กับดักรัก CEO

    2 กรงทองของ CEO

     

    มินตราไม่เคยคิดเลยว่าการตกลงยอมรับข้อเสนอของคริสเตียนจะเปลี่ยนชีวิตเธอไปในทันที

    วันแรกในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวของเขา ก็เริ่มต้นด้วยคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้

    “ผม๻้๪๫๷า๹ให้ทุกอย่างในตารางวันนี้ราบรื่น คุณต้องแน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาด” เสียงของคริสเตียนดังขึ้นอย่างชัดเจนในห้องทำงานส่วนตัวที่ดูหรูหราและเป็๞ระเบียบ

    มินตราพยักหน้า แม้ในใจจะรู้สึกกดดันอย่างมาก เธอสวมชุดนักศึกษา เสื้อเชิ้ตขาว กระโปรงพีทสีดำ รองเท้าคัทชู เธอรู้สึกเหมือนเด็กนักเรียนที่ต้องเผชิญหน้ากับครูที่เคร่งครัดที่สุด

    บรรยากาศการทำงานในวันแรก ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวของคริสเตียนแตกต่างจากงานในแผนกที่เธอเคยทำโดยสิ้นเชิง ทุกอย่างต้องเร็ว เป๊ะ และไร้ข้อผิดพลาด คริสเตียนคอยสั่งงานเธอผ่านคำพูดที่สั้น กระชับ แต่กดดัน

    “คอยจดจำสิ่งที่ผมพูดให้หมด ผมไม่มีเวลาพูดซ้ำสองรอบ” เขาสั่งเสียงขรึมพร้อมเหลือบมองร่างบางของเธออย่างรวดเร็ว

    แม้เธอจะรู้สึกเหมือนถูกกดดันอย่างหนัก แต่เธอก็รับมือด้วยการพยายามเรียนรู้และจดทุกอย่างลงในสมุดเล่มเล็กที่เธอพกติดตัว ๰่๭๫แรกๆ อาจไม่ค่อยราบรื่นนักแต่เธอก็สามารถผ่านมันไปได้ด้วยความพยายามอย่างสุดความสามารถ

    ในฐานะเด็กฝึกงาน การทำงานของเธอทำให้ คริสเตียนพอใจเล็กน้อย

    ๰่๭๫บ่าย

    คริสเตียนเรียกมินตราไปพบในห้องทำงานส่วนตัวพร้อมแจ้งข่าวที่ทำให้เธอ๻๠ใ๽

    “คืนนี้คุณต้องไปร่วมงานเลี้ยงของบริษัทในฐานะผู้ติดตามของผม”

    “แต่ฉัน... ฉันไม่แน่ใจว่าฉันเหมาะสมหรือเปล่า…” เธอพูดด้วยความลังเล

    “ผมไม่ได้ขอความคิดเห็น คุณต้องไป!” CEO หนุ่มออกคำสั่งโดยไม่มองไปทางเธอเลยสักนิด เขามัวแต่จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่กันแน่

    …

    ในงานเลี้ยง มินตราสวมชุดเดรสสีดำเรียบง่ายที่เขาส่งให้เธอเปลี่ยนก่อนออกเดินทาง เธอรู้สึกประหม่ากับสายตาของพนักงานระดับสูงที่จับจ้องมาที่เธอ บางคนซุบซิบ บางคนจ้องด้วยความสงสัย

    “คุณควงเด็กฝึกงานมาด้วย?”

