัญ เหตุใดคุณหนูไม่อยากทำผมเล่าเจ้าคะ? หญิงสาวเหล่านั้นล้วนแต่งกายงดงามคุณหนูจะน้อยหน้าพวกนางได้อย่างไร? เช่นนั้นให้หงหลิงทำผมแบบเรียบง่ายให้คุณหนูสักหน่อยดีหรือไม่?”

            อวิ๋นจื่อส่ายหน้า “ปล่อยไว้แบบนี้เรียบง่ายที่สุดแล้วข้าชอบ”

            สาวใช้สองคนมองหน้ากันด้วยความตกตะลึงพวกนางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตามความปรารถนาของหญิงสาว

            ท้ายที่สุดไป๋จื่อที่ฉลาดกว่าก็พูดติดตลกว่า“ดูเหมือนคุณหนูกำลังคิดถึงใครบางคน เป็นคุณชายเย่ใช่หรือไม่เจ้าคะ?”

            อวิ๋นจื่อยิ้มเขินๆ “ข้าไม่ได้คิดถึงเขา”

            ไป๋จื่อยิ้มและกล่าวว่า“คุณหนูบอกว่าไม่ได้คิดถึงคุณชายเย่ แต่ดูเหมือนข้าจะเห็นคำว่า ‘เย่’ เขียนอยู่บนใบหน้าของคุณหนูนะเจ้าคะ”

            อารมณ์ด้านลบทั้งหมดในใจของอวิ๋นจื่อถูกชะล้างออกไปจนหมดเพราะถูกสาวใช้หยอกล้อนางหัวเราะและกล่าวว่า “พวกเจ้านี่จริงๆ เลย! ข้าหิวแล้ว ไปเอาอาหารมาให้ข้าเร็วเข้า”

            ไป๋จื่อจากไปอย่างมีความสุข

            เมื่อเห็นหงหลิงหัวเราะคิกคักอวิ๋นจื่อก็รู้สึกรำคาญเล็กน้อยจึงเอ็ดนางเบาๆ “เจ้าหัวเราะอะไร?”

            หงหลิงกล่าวว่า“คุณหนูช่างไร้เดียงสาและน่าเอ็นดูเสียจริง นายท่านเคยบอกว่าคนเราไม่สามารถซ่อนเร้นความรักที่มีต่อใครบางคนได้แต่นี่มันชัดเจนเกินไปหรือไม่เจ้าคะ?”

            อวิ๋นจื่อตบมือเล็กๆของหงหลิงและกล่าวว่า “เจ้านี่จริงๆ เลย”

            นายบ่าวหยอกล้อกันสักพักก็ทานอาหารเช้าอย่างมีความสุขอวิ๋นจื่อรู้สึกว่าการนั่งรอเฉยๆ น่าเบื่อไม่น้อย นางจึงขอให้หงหลิงนำกู่ฉินมาให้ 

            เมื่อปลายนิ้วสัมผัสกับกู่ฉินเสียงเพลงที่คุ้นเคยก็ไหลเอื่อยราวกับสายน้ำไหล

            “เรือลำหนึ่งราวกับห้อยอยู่บนแคร่แต่ลอยอยู่บนคลื่น เปิดม่านผ้าไหมสีเขียวปักรูปเป็ดน้ำยวนยาง เถาเย่จะข้ามน้ำ[1] ส่งแววตาเศร้าสร้อยไปกับสายลมใบไม้ผลิ จอดพักสักครู่หลังพิงมือพายถนนจินหลิงเจริญรุ่งเรืองเบื้องหน้า นับเวลาน้ำขึ้นลงเปรียบใจคนที่ยากหยั่งถึงหญ้าคาหอมหวานไม่อาจหวนกลับ ดวงอาทิตย์จะลาลับจักขับเคลื่อนเรือไปทางใดให้ไกลที่สุด”

            เสียงกู่ฉินเหมือนสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆอย่างต่อเนื่อง

            อันที่จริงสภาพจิตใจแบบนี้ไม่เข้ากับวัยของนางเลยซูเจินยืนอยู่บริเวณทางเดินด้านนอกและฟังอย่างเงียบๆ มันคือท่อนหนึ่งของเพลงซิงฮวาเทียน[2] เป็นเพลงที่เศร้าและกินใจที่สุด

            ท้ายที่สุดแล้วหญิงสาวที่มีภูมิหลังครอบครัวที่โดดเด่นกลับไม่มีความสุขอย่างที่คิด!

            จู่ๆซูเจินก็รู้สึกว่าแท้จริงแล้วตัวเขาและองค์หญิงเหวินฮวามีบางอย่างเหมือนกัน

            เขาตัดสินใจหันหลังและจากไป

            หลังจากนั้นไม่นานสาวใช้ของหวังฉีอวิ๋นก็มาแจ้งให้สาวงามทุกคนไปพบนายหญิงที่ศาลาฉีอวิ๋น

            อวิ๋นจื่อพยักหน้าเป็นการตอบรับ 

            นับว่านานมากแล้วที่นางไม่ได้เจอหวังฉีอวิ๋นหากซูเจินไถ่ตัวนางออกไป อวิ๋นจื่อรู้สึกว่าบางทีนางอาจกลับมาหาหวังฉีอวิ๋นที่หอจุ้ยฮวนแห่งนี้ไม่ได้อีกแล้ว

            นับตั้งแต่ชิงเกอตายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุหญิงสาวหลายคนเริ่มกลัวนาง และมองว่านางเป็นคนที่ไม่ควรยั่วยุเช่นเดียวกับม่านอู่

            อวิ๋นจื่อได้ยินเรื่องนี้แล้ว และนางก็พึงพอใจมาก

            ศาลาฉีอวิ๋นในตอนเที่ยงเงียบสงบจนทำให้ผู้คนเกิดความรู้สึกไม่ดีเมื่อหญิงสาวหลายคนได้ยินว่าอวิ๋นจื่อกำลังมา พวกนางก็รีบอ้างว่ามีบางอย่างที่ต้องทำและจากไปทันทีสุดท้ายก็เหลือเพียงสองคนคืออวิ๋นจื่อกับหวังฉีอวิ๋น

            หวังฉีอวิ๋นแปลกใจมากในอดีตวันสำคัญเช่นนี้จะเต็มไปด้วยความคึกคักยกเว้นครั้งนี้นางสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา

            อวิ๋นจื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า“ป้าอวิ๋น ข้าอยู่ที่นี่มาครึ่งปีแล้ว ข้ารบกวนท่านมากมายเหลือเกินขอบคุณป้าอวิ๋นที่ดูแลข้ามาตลอด”

            นางเติบโตในวังตั้งแต่ยังเด็กและมักได้รับคำเยินยอจากผู้อื่นเสมอแต่นางไม่เคยกล่าวขอบคุณเลย เมื่อได้มาอยู่ในหอจุ้ยฮวน นางยังคงรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นของผู้คนและความเย็นชาของโลกภายนอกประโยคที่นางพูดเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ แต่เมื่อนางพูดออกมามันกลับฟังดูแข็งทื่อ

            หวังฉีอวิ๋นเป็นนายหญิงแห่งหอจุ้ยฮวนมาหลายปีแล้วมีบุคคลสำคัญนับไม่ถ้วนที่เยินยอนางเพียงเพราะชื่นชอบสาวงามในปกครองของนาง และมีหญิงสาวนับไม่ถ้วนที่เยินยอนางเพียงเพราะเหรียญเงินในมือของนางถึงอย่างไรนางก็รู้สึกพึงพอใจเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น

            อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ยินคำพูดของอวิ๋นจื่อนางกลับรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่บ้างตอนนางพบซูว่านหรูนางไม่คาดคิดว่าคนที่ยอดเยี่ยมเช่นนั้นจะให้กำเนิดบุตรีเช่นนี้ได้ดังนั้นนางจึงรู้สึกตกใจเล็กน้อย

            หวังฉีอวิ๋นสงบสติอารมณ์และกล่าวอย่างสุภาพ“เจ้าพูดเรื่องอะไรกัน?ข้าเอ็นดูเจ้าเหมือนลูกหลานคนหนึ่งของข้าคุณชายซูถามถึงเจ้าทีไรทำเอาหัวใจข้าสั่นคลอนไปหมด”

            หวังฉีอวิ๋นพูดเช่นนั้นเพราะนางกำลังกังวลนางแค่ไม่อยากให้อวิ๋นจื่อจากไปเร็วนัก

            อย่างไรก็ตามอวิ๋นจื่อทั้งไร้เดียงสาและซื่อตรงนางเชื่ออย่างเต็มหัวใจว่าหวังฉีอวิ๋นไม่อยากให้นางจากไป ดังนั้นนางจึงกล่าวด้วยความเคารพว่า“ป้าอวิ๋นมีเมตตาต่อข้ายิ่ง ข้าขอขอบคุณท่านจากใจจริง ในวันข้างหน้าถ้าข้าต้องการพบป้าอวิ๋นข้าควรทำอย่างไรเจ้าคะ?”

            ใบหน้าของหวังฉีอวิ๋นยังคงไม่เปลี่ยนแปลงนางยิ้มบางๆ และกล่าวว่า “ไม่ง่ายเลยที่เจ้ากับข้าจะได้พบกันอีก เอาเป็นว่าให้เจ้ารับป้ายนี้ไปหากเจ้ามาที่ศาลาฉีอวิ๋นย่อมไม่มีใครห้ามไม่ให้เจ้าเข้ามา”

            จากนั้นหวังฉีอวิ๋นและอวิ๋นจื่อก็ลงมือทานอาหาร ทั้งสองต่างถูกอบรมเรื่องมารยาทมาเป็นอย่างดี จึงทานเงียบๆไม่มีการพูดคุยพร่ำเพรื่อ และไม่มีการพูดถึงพิธีประชันสาวงามที่จะเกิดขึ้นในคืนนี้

            เมื่อทานเสร็จอวิ๋นจื่อก็กล่าวลาอย่างสุภาพ

            จากนั้นหวังฉีอวิ๋นก็สั่งให้คนนำอาหารที่เหลือออกไปและกล่าวเบาๆว่า “คุณชายซูชอบสร้างปัญหาให้ข้าเสียจริง”

            เมื่ออวิ๋นจื่อกลับมาที่ห้องก็รู้สึกกระสับกระส่ายนางจึงให้หงจินไปเตรียมอุปกรณ์คัดอักษร ดูแล้วเวลานี้น่าจะเหมาะแก่การฝึกคัดอักษร

            ในที่สุดความมืดก็ค่อยๆโรยตัวลงมา นี่เป็นค่ำคืนแห่งความคาดหวังของหลายคน

             

            ------------------------

            [1] เถาเย่จะข้ามน้ำตามตำนานนี่คือบทกวีที่เขียนโดยหวังเซียนจื่อถึงนางสนมเถาเย่ในสมัยราชวงศ์จินตะวันออกในเวลานั้นแม่น้ำชินหวยกว้างและกระแสน้ำไหลเร็ว ทุกครั้งที่เถาเย่ข้ามแม่น้ำและขึ้นเรือนางรู้สึกกลัวมากหวังเซียนจื่อจึงเขียนบทกวีเพื่อปลอบโยนนาง

            [2] ซิงฮวาเทียนเป็นบทกวีสมัยราชวงศ์ซ่งของเจียงขุย

    คล้ายกับเรื่องหวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508