บทที่ 25 เหตุการณ์เกินคาด
ณ สำนักเหนือ์ ในห้องประชุมของสำนักเวลานี้ทั้ง6 คนกับอีกหนึ่งตัวได้นั่งอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วยามที่ผ่านมาหลังจากที่ตกตะลึงในการพัฒนาของทั้งสามคนเสร็จ หลินตงจึงเล่าเื่ที่หลี่เฟยบอกแกพวกตนมา ให้หม่าฉือเจียงเป่าและเ้าสุนัขคงิฟัง
สิ้นสุดคำบอกเล่าของชายหนุ่ม ไม่รอให้ผู้ใดเอ่ยต่อคงิได้เอ่ยขึ้นพร้อมน้ำเสียงที่อยากจะอัดคนจนเต็มแก่
“โฮ่ง ข้าเคยสู้กับเ้ายุงดูดเืพวกนั้นแล้วแถมยังสังหารราชันย์ยุทธ์ระดับต้นของพวกมันไปหนึ่งตนด้วยล่ะโฮ่ง”
ได้ยินเช่นนั้นคนที่เหลือต่างพากันตื่นตะลึงกับเ้าสุนัขตัวนี้ ทว่าไม่รอให้สงสัยอันใดเ้าสุนัขคงิก็เริ่มเอ่ยต่อ
“แต่ว่าหากข้าคิดไม่ผิดสำนักที่เ้าเล่าให้ข้าฟังมานั้น คงจะเป็สำนักที่ข้าผ่านในตอนที่มาดินแดนแห่งนี้เป็ครั้งแรกอย่างแน่นอน”
ได้ยินเช่นนั้นหลี่เฟยที่กำลังกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของสำนักของนางอยู่ก็อดที่จะเอ่ยถามไม่ได้
ทว่าไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยอันใดคำพูดของคงิที่เอ่ยต่อจากนี้ทำให้สมองของหญิงสาวขาวโพลนไปหมด
“แต่ในตอนที่ข้าไปเห็นนั้น กลับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเหลืออยู่เลย จะมีก็แต่เหล่าเผ่ามารโลหิตและซากศพของเหล่าจอมยุทธ์จำนวนมากและเศษซากของเมืองที่ถูกย้อมไปด้วยโลหิต”
เ้าสุนัขคงิได้แต่ส่ายหน้าไปมา หากตัวมันมาเร็วกว่านี้บางทีอาจจะมีคนในสำนักนั้นรอดมาบ้างก็เป็ได้
ในระหว่างที่คงิกำลังคิดกับตัวเอง ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในสมองของมัน “เอ๋…คนที่เหลือรอดรึ ก็เป็เ้าสตรีตรงหน้าข้ามิใช่หรือแล้วการที่ข้าเอ่ยแบบนั้นออกไปนางคงจะไม่…”
เมื่อสมองช้าๆของเ้าคงิคิดได้เช่นนั้น มันจึงเอาอุ้งเท้าของมันมาปิดปากไว้พร้อมค่อยๆหันหน้าไปมองที่หลี่เฟย ทว่ามันก็สายไปแล้วในตอนนี้หญิงสาวกำลังถูก จ้าวอ้ายฉิงและฉินซู ประคองร่างมิให้ล้มลงอยู่
“ฮะ..โฮ่ง นะ..นี่ข้าทำอันใดไป”
ไอเ้าสุนัขบื้อ ชายหนุ่มทั้งสามได้แต่สบถในใจพร้อมจ้องมองไปที่คงิด้วยสายตากล่าวโทษ ด้านคงิที่เห็นเช่นนั้นก็ทำอันใดต่อไม่ถูกเช่นกัน ในตอนแรกตัวมันจะเล่าเื่ต่างๆของมันให้ผู้คนในห้องฟังพร้อมกับให้ทุกคนตะลึงกับการที่มันสามารถพูดได้แบบที่หลินตงตะลึงในตอนเจอมันครั้งแรก
ในขณะที่ทุกคนยังตกตะลึงกับการมาของมันและพลังที่เพิ่มขึ้นของหม่าฉือและเจียงเป่าจนลืมสังเกตว่าตัวมันนั้นพูดได้ เ้าสุนัขคงิจึงใช้โอกาสนี้แสดงความสามารถของมันอีกครั้งทว่ามันกลับคิดไม่ถึงว่าเื่ราวที่มันพูดจะส่งผลเช่นนี้
ขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดอยู่นั้น จู่ๆได้ปรากฏเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบพร้อมกับเสียงของศิษย์ในสำนักผู้หนึ่งดังขึ้น
