ชีวิตแทบจะเรียกว่าไม่เป็โล้เป็พายเลยก็ได้ เงินทองที่ใช้อยู่ทุกวันก็มาจากกองมรดกของบรรพบุรุษทั้งนั้น
“ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณปู่ต้องตั้งเงื่อนไขอย่างนี้ขึ้นมา”
คุณรินฤดีเหลียวซ้ายแลขวาก่อนตอบบุตรชายด้วยเสียงแบบกระซิบ
“ก็ลูกลืมไปแล้วเหรอว่าคุณอาสองคนของลูกนั้นเป็ยังไง คุณปู่ท่านก็คงกลัวว่าตระกูลธนบัตรไพศาลของท่านจะสูญสิ้นไปนะสิถึงได้ตั้งเงื่อนไขไว้อย่างนี้”
“แล้วนี่เราจะทำอย่างไรต่อไปดีละฮะ”
ชายหนุ่มถามเหมือนหมดปัญญา เขารู้สึกผิดหวังมากที่ยังไม่ได้รับการโอนมรดกอย่างที่ได้คาดหวังไว้แต่แรก
“ลูกก็แต่งงานเสียสิ ไม่เห็นจะยากอะไรเลย มีแฟนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”
ผู้เป็มารดาแนะนำอย่างนั้นยิ่งทำให้ชายหนุ่มมีสีหน้ายุ่งยากมากเข้าไปอีก จริงอยู่ที่แม้เขาจะมีผู้หญิงที่คบอยู่ด้วยแล้ว แต่ถ้าพูดถึงเื่แต่งงานเขาก็ลำบากใจเพราะยังไม่เคยคิดถึงเื่นี้อย่างจริงๆจังๆเลย เขายังหวงความโสดและชีวิตอิสระเป็อย่างมาก
“ผมยังไม่อยากแต่งนี่ฮะ”
“แต่เธอก็ได้ยินทนายเขาอ่านพินัยกรรมของคุณปู่ชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอ”
เสียงที่ดังขึ้นทางเื้ัทำให้สองแม่ลูกต้องสะดุ้ง รีบหันกลับไป พบธนชิตกับธนชนเดินใกล้เข้ามา
“เงื่อนไขบ้าๆอย่างนั้นผมว่าอาชิตกับอาชนจงใจตั้งขึ้นมาแกล้งผมเพื่อที่จะฮุบสมบัติเอาไว้เองมากกว่า”
ชายหนุ่มโวยวายใส่น้องชายทั้งสองของบิดาอย่างไม่เกรงใจ
“พูดให้ดีดีนะหลานชาย อาไม่ได้รู้เห็นกับพินัยกรรมที่คุณพ่อเขียนขึ้นนั้นเลยแม้แต่น้อย และถ้าหากอาจงใจจะแกล้งเธอเพื่อที่จะฮุบสมบัติเอาไว้เองจริงๆอาก็คงหาเงื่อนไขที่เธอไม่มีปัญญาทำตามได้ไปแล้ว”
ธนชิตกล่าวอย่างพยายามใจเย็นกับหลานชายคนเดียว
“ผมไม่เชื่อ”
ธนบดียังดื้อดึง
“ไม่เอาน่าลูก เสียมารยาทกับคุณอาอย่างนั้นได้ไง”
คุณรินฤดีปรามบุตรชายที่กำลังร้อนเป็ไฟ
“พี่รินฤดีคงเข้าใจนะฮะว่าถ้าหากครบหนึ่งปีแล้วตาเอกยังไม่มีลูกตามเงื่อนไขในพินัยกรรม มรดกส่วนที่เป็ของเขาก็จะถูกโอนมาเป็ของผมกับพี่ชิตทั้งหมด”
ธนชนบอกกล่าวกับพี่สะใภ้
“ก็แล้วทำไมอาชิตกับอาชนถึงไม่มีเสียเองล่ะลูกชายนะ”
ธนบดียังยอกย้อนไม่เลิกจึงถูกผู้เป็อาทั้งสองค้อนใส่จนตาประหลับประเหลือกก่อนดึงแขนกันเดินจากไป ในวงที่ใกล้ชิดแล้วต่างก็รู้กันดีว่าทั้งธนชิตและธนชนมีความเบี่ยงเบนทางเพศอย่างที่เรียกว่าชอบไม้ป่าเดียวกันนั่นเอง ธนชิตนั้นแม้จะไม่แสดงออกจนถึงขั้นแต่งกายเป็หญิงชัดเจนแต่หากสังเกตดีดีก็จะเห็นลักษณะบางอย่างที่ฟ้องออกมา ส่วนธนชนนั้นจะเปิดเผยมากกว่าบางครั้งเขาก็ถึงแต่งหน้าทาปากเพียงแต่ยังไม่ถึงขั้นฉีดหน้าอกเสริมสะโพก ผู้เป็พ่อเองก็รู้ถึงข้อนี้ดีจึงได้ตั้งเงื่อนไขไว้กับหลานชายคนเดียวที่เป็ความหวังสุดท้ายในการสืบสกุลอย่างนั้น
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“หลานชายของเราชักจะเอาแต่ใจและปากร้ายขึ้นทุกวัน”
ธนชนกล่าวกับพี่ชายคนรองเมื่อเข้ามาอยู่ด้วยกันตามลำพังในห้องทำงานส่วนตัว
“เป็ความผิดของเราเองที่ตามใจเขาเกินไปมาั้แ่แรก ถ้าคุณพ่อกับพี่ชัยที่อยู่บน์รับรู้ได้ก็คงไม่สบายใจเหมือนกัน คงถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องช่วยกันดัดนิสัยของเขาให้เข้าที่เข้าทางกว่านี้”
“พี่ชิตคิดว่าวิธีนี้จะได้ผลเหรอ”