มินตราไม่เคยคิดเลยว่าการตกลงยอมรับข้อเสนอของคริสเตียนจะเปลี่ยนชีวิตเธอไปในทันที
วันแรกในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวของเขา ก็เริ่มต้นด้วยคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้
“ผม้าให้ทุกอย่างในตารางวันนี้ราบรื่น คุณต้องแน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาด” เสียงของคริสเตียนดังขึ้นอย่างชัดเจนในห้องทำงานส่วนตัวที่ดูหรูหราและเป็ระเบียบ
มินตราพยักหน้า แม้ในใจจะรู้สึกกดดันอย่างมาก เธอสวมชุดนักศึกษา เสื้อเชิ้ตขาว กระโปรงพีทสีดำ รองเท้าคัทชู เธอรู้สึกเหมือนเด็กนักเรียนที่ต้องเผชิญหน้ากับครูที่เคร่งครัดที่สุด
บรรยากาศการทำงานในวันแรก ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวของคริสเตียนแตกต่างจากงานในแผนกที่เธอเคยทำโดยสิ้นเชิง ทุกอย่างต้องเร็ว เป๊ะ และไร้ข้อผิดพลาด คริสเตียนคอยสั่งงานเธอผ่านคำพูดที่สั้น กระชับ แต่กดดัน
“คอยจดจำสิ่งที่ผมพูดให้หมด ผมไม่มีเวลาพูดซ้ำสองรอบ” เขาสั่งเสียงขรึมพร้อมเหลือบมองร่างบางของเธออย่างรวดเร็ว
แม้เธอจะรู้สึกเหมือนถูกกดดันอย่างหนัก แต่เธอก็รับมือด้วยการพยายามเรียนรู้และจดทุกอย่างลงในสมุดเล่มเล็กที่เธอพกติดตัว ่แรกๆ อาจไม่ค่อยราบรื่นนักแต่เธอก็สามารถผ่านมันไปได้ด้วยความพยายามอย่างสุดความสามารถ
ในฐานะเด็กฝึกงาน การทำงานของเธอทำให้ คริสเตียนพอใจเล็กน้อย
่บ่าย
คริสเตียนเรียกมินตราไปพบในห้องทำงานส่วนตัวพร้อมแจ้งข่าวที่ทำให้เธอใ
“คืนนี้คุณต้องไปร่วมงานเลี้ยงของบริษัทในฐานะผู้ติดตามของผม”
“แต่ฉัน... ฉันไม่แน่ใจว่าฉันเหมาะสมหรือเปล่า…” เธอพูดด้วยความลังเล
“ผมไม่ได้ขอความคิดเห็น คุณต้องไป!” CEO หนุ่มออกคำสั่งโดยไม่มองไปทางเธอเลยสักนิด เขามัวแต่จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่กันแน่
…
ในงานเลี้ยง มินตราสวมชุดเดรสสีดำเรียบง่ายที่เขาส่งให้เธอเปลี่ยนก่อนออกเดินทาง เธอรู้สึกประหม่ากับสายตาของพนักงานระดับสูงที่จับจ้องมาที่เธอ บางคนซุบซิบ บางคนจ้องด้วยความสงสัย
“คุณควงเด็กฝึกงานมาด้วย?”
จู่ๆ เสียงทุ้มอันคุ้นเคยก็โพล่งออกมาหลังจากที่ทั้งสองพบหน้ากัน แอนโทนี่ลอว์เรนซ์ เขาคือคู่แข่งทางธุรกิจของคริสเตียนเขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย ดูเหมือนว่าเขาจะรับรู้ถึงข่าวของผู้ช่วยคนใหม่มาก่อนหน้านี้
“เื่ของฉัน…แล้วนายเกี่ยวอะไรด้วย?” คริสเตียนตอบเสียงเรียบ
แอนโทนี่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปพูดกับมินตรา
“ถ้าคุณรู้สึกว่าอยากเปลี่ยนใจ ประตูบริษัทของผมเปิดรับอยู่เสมอ”
มินตรารู้สึกอึดอัด แต่ก่อนที่เธอจะได้ตอบอะไร คริสเตียนจับแขนเธอเบาๆ และกระซิบใกล้หูเธอ
“อย่าไปฟังที่หมอนั่นพูด!”
หลังจากที่แอนโทนี่พูดจบ มินตราหายใจเข้าลึก พยายามควบคุมสีหน้าและอารมณ์ให้มั่นคง แม้คำพูดของเขาจะเต็มไปด้วยแรงกดดัน
เธอปรายตามองคริสเตียนที่ยังจับแขนเธอไว้แน่น ราวกับจะย้ำเตือนว่าเธอต้องอยู่ข้างเขา และต้องไม่หลงกลคู่แข่งที่ยืนอยู่ตรงหน้า มินตรายิ้มบางๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพและหนักแน่น
“ขอบคุณสำหรับข้อเสนอนะคะ แต่ฉันมั่นใจว่าการอยู่เคียงข้างคุณคริสเตียนเป็โอกาสที่ดีที่สุดที่ฉันจะได้รับ”
คำตอบของเธอทำให้รอยยิ้มเ้าเล่ห์ของแอนโทนี่เลือนหายไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะหัวเราะเบาๆ ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ
“น่าสนใจจริงๆ”
คริสเตียนปรายตามองคู่แข่ง ดวงตาสีเทาของเขาเต็มไปด้วยความพอใจ แต่เขาไม่พูดอะไร เพียงแค่ดึงแขนมินตราเบาๆ เพื่อพาเธอเดินออกจากจุดนี้
ในงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยผู้คน มินตราสังเกตเห็นว่าคริสเตียนถูกห้อมล้อมด้วยนักธุรกิจหลายคนที่เข้ามาทักทายและพูดคุยเื่ต่างๆ เธอเดินตามเขาไปอย่างเงียบๆ แต่ตื่นตัว พร้อมที่จะช่วยเหลือทุกเมื่อ
เมื่อชายคนหนึ่งยื่นการ์ดนามบัตรให้คริสเตียน มินตราก็รีบรับการ์ดนั้นและเก็บเข้ากระเป๋าเอกสารอย่างเรียบร้อย พร้อมจดบันทึกสั้นๆ ลงในสมุดโน้ตเกี่ยวกับหัวข้อที่พวกเขาคุยกัน
ระหว่างที่คริสเตียนกำลังพูดคุย มินตราสังเกตเห็นว่าเครื่องดื่มของเขาในแก้วใกล้จะหมด เธอจึงเดินไปยังบริเวณบาร์เครื่องดื่ม หยิบแก้ววิสกี้ที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้กลับมาให้เขาอย่างรวดเร็ว
คริสเตียนเหลือบมองเธอด้วยสายตาที่บอกเป็นัยว่าเขาชื่นชมในความใส่ใจของเธอ ก่อนจะหยิบแก้วไปจิบอย่างไม่รีบร้อน
“คุณนี่ว่องไวดี” เขาพูดเบาๆ ขณะก้มลงมากระซิบใกล้หูเธอ
“ฉันแค่ทำหน้าที่ของฉันค่ะ” มินตราตอบพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ
ในระหว่างที่คริสเตียนกำลังสนทนากับนักธุรกิจอีกกลุ่มหนึ่ง แอนโทนี่เดินเข้ามาใกล้มินตราอีกครั้ง เขายืนพิงโต๊ะสูงเล็กๆ ดวงตาของเขาแฝงความสนใจ
“คุณดูเป็คนที่มีความสามารถจริงๆ ทำไมไม่ลองใช้มันให้เกิดประโยชน์มากกว่านี้ล่ะ?” เขาพูดพร้อมรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัย
มินตรามองเขาด้วยสายตาสงบ แต่ก็อ่านเจตนาของเขาได้ทันที เธอยิ้มกลับอย่างมืออาชีพ “ฉันว่าฉันได้ใช้ความสามารถของตัวเองเต็มที่แล้วค่ะ ขอบคุณที่ห่วงใย”
“ห่วงใยงั้นเหรอ...” แอนโทนี่ยิ้มเล็กน้อย
“คุณคิดว่าคนอย่างคริสเตียนจะมองคุณในฐานะอะไรล่ะ?”
คำถามนั้นเหมือนจะจงใจกระตุ้นให้เธอสับสน แต่แทนที่จะหวั่นไหว มินตรากลับตอบอย่างมั่นใจ
“ในฐานะคนที่เขาไว้วางใจค่ะ และฉันคิดว่านั่นสำคัญที่สุด”
แอนโทนี่หัวเราะในลำคอ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่สีหน้าของเขาบ่งบอกว่าเขาไม่ได้คาดหวังคำตอบเช่นนี้
คริสเตียนที่หันมาเห็นสถานการณ์พอดี เดินเข้ามาประชิดตัวทั้งสอง เขายิ้มบางๆ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม
“นายมีเวลามากเกินไปแล้วแอนโทนี่ อย่าคิดว่านายจะได้สิ่งที่้าจากทีมของฉันอีก…”
แอนโทนี่ยิ้มเยาะ
“ไม่ต้องห่วงหรอกคริส… ฉันก็แค่พูดคุยเล็กน้อยกับผู้ช่วยตัวน้อย…ของนาย”
“งั้นเหรอ…แต่ฉันกลับคิดว่านายควรพอได้แล้ว”
คริสเตียนตอบเสียงเรียบ
…
หลังงานเลี้ยงจบลง คริสเตียนพามินตรากลับมาที่คอนโดส่วนตัวเพื่อเคลียร์งานอีกเล็กน้อย เธอช่วยจัดเอกสารสำคัญและตารางงานให้เขาอย่างพิถีพิถัน ไม่รู้ว่าคริสเตียนไว้ใจเธอหรือ้าลองใจเธอกันแน่จึงได้มอบหมายหน้าที่นี้ให้
เวลาผ่านไป… ท่ามกลางความเงียบ
เสียงทุ้มลึกของเขาก็ดังขึ้น
“คืนนี้เธอทำได้ดี” เขาเอ่ยพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ
มินตราเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร เธอเบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่าง แต่คริสเตียนกลับจับข้อมือเธอเบาๆ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงความอ่อนโยนที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน
“ผม้าคนที่ผมไว้ใจได้ และคืนนี้คุณทำให้ผมรู้ว่าคุณอาจเป็คนคนนั้น”
สายตาของเขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ มินตราเบือนหน้าหนีแต่หัวใจเต้นแรงจนแทบะเิ
เขาค่อยๆ เอื้อมมือมาจัดผมที่หลุดลุ่ยของเธอให้เข้าที่ ััเพียงเล็กน้อยแต่กลับส่งผลต่อความรู้สึกของเธออย่างไม่คาดคิด
“พักผ่อนเถอะ เดี๋ยวผมให้คนไปส่ง พรุ่งนี้เรามีงานต้องทำอีกเยอะ” เขาพูดพร้อมผละตัวออก
คืนนั้น มินตรากลับบ้านด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความสับสน เธอรู้ว่าเขายังเป็คนที่เข้มงวดและดุดัน แต่กลับเริ่มเห็นด้านที่อ่อนโยนของเขา แม้เพียงแวบเดียวก็ตาม