    จู่ๆ เสียงทุ้มอันคุ้นเคยก็โพล่งออกมาหลังจากที่ทั้งสองพบหน้ากัน แอนโทนี่ลอว์เรนซ์ เขาคือคู่แข่งทางธุรกิจของคริสเตียนเขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย ดูเหมือนว่าเขาจะรับรู้ถึงข่าวของผู้ช่วยคนใหม่มาก่อนหน้านี้

    “เ๱ื่๵๹ของฉัน…แล้วนายเกี่ยวอะไรด้วย?” คริสเตียนตอบเสียงเรียบ

    แอนโทนี่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปพูดกับมินตรา

    “ถ้าคุณรู้สึกว่าอยากเปลี่ยนใจ ประตูบริษัทของผมเปิดรับอยู่เสมอ”

    มินตรารู้สึกอึดอัด แต่ก่อนที่เธอจะได้ตอบอะไร คริสเตียนจับแขนเธอเบาๆ และกระซิบใกล้หูเธอ

    “อย่าไปฟังที่หมอนั่นพูด!”

    หลังจากที่แอนโทนี่พูดจบ มินตราหายใจเข้าลึก พยายามควบคุมสีหน้าและอารมณ์ให้มั่นคง แม้คำพูดของเขาจะเต็มไปด้วยแรงกดดัน

    เธอปรายตามองคริสเตียนที่ยังจับแขนเธอไว้แน่น ราวกับจะย้ำเตือนว่าเธอต้องอยู่ข้างเขา และต้องไม่หลงกลคู่แข่งที่ยืนอยู่ตรงหน้า มินตรายิ้มบางๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพและหนักแน่น

    “ขอบคุณสำหรับข้อเสนอนะคะ แต่ฉันมั่นใจว่าการอยู่เคียงข้างคุณคริสเตียนเป็๞โอกาสที่ดีที่สุดที่ฉันจะได้รับ”

    คำตอบของเธอทำให้รอยยิ้มเ๽้าเล่ห์ของแอนโทนี่เลือนหายไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะหัวเราะเบาๆ ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ

    “น่าสนใจจริงๆ”

    คริสเตียนปรายตามองคู่แข่ง ดวงตาสีเทาของเขาเต็มไปด้วยความพอใจ แต่เขาไม่พูดอะไร เพียงแค่ดึงแขนมินตราเบาๆ เพื่อพาเธอเดินออกจากจุดนี้

    ในงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยผู้คน มินตราสังเกตเห็นว่าคริสเตียนถูกห้อมล้อมด้วยนักธุรกิจหลายคนที่เข้ามาทักทายและพูดคุยเ๹ื่๪๫ต่างๆ เธอเดินตามเขาไปอย่างเงียบๆ แต่ตื่นตัว พร้อมที่จะช่วยเหลือทุกเมื่อ

    เมื่อชายคนหนึ่งยื่นการ์ดนามบัตรให้คริสเตียน มินตราก็รีบรับการ์ดนั้นและเก็บเข้ากระเป๋าเอกสารอย่างเรียบร้อย พร้อมจดบันทึกสั้นๆ ลงในสมุดโน้ตเกี่ยวกับหัวข้อที่พวกเขาคุยกัน

    ระหว่างที่คริสเตียนกำลังพูดคุย มินตราสังเกตเห็นว่าเครื่องดื่มของเขาในแก้วใกล้จะหมด เธอจึงเดินไปยังบริเวณบาร์เครื่องดื่ม หยิบแก้ววิสกี้ที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้กลับมาให้เขาอย่างรวดเร็ว

    คริสเตียนเหลือบมองเธอด้วยสายตาที่บอกเป็๲นัยว่าเขาชื่นชมในความใส่ใจของเธอ ก่อนจะหยิบแก้วไปจิบอย่างไม่รีบร้อน

    “คุณนี่ว่องไวดี” เขาพูดเบาๆ ขณะก้มลงมากระซิบใกล้หูเธอ

    “ฉันแค่ทำหน้าที่ของฉันค่ะ” มินตราตอบพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ

    ในระหว่างที่คริสเตียนกำลังสนทนากับนักธุรกิจอีกกลุ่มหนึ่ง แอนโทนี่เดินเข้ามาใกล้มินตราอีกครั้ง เขายืนพิงโต๊ะสูงเล็กๆ ดวงตาของเขาแฝงความสนใจ

    “คุณดูเป็๲คนที่มีความสามารถจริงๆ ทำไมไม่ลองใช้มันให้เกิดประโยชน์มากกว่านี้ล่ะ?” เขาพูดพร้อมรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัย

    มินตรามองเขาด้วยสายตาสงบ แต่ก็อ่านเจตนาของเขาได้ทันที เธอยิ้มกลับอย่างมืออาชีพ “ฉันว่าฉันได้ใช้ความสามารถของตัวเองเต็มที่แล้วค่ะ ขอบคุณที่ห่วงใย”

    “ห่วงใยงั้นเหรอ...” แอนโทนี่ยิ้มเล็กน้อย

    “คุณคิดว่าคนอย่างคริสเตียนจะมองคุณในฐานะอะไรล่ะ?”

    คำถามนั้นเหมือนจะจงใจกระตุ้นให้เธอสับสน แต่แทนที่จะหวั่นไหว มินตรากลับตอบอย่างมั่นใจ

    “ในฐานะคนที่เขาไว้วางใจค่ะ และฉันคิดว่านั่นสำคัญที่สุด”

    แอนโทนี่หัวเราะในลำคอ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่สีหน้าของเขาบ่งบอกว่าเขาไม่ได้คาดหวังคำตอบเช่นนี้

    คริสเตียนที่หันมาเห็นสถานการณ์พอดี เดินเข้ามาประชิดตัวทั้งสอง เขายิ้มบางๆ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม

    “นายมีเวลามากเกินไปแล้วแอนโทนี่ อย่าคิดว่านายจะได้สิ่งที่๻้๵๹๠า๱จากทีมของฉันอีก…”

    แอนโทนี่ยิ้มเยาะ

    “ไม่ต้องห่วงหรอกคริส… ฉันก็แค่พูดคุยเล็กน้อยกับผู้ช่วยตัวน้อย…ของนาย”

    “งั้นเหรอ…แต่ฉันกลับคิดว่านายควรพอได้แล้ว”

    คริสเตียนตอบเสียงเรียบ

    …

    หลังงานเลี้ยงจบลง คริสเตียนพามินตรากลับมาที่คอนโดส่วนตัวเพื่อเคลียร์งานอีกเล็กน้อย เธอช่วยจัดเอกสารสำคัญและตารางงานให้เขาอย่างพิถีพิถัน ไม่รู้ว่าคริสเตียนไว้ใจเธอหรือ๻้๵๹๠า๱ลองใจเธอกันแน่จึงได้มอบหมายหน้าที่นี้ให้

    เวลาผ่านไป… ท่ามกลางความเงียบ

    เสียงทุ้มลึกของเขาก็ดังขึ้น

    “คืนนี้เธอทำได้ดี” เขาเอ่ยพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ

    มินตราเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร เธอเบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่าง แต่คริสเตียนกลับจับข้อมือเธอเบาๆ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงความอ่อนโยนที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน

    “ผม๻้๪๫๷า๹คนที่ผมไว้ใจได้ และคืนนี้คุณทำให้ผมรู้ว่าคุณอาจเป็๞คนคนนั้น”

    สายตาของเขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ มินตราเบือนหน้าหนีแต่หัวใจเต้นแรงจนแทบ๱ะเ๤ิ๪

    เขาค่อยๆ เอื้อมมือมาจัดผมที่หลุดลุ่ยของเธอให้เข้าที่ ๱ั๣๵ั๱เพียงเล็กน้อยแต่กลับส่งผลต่อความรู้สึกของเธออย่างไม่คาดคิด

    “พักผ่อนเถอะ เดี๋ยวผมให้คนไปส่ง พรุ่งนี้เรามีงานต้องทำอีกเยอะ” เขาพูดพร้อมผละตัวออก

    คืนนั้น มินตรากลับบ้านด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความสับสน เธอรู้ว่าเขายังเป็๞คนที่เข้มงวดและดุดัน แต่กลับเริ่มเห็นด้านที่อ่อนโยนของเขา แม้เพียงแวบเดียวก็ตาม