เสียงน้ำตกมหาศาลที่ทิ้งตัวลงจากหน้าผาสูงชันดังสนั่นหวั่นไหวประหนึ่งเสียงกลองศึกของสรวง์ ละอองน้ำสีขาวโพลนฟุ้งกระจายปกคลุมไปทั่วบริเวณหน้าผาเร้นลับเื้ัม่านเถาวัลย์ั์ บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรทิพย์บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายสังหารที่เย็นเยียบและเข้มข้นจนแทบจะกลายเป็น้ำแข็ง หลินเทียนยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของยอดฝีมือชุดเทาสามคนจากหุบเขาไร้เนตร มือขวาของเขากำด้ามกระบี่พลิกฟ้าไว้แน่น ปราณสีครามในร่างหมุนวนอย่างรวดเร็วราวกับพายุที่กำลังก่อตัว
ชายชุดเทาทั้งสามคนยืนนิ่งประดุจรูปสลักศิลา ใบหน้าของพวกมันถูกบดบังด้วยหน้ากากไม้ที่ไร้ช่องดวงตา ทว่าประสาทััของพวกมันกลับดูแหลมคมยิ่งกว่าผู้มีดวงตาปกติหลายเท่า พวกมันไม่ได้ใช้การมองเห็นด้วยตา แต่ใช้การรับรู้ผ่านแรงสั่นะเืของอากาศและกระแสลมปราณที่ไหลเวียนอยู่รอบกาย อาวุธในมือของพวกมันคือกระบี่สั้นที่หล่อหลอมจากหินออบซิเดียนสีดำสนิทซึ่งแผ่รังสีแห่งความตายออกมาอย่างชัดเจน
"เ้าหนู... พลังสายเืัครามในตัวเ้าช่างหอมหวานนัก" หนึ่งในชายชุดเทาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ชวนให้ขนลุก "ประมุขหุบเขาเฝ้าตามหาสายเืที่บริสุทธิ์เช่นนี้มานานนับร้อยปี การที่เ้าเดินเข้ามาในป่าาแห่งนี้ด้วยตัวเอง นับว่าเป็โชคดีของพวกเราอย่างยิ่ง"
หลินเทียนไม่ได้โต้ตอบด้วยคำพูด แววตาของเขาเยือกเย็นลงจนถึงขีดสุด เขาตระหนักดีว่าสถานการณ์ยามนี้คับขันเพียงใด ยอดฝีมือทั้งสามตรงหน้าล้วนอยู่ในระดับก่อตั้งรากฐานขั้นต้น ซึ่งสูงกว่าเขาถึงหนึ่งขอบเขตใหญ่ แม้เขาจะมีวิชากระบี่ไร้ลักษณ์และพลังสายเืัครามช่วยเสริม แต่การปะทะกับยอดฝีมือระดับนี้พร้อมกันถึงสามคนยังคงเป็เื่ที่แทบจะเป็ไปไม่ได้
"ไร้สาระ!" หลินเทียนตวาดก้อง พร้อมกับสะบัดกระบี่พลิกฟ้าออกไปเบื้องหน้า แสงสีเงินจากใบดาบส่องประกายวับวาวท่ามกลางละอองน้ำ
วูบ!
โดยไม่มีสัญญาณเตือน ชายชุดเทาทั้งสามพุ่งเข้าหาหลินเทียนพร้อมกันจากสามทิศทาง การเคลื่อนไหวของพวกมันรวดเร็วและพร้อมเพรียงกันอย่างน่าสยดสยอง กระบี่ออบซิเดียนสามเล่มพุ่งเข้าหาจุดตายของหลินเทียนด้วยองศาที่ไร้ช่องว่างให้หลบหนี หลินเทียนโคจรลมปราณ 'วารีไร้ลักษณ์' ทะยานร่างหลบหลีกอย่างพลิ้วไหวดุจปลาที่แหวกว่ายในกระแสน้ำวน
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงกระบี่ปะทะกันดังสนั่นต่อเนื่องกันสามครั้ง หลินเทียนใช้กระบี่พลิกฟ้ารับการโจมตีอย่างยากลำบาก แรงปะทะจากยอดฝีมือระดับก่อตั้งรากฐานทำให้แขนของเขารู้สึกชาไปถึงกระดูก ปราณสีเทาที่แฝงมากับการโจมตีของศัตรูพยายามจะแทรกซึมเข้าสู่เส้นชีพจรของเขาเพื่อกัดกร่อนพลังชีวิต
"วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ ขั้นที่สอง: กระบี่ไร้เงา!"
หลินเทียนตัดสินใจใช้รุกรับในคราวเดียว เขาหมุนตัวกลางอากาศพร้อมกับสะบัดกระบี่ออกไปเป็วงกลม ปราณกระบี่สีครามใสกระจายออกไปรอบทิศทางราวกับระลอกน้ำที่ถูกโยนหินลงไป ทว่าชายชุดเทาทั้งสามกลับไม่ได้ล่าถอย พวกมันเพียงแค่ส่ายตัวหลบหลีกอย่างแ่เบา ราวกับว่าพวกมันรับรู้ถึงทิศทางของปราณกระบี่ที่มองไม่เห็นได้ล่วงหน้า
"ข้าบอกแล้วว่าดวงตาคือภาระสำหรับพวกเรา" ชายชุดเทาคนเดิมกล่าวเย้ยหยัน "ในความว่างเปล่าของพวกเรา ทุกลมหายใจของเ้าคือเสียงะโที่บอกตำแหน่งอย่างชัดเจน!"
การต่อสู้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลินเทียนถูกกดดันจนต้องถอยร่นไปติดกับขอบหน้าผาใกล้น้ำตก ร่างกายของเขาเริ่มมีรอยแผลเล็กๆ น้อยๆ จากปราณกระบี่ที่แหลมคมของศัตรู เืสีแดงสดซึมผ่านชุดหนังสัตว์ป่าออกมา ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะเพลี่ยงพล้ำ พลังบางอย่างในห้วงลึกของจิติญญาก็เริ่มตื่นตัวขึ้นอย่างรุนแรง
ตึกตัก! ตึกตัก!
เสียงหัวใจของหลินเทียนเต้นรัวดุจกลองรบ นิมิตัครามที่เขาเคยเห็นในจิตใจพลันปรากฏชัดเจนขึ้นมาอีกครั้ง ความร้อนสายหนึ่งพุ่งพล่านออกจากไขกระดูกกระจายไปตามเส้นชีพจรทั่วร่าง เกล็ดสีน้ำเงินจางๆ เริ่มปรากฏขึ้นบนลำคอและแขนทั้งสองข้างของเขาอย่างเด่นชัด ดวงตาของหลินเทียนเปลี่ยนจากสีดำสนิทกลายเป็สีน้ำเงินนวลที่ดูทรงพลังและน่าเกรงขาม
"โฮก!"
เสียงคำรามที่ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ดังออกจากลำคอของหลินเทียน คลื่นพลังงานสีครามะเิออกจากร่างของเขาซัดเถาวัลย์และโขดหินรอบข้างจนแตกละเอียด ชายชุดเทาทั้งสามถึงกับต้องชะงักฝีเท้าด้วยความตกตะลึง พลังกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวหลินเทียนในยามนี้ไม่ใช่ระดับรวบรวมลมปราณอีกต่อไป แต่มันคือพลังระดับเทวะที่สืบทอดมาจากยุคา!
"สายเืัครามตื่นตัวแล้ว! รีบลงมือเร็วเข้า อย่าให้มันรวบรวมพลังได้มากกว่านี้!" ชายชุดเทาะโสั่งการด้วยความลนลาน
พวกมันทั้งสามรวมพลังเข้าด้วยกัน ปราณสีเทาหม่นควบแน่นจนกลายเป็รูปดวงตาั์ที่ปิดสนิทลอยอยู่กลางอากาศเหนือศีรษะ นี่คือ 'เนตรไร้ลักษณ์ดับสูญ' วิชาลับขั้นสูงสุดของหุบเขาไร้เนตรที่สามารถดับสูญประสาทััและทำลายจิติญญาของศัตรูได้ในพริบตา
บรรยากาศรอบตัวหลินเทียนพลันมืดมิดลง แสงสว่างและเสียงน้ำตกหายไปสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่าที่หนาวเหน็บ ทว่าหลินเทียนในสภาวะัตื่นตัวกลับไม่ได้ตื่นตระหนก เขารู้สึกว่าโลกใบนี้ช่างช้าลงและชัดเจนยิ่งขึ้น เขาเห็น 'แก่นแท้' ของพลังที่พุ่งเข้าหาเขา
"กระบี่ไร้ลักษณ์ ขั้นที่สาม: หมื่นกระบี่คืนสู่ศูนย์!"
หลินเทียนชูกระบี่พลิกฟ้าขึ้นเหนือศีรษะ ปราณัสีครามพุ่งทะยานออกจากร่างหลอมรวมเข้ากับใบดาบจนกลายเป็กระบี่ั์แสงสีน้ำเงินที่ยาวนับสิบวา เขาฟาดกระบี่ลงมาด้วยท่วงท่าที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังปานจะทลายฟ้าดิน!
ตูมมมมม!
การปะทะกันของสองพลังอันยิ่งใหญ่ทำให้หน้าผาทั้งแถบสั่นะเืราวกับจะพังทลาย คลื่นกระแทกสีน้ำเงินและเทาแผ่กระจายออกไปเป็วงกว้างซัดเอาต้นไม้ั์รอบข้างจนถอนรากถอนโคน ร่างของชายชุดเทาทั้งสามกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง หน้ากากไม้ของพวกมันแตกกระจายเผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและรูดวงตาที่กลวงโบ๋
"เป็ไปได้ยังไง... พลังของเด็กคนนี้..." ชายชุดเทาคนหนึ่งพยายามจะลุกขึ้นแต่กลับพบว่ากระดูกทั่วร่างของมันถูกป่นปี้ด้วยปราณัไปหมดแล้ว
หลินเทียนก้าวเดินเข้าไปหาศัตรูอย่างช้าๆ ทุกลมหายใจของเขาแฝงไปด้วยปราณกระบี่ที่คมกริบ เขาไม่ได้มีความเมตตาเหลืออยู่สำหรับคนที่คิดจะพรากชีวิตของเขา "หุบเขาไร้เนตรส่งพวกเ้ามาตาย และข้าก็จะสนองเจตนารมณ์นั้น"
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
เพียงการสะบัดกระบี่สั้นๆ สามครั้ง ศีรษะของยอดฝีมือทั้งสามก็หลุดออกจากบ่าไปพร้อมๆ กัน เืสีแดงฉานสาดกระเซ็นลงบนพื้นดินที่เปียกชื้น หลินเทียนยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางซากศพ พลังัครามค่อยๆ สงบลง เกล็ดสีน้ำเงินบนิัจางหายไปทิ้งไว้เพียงความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นั์
เขาใช้กระบี่พยุงกายไว้ไม่ให้ล้มลง ความสำเร็จในการใช้ขั้นที่สาม 'หมื่นกระบี่คืนสู่ศูนย์' ควบคู่กับพลังสายเืทำให้เขาทะลวงคอขวดของระดับรวบรวมลมปราณขึ้นสู่ขั้นที่เจ็ดได้สำเร็จในที่สุด ทว่าเขารู้ดีว่านี่เป็เพียงการเริ่มต้นเท่านั้น
หลินเทียนมองไปยังม่านน้ำตกเบื้องหน้า บัดนี้เถาวัลย์ั์ได้ถูกทำลายจนเผยให้เห็นทางเดินศิลาเก่าแก่ที่ทอดยาวลึกเข้าไปในูเา กลิ่นอายของ 'หัวใจัคราม' รุนแรงขึ้นจนเขาััได้ถึงเสียงเต้นของมันที่สอดประสานกับหัวใจของเขา
"ความจริงกำลังรอข้าอยู่..."
เด็กหนุ่มฝืนความเ็ปก้าวเดินเข้าสู่เส้นทางลับหลังม่านน้ำตก ทิ้งร่องรอยของการต่อสู้ที่สั่นะเืป่าาไว้เื้ั ตำนานที่ถูกฝังกลบมานับพันปีบัดนี้กำลังจะถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งโดยจอมยุทธ์นิรนามผู้มีสายเืัไหลเวียนอยู่ในกาย!