“ท่านเ้าสำนัก..ท่านเ้าสำนักเกิดเื่ใหญ่แล้วขอรับ” ศิษย์ผู้นี้เอ่ยขึ้นอย่างเร่งรีบพร้อมหายใจเหนื่อยหอบ เสมือนกับตัวเขารีบวิ่งมาด้วยแรงที่ตนมีทั้งหมด
ชายหนุ่มที่เห็นเช่นนั้น จึงเอ่ยถามในทันที “เกิดอันใดขึ้น เหตุใดเ้าจึงเร่งรีบเช่นนี้”
“ทะ..ท่านเ้าสำนักบัดนี้ผู้คนจากสำนักลิขิตฟ้าและสำนักพันศาสตรา ได้มาที่สำนักของเราขอรับ”
ได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยสีหน้าสงสัย “แล้วเหตุใดเ้าจึงรีบเช่นนี้ ผู้คนของสองสำนักนี้หาใช่ศัตรูของเราไม่ อีกอย่างเ้าสำนักของทั้งสองก็นั่งอยู่ข้างๆข้าในตอนนี้”
ได้ยินสิ่งที่เ้าสำนักของตนเอ่ย ศิษย์ผู้นั้นได้มองไปที่หม่าฉือและเจียงเป่าด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก พร้อมเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“คือว่าท่านเ้าสำนัก สภาพของผู้ที่มาในตอนนี้นั้นได้รับาเ็เป็จำนวนมาก ในหมู่ของผู้ที่มามีจอมยุทธ์ของสำนักพันศาสตรานามว่าติงโยวและาุโที่1ของสำนักลิขิตฟ้า แต่ว่าทั้งสองท่านได้รับาเ็อย่างรุนแรง”
จบประโยคศิษย์ผู้นั้นกลืนน้ำลายอึกใหญ่พร้อมเอ่ยต่อ “ทะ..ท่านติงโยวสูญเสียแขนและขาไปอย่างละหนึ่งข้าง ส่วนผู้าุโที่1นั้นดวงตาถูกทำลายสิ้นพลังยุทธ์ถดถอยอย่างมาก”
กล่าวจบศิษย์ผู้นั้นได้เงยหน้ามามองเ้าสำนักของตน ทว่าในห้องประชุมตอนนี้กลับเหลือแค่สตรีทั้งสามคน เห็นเช่นนั้นศิษย์ผู้นี้จึงคำนับหญิงสาวทั้งสามและจากไปอย่างรวดเร็ว
ณ ลานฝึกด้านในสำนัก ลานฝึกที่่เวลานี้ควรจะว่างเปล่าแต่บัดนี้กับเต็มไปด้วยเหล่าศิษย์ของทั้งสองสำนัก ที่กำลังรักษาาแกันด้วยสีหน้าสิ้นหวัง หวาดกลัว และโกรธแค้นในเวลาเดียวกัน
ฟึบๆ ในตอนนั้นเองเสียงฝีเท้าที่ตกกระทบพื้นได้ดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นอายสังหารสองสายที่แผ่ออกมา ทว่าในไม่ช้ากลิ่นอายนี้ก็ถูกเก็บกลับไป
เหล่าศิษย์ของสองสำนักเมื่อััได้ว่ากลิ่นอายสังหารได้หายไปแล้วจึงพร้อมใจกันมองไปยังทิศทางที่กลิ่นอายสังหารถูกปล่อยออกมา
ในสายตาของเหล่าศิษย์ปรากฏร่างสามร่างขึ้นในสายตา และเมื่อเหล่าศิษย์เห็นว่าสองในสามที่เดินมานั้นคือเ้าสำนักของตน ศิษย์สตรีบางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่พร้อมกับร่ำไห้ออกมา
“ทะ…ท่านเ้าสำนักโปรดล้างแค้นให้ศิษย์พี่และเหล่าผู้าุโของเราด้วยเถิด” เหล่าศิษย์ต่างเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือพร้อมๆกัน
เห็นเช่นนั้นหลินตงที่ใจเย็นที่สุดต่างจากอีกสองคนข้างๆชายหนุ่มที่พร้อมจะะเิได้ทุกเมื่อ จึงเลือกศิษย์เ่าั้มาหนึ่งคนพร้อมเอ่ยถาม
“เ้ามาจากสำนักใดและเกิดอะไรขึ้นกับสำนักของพวกเ้า” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ผู้ฟังผ่อนคลายลง
“ขะ..ข้าคือศิษย์ของสำนักพันศาสตรา ข้าเองก็ไม่รู้อันใดแน่ชัด ในระหว่างที่พวกข้ากำลังฝึกฝนกันตามปกติ จู่ๆก็มีสิ่งมีชีวิตรูปร่างเหมือนมนุษย์ทว่าบนศีรษะของมันมีเขาดำทมิฬคู่หนึ่ง ในตอนที่พวกเราจะเอ่ยถามถึงที่มาที่ไปของมัน ไอเ้าปีศาจนั่นมันก็โจมตีสำนักของเราก่อนเสียแล้ว”
ศิษย์ผู้นี้กล่าวมาถึงตรงนี้และหยุดไปพร้อมมีสีหน้าหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด ผ่านไปไม่กี่ลมหายใจเมื่อตั้งสติได้ศิษย์ผู้นี้จึงเอ่ยต่อ
“แม้เหล่าผู้าุโจะร่วมมือกันเพียงใดก็มิอาจจะต้านทานพวกมันได้ สุดท้ายแล้วก็มีแค่พวกข้าและผู้าุโติงโยวที่รอดออกมาได้ าุโท่านอื่นๆเพื่อให้พวกเรารอดไปได้จึงเอาชีวิตของตนเองเข้าแลกไว้แม้จะผ่านมาได้ แต่ผู้าุโติงโยวก็ต้องยอมแลกมาด้วยแขนและขาไปอย่างละข้างเพื่อที่จะระวังหลังให้พวกข้า”
เมื่อศิษย์ผู้นี้กล่าวจบชายหนุ่มจึงได้ถามเหตุการณ์ของสำนักลิขิตฟ้าจากศิษย์ผู้หนึ่งเช่นกัน ทว่าเหตุการกลับมิได้แตกต่างจากทางด้านสำนักพันศาสตรามากนัก
ในเวลานี้สิ่งที่ชายหนุ่มสรุปได้ก็คือทั้งสองสำนักนั้นได้พังทลายไปแล้ว เหลือเพียงศิษย์ที่หนีรอดมาได้เพียงน้อยนิดเท่านั้น
“แล้วาุโติงโยวกับาุโที่1 ตอนนี้ทั้งสองรักษาตัวอยู่ที่ใด” ชายหนุ่มเอ่ยถามหนึ่งในศิษย์เ่าั้
“อยู่ด้านในห้องโอสถของสำนักขอรับ ศิษย์ของสำนักเหนือ์เมื่อเห็นอาการของาุโทั้งสองจึงรีบพาไปรักษาทันทีขอรับ”
ได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มจึงหันกลับไปเอ่ยกับสหายทั้งสองที่มีใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับแดงก่ำเสมือนโลหิต “พวกเ้าทั้งสองอย่าพึ่งะเิมันออกมาล่ะ เราไปดูอาการของาุโทั้งสองกันเสียก่อน และข้าจะไปชำระหนี้เืนี้กับพวกเ้าเอง”
ในระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังจะเดินไปดูอาการของาุโทั้งสองนั้น เสียงของเ้าสุนัขคงิก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของพวกเขาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด
“โฮ่ง…ข้าว่าพวกเราเจอปัญหาใหญ่เข้าแล้ว เมื่อครู่หลังจากที่ข้าได้ยินสิ่งที่เ้าศิษย์สำนักลิขิตฟ้ารายงานมา ข้าจึงใช้ความสามารถฉีกมิติของข้าไปดูสถานการณ์ทั่วดินแดนถงเทียนมา ข้าอยากจะบอกพวกเ้าว่าไอเ้ายุงดูดเืเ่าั้มันดินแดนนี้ไปเกินครึ่งเสียแล้ว”
“และไอสองสำนักใหญ่ที่เหลือนั่นบัดนี้มันได้กลายเป็ซากเมืองไปแล้ว”
สิ้นคำพูดของคงิ เปรียบเสมือนมีสายฟ้านับร้อยสายผ่าใส่สมองของชายหนุ่มทั้งสามรวมถึงเหล่าศิษย์ที่อยู่ในที่นั้นด้วย
จากผู้เขียน: สวัสดีนักอ่านล่วงหน้าและเวลาปกติทุกท่านด้วยนะครับ กระผมพยายามจะแต่งให้จบบทนี้ภายใน4-5-6 ตอนนะครับ และก็ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามกันมานะครับ สามารถติชมใต้คอมเม้นท์ได้เลยครับ
ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ YouTube Novel time